บทนำ
บท 1
วี้~ วี้~ วี้~
เสียงของแมลงยามค่ำคืนบ่งบอกให้เด็กน้อยวัยหกขวบได้รู้ว่าตอนนี้เป็นช่วงเวลาค่ำแล้ว เธอมองออกไปนอกหน้าต่างในบ้านไม้เก่าๆ โทรมๆ ที่อยู่ในชุมชนแออัดแห่งหนึ่งในย่านกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงที่ใครต่างก็พูดกันว่าเป็นเมืองที่ได้รับความเจริญรุ่งเรืองที่ใครหลายๆ คนต่างก็มาหาความฝันที่นี่ ที่เมืองแห่งนี้ เมืองที่ขึ้นชื่อว่าเป็น 'เมืองแห่งความฝัน'
ปัง! ปัง! ปัง!
"นังพอใจ"
"นังพอใจ! มึงยังไม่ตื่นอีกเหรออีนี่นิ!"
พอใจ ใช่นี่เป็นชื่อของเธอ เป็นชื่อที่ผู้เป็นพ่อแท้ๆ คนที่รักเธอมากที่สุดตั้งให้เธอเอาไว้ก่อนที่จะตรอมใจตาย หนีจากเธอไป ทิ้งเธอที่เป็นลูกสาวเพียงคนเดียวเอาไว้กับแม่ แม่แท้ๆ ของเธอ
"โอ๊ย! อีเด็กนี่ภาระกูจริงๆ เลย อีเวรเรียกก็ไม่ออกมา กูรู้นะว่ามึงได้ยินที่กูพูดน่ะ"
เป็นเรื่องปกติที่คนเป็นแม่จะเมากลับมาแล้วก็มารบกวนเธอแบบนี้ พอใจนั่งชันเข่าอยู่ในห้องแคบๆ ที่แม้แต่เตียงนอนก็ไม่มี เธอยกสองมือขึ้นปิดหูแล้วมองออกไปที่นอกหน้าต่าง บ้านของเธอ ไม่สิ อย่าเรียกว่าบ้านเลยต้องเรียกว่ารูหนูของเธอเสียมากกว่า บ้านของเธอเป็นหลังที่อยู่ด้านในที่สุด และลึกที่สุด ความโชคดีอยู่ตรงที่ห้องที่เธออยู่แม้จะเป็นห้องเก็บของแคบๆ เก่าๆ แต่ก็ยังมีหน้าต่างที่พ่อเลี้ยงของเธออุตส่าห์ใจดีสร้างเอาไว้ให้เพื่อระบายอากาศ!
เหรอ…
ไม่ใช่…
เขาสร้างเอาไว้เพื่อที่จะปีนมาหาเธอต่างหาก โชคดีที่ยังมีพี่ผู้ชายคนนั้น คนที่รวยๆ คนนั้น มาช่วยเธอสร้างกลอนหน้าต่างเอาไว้ให้เธอได้หลบภัยอยู่บ้าง
บ้านของเธออยู่ติดกับบ้านหลังใหญ่ราวกับคฤหาสน์หรูรั้วบ้านหลังนั้นเป็นปูนสีขาวที่มองออกไปยาวจนไกลอย่างสุดลูกหูลูกตา ครั้งแรกที่เธอได้รู้จักกับพี่ชายคนรวยนั่นเพราะเธอปีนหน้าต่างหนีพ่อเลี้ยงออกมาในตอนที่พ่อเลี้ยงปีนเข้าไปหมายจะทำมิดีมิร้ายกับเธอที่เป็นเพียง 'เด็ก' น้อยในวัยหกขวบเท่านั้น ทันทีที่เธอกระโดดลงพื้นดัง
ตุบ!
เธอตัดสินใจวิ่ง วิ่ง และวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต เด็กน้อยในวัยหกขวบที่ไม่มีแม่เป็นแม้แต่ที่พึ่ง ในชุดเสื้อยืดขาดๆ เก่าๆ กับกางเกงขาสั้นที่ยางยืดย้วยลงมาต้องใช้หนังยางมัดแกงมัดเป็นปมเอาไว้ถึงจะเกาะเอวที่ผอมบางของเธออยู่
ตุบ!
