บทนำ
บท 1
“ได้ข่าวว่านายกำลังตามจีบนักศึกษาทุนอยู่เหรอ”
ทั้งที่รู้ว่าเหตุการณ์นี้มันจะต้องเกิดขึ้นในสักวันหนึ่ง แต่เมื่อมันเกิดขึ้นจริงกลับอยากให้มันเป็นเพียงภาพในห้วงความคิด รอยยิ้มเจิดจ้าราวกับแสงสว่างของเฌอเบลล์ เปรียบดั่งมีดเคลือบน้ำหวานที่ปักลงกลางหัวใจแข็งกระด้าง
แม้รู้สึกเจ็บปวดและอยากร่ำร้องมากแค่ไหน แต่ก็ต้องเก็บความรู้สึกเอาไว้อย่างมิดชิด หึ....วาคิมแสยะยิ้มเย้ยหยันให้ความน่าสมเพชของตัวเอง
“ถามไม่ตอบ”
“เรื่องส่วนตัว”
“นี่นายเห็นฉันเป็นคนอื่นคนไกลเหรอวาคิม”
“ทำตัวเป็นกระต่ายตื่นตูมไปได้ ฉันไม่มีวันคิดแบบนั้นหรอก”
“งั้นก็แล้วไป กำลังจะโกรธอยู่แล้วเชียว”
“ฉันไม่ใจร้ายกับเธอ เธอก็รู้”
“นายเป็นเทพบุตรกับฉันเสมอนั่นแหละ”
เห็นได้ชัด เธอพยายามหลีกเลี่ยงคำว่า ‘ของฉัน’ ซึ่งเหตุผลไม่ได้เกี่ยวข้องกับแฟนเก่าหรือแฟนใหม่ แต่เหตุผลที่แท้จริงคือ ‘ไร้รักไร้ใจ’ ต่อให้วาคิมใช้ความพยายามเพื่อเอาชนะใจเฌอเบลล์มากแค่ไหน คนไม่ใช่ก็ไม่มีวันกลายเป็นคนที่ใช่ได้
“เรื่องที่เธอได้ยินมาทั้งหมดเป็นเรื่องจริง ฉันกำลังตามจีบนักศึกษาทุนปี 1” วาคิมต้องการออกจากสถานการณ์ที่น่าอึดอัด เขาไม่ควรอยู่ที่นี่นาน
“เป็นข่าวลือที่ทำให้ฉันมีความสุขมาก”
“เธอมีความสุขก็ดีแล้ว”
“แล้วมีทีท่าว่าจะจีบติดหรือเปล่า”
หากไม่นับเฌอเบลล์ วาคิมก็ไม่เคยเข้าหาผู้หญิงคนไหนก่อน มีแต่ผู้หญิงเป็นฝ่ายเข้ามาหาเองทั้งนั้น แต่ถึงแม้รูปร่างหน้าตาของวาคิมจะดีเลิศประเสริฐศรีมากแค่ไหน มันก็ไม่ได้การันตีว่าเขาจะจีบผู้หญิงทุกคนที่สนใจติด เฌอเบลล์คิดแล้วได้แต่กังวลใจ ถ้าวาคิมโดนปฏิเสธต้องรู้สึกแย่มากแน่ๆ
“สีหน้าเธอดูกังวลนะ”
“แหงสิ ในฐานะที่เราเป็นเพื่อนกัน ฉันต้องกังวลอยู่แล้ว นายตามจีบเธอมาตั้ง 1 เดือน แต่ไม่มีความคืบหน้า เปอร์เซ็นต์โดนเทสูงมาก”
“ขอโทษที่ทำให้เธอต้องกังวลเก้อนะเฌอเบลล์”
“สาธุๆ ขอให้นายสมหวังจริงๆ เถอะ เดี๋ยวฉันจะไปบนกับศาลพระภูมิหน้าบ้าน เต้นแก้ผ้าโชว์ไปเลยเป็นไง”
“เอาแฟนเธอไปด้วย คนเดียวคงไม่พอ”
“โอ๊ยขำ! คิกๆ คิกๆ คริสได้ทึ้งหัวฉันแน่ คิกๆ คิกๆ”
“หมอนั่นกล้าเหรอ” น้ำเสียงจริงจังและดุดันขึ้นมา
“ไม่ๆ คริสไม่กล้าหรอก ฉันแค่พูดเล่น นายอย่าจริงจังเชียว” เฌอเบลล์หยุดขำแล้วรีบโบกมือส่ายหน้าปฏิเสธเป็นพัลวัน
“แล้วไป ถ้าหมอนั่นรังแกเธอก็บอกฉันนะ”
“คริสเขารักฉันจะตาย”
“อืม....ก็ดี”
ตอนนั้นเองที่เสียงริงโทนโทรศัพท์มือถือของเฌอเบลล์ดังขึ้น เฌอเบลล์รีบร้อนล้วงโทรศัพท์ในกระเป๋า วาคิมรู้ทันทีว่าใครคือผู้โทรเข้ามา
คริส....แฟนใหม่ของเฌอเบลล์
วาคิมเบือนหน้าหนี ไม่ต้องการมองสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความรักยามที่เฌอเบลล์คุยโทรศัพท์กับคริส ซึ่งมันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลยสักนิด เพราะถึงแม้ตาไม่มอง หูมันได้ยินชัดแจ๋ว
หัวใจแข็งกระด้างเหมือนโดนฉีกทึ้งรุนแรงจนย่อยยับราวกับเศษผ้าขี้ริ้วไร้ค่า แต่เขาก็ไม่ได้แสดงความรู้สึกใดๆ ออกมา นอกจากพูดกับตัวเองว่า ‘เป็นแบบนี้มันก็ดีแล้วล่ะ ความสุขของเธอคือความปรารถนาของฉัน เจ็บก็ไม่เป็นไร ฉันเลือกให้เป็นแบบนี้เอง’
+++++++++++++++++++
‘มาอีกแล้ว’ สิตาโผล่หัวพ้นน้ำก็พบรองเท้าผ้าใบคุ้นตา การมาของวาคิมสร้างความรู้สึกปั่นป่วนให้สิตาไม่น้อย สองมือเรียวจับขอบสระว่ายน้ำ เธอใช้สายตามองจากปลายเท้าขึ้นไปยังใบหน้าหล่อเหลา
ผู้ชายคนนี้มีเสน่ห์เกินต้านทาน เขาคนนี้....คนที่มีผู้หญิงต่อแถวให้จิ้มเลือกยาวเป็นหางว่าว กลับมาตามจีบผู้หญิงอย่างสิตา ตอนนี้จึงทำให้สิตาและวาคิมตกเป็นที่สนใจของเหล่านักศึกษาในมหาวิทยาลัย
....ใครๆ ก็พูดถึงเขาในแง่ดี
....ใครๆ ก็พูดถึงเธอในแง่ร้าย
สถานะทางการเงินของเธอมันสร้างความลำบากใจให้คนเหล่านั้น คงต้องโทษเธอสินะ?
“สวัสดีค่ะพี่วาคิม”
“อืม” ชายหนุ่มส่งเสียงตอบสั้นห้วน และดูเหมือนเขาเพิ่งรู้สึกตัวว่าตอบสั้นห้วนเกินไปจึงพูดต่อ “เธอบอกว่าจะไปดูพี่แข่งฟุตบอล นี่ก็ใกล้ได้เวลาแล้ว”
ถึงแม้เขาจะพูดยาวขึ้น แต่สีหน้ายังเรียบเฉยเหมือนเดิม ระยะเวลา 1 เดือนที่วาคิมตามจีบ คำพูดและการกระทำทุกอย่างของวาคิมที่แสดงออก ทำให้สิตาเข้าใจว่าเขาเป็นผู้ชายเย็นชา
คนเย็นชาไม่ใช่คนไร้ความรู้สึก หากแต่เป็นคนที่เก็บความรู้สึกเก่ง....สิตาคิดอย่างนั้น
“ขอโทษค่ะ หนูซ้อมว่ายน้ำเพลินไปหน่อย”
“รีบขึ้นมาสิ แต่งตัวแล้วไปนั่งข้างสนาม พี่วางกระเป๋าเอาไว้ที่อัฒจันทร์ เธอจำกระเป๋าพี่ได้ใช่ไหม”
“จำได้ค่ะ”
“อย่าให้รอนาน”
“ค่ะ”
สิตาขึ้นจากสระว่ายน้ำด้วยความงุนงง ขณะที่วาคิมหมุนตัวเดินจากไป เมื่อสักครู่วาคิมได้ออกคำสั่งกับเธอ คนจีบกันมีสิทธิ์มาออกคำสั่งให้ทำนั่นทำนี่ตั้งแต่เมื่อไรกัน คำพูดและการกระทำของวาคิมที่แสดงออกมา ราวกับว่าสิตาเป็นผู้หญิงใต้อาณัติของเขาแล้ว
หญิงสาวสะบัดหัวไปมา ตอนนั้นเองที่ได้ยินเสียงหัวเราะเยาะ
“เรียกร้องความสนใจเก่ง อยากได้เขาจนตัวสั่นแต่แสดงละครเป็นนางเอกเล่นตัว ลูกไม้ตื้นๆ”
“ฉันว่านางต้องเล่นของใส่พี่วาคิมแน่เลยลูกเกด”
“คิกๆ อาร์ตี้เธออย่าเอาเรื่องจริงมาพูดเล่นสิ คิกๆ เดี๋ยวนางก็เสกหนังควายเข้าท้องเราหรอก”
“เราต้องเข้าวัดทำบุญกันแล้วล่ะลูกเกด”
ไม่รู้ว่าสองสาวตกลงกันไปทำบุญที่ไหน สิตาเดินไปไกลกว่าจะได้ยินเสียงจากผู้ไม่หวังดี แต่แล้วเมื่อสิตาอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า มานั่งบนอัฒจันทร์ข้างสนามก็ต้องเจอสองสาวผู้ไม่หวังดีอีกจนได้
“กินข้าวเย็นด้วยกัน วันนี้พี่จะไปส่งที่บ้าน”
ด้วยสถานะนักศึกษาทุนหมู่น้อย จึงทำให้ตกเป็นเป้าสายตาของนักศึกษาร่ำรวยหมู่มาก ตอนนี้วาคิมทำให้ผู้คนมองเราเป็นจุดเดียว สิตาสามารถตอบปฏิเสธได้ วาคิมอนุญาตให้สิตาพูดในสิ่งที่ต้องการ แต่ไม่อนุญาตให้เธอทำมันสำเร็จขัดกับความต้องการของเขา
และยิ่งกว่านั้น ถ้าหากเธอปฏิเสธเขาต่อหน้าคนอื่น ทุกคนที่นี่คงพากันสาปส่งเธอ และถึงแม้การปฏิเสธมันจะมีผลลัพธ์ที่แย่ ทว่าการตอบรับคำชวนก็มีผลลัพธ์ที่แย่ไม่ต่างกันนัก ไม่ว่าสิตาจะขยับตัวทำอะไรหรือพูดอะไร ก็ล้วนแต่ขัดหูขวางตาคนที่นี่ทั้งสิ้น
“อย่าคิดนาน”
“คะ?”
“คำตอบล่ะ”
“ค่ะ แต่กลับเร็วหน่อยนะคะ”
“อืม”
เชื่อว่าตอนนี้ทุกคนคงกำลังด่าว่าร้ายอยู่ในใจอย่างแน่นอน หากทว่าเหนือสิ่งอื่นใดคือ....สิตาสามารถทำให้คนเหล่านั้นอิจฉาริษยาในสิ่งที่พวกเธอไม่ได้ นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไปคงมีหลายคนกินไม่ได้นอนไม่หลับ สิตาสร้างความลำบากใจให้คนเหล่านั้นเข้าแล้วล่ะ
รอยยิ้มบนดวงหน้างดงามเผยขึ้น ดวงตาทอดมองการแข่งขันฟุตบอลอย่างให้ความสนใจ
ความจริงแล้วมันคือการเตะฟุตบอลเล่นกันของหนุ่มๆ มากกว่า แต่เมื่อแบ่งทีม นับคะแนน และมีสาวสวยมานั่งเชียร์ข้างสนาม มันก็กลายเป็นการแข่งขัน นักกีฬาในสนามจริงจังต่อการเล่นมาก สิตาจึงเข้าใจคำพูดของวาคิม ทำไมเขาถึงเรียกมันว่าการแข่งขันฟุตบอล ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้
+++++++++++++++++++++++
เบนซ์คันหรูจอดหน้าบ้านเดี่ยวชั้นเดียวในเวลา 1 ทุ่มตรง ภายในรถที่ไม่มีใครพูด ไร้เสียงเพลง สิตาขยับตัวเพื่อปลดสายคาดเบลท์ เสร็จแล้วจึงหันหน้ามาหาวาคิม พบว่าเขามองเธออยู่ก่อนแล้ว สิตาตกใจ สาบานเลยว่าเมื่อก่อนเธอไม่ได้เป็นคนขวัญอ่อนขี้ตกใจขนาดนี้
เมื่อตั้งสติได้สิตาก็คลี่รอยยิ้มแล้วคุยกับวาคิมอย่างปกติ
“ขอบคุณนะคะที่มาส่ง”
“มันเป็นหน้าที่ของพี่อยู่แล้ว”
“คะ?” หญิงสาวได้แต่งง ที่เขาพูดมันหมายความว่ายังไง ‘หน้าที่ของพี่’
“แฟน”
“แฟนเหรอคะ”
“มีอะไรให้เข้าใจยาก”
“พี่วาคิมจีบหนูอยู่ไม่ใช่เหรอคะ”
สิตาไม่ได้เข้าใจยาก แต่ความเข้าใจของเธอและวาคิมมันต่างกันต่างหากล่ะ แฟนอะไรกัน ยังไม่ทันได้ตอบตกลงเลยด้วยซ้ำ ทึกทักโมเมไปเองก็เป็น ผู้ชายระดับวาคิมไม่คิดเลยว่าเขาจะเป็นคนอย่างนี้
“เราเริ่มเป็นแฟนกันตอนอยู่ในร้านอาหาร”
“.....” หญิงสาวได้แต่เงียบ มองชายหนุ่มสุดหล่อบุคลิกเย็นชาตรงหน้า เธอทำหน้างงแล้วเหม่อลอยไปกับความคิด สิตามั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีทางที่เธอจะพลั้งปากพูดก่อนคิดแน่นอน เธอไม่ใช่คนไร้สติขนาดนั้น
“หนูยังไม่ได้ตอบตกลง เราไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้กันด้วยซ้ำ หนูจำได้นะคะ”
“เธอกินราดหน้าของพี่ พี่กินราดหน้าของเธอ คนปกติเขาไม่กินอาหารที่คนอื่นกินไปแล้วหรอกนะ”
“.....” คนฟังถึงกับพูดไม่ออก เมื่อคิดดูดีๆ สิ่งที่วาคิมพูดมานั้นมีเหตุผล ไม่กินของเหลือหรือต่อจากใคร ยิ่งกว่านั้นคือ....หญิงสาวหน้าร้อนผ่าว มองคนตรงหน้าด้วยดวงตาโต มีอาการเลิ่กๆ ลั่กๆ
วาคิมไม่กินเผ็ด ร้านอาหารวันนี้สิตาเลือกเอง แม้ไม่ใช่ร้านอาหารที่หนูหรา แต่ก็เป็นร้านอาหารที่อร่อยและสะอาดถูกหลักอนามัย วาคิมสั่งเมนูเดียวกับสิตา นี่เป็นครั้งแรกที่วาคิมกินราดหน้า วาคิมเห็นสิตาปรุงเขาก็ปรุงบ้าง ไม่รู้ตอนนั้นวาคิมคิดอะไรอยู่ แทนที่จะตักน้ำตาลกลับตักพริกป่นใส่จานตัวเอง ทีแรกสิตาไม่รู้ พอเห็นท่าทีกระอักกระอ่วนของวาคิมเธอถึงเข้าใจว่าเขา ‘ไม่กินเผ็ด’
พอสิตาบอกให้วาคิมสั่งใหม่ เขาก็ไม่ยอมสั่งใหม่ แต่ตักราดหน้าที่เขาปรุงมาให้เธอชิม รสชาติมันดีไม่ได้แย่ แต่มันแค่เผ็ดเท่านั้นเอง
‘กินได้ไหม’
‘ได้ค่ะ’
‘งั้นก็เปลี่ยนจานกัน’
เรื่องมันก็เป็นแบบนี้ แต่ที่ทำให้สิตาเขินหน้าร้อนหน้าแดงก็เพราะเขาใช้ช้อนเธอ เธอใช้ช้อนเขา เท่ากับว่าเธอและเขาจูบกันทางอ้อม โดยมีช้อนเป็นสื่อกลาง
คุณพระคุณเจ้าช่วย!!!
“เข้าใจแล้วใช่ไหมสิตา”
“......” ยังพูดไม่ออก ลิ้นมันอ่อนเปลี้ย
“ไม่ตอบแสดงว่าเข้าใจ นับตั้งแต่วันนี้เราเป็นแฟนกัน”
“พี่....พี่วาคิมคะ” ในที่สุดก็หาเสียงเจอจนได้ หัวใจสิตาเต้นแรง ตอนนี้ไม่ใช่แค่หน้าที่ร้อน แต่เนื้อตัวก็ร้อนด้วยเพราะเลือดในร่างมันสูบฉีดพลุ่งพล่าน
มือเรียวขยุ้มกระโปรงเพื่อเรียกสติ อย่างไรวันนี้ก็ต้องถามให้แน่ใจ
“ว่ามาสิ เธอคงมีคำถาม” เขาเดาได้ถูกต้อง ราวกับอ่านใจเธอออก
“ทำไมถึงอยากได้หนูเป็นแฟนเหรอคะ”
“เพราะเธอคือสิตาพี่ถึงอยากได้เป็นแฟน”
ไม่รู้ทำไม ทั้งที่ได้คำตอบแล้วแท้ๆ แต่กลับเหมือนว่ายังไม่ได้คำตอบ สิตามองวาคิมอย่างพิจารณาเพื่อจับพิรุธ ความนิ่งของเขาทำให้เธอมองเขาไม่ออก ไม่แม้แต่จะคาดเดาความคิดและการกระทำเขาด้วยซ้ำ
และ....เปาะ!!!
“โอ๊ย!!!” สิตาเอามือกุมหน้าผาก ส่งเสียงร้องโอ๊ยทั้งตกใจทั้งเจ็บ “พี่ดีดหน้าผากหนู”
“เข้าบ้านได้แล้ว อยากโดนแม่ดุหรือไง”
“ตายจริง!! งั้นขอตัวก่อนนะคะ ขับรถกลับดีๆ”
เธอพรวดพราดลงจากรถ รีบวิ่งเข้าบ้านอย่างว่องไว วาคิมยิ้ม มันเป็นรอยยิ้มที่คาดเดาได้ยากว่าเขาต้องการสื่อความรู้สึกอะไรกันแน่ คงมีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ว่าทำไมถึงได้ยิ้มออกมา
+++++++++++++++++++++
หญิงสาวสูดลมหายใจทำใจก่อนเปิดประตูเข้าบ้าน รู้สึกหวาดหวั่นและตื่นเต้นคล้ายคนทำความผิด อาจเพราะห่วงความรู้สึกแม่ ‘วิภาดา’ จึงทำให้วิตกจริตไปต่างๆ นานา
หญิงสาวเดินเข้าไปในบ้าน บริเวณโถงอเนกประสงค์มีร่างบางของหญิงสูงวัยผู้หญิงนั่งอ่านหนังสือ วิภาดาเงยหน้าขึ้นมา สิตาสะดุ้งเล็กน้อยแต่ควบคุมสติได้ดี คลี่ยิ้มแล้วเดินไปนั่งข้างวิภาดา โอบกอด หอมแก้มซ้ายขวาอย่างที่ชอบทำ
“สวัสดีค่ะคุณแม่ ขอโทษที่ให้รอนะคะ แถมยังให้คุณแม่กินข้าวเย็นคนเดียวด้วย”
“แม่ไม่ได้รู้สึกลำบากขนาดนั้น อย่างน้อยทุกเช้าเราก็กินข้าวด้วยกัน พ่อหนุ่มคนนั้นคงอยากมีเวลากินข้าวกับลูกบ้าง แม่เข้าใจ” วิภาดาพูดไปยิ้มไป
เธอพร้อมเข้าใจลูกสาว ความรักเป็นสิ่งสวยงาม แต่บางครั้งก็เป็นดั่งมีดสองคม วิภาดาไม่ห้ามหากสิตาจะมีความรัก แต่ขอแค่สองอย่าง
1.รักตัวเอง
2.อย่าแย่งคนรักของคนอื่น
หลังจากครอบครัวถูกฟ้องล้มละลาย ชีวิตสูงดิ่งลงต่ำ สามีด่วนไปสวรรค์จากโรคภัยและปัญหาชีวิตรุมเร้า คนที่ยังมีลมหายใจยังต้องดิ้นรนใช้ชีวิตต่อไป หนี้สินทั้งหลายถูกใช้คืนหมดทั้งต้นทั้งดอกด้วยเงินประกันชีวิตของเกริกพล วิภาดาเชื่อว่าที่สามีของเธอด่วนจากไปเร็ว นั่นเพราะต้องการรับผิดชอบหนี้และรับผิดชอบต่อครอบครัว แต่ถึงแม้ครอบครัวจะพ้นจากสถานะบุคคลล้มละลายไปแล้ว ญาติสนิท มิตรสหาย ต่างก็หมางเมินไม่มีใครคบค้าสมาคม
วิภาดารู้สึกเสียใจ แต่ก็ต้องยืนหยัดอย่างเข้มแข็งเพื่อลูกสาวที่เป็นแก้วตาดวงใจ
หากทว่ามันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น วิภาดาทำอะไรไม่เป็น ด้วยอายุ 50 ปี ใครอยากรับเธอเข้าทำงาน ตอนนี้สร้างความลำบากให้แก่ลูกสาว สิตาต้องไปทำงานพิเศษ
เงินมีได้ก็หมดได้ หากไม่ขยับตัวทำอะไรเลย เงินมันย่อมมีวันหมด
“แม่อยากให้ลูกมีความสุขนะ”
“คุณแม่ไม่คิดว่าหนูยังเด็กเกินกว่าจะมีความรักเหรอคะ”
“ลูกโตเป็นสาวแล้วนะ การที่แม่ห้ามโน่นห้ามนี่มันอาจกลายเป็นอาวุธที่ทำร้ายลูกเข้าสักวัน แต่ถึงแม่จะไม่ห้ามลูกก็ต้องมีสติในคำพูดและการกระทำ”
เมื่อครั้งที่สิตาขอทำงานพิเศษ วิภาดาไม่เห็นด้วย เธอติดนิสัยของคุณนาย ลืมความเป็นจริงไปชั่วขณะ สิตาอธิบายให้เข้าใจ วิภาดาจึงต้องกลับมาสู่ความเป็นจริง แม้เป็นห่วงแต่ต้องคิดถึงอนาคตของสิตา
แม่นกที่เอาแต่ป้อนอาหารให้ลูก ไม่ยอมให้ไปหาอาหารเอง อนาคตจะเป็นยังไง.....คงนึกภาพออกกระมัง และวันนี้วิภาดานำเอาคำพูดของสิตามาใช้
“ค่ะ ที่คุณแม่สอนหนูจำได้”
“ดีแล้ว” มือเรียววางบนศีรษะของสิตาแล้วลูบเบาๆ กล่าวด้วยเสียงหวาน “พ่อหนุ่มคนนั้นพอจะมีชัยบ้างหรือเปล่า” สิตาไม่ได้ปกปิดเรื่องมีคนมาจีบ นับตั้งแต่วันแรกที่วาคิมเข้ามาทักทายจนกระทั่งมาจีบ สิตาบอกเล่าให้วิภาดาฟังเสมอ
“พี่วาคิมเขา....” สิตาไม่รู้ว่าควรพูดดีหรือไม่ควรพูดดี
“เขาเห็นลูกเล่นตัวก็เลยเล่นตัวบ้างเหรอ” วิภาดาแซวลูกสาว
“เปล่าค่ะคุณแม่ พี่วาคิมเขาไม่ได้เล่นตัวเลยค่ะ คุณแม่อย่าแซวสิคะ หนูก็...ที่หนูเล่นตัวเพราะกลัวพี่วาคิมเขาไม่จริงใจต่างหาก”
“แล้วตอนนี้?”
“อยู่ดีๆ พี่เขาก็เป็นแฟนหนูค่ะ”
“หื้ม?”
“จริงๆ ค่ะคุณแม่ คือเรื่องมันเป็นอย่างนี้ค่ะ.....” ว่าแล้วสิตาก็เล่าเรื่องที่เกินขึ้นวันนี้ให้วิภาดาฟัง สิตาไม่มีเพื่อน มีแม่คนเดียวที่สนิทและไว้ใจ มีเรื่องหนักอกหนักใจหรือไม่เข้าใจก็มักเล่าและปรึกษาแม่เสมอ
วิภาดาฟังที่ลูกสาวเล่าก็พลอยได้อึ้งได้ขำ ในใจเกิดเสียงสะท้อน ‘วัยรุ่นสมัยนี้จีบกันแปลกประหลาดดี’ วิภาดาอาจต้องทำความเข้าใจกับวัยรุ่นสมัยนี้ใหม่ แต่เห็นลูกสาวพูดถึงวาคิมแล้วแสดงสีหน้าหลากหลาย ก็สร้างความสุขให้แก่วิภาดาไม่น้อย
“ลูกชอบเขาหรือเปล่า”
“หล่อและโปรไฟล์ดีขนาดนั้น ไม่มีผู้หญิงคนไหนต้านท้านได้ค่ะ พี่วาคิมเป็นคนที่ใครเห็นแล้วต้องตกหลุมรัก ถึงพี่วาคิมจะเย็นชา แต่นั่นคือเสน่ห์ค่ะ”
“พูดซะยาวแต่แม่ก็ไม่ได้คำตอบ”
“ถ้าหนูหวั่นไหว ถ้าหนูรัก ถ้าหนูรู้สึกดี พี่วาคิมจะทำร้ายหนูไหมคะ คนมีความรักก็สามารถกลายเป็นคนอกหักได้”
“ประสบการณ์จะสอนให้ลูกเติบโตเอง แม่ก็ตอบไม่ได้ ลูกต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง ถ้ารู้สึกโดนทำร้าย ก็แค่ถอยออกมารักษาแผล แม่ไม่เคยอกหัก แต่แม่ก็เคยเห็นคนอกหัก หวังว่าลูกจะใช้วิธีการที่ไม่ทำร้ายตัวเอง ลูกของแม่เป็นคนฉลาด”
“หนูจะจำไว้ค่ะคุณแม่”
ชีวิตที่ง่ายเกินไปจะเรียกว่าชีวิตได้อย่างไร อุปสรรคในชีวิตเหมือนด่านเคราะห์ที่ต้องฝ่าฟันมันไปให้ได้ ประสบการณ์ในชีวิตไม่ว่าดีหรือร้ายมันจะทำให้ชีวิตในอนาคตง่ายขึ้น เคยผ่านมาแล้วจึงรับมือได้ วิภาดาไม่อยากให้ลูกสาวเป็นเหมือนเธอ ทว่าอดีตมันย้อนกลับไปไม่ได้ จึงพยายามทำวันนี้ให้ดีที่สุด
บทล่าสุด
#38 บทที่ 38 บทส่งท้าย
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#37 บทที่ 37 ตอนพิเศษ(4)
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#36 บทที่ 36 ตอนพิเศษ(3)
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#35 บทที่ 35 ตอนพิเศษ(2)
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#34 บทที่ 34 ตอนพิเศษ(1)
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#33 บทที่ 33 ความสุขอยู่กับเราเสมอ
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#32 บทที่ 32 ไปเสม็ดเสร็จพี่แน่ [NC]
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#31 บทที่ 31 มีเมียก็ต้องอวด
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#30 บทที่ 30 เรื่องที่ยังค้างคาใจ
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#29 บทที่ 29 ผงาดอย่างราชสีห์(เหรอ?)
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026
คุณอาจชอบ 😍
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
รักระรินใจ
เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!
..................................................................
พระเอก: ราฟาเอล มิลเลอร์
มาเฟียหน้าหล่อ แต่นิสัยโหด ไม่เคยได้รับบาดแผลใจอะไรในวัยเด็ก แต่กลับมีนิสัยบิดเบี้ยวอันน่ากลัว เพราะความทะนงตัวทำให้อยากได้อะไรก็ต้องได้ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ใครกล้าขัดใจมีอันต้องอันตรธานหายไปจากสายตา สุขุม ซ่อนความใจร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง แค่เพียงปรายตามองก็ทำเอาคนหายใจแทบไม่ออก
นางเอก: เกรซ โคปา (สีน้ำ)
บอดี้การ์ดสาวสวยฝีมือดี ถูกลักพาตัวมาฝึกเป็นทหารตั้งแต่เด็ก ถูกสอนให้ใช้อาวุธ เรียนศิลปะป้องกันตัว เรียนรู้การอารักขา และลอบฆ่า
นิสัย (เดิม) เงียบขรึม จริงจัง ทะเยอทะยาน
..................................................................
เรื่องย่อ
สีน้ำทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่อ่านอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากสอบเข้ามหาลัยเสร็จหมาด ๆ นิยายเรื่องที่เธออ่านก็คือ 'กรงขังของนายมาเฟีย' นิยายอีโรติกสิบแปดบวกที่พระเอกเป็นมาเฟียจอมยึดติด ราฟาเอล มิลเลอร์ มาเฟียจอมโหดเขาหลงรักนางเอกที่เป็นคนธรรมดา เขาถูกใจในหน้าตาสะสวยของนางเอกของเรื่องอย่าง นาตาลี ตั้งแต่แรกเห็น เขาตกหลุมรักนางเอกในเรื่องอย่างนาตาลีแบบหัวปักหัวปำ แต่เลือกที่จะเข้าหาอีกฝ่ายด้วยวิธีผิด ๆ ซึ่งตัวละครที่สีน้ำทะลุเข้ามาสวมร่างไม่ใช่นางเอก แต่ทว่ากลับเป็นนางร้าย!
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า
เมียเด็กของท่านประธานร้ายรัก
เธอเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานธรรมดา ส่วนเขาคือท่านประธานผู้สูงส่ง เย็นชา และอันตรายเกินกว่าที่หัวใจดวงเล็ก ๆ ของเธอจะรับมือไหว
น้ำขิงไม่เคยคิดเลยว่า การเข้ามาฝึกงานในบริษัทวัฒนากร กรุ๊ป จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลเพราะเพียงคืนเดียว...เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขา
ภูริช วัฒนากร คือผู้ชายที่ใคร ๆ ก็เกรงกลัว
เขาร้าย เขาเย็นชา เขาไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร แต่กับเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ เขากลับทั้งหวง ทั้งหึง ทั้งร้ายกาจ และไม่ยอมปล่อยมือ
“เธอเป็นของฉัน น้ำขิง จำไว้ให้ดี”คำพูดของเขาเหมือนโซ่ตรวนผูกเธอไว้กับความรักที่ทั้งหวาน ทั้งเจ็บ และหนีไม่พ้น
ทว่าเมื่อความลับและคำกล่าวหาร้ายแรงถาโถมเข้ามาผู้ชายที่เคยกอดเธอแน่น กลับเป็นคนเดียวกันที่ทำให้เธอเจ็บจนแทบขาดใจ เธอไม่ได้ต้องการเงินของเขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งเมีย ท่านประธาน เธอต้องการเพียงความเชื่อใจจากผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจแต่เมื่อเขาไม่ฟัง...เธอจึงเลือกจากไป
พร้อมหัวใจที่แตกสลาย และอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ที่เขายังไม่รู้ว่ามีอยู่จริง
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
สัญญารักประธานร้าย
คลั่งไคล้ยัยแฮกเกอร์
แทนที่จะส่งตัวเธอให้ตำรวจ ประธานกู้ผู้ชอบใช้เงินแก้ปัญหา(และหวงของขั้นสุด) กลับโยนเช็คตัวเลขเจ็ดหลักใส่หน้า พร้อมยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้... นั่นคือการจ้างเธอเป็น 'กระสอบทรายระบายอารมณ์ส่วนตัว' แบบผูกขาด ห้ามรับงานอื่น ห้ามมองผู้ชายคนอื่น และห้ามปฏิเสธเมื่อเขาต้องการ!
ภายใต้แว่นตาขอบเงินที่ดูภูมิฐาน เขาคือพญามารจอมเอาแต่ใจที่ดุดันไม่เกรงใจเตียง จนเธอต้องลอบรีวิวสมรรถภาพของเขาในใจเหมือนรีวิวสินค้าในเถาเป่า ปากสั่นร้องไห้บอกว่าไม่ไหว แต่สมองกลับคำนวณทิปค่ากระเป๋าแบรนด์เนมอย่างรวดเร็ว
เมื่อความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วย 'เงินตราและราคะ' ถลำลึกจนเตียงแทบหักทุกคืน งานนี้สายลับสาวหน้าเงินจะกอบโกยกำไรจนคุ้ม หรือจะขาดทุนย่อยยับเพราะเผลอเอาหัวใจไปจำนองให้ท่านประธานกันแน่?
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี













