บทนำ
พิมพ์ดาว ได้ล่วงรู้เบื้องหลังบางอย่างของเขาที่ไม่อาจยอมรับได้ เธอจึงเลือกที่จะหนีเขามากับลูกน้อยในครรภ์ แต่ต่อให้เธอจะขุดรูหลบเขาอยู่ในส่วนไหนของโลก มาร์คัสก็ตามหาจนเจอ!
อารมณ์ขุ่นมัวของเจ้าพ่อขาโหดหายเป็นปลิดทิ้ง เมื่อได้เจอเด็กน้อยที่ถอดแบบเขามาทุกกระเบียดนิ้ว คนฟอร์มจัดเลยขจัดฟอร์มทิ้ง ยอมอุทิศคอให้ลูกขี่เล่น ยอมทิ้งอีโก้ที่มี เดินหน้าง้อลูกเมียอย่างเต็มสูบ
“จะรีบไล่ฉันกลับไปไหน ฉันมีเรื่องจะฝากเธอบอกลูกหน่อย”
“คุณจะฝากบอกอะไรใจดีคะ พรุ่งนี้เช้า ฉันจะบอกแกให้”
มือหนาฉวยโอกาสทาบทับลงบนเอวบางของเมีย ดวงตาคู่คมฉายแววปรารถนาออกมาเต็มเปี่ยมจนพิมพ์ดาวสั่นไปทั้งร่าง พยายามดิ้นรนผลักไส
“ถ้าจะรีบฝากบอกอะไรถึงใจดี ก็รีบพูดมาค่ะ ฉันมีงานต้องทำต่อ”
มาร์คัสใช้มือข้างเดียวยึดมือบางไว้เหนือหัว แล้วก้มลงมองหน้าเมียที่ชักสีหน้าตกใจกับการกระทำของเขา
“ฉันจะฝากจูบราตรีสวัสดิ์ลูกด้วย ได้ไหม”
“อะไรนะคะ! ใครเขาฝากจูบกัน”
คนหน้ามึนบอกพร้อมรอยยิ้มไม่น่าไว้ใจ “ก็ฉันนี่ไง”
“หา!”"
บท 1
เด็กหญิงรูปร่างอวบกลม ดวงตาใสแจ๋ว อายุราวสี่ขวบเศษ สวมชุดเดรสสั้นคอบัวแต่งลายลูกไม้ ตัวชุดเป็นสีฟ้าอ่อนพิมพ์ลายดอกไม้เล็กๆ ลุคคุณหนูวินเทจ มือป้อมๆ ที่เล็บถูกตัดอย่างเรียบร้อยสะอาดตากำตุ๊กตากระต่ายหูยาวตัวโปรดเอาไว้แน่น เด็กหญิงย่องออกจากห้องนอนเข้ามาในห้องครัวเพื่อจะหยิบส้มในตู้เย็นขนาดใหญ่ แม่หนูน้อยจำได้ดีว่า เมื่อคืน มารดาซื้อส้มกลับมา แล้วล้างทำความสะอาดก่อนแกะให้กินไปสองผล เป็นรางวัลที่ตอนนี้เด็กหญิง ‘ใจดี’ หรือ ‘เจสสิก้า พิมลพาณิชย์’ สามารถลดน้ำหนักลงไปได้สามขีด รสชาติของส้มเขียวหวานนั้นอร่อยถูกใจจนต้องร้องขอกินเพิ่ม เพียงแต่คุณแม่คนสวยบอกว่ากินเยอะเกินไปจะไม่ดี ทำให้หนูน้อยรู้สึกขัดใจเพราะรู้สึกว่าตัวเองควรได้รางวัลจากการลดน้ำหนักมากกว่านี้
“ใจดีลดน้ำหนักได้สามขีด ต้องได้กินส้มสามลูกสิ” แม่หนูชูสามนิ้ว คิ้วเรียวสวยบนใบหน้าเหมือนตุ๊กตาย่นยู่อย่างใช้ความคิดพินิจพิเคราะห์
ดวงหน้าจิ้มลิ้ม ผิวขาวอมชมพูหน้าตาเหมือนตุ๊กตาฝรั่งเปิดตู้เย็นออก ไอเย็นภายในตู้เย็นทำให้ใจดีรู้สึกสดชื่นจนยิ้มแก้มปริ แววตามีความหวังเปล่งประกายวิบวับเมื่อเห็นส้มผลใหญ่คัดพิเศษถูกวางเรียงในตะกร้าหวายแช่อยู่ชั้นวางด้านบนสุด แม้แม่หนูจะเขย่งเท่าไหร่มืออวบๆ ก็ยังแตะไปไม่ถึงผลส้ม ทว่า ดวงตาคู่ใสแจ๋วไม่มีแววย่อท้อในเรื่องกิน เพราะมารดามักสอนเสมอว่า
“ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากการอธิษฐาน แต่เราต้องลงมือทำ”
ถึงแม้มารดาจะไม่ได้หมายถึงความพยายามในเรื่องกิน แต่ใจดีก็ทึกทักเอาเอง เด็กหญิงยิ้มเผล่ก่อนจะวางน้องกระต่ายที่มีชื่อว่ายิ้มหวานลง
“ยิ้มหวานรอพี่ใจดีก่อนนะ พี่ใจดีจะหยิบส้มให้ยิ้มหวานด้วย”
จากนั้น เด็กหญิงก็มองหาตัวช่วย ก่อนจะเห็นเก้าอี้ที่โต๊ะกินข้าวสีขาวสไตล์วินเทจอยู่ไม่ห่างจากตู้เย็น ใจดีพาร่างอวบกลมวิ่งดุ๊กดิ๊กไปลากเก้าอี้มาวางข้างตู้เย็นแล้วพยายามปีนขึ้นไป ผลส้มดูเหมือนจะไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว ปลายนิ้วกำลังจะแตะถึงผลส้มแล้วเชียว ทว่า เด็กหญิงมีน้ำหนักเกินวัยไปหลายกิโลกรัม พอโน้มเอียงไปด้านใดด้านหนึ่งทำให้เสียการทรงตัว จากนั้นแค่พริบตาเดียว ร่างอวบจัดของแม่หนูพร้อมกับเก้าอี้ก็ล้มลงฟาดกับพื้น
“กรี๊ด!”
ใจดีตกใจ ทั้งเจ็บทั้งเสียดาย สุดท้าย ความพยายามในการหยิบส้มก็ไม่สำเร็จ
เสียงร้องกรี๊ดสลับกับเสียงร้องไห้นั้นทำให้ ‘พิมพ์ดาว’ ที่กำลังวุ่นวายอยู่กับการรับออเดอร์โรลสลัดผักและก๋วยเตี๋ยวลุยสวนรสเด็ดที่ทำส่งใหม่สดทุกวัน ต้องรีบวางโทรศัพท์หยุดการรับออเดอร์ไว้แค่นั้น
“ใจดี!” พิมพ์ดาวเรียกชื่อลูกสาวเสียงดัง เมื่อภาพที่เห็นคือแม่หนูตัวอวบล้มหน้าคว่ำอยู่ที่พื้น โชคยังดีที่เก้าอี้ไม่หล่นทับร่าง เพียงเท่านี้ คนเป็นแม่ก็เจ็บปวดมากกว่าแม่หนูที่กำลังนอนคว่ำหน้าวัดพื้นแล้วส่งเสียงโอดโอย ครวญคราง ร้องเรียกให้แม่จ๋าเข้ามาช่วย
เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ พิมพ์ดาวก็รีบประคองร่างลูกสาวขึ้นมาตรวจอาการด้วยความเป็นห่วง
“เจ็บมากไหมใจดี” พอเห็นว่าเด็กหญิงยังส่งเสียงพูดคุยได้แม้จะน้ำตานองหน้า คนเป็นแม่ก็เริ่มสบายใจ
“ใจดีจุกค่ะแม่ขา” เด็กหญิงไม่กล้าพูดต่อว่า เรื่องจุกไม่เท่าไหร่ แต่เจ็บใจที่จุกแล้วยังไม่ได้ส้มติดมือมาสักผลหนักหนากว่า
“ใจดีปีนเก้าอี้ทำไมคะลูก”
แม่หนูคนฉลาดก้มหน้าซบอกมารดาที่ยังอบอุ่นเหมือนเคย แล้วพูดอ้อมแอ้มในลำคอเบาๆ
“ใจดีได้ยินเสียงน้องส้มเรียกใจดี น้องบอกว่าอยากไปวิ่งเล่นในท้องใจดีค่ะแม่ขา”
คนจุกเพราะล้มแอ้กไปนอนวัดพื้นเงยหน้าจากอกแม่ขึ้นมาสบตากับพิมพ์ดาวแล้วยิ้มจนตาหยี ท่าทางยังเจ็บแต่ก็สดใส พิมพ์ดาวพอจะมองถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ออกแล้ว ใจดีคงลากเก้าอี้มาเพื่อพยายามปีนไปหยิบส้มในตู้เย็น
พิมพ์ดาวถอนหายใจ ดวงหน้าสวยส่ายหน้าเล็กน้อย ความกังวลใจลดลง ถ้าใจดียังพูดถึงเรื่องกินได้ แสดงว่าสมองไม่ได้รับการกระทบกระเทือน
“งั้นใจดีบอกแม่ขาหน่อยสิคะ น้องส้มเรียกใจดียังไง ขนาดขึ้นนอนไปแล้ว ใจดียังได้ยินเสียงน้องส้มร้องจะไปเล่นในท้องใจดีเลยค่ะ”
หนูน้อยมองหน้ามารดาพลางส่งยิ้มเผล่ ท่าทางเขินๆ ในขณะที่พิมพ์ดาวสังเกตเห็นว่ามุมปากซ้ายของลูกสาวมีดิปช็อกโกแลตติดอยู่ พอมองไปที่โต๊ะอาหารก็เดาสถานการณ์ได้ว่า ก่อนน้องส้มในตู้เย็นจะส่งเสียงร้องเรียกใจดีขอไปวิ่งเล่นในท้องกลมๆ ขนมปังแท่งกับดิปช็อกโกแลตคงขอเข้าไปวิ่งเล่นในกระเพาะอาหารน้อยๆ ที่บรรจุอาหารได้มากมายของลูกสาวไปแล้ว
พิมพ์ดาวเอื้อมมือไปหยิบทิชชูมาเช็ดปากให้ใจดีแล้วบอกว่า
“ถ้าตอบไม่ได้ว่าน้องส้มส่งเสียงร้องยังไง พรุ่งนี้ใจดีต้องอยู่บ้านกับพี่ขวัญ แม่ขาจะไม่พาไปส่งของด้วย เข้าใจนะคะ”
บทล่าสุด
#79 บทที่ 79 79
อัปเดตล่าสุด: 1/21/2026#78 บทที่ 78 78
อัปเดตล่าสุด: 1/21/2026#77 บทที่ 77 77
อัปเดตล่าสุด: 1/21/2026#76 บทที่ 76 76
อัปเดตล่าสุด: 1/21/2026#75 บทที่ 75 75
อัปเดตล่าสุด: 1/21/2026#74 บทที่ 74 74
อัปเดตล่าสุด: 1/21/2026#73 บทที่ 73 73