"อ่ะ!"
"วิ่งดูทางหน่อยสิ เดี๋ยวก็เป็นอันตรายหรอก"
เธอถูกพี่ชายใจดีคว้าตัวเอาไว้ พี่เขาดูสูง และรวย แม่บอกว่า คนที่ตัวหอมๆ ร่างกายดูสะอาดตา พูดจาดีๆ จะเป็นคนรวย เธอจำได้ แม่เธอสอนมาแบบนี้
"น หนู"
"หืมม ทำไมผอมแบบนี้ละ ได้กินข้าวบ้างรึเปล่า บ้านอยู่ไหน" พี่ชายคนหล่อ ปากคาบอะไรก็ไม่รู้เป็นแท่งเล็กๆ ยาวๆ มีควันออกมา และกลิ่นของมันทำให้เธอ
"แค่กๆ แค่กๆ "
"เหม็นบุหรี่เหรอ" เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ นี่มันที่ไหน เธอจำได้ว่าพอกระโดดหนีออกมาจากหน้าต่างเธอก็ก้มหน้าก้มตาวิ่ง ไม่ได้ดูทางอะไรเลย
ตึก… ตึก… ตึก…
เสียงวิ่งดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เด็กน้อยเริ่มตัวสั่นเพราะกลัว กลัวว่าพ่อเลี้ยงของเธอจะวิ่งตามมา เธอสบตากับพี่ชายใจดีที่เธอคาดว่าน่าจะเป็นที่พึ่งสุดท้ายให้เธอได้ ไม่ส่งเธอให้กับคนเลวคนนั้น
"เอ่อ… คุณ"
มือของพี่ชายใจดียกขึ้น เธอจึงหันกลับไปมองเห็นเป็นลุงคนหนึ่งที่ท่าทางสุภาพ และดูเกรงกลัวพี่ชายคนนี้ไม่น้อย ลุงคนนั้นโค้งศีรษะลงเล็กน้อยแล้วค่อยๆ เดินถอยออกไป พี่ชายใจดีจับเธอให้นั่งลงที่เก้าอี้ ที่นี่เป็นสนามหญ้าที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมาตลอดอายุหกขวบนี้!
"เธอ ไม่สิ หนูชื่ออะไร"
"น หนู ชื่อพอใจค่ะ"
"อ่า พอใจ พี่ชื่อxx"
ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ
"เฮือกกก!" ให้ตายเถอะ นี่เธอฝันถึงพี่ชายคนนั้นอีกแล้วเหรอ
พอใจรีบดีดตัวลุกขึ้นในเวลาตีสี่กว่าเธอยังอาศัยอยู่ที่เดิม ชุมชนแออัดเดิมต่างกันแค่เพียงพี่ชายคนนั้นเขาไม่อยู่ข้างบ้านเธอแล้ว ตอนนี้ที่ข้างบ้านของเธอที่เคยเป็นบ้านของพี่ชายใจดีได้กลายมาเป็นสวนสาธารณะที่มีรั้วตะแกรงมากั้นแบ่งความเจริญกันได้อย่างชัดเจน เธอรู้เพียงแค่ว่าที่ตรงนี้ยังเป็นที่ของเจ้าของเดิมอยู่ แต่แค่เปลี่ยนจากที่อยู่อาศัยมาเป็นสวนสาธารณะที่มีพื้นที่โล่งโปร่งสบาย มีต้นไม้มีอยู่มากมาย แถมยังมีร้านขายของเล็กๆ น้อยๆ อีกด้วย เธอช่างโชคดีตรงที่ประตูทางเชื่อมระหว่างความเจริญในชุมชนแออัดกับสวนสาธารณะแห่งนี้ มันดันอยู่ตรงบ้านเธออย่างพอดิบ พอดี ทำให้เธอไม่ต้องคอยหลบพ่อเลี้ยงที่จ้องจะเคลมเธอมาตลอด เพราะถ้าจะทำก็หาจังหวะยากหน่อย ตรงประตูทางเชื่อมระหว่างความเจริญแห่งนี้ มีพี่ยามที่ใจดีคอยเฝ้าดูอยู่
พอใจลุกขึ้นเก็บที่นอน แน่นอนว่าถึงตรงนั้นจะเจริญขึ้นแต่ก็ไม่ได้มาถึงบ้านเธอสักเท่าไหร่ เธอยังอยู่ในสภาพเดิม ทุกอย่างของเธอก็เหมือนเดิมต่างกันเพียงแค่ ตอนนั้นเธอหกขวบ แต่ตอนนี้เธอยี่สิบเอ็ดขวบแล้ว แม่เธอก็ยังเมาเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือเหมือนจะเกลียดชังเธอมากขึ้น
พอใจได้รับการศึกษาจากการขวนขวายที่จะไปเข้าเรียนด้วยตัวเอง โดยมีข้อตกลงกับแม่ว่าจะไม่ให้แม่เดือดร้อนเรื่องค่าใช้จ่ายเลยแม้แต่นิดเดียว และเรื่องงานบ้านก็จะไม่ให้ขาดตกบกพร่องเลยแม้แต่น้อย
แม่เธอไม่ยอม เธอเศร้าไปอยู่หลายวันจนต้องไปขอร้องลุงผู้ใหญ่ที่เป็นหัวหน้าชุมชน เป็นคนที่คนในชุมชนต่างก็นับถือ เดินมาคุยกับแม่ของเธอด้วยตัวเอง นั่นถึงทำให้แม่ของเธอยอม เธอทำงานรับจ้างคนในชุมชนตั้งแต่อายุหกขวบ ไม่ว่าจะเป็นทำความสะอาดบ้าน ซักผ้า รีดผ้า ถอนหญ้า ทำกับข้าว หรือแม้แต่ตอนเรียนก็รับจ้างเพื่อนทำการบ้าน ติวพิเศษให้เพื่อน และทำรายงาน จนเริ่มมีการพูดคุยแบบปากต่อปากคงเพราะสงสารเธอน่ะสิ แต่ก็ดี เพราะเธอเองก็มีลูกค้าเพิ่มมากขึ้น
อีกหนึ่งอาชีพที่เธอทำตั้งแต่เรียนจบ มอ.6 ก็คือ ขายน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋ เธออาศัยเรียนเอาจากศูนย์ฝึกวิชาชีพที่จะมาสอนที่ชุมชนในทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และตอนนี้เธอก็กำลังเรียนการทำโจ๊กเอาไว้ขายตอนเช้าด้วย เท่ากับว่าในหนึ่งวันของพอใจเธอจะตื่นแต่เช้าเพื่อเข็นรถเข็นไปขายน้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ที่สวนสาธารณะอดีตบ้านของพี่ชายใจดี เสร็จก็จะไปเรียนหนังสือ เลิกเรียนเธอถึงจะกลับมาทำงานรับจ้างเหมือนเดิม
"จะไปขายของแล้วเหรอ"
"จ๊ะแม่" วันนี้แม่เธอแปลก ที่ตื่นมาทันเธอได้และออกมาหาเธอที่หน้าบ้านตอนที่เธอกำลังจะเข็นรถไปขายของ
"แม่มีอะไรรึเปล่าจ๊ะ" มือเรียวของแม่ที่ไม่เคยแม้แต่โอบอุ้มหรือเชื่อเธอเลยสักครั้ง กำลังแบขอเงินของลูกที่เธอไม่เคยไยดี
"เงิน มึงจะไปขายของก็เรื่องของมึง แต่เงินที่ต้องให้กูอย่าให้ขาด"
บทล่าสุด
#66 บทที่ 66 ตอนพิเศษ 5 - [ลมหนาว-กะรัต] NC จบตอนพิเศษ
อัปเดตล่าสุด: 7/1/2026#65 บทที่ 65 ตอนพิเศษ 4 - [ลมหนาว-กะรัต]
อัปเดตล่าสุด: 7/1/2026#64 บทที่ 64 ตอนพิเศษ 3 - [ลมหนาว-กะรัต] - NC
อัปเดตล่าสุด: 7/1/2026#63 บทที่ 63 ตอนพิเศษ 2 - [ลมหนาว-กะรัต]
อัปเดตล่าสุด: 7/1/2026#62 บทที่ 62 ตอนพิเศษ 1 - [ลมหนาว-กะรัต]
อัปเดตล่าสุด: 7/1/2026#61 บทที่ 61 ตอนจบ [NC]
อัปเดตล่าสุด: 7/1/2026#60 บทที่ 60 จ๊ะจ๋า
อัปเดตล่าสุด: 7/1/2026#59 บทที่ 59 พี่ก็อยาก
อัปเดตล่าสุด: 7/1/2026#58 บทที่ 58 ยอมรับผลกรรม
อัปเดตล่าสุด: 7/1/2026#57 บทที่ 57 ร้องไห้เต้มที่
อัปเดตล่าสุด: 7/1/2026
คุณอาจชอบ 😍
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
พันธะร้ายนายสถาปัตย์
!! หมับ !!
“หึ...เดี๋ยวนี้หัดเที่ยวนิหว่า”
“ทำไม หรือพี่ไทม์ที่พี่ตาม ตามฉันมานี้ เปลี่ยนใจ คิดจะสนใจฉัน” คนตัวเล็กไม่พูดเปล่า ปลายฝันที่ถูกฤทธิ์แอลกอฮอล์เขาครอบงำ เผยรอยยิ้มเย้ยยันให้กับคนตัวสูง แต่นั้นคำพูดของเธอกับทำให้เขาหงุดหงิดที่เธอนั้นท้าทายเขา
“สน ไม่สนมันจะมีประโยชน์อะไรในเมื่อ เธอเป็นเมียฉันแล้ว” น้ำเสียงรอดไรฟันเอ่ยกับคนตัวเล็ก แต่นั้นปลายฝันกับไม่คิดสนใจคำพูดร้ายการที่แดกดันเธอ ไหนๆ พี่ไทม์ก็ทักทายฉันแล้ว ทักทายสามีหน่อยเป็นไง ปลายฝันถือวิสวะ โอบแขนเข้าต้นคอคนตัวสูง
“ เดี๋ยวนี้พี่ไทม์เปลี่ยนใจ เห็นฉันเป็นเมียพี่ไทม์ แล้วเหรอคะ พูดอีกสิคะ พูดดังๆ ให้คนสวยของพี่ได้ยินไปเลยสิคะ” คนตัวเล็กไม่พูดเปล่า แต่กับแกล้งซุกใบหน้าสวยหวานหน้าเข้าหาแกล้งยั่วโมโห นั้นยิ่งพลานทำให้ไทม์หงุดหงิดที่ถูกเด็กดื้ออย่างปลายฝันลวนลามตน ยัยเด็กแสบ กล้าดียังไงยั่วโมโหเขา ยังๆ ไม่รู้ตัว
“ปลายฝัน...”
“ที่พี่ไทม์ เห็นฉันเป็นเมียพี่นี่ คืนนี้คุณคนสวย คนนั้นลีลาไม่เด็ดเท่าฉันละสิ ” ปลายฝันยิ้มเย้นยัยให้กับคนนิสัยไม่ดี เจอหน้าก็หาเรื่องเลย ไหนๆ ก็เข้ามาทักทายแล้ว เอาหน่อยละกัน
“ทำไมจะไม่เด็ดละ เด็กๆ ที่ฉันเลี้ยงดู ทั้งสวย และเด็ดกว่าเธอหลายร้อยเท่า ดูจากขนาดไซส์ ขนาดหน้าอก...”-
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
อริรักท่านประธาน
ส่วนเธอ...คู่แข่งตัวเล็กๆที่เกลียดชังเขาเพราะถูกเขากลั่นแกล้ง
เมื่อคู่อริอย่างเธอและเขาที่ชังกันมาตลอด....แต่จู่ๆในวันหนึ่งต้องมานอนเตียงเดียวกัน...เรื่องราวต่อไปจะเป็นเช่นใด!?
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ













