บทนำ
บท 1
บทที่ 1
สัญญาณร้ายหรือดี
ย่างเข้ายามเว่ยของวันหนึ่งในรัชศกเทียนเจี้ยที่สิบสอง เมืองหลวงแคว้นเยียนถูกปกคลุมไปด้วยเมฆฝนหนาทึบราวกับว่าพายุจะเข้า เสียงฝนฟ้าคะนองดังกึกก้องไปทั่วผืนแผ่นดิน
เมฆฝนพวกนี้เคลื่อนตัวมาอย่างกะทันหัน ทำให้ชาวเมืองต่างพากันเก็บข้าวของหลบฝนกันวุ่นวาย พวกร้านค้าที่ตั้งอยู่ที่ถนนฟางเป่ยต่างก็รีบปิดประตูลง เพราะมีลมพัดกระโชกแรงพัดเอาเสื้อผ้าที่แขวนห้อยไว้หน้าร้านปลิวสะบัด บางตัวถึงกับหลุดออกจากราวแขวนไปกองอยู่ที่พื้นก็มี
“ไม่รู้ว่าวันนี้เกิดอันใดขึ้น เหตุใดฝนฟ้าถึงได้พิโรธถึงเพียงนี้” เจ้าของร้านผ้าเอ่ยกับเด็กเฝ้าร้านที่เพิ่งจ้างมาได้ไม่กี่วันด้วยความแปลกใจ
เด็กเฝ้าร้านได้ยินเถ้าแก่เอ่ยก็ตอบกลับ พร้อมกับใช้มือทั้งสองข้างรีบเก็บของเข้าร้านไปด้วย “ข้าคิดว่าคงไม่มีเรื่องร้ายอันใดหรอกขอรับเถ้าแก่ นี่ก็เข้าฤดูคิมหันต์แล้ว ย่อมมีพายุเป็นธรรมดา อย่าคิดมากเลยขอรับ”
“อ้อ…จริงของเจ้า ข้าก็ลืมนึกไปเลยว่านี่เข้าฤดูคิมหันต์แล้ว เช่นนั้นรีบเก็บของกันเถอะ ประเดี๋ยวฝนจะสาดเข้ามาในร้านเสียก่อน” เถ้าแก่เอ่ยจบก็รีบออกมาช่วยเด็กเฝ้าร้านเก็บของด้วยเพราะกลัวว่าจะไม่ทันการ
เมื่อทุกอย่างกลับเข้าไปอยู่ในร้านแล้ว พวกเขาก็รีบดึงประตูปิดทันที
อีกด้านหนึ่งทางวังหลวง
ณ ตำหนักเยี่ยนฟางในห้องพระบรรทมชั้นใน ฮองเฮาที่กำลังเจ็บท้องคลอดอยู่นั้น เวลานี้ใบหน้าชื้นไปด้วยเหงื่อ เสียงหอบหายใจถี่ พร้อมหน้าอกที่กระเพื่อมขึ้นลงนั้น บ่งบอกว่าพระนางกำลังทรงทรมานเป็นอย่างยิ่ง
“ฮองเฮาทรงอดทนอีกนิดนะเพคะ ประเดี๋ยวหมอหลวงก็คงจะมาถึงแล้ว” เสี่ยวหลัวนางกำนัลคนสนิทกล่าว ต่อให้จะเป็นการกล่าวเพื่อให้กำลังใจ แต่ทว่าสีหน้าของนางก็ยังคงเป็นกังวลอยู่
ไม่น้อย เพราะนางกำนัลอีกคนหนึ่งไปตามหมอหลวงนานแล้ว แต่ก็ยังไม่มาสักที เช่นนั้นแล้วเหล่านางกำนัลที่ตำหนักเยี่ยนฟางต่างก็ร้อนใจมาก
ฮ่องเต้เองก็ทรงร้อนพระทัยเช่นกัน พระองค์เดินไปเดินมาอยู่ที่หน้าตำหนัก จนสุดท้ายทนไม่ไหวต้องเร่งทหารให้ไปดูว่าหมอหลวงออกมาหรือยัง
“พวกเจ้าสองคนไปดูหมอหลวงที หากจำเป็นต้องแบกก็แบกมาเลย ให้มาให้เร็วที่สุด” ฮ่องเต้ตรัสขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด แต่แลดูเป็นกังวลไม่น้อย
“พ่ะย่ะค่ะ” ทหารองครักษ์สองนายได้รับพระบัญชาแล้วก็รีบวิ่งออกไปทันที
“ฝ่าบาทอย่าทรงร้อนพระทัยไปเลยพ่ะย่ะค่ะ”
หวงกงกงเอ่ยขึ้นมาอย่างอดเป็นห่วงไม่ได้ เขากลัวว่าหากฮ่องเต้ทรงเป็นกังวลมากเกินไป จะกระทบพระวรกายอันล้ำค่าของพระองค์
ฮ่องเต้หันมากล่าวกับหวงกงกงด้วยพระสุรเสียงที่จริงจัง “เจ้าจะไม่ให้เราร้อนใจได้อย่างไร เวลานี้ฮองเฮากำลังจะคลอดคือบุตรคนแรกของเรานะ อย่าว่าแต่เราเลย ต่อให้เป็นผู้อื่นก็ต้องร้อนใจไม่แพ้กัน”
ทหารองครักษ์สองคนวิ่งออกไปได้ยังไม่ทันถึงไหนก็กลับมาพร้อมกับหมอหลวง ซึ่งทั้งสองวิ่งมาอย่างเร่งรีบ อีกทั้งยังมีศิษย์จากสำนักหมอหลวงอีกผู้หนึ่งมาช่วยด้วยเหมือนกัน พวกเขามาพร้อมเครื่องมือครบครัน เตรียมพร้อมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“ขอพระราชทานอภัยพ่ะย่ะค่ะ พวกกระหม่อมมาช้า”
เมื่อฮ่องเต้เห็นว่าหมอหลวงมาถึงแล้วก็โล่งพระทัย “อย่าได้มาเสียเวลาอยู่ตรงนี้เลย รีบเข้าไปเถอะ”
เมื่อได้รับคำสั่ง หมอหลวงก็ไม่รอช้ารีบเข้าห้องคลอดทันที แม้ว่าอากาศภายนอกยามนี้มีฝนตั้งเค้า แต่ทว่าคนที่อยู่ด้านในล้วนแต่เหงื่อผุดขึ้นซึมเต็มใบหน้า สีหน้าของทุกคนมีแต่ความกังวล เนื่องจากทำคลอดกันมาเกือบหนึ่งชั่วยามแล้ว แต่เด็กก็ยังไม่ยอมออกมาเสียที ฮ่องเต้ที่รออยู่ด้านนอกก็ยิ่งร้อนพระทัยเข้าไปใหญ่
“ฮองเฮาได้โปรดพยายามอีกหน่อยนะพ่ะย่ะค่ะ รับรองว่าคราวนี้ต้องสำเร็จเป็นแน่” หมอหลวงที่อยู่หลังม่านกล่าวกับฮองเฮาที่ยามนี้พยายามใช้แรงเบ่งคลอดบุตรมาไม่รู้ตั้งกี่ครั้งแล้ว
ต่อให้นางจะเบ่งมาแล้วเป็นร้อยครั้งก็ตาม แต่ถึงอย่างไรต้องเบ่งต่อไปอีกจนกว่าทารกน้อยจะออกมา ฮองเฮาพยักหน้าอย่างมุ่งมั่น ก่อนจะรวบรวมแรงกายแรงใจทั้งหมดอีกครั้ง เพื่อให้บุตรที่อยู่ในครรภ์ได้ออกมาดูโลกภายนอก ทุกคนที่อยู่ในห้องนี้ต่างก็เอาใจช่วย และหากเป็นไปได้ นางกำนัลกลุ่มนี้ก็คงจะเบ่งคลอดแทนแล้ว
ไม่นานประตูตำหนักเยี่ยนฟางก็เปิดออก พร้อมศิษย์สำนักหมอหลวงผู้หนึ่งโผล่หน้าออกมารายงานความคืบหน้าต่อฮ่องเต้ที่ยืนรออยู่หน้าตำหนัก “ทูลฝ่าบาท ฮองเฮาทรงมีภาวะคลอดยาก อาจจะต้องใช้เวลานานสักหน่อยพ่ะย่ะค่ะ”
“คลอดยากอย่างนั้นหรือ แล้วจะเป็นอะไรมากหรือไม่”
เสียงสตรีวัยกลางคนผู้หนึ่งดังมาจากเบื้องหลังฮ่องเต้ ซึ่งเป็นไทเฮานั่นเองที่เสด็จมาพร้อมกับนางกำนัลอีกจำนวนหนึ่ง
“ถวายบังคมไทเฮา” ศิษย์สำนักหมอหลวงผู้นั้นค้อมกายลงต่ำคราหนึ่ง จากนั้นจึงกล่าวต่อ “กระหม่อมก็ไม่สามารถคาดเดาได้พ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อได้ฟังคำตอบแล้ว ทั้งฮ่องเต้และไทเฮาก็เป็นกังวลยิ่งนัก ภาวะคลอดยากนั้นมิใช่เรื่องเล่น ๆ มีสตรีหลายคนที่อยู่ในภาวะคลอดยากเช่นนี้ แล้วจบลงด้วยการสูญเสีย ซึ่งถ้าไม่สูญเสียแม่ก็อาจจะสูญเสียลูก หากร้ายแรงกว่านั้นก็สูญเสียทั้งสองคน ทั้งสองจึงได้แต่ภาวนาว่าขออย่าได้เกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับฮองเฮาและบุตรของนางเลย
“เสด็จแม่พอจะมีหนทางหรือไม่” ฮ่องเต้ที่ไม่รู้ว่าจะหันหน้าไปพึ่งผู้ใดนั้น ก็หันมาถามมารดาของตน เพราะอย่างน้อยพระนางก็ผ่านการคลอดบุตรมาก่อน ซึ่งอาจจะมีหาทางมาช่วยแก้ปัญหานี้ได้
เมื่อเจอคำถามของบุตรชาย ไทเฮาจึงได้แต่ส่ายศีรษะช้า ๆ อย่างจนปัญญา เพราะแม้แต่หมอหลวงยังไม่สามารถบอกได้เลยว่าจะเป็นอย่างไร ถึงแม้นางจะเป็นไทเฮาก็จริง แต่เป็นเพียงแค่สตรีผู้หนึ่งเท่านั้น จะไปหาทางแก้ปัญหาภาวะคลอดยากได้อย่างไร
“แม่คิดว่า พวกเราสงบสติและสวดภาวนาของให้สวรรค์ช่วยนางอย่างสุดความสามารถเถอะนะ” ไทเฮากล่าวออกมาอย่างจนปัญญา
ฝนฟ้าจากเดิมที่เคยมืดครึ้มและลมพัดแรง มาบัดนี้ฝนที่ตั้งเค้าอยู่นานก็ตกลงมาแล้ว อีกทั้งยังมีเสียงฟ้าร้องและปรากฏฟ้าแลบขึ้นอีกด้วย บรรยากาศภายนอกที่น่ากลัวนี้ เหมือนกับว่าเร่งเร้าให้บรรยากาศภายในตำหนักเยี่ยนฟางนั้นดูร้อนรนมากขึ้นไปอีก
เสียงฟ้าร้องคราหนึ่ง ก็ปรากฏเสียงร้องของฮองเฮาที่รวบรวมแรงกายเบ่งคลอดคราหนึ่ง
ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าใด ฮ่องเต้ก็ยิ่งทรงเป็นกังวลมากขึ้นเท่านั้น พระองค์แทบอยากจะเข้าไปในตำหนัก แล้วไปจับมือให้กำลังใจฮองเฮา แต่ถึงอย่างไรแล้วก็ทำไม่ได้ จึงได้แต่เดินวนไปวนมาอยู่อย่างนั้น
ทางด้านไทเฮาเองทรงประทับที่เก้าอี้รออยู่กับฮ่องเต้ที่หน้าตำหนักเช่นกัน พระนางเคยผ่านการคลอดบุตรมาก็หลายคน แต่ว่าไม่เคยใช้เวลานานถึงเพียงนี้เลย ตั้งแต่หมอหลวงเข้าไปตอนนี้ก็ปาไปเกือบจะสองชั่วยามแล้ว พระนางกลัวว่าฮองเฮาจะหมดแรงเบ่งเอาเสียก่อน
กระทั่งในการเบ่งคลอดครั้งสุดท้าย ฮองเฮาที่ใกล้หมดแรงก็รวบรวมแรงฮึดทั้งหมดจากนั้นจึงเบ่งคลอดออกมา เสียงฟ้าผ่าครั้งใหญ่ดังขึ้นพร้อม ๆ กับเสียงกรีดร้องของฮองเฮาที่ดังลั่น จากนั้นก็ตามด้วยเสียงของเด็กน้อยที่ร้องไห้งอแงยามได้สัมผัสโลกภายนอกเป็นครั้งแรก
บทล่าสุด
#67 บทที่ 67 ตอนพิเศษ 7 ฮ่องเต้หยางเจี้ยนกั๋ว
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#66 บทที่ 66 ตอนพิเศษ 6 ความรู้สึกที่อยู่ข้างใน
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#65 บทที่ 65 ตอนพิเศษ 5 ทำทุกอย่างเพื่อขอโทษ
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#64 บทที่ 64 ตอนพิเศษ 4 เปิดเผยตัว ข้าคือองค์ชายเจ็ด
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#63 บทที่ 63 ตอนพิเศษ 3 ข้าก็แค่ผู้ชายธรรมดา
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#62 บทที่ 62 ตอนพิเศษ 2 องค์ชายเจ็ดผู้ไร้ค่า
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#61 บทที่ 61 ตอนพิเศษ 1 ถูกรังแกอยู่เสมอ
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#60 บทที่ 60 จักรพรรดินีจิ่นซี
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#59 บทที่ 59 ทัพเสริมมาถึงแล้ว
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#58 บทที่ 58 จงเชื่อมั่นในตัวองค์หญิง
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026
คุณอาจชอบ 😍
คลั่งไคล้ยัยแฮกเกอร์
แทนที่จะส่งตัวเธอให้ตำรวจ ประธานกู้ผู้ชอบใช้เงินแก้ปัญหา(และหวงของขั้นสุด) กลับโยนเช็คตัวเลขเจ็ดหลักใส่หน้า พร้อมยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้... นั่นคือการจ้างเธอเป็น 'กระสอบทรายระบายอารมณ์ส่วนตัว' แบบผูกขาด ห้ามรับงานอื่น ห้ามมองผู้ชายคนอื่น และห้ามปฏิเสธเมื่อเขาต้องการ!
ภายใต้แว่นตาขอบเงินที่ดูภูมิฐาน เขาคือพญามารจอมเอาแต่ใจที่ดุดันไม่เกรงใจเตียง จนเธอต้องลอบรีวิวสมรรถภาพของเขาในใจเหมือนรีวิวสินค้าในเถาเป่า ปากสั่นร้องไห้บอกว่าไม่ไหว แต่สมองกลับคำนวณทิปค่ากระเป๋าแบรนด์เนมอย่างรวดเร็ว
เมื่อความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วย 'เงินตราและราคะ' ถลำลึกจนเตียงแทบหักทุกคืน งานนี้สายลับสาวหน้าเงินจะกอบโกยกำไรจนคุ้ม หรือจะขาดทุนย่อยยับเพราะเผลอเอาหัวใจไปจำนองให้ท่านประธานกันแน่?