อัปเดตล่าสุด: 1/21/2026#72 บทที่ 72 72
อัปเดตล่าสุด: 1/21/2026#71 บทที่ 71 71
อัปเดตล่าสุด: 1/21/2026#70 บทที่ 70 70
อัปเดตล่าสุด: 1/21/2026
คุณอาจชอบ 😍
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิ”
"ภูวินทร์" แม้จะเป็นศัลยแพทย์ แต่เขากลับเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าที่ใคร ๆ คิดเอาไว้
“ในเมื่อวันนี้คุณหมอไม่พร้อม ก็ยกเลิกงานหมั้นวันนี้ไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นกับพวกคุณนะคะ”
"ศินีนารถ" ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของคู่หมั้น หลังจากที่เขาปล่อยให้งานหมั้นวุ่นวาย เพียบตบเดียวจากเธอ ถึงกับเรียกสติของเขากลับมาทันที
“ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง"
แม้งานหมั้นจะผ่านไปได้วยดี แต่ทว่า.... ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแบบนั้น
ทั้งเรื่องมือที่สาม และความไม่เข้าใจกัน ความดื้อดึงของเธอ เจอกับความเย็นชา เผด็จการและดุดันของเขา
เปลี่ยนคนที่โหดอย่างเขา กลายเป็นเริ่มคลั่งรักเธอ เริ่มขาดไม่ได้ และตามมาด้วยความหึงหวง
ซึ่งเป็นความหึงแบบไม่ธรรมดา ในเมื่อเขาคือ "สายโหด" ความขี้หึง ก็ต้อง "หึงโหด" เช่นกัน
"คู่หมั้นก็ถือเป็นสามีไปแล้วครึ่งหนึ่ง บอกมาว่ามันเป็นใคร แล้วให้มันแตะต้องตรงไหนบ้าง คืนนี้ผมจะลบออกไปให้หมด แล้วอย่าได้ให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องอีก คุณเป็นของผมคนเดียวเข้าใจมั้ย!"
"หมอคะคุณใจเย็น ๆ ก่อน อ๊าา!!!"
"คืนนี้ต่อให้ร้องขอชีวิต ก็อย่าคิดจะคลานลงจากเตียงนี้ไปได้เลย!"
รักไม่หลอก
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
คลั่งไคล้ยัยแฮกเกอร์
แทนที่จะส่งตัวเธอให้ตำรวจ ประธานกู้ผู้ชอบใช้เงินแก้ปัญหา(และหวงของขั้นสุด) กลับโยนเช็คตัวเลขเจ็ดหลักใส่หน้า พร้อมยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้... นั่นคือการจ้างเธอเป็น 'กระสอบทรายระบายอารมณ์ส่วนตัว' แบบผูกขาด ห้ามรับงานอื่น ห้ามมองผู้ชายคนอื่น และห้ามปฏิเสธเมื่อเขาต้องการ!
ภายใต้แว่นตาขอบเงินที่ดูภูมิฐาน เขาคือพญามารจอมเอาแต่ใจที่ดุดันไม่เกรงใจเตียง จนเธอต้องลอบรีวิวสมรรถภาพของเขาในใจเหมือนรีวิวสินค้าในเถาเป่า ปากสั่นร้องไห้บอกว่าไม่ไหว แต่สมองกลับคำนวณทิปค่ากระเป๋าแบรนด์เนมอย่างรวดเร็ว
เมื่อความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วย 'เงินตราและราคะ' ถลำลึกจนเตียงแทบหักทุกคืน งานนี้สายลับสาวหน้าเงินจะกอบโกยกำไรจนคุ้ม หรือจะขาดทุนย่อยยับเพราะเผลอเอาหัวใจไปจำนองให้ท่านประธานกันแน่?
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป