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
รักระรินใจ
เมียเด็กของท่านประธานร้ายรัก
เธอเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานธรรมดา ส่วนเขาคือท่านประธานผู้สูงส่ง เย็นชา และอันตรายเกินกว่าที่หัวใจดวงเล็ก ๆ ของเธอจะรับมือไหว
น้ำขิงไม่เคยคิดเลยว่า การเข้ามาฝึกงานในบริษัทวัฒนากร กรุ๊ป จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลเพราะเพียงคืนเดียว...เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขา
ภูริช วัฒนากร คือผู้ชายที่ใคร ๆ ก็เกรงกลัว
เขาร้าย เขาเย็นชา เขาไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร แต่กับเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ เขากลับทั้งหวง ทั้งหึง ทั้งร้ายกาจ และไม่ยอมปล่อยมือ
“เธอเป็นของฉัน น้ำขิง จำไว้ให้ดี”คำพูดของเขาเหมือนโซ่ตรวนผูกเธอไว้กับความรักที่ทั้งหวาน ทั้งเจ็บ และหนีไม่พ้น
ทว่าเมื่อความลับและคำกล่าวหาร้ายแรงถาโถมเข้ามาผู้ชายที่เคยกอดเธอแน่น กลับเป็นคนเดียวกันที่ทำให้เธอเจ็บจนแทบขาดใจ เธอไม่ได้ต้องการเงินของเขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งเมีย ท่านประธาน เธอต้องการเพียงความเชื่อใจจากผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจแต่เมื่อเขาไม่ฟัง...เธอจึงเลือกจากไป
พร้อมหัวใจที่แตกสลาย และอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ที่เขายังไม่รู้ว่ามีอยู่จริง
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิ”
"ภูวินทร์" แม้จะเป็นศัลยแพทย์ แต่เขากลับเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าที่ใคร ๆ คิดเอาไว้
“ในเมื่อวันนี้คุณหมอไม่พร้อม ก็ยกเลิกงานหมั้นวันนี้ไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นกับพวกคุณนะคะ”
"ศินีนารถ" ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของคู่หมั้น หลังจากที่เขาปล่อยให้งานหมั้นวุ่นวาย เพียบตบเดียวจากเธอ ถึงกับเรียกสติของเขากลับมาทันที
“ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง"
แม้งานหมั้นจะผ่านไปได้วยดี แต่ทว่า.... ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแบบนั้น
ทั้งเรื่องมือที่สาม และความไม่เข้าใจกัน ความดื้อดึงของเธอ เจอกับความเย็นชา เผด็จการและดุดันของเขา
เปลี่ยนคนที่โหดอย่างเขา กลายเป็นเริ่มคลั่งรักเธอ เริ่มขาดไม่ได้ และตามมาด้วยความหึงหวง
ซึ่งเป็นความหึงแบบไม่ธรรมดา ในเมื่อเขาคือ "สายโหด" ความขี้หึง ก็ต้อง "หึงโหด" เช่นกัน
"คู่หมั้นก็ถือเป็นสามีไปแล้วครึ่งหนึ่ง บอกมาว่ามันเป็นใคร แล้วให้มันแตะต้องตรงไหนบ้าง คืนนี้ผมจะลบออกไปให้หมด แล้วอย่าได้ให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องอีก คุณเป็นของผมคนเดียวเข้าใจมั้ย!"
"หมอคะคุณใจเย็น ๆ ก่อน อ๊าา!!!"
"คืนนี้ต่อให้ร้องขอชีวิต ก็อย่าคิดจะคลานลงจากเตียงนี้ไปได้เลย!"













