บทนำ
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
บท 1
แนะนำตัวละคร
เสิ่นรั่วหลัน : บุตรสาวเสนาบดีเสิ่น หนึ่งเดียวที่เหลือรอดจากการสังหารล้างตระกูล และจากเหตุการณ์นั้นทำให้นางเป็นปัญญาอ่อน แม้ตอนนี้อายุสิบหกปีแล้วแต่ยังนิสัยเท่ากับเด็กสิบขวบ มีเพียงความรู้ด้านพิษต่างๆ ที่นางชื่นชอบและทำได้อย่างดี
เหลียนหงอี้ : หานอ๋อง (ราชทินนาม) อนุชาของฮองเต้พระองค์ก่อน เป็นราชครูของโอรสสวรรค์และเมื่อฮ่องเต้สิ้นพระชนม์และรัชทายาทในเวลานั้นอายุเพียง 7 ชันษา เขาจึงเป็นผู้สำเร็จราชการแทน (เสอเจิ้งหานอ๋อง)
เหลียนเจียอวิ๋น : เมื่ออายุเพียงเจ็ดชันษาก็ถูกแต่งตั้งเป็นฮ่องเต้ ปัจจุบันอายุ สิบหกชันษา เนื่องจากหานอ๋องรับเสิ่นรั่วหลันมาเลี้ยงดู เขาจึงสนิทสนมกับเด็กหญิงและเติบโตมาพร้อมกัน
มู่หรงเจวี๋ย : อ๋องเจวี๋ย ปีนี้อายุ25ปี แม่ทัพหนุ่มนิสัยมุทะลุดุดัน ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
เวลาประมาณยามสาม
กองกำลังทหารกว่าสองร้อยนายมาถึงคฤหาสน์ตระกูลเสิ่น กลิ่นไหม้เคล้ากลิ่นโลหิตคละคลุ้งในอากาศ ศพคนในจวนมากมายต่างล้มตายด้วยสภาพน่าอนาถ แม้แต่เหล่าทหารที่เข้ามาพบยังรู้สึกสะเทือนใจ บุรุษที่นั่งบนหลังอาชางามสง่าปลายตามองแล้วลอบถอนใจเบาๆ
“มาไม่ทันหรือนี่” น้ำเสียงทุ่มต่ำเอ่ยขึ้นกับตนเอง แต่กระนั้นเขาก็ลงจากหลังม้าแล้วเดินเข้าไปในจวน รองเท้าสีดำย่ำไปบนคราบเลือดที่ยังนองพื้น
“ตรวจสอบให้ทั่ว อาจมีคนรอดอยู่”
“รับทราบ!” ทหารรับคำสั่งแล้วแยกย้ายค้นหา ทว่ากลับแต่ร่างไร้วิญญาณ นายทหารคนหนึ่งเข้ามารายงาน ทำให้บุรุษหนุ่มหมุนเท้าเดินไปตามทางเส้นเล็ก แทบไม่มีที่ใดที่ไม่มีศพคนตาย แต่ละศพถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม ด้านหลังจวนมีไฟไหม้ ชายผู้นั้นออกสั่งให้ทหารแบ่งกำลังไปดับเพลิงแล้ว
เหลียนหงอี้ ในวัยยี่สิบเอ็ดปี เคยผ่านสมรภูมิรบมาโชกโชน แต่เห็นภาพเบื้องหน้าแล้วก็ยังอดสะเทือนใจมิได้ เขาจำร่างของเสนาบดีเสิ่นได้ก็รีบเดินเข้าไปแล้วค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งข้างร่างที่ไร้วิญญาณ ดวงตายังเบิกโพลง บนร่างถูกคมกระบี่ฟันหลายแผลจนเลือดไหลย้อมเสื้อเปียกชุ่ม
“อภัยในข้าด้วย ข้ามาช่วยท่านไม่ทันจริงๆ” เหลียนหงอี้กล่าวแล้วยื่นมือไปปิดดวงตาของเสนาบดีเสิ่นแล้วลุกขึ้นยืน “ดูแลศพท่านเสนาบดีเสิ่นอย่างสมเกียรติ”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“มีผู้ใดพบฮูหยินเสิ่นหรือไม่” เหลียนหงอี้ถามแล้วกวาดตามองไปโดยรอบ ทหารต่างชูคบไฟเพื่อตามหาคนที่อาจเหลือรอด ชายหนุ่มเคยมาที่นี่รู้เส้นทางในคฤหาสน์ดี ระหว่างเดินเข้าไปด้านในห้องโถงนั้น ทหารก็เข้ามารายงานพบศพท่านผู้เฒ่าตระกูลเสิ่น หัวใจของเหลียนหงอี้ยิ่งเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นบีบหัวใจจนแทบหายใจไม่ออก
ทั้งที่เขาให้คำสัญญาแล้วว่าจะคุ้มครองคนตระกูลเสิ่น แต่แล้ว...ก็เกิดเรื่องเลวร้ายนี้ขึ้นมาก่อน
“พบศพฮูหยินเสิ่นแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“นำทาง”
เหลียนหงอี้มีฐานะเป็นอนุชาของฮ่องเต้พระองค์ก่อนได้รับแต่งตั้งเป็น เสอเจิ้งหานอ๋อง -ผู้สำเร็จราชการแคว้นเป่ยโม่ ยามนั้นฮ่องเต้อ่อนแอมีโอรสเพียงองค์เดียวคือ เหลียนเจียอวิ๋น เมื่อเหลียนเจียอวิ๋นอายุได้เพียงเจ็ดขวบ ฮ่องเต้ก็สวรรคต ฮ่องเต้พระองค์ใหม่อายุน้อยเกินไป บ้านเมืองไร้ความมั่นคง ทำให้เหลียนหงอี้จำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ และยังต้องอบรมฮ่องเต้น้อยให้พร้อมครองราชย์ในฐานะราชครู ทว่าบัดนี้ฮ่องเต้เจียอวิ๋นเพิ่งมีพระชันษาแค่สิบปี หนทางยังอีกยาวไกล เหลียนหงอี้ยังต้องปูทางให้ฮ่องเต้น้อย และการกำจัดขั้วอำนาจฝ่ายตรงข้าม แต่ทำให้ตระกูลเสิ่นผู้ภักดีต้องจบชีวิตทั้งตระกูล
ชายหนุ่มเดินไปตามทางด้านนอก คาดว่าฮูหยินเสิ่นคงพยายามหลบหนีออกนอกจวนแต่ไม่พ้นคนชั่ว นางถูกสังหารอย่างอนาถไม่ต่างจากผู้เป็นสามี เหลียนหงอี้กำหมัดแน่นได้แต่สาบานว่าจะลากตัวคนชั่วมาลงโทษอย่างสาสม ไม่ให้คนดีต้องตายเปล่า
“ข้าจำได้ว่าเสนาบดีเสิ่นมีบุตรสาวอายุราวสิบขวบ มีผู้ใดพบเห็นหรือไม่”
เหล่าทหารต่างส่ายหน้า ทหารที่เหลือจากค้นหาต่างช่วยกันลำเลียงร่างไร้วิญญาณมาเรียงที่ลานกลางจวน
“แบ่งกำลังคนออกค้นหา บางที...นางอาจหลบออกไปนอกจวนได้”
“พ่ะย่ะค่ะ”
ทหารต่างแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตน เหลือเพียงเหลียนหงอี้ที่ยังยืนนิ่งที่เดิม ทว่าเขารู้สึกถึงการเคลื่อนไหวหลังพุ่มไม้ เขายกมือส่งสัญญาณให้ทหารที่อยู่ใกล้หยุดนิ่งและเงียบเสียง ชายหนุ่มสืบเท้าเข้าไปใกล้ มองจากด้านบอกเห็นศีรษะน้อยๆ ที่ขดตัวอยู่หลังพุ่มไม้
“เสิ่นรั่วหลัน...ใช่เจ้าหรือไม่”
ไม่มีเสียงตอบรับทุกอย่างเงียบกริบจนได้ยินเพียงเสียงกลั้นสะอื้น เหลียนหงอี้ร้อนรนรีบยื่นมือไปแหวกพุ่มไม้ออก ทว่ามือของเขาถูกคว้าไปแล้วกัดอย่างแรง
“รั่วหลัน...” เหลียนหงอี้ไม่นึกโกรธที่ถูกกัด เขากลับยิ้มออกมาด้วยความดีใจ “รั่วหลันจำข้าได้หรือไม่ ข้าราชครูเหลียนที่เจ้าเกลียดขี้หน้าอย่างไรเล่า”
เด็กน้อยได้ยินดังนั้นก็ค่อยๆ อ้าปาก ดวงตาบวมช้ำเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาจ้องมองชายที่โน้มตัวลงมาใกล้
“ท่าน...ท่าน...” เด็กหญิงตัวน้อยพูดได้แค่นั้น น้ำตาที่กลั้นไว้ก็ไหลออกมาอีก “ท่านพ่อ...ท่านพ่อให้ข้าไปพบท่าน...ท่านหานอ๋อง”
“อภัยให้ข้าด้วย ข้ามาช้าเกินไป” เขาค่อยนั่งลงบนส้นเท้า “มาเถิด ข้ามารับเจ้าแล้ว”
เสิ่นรั่วหลันไม่เคยชอบหน้าชายผู้นี้ ทุกครั้งที่เขามาที่บ้านทำให้ท่านพ่อมีเรื่องต้องขบคิดจนปวดศีรษะหรือไม่อยากอาหารเลยก็มี แต่ท่านปู่กลับชื่นชมฝากฝังให้นางเป็นศิษย์กับราชครูเหลียนหงอี้ ซึ่งมีอีกฐานะหนึ่งคือเสอเจิ้งหานอ๋อง
เหลียนหงอี้เห็นเด็กหญิงคลายอาการตัวเกร็งแล้วก็เป็นฝ่ายยื่นมือไปรับนาง แต่เด็กน้อยไร้เรี่ยวแรง เพียงยันกายขึ้นก็ร่วงผล็อยลงไปแต่ก่อนที่ร่างน้อยจะลงไปกองกับพื้น บุรุษหนุ่มก็ช้อนร่างเล็กอุ้มไว้ได้ทัน เขาอุ้มนางออกมาจากพุ่มไม้ เสื้อผ้าของนางเต็มไปด้วยรอยเลือด ดวงตากลมที่เคยเป็นประกายยามนี้เหม่อลอยไร้จุดหมาย ร่างบอบางร้อนผ่าวด้วยพิษไข้และไร้เรี่ยวแรงเหมือนตุ๊กตาผ้าตัวหนึ่ง
“เสิ่นรั่วหลัน! เจ้าอดทนหน่อย รั่วหลัน!” เหลียนหงอี้พยายามเรียกสติเด็กน้อยแต่ดวงตาคู่นั้นปิดลงด้วยความอ่อนล้า ลำแขนเรียวเล็กทิ้งลงข้างตัว เขาปลดเสื้อคลุมของตนห่อหุ้มร่างเล็กแล้วอุ้มไว้ด้วยความทะนุถนอม
“ข้าจะกลับเข้าตำหนักก่อน พวกเจ้าอยู่ดูแลที่นี่ให้ดี”
“พ่ะย่ะค่ะ”
บุรุษผู้สูงศักดิ์เขาอุ้มเด็กหญิงตัวน้อยวัยสิบขวบขึ้นหลังม้าแล้วควบม้าฝ่าความมืดกลับตำหนักอย่างรวดเร็ว
ทว่าเด็กหญิงต้องพิษไข้ตัวร้อนอยู่หลายวันกว่าจะลดลงแต่นางหมดสติไปนานเจ็ดวัน เมื่อนางตื่นขึ้นกลับจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนนั้นไม่ได้เลย ซ้ำร้ายเหมือนนางกลายเป็นเพียงเด็กน้อยที่มีปัญหาทางสติปัญญา เงอะงะงุ่มง่ามไปเสียทุกอย่าง
“หมอหลวง เหตุนางเป็นเช่นนี้” เหลียงหงอี้จำได้ว่า เสิ่นรั่วหลานเป็นเด็กฉลาดเฉลียวเกินวัย พูดจามีมารยาท กิริยางดงาม แต่เวลานางทำตัวเหมือนเด็กน้อยไม่ประสีประสา
“จิตใจคุณหนูเสิ่นได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง เคยมีปรากฏในตำราแพทย์โบราณว่ามีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้น เหมือนจิตใจปิดกั้นไม่ยอมรับความจริงอันเจ็บปวด จึงแสดงพฤติกรรมเช่นนี้ออกมาพ่ะย่ะค่ะ”
“นางจะหายหรือไม่”
“ต้องใช้เวลาพ่ะย่ะค่ะ”
“เวลา...นานเพียงใด”
“กระหม่อมด้อยความสามารถ ไม่อาจระบุได้ว่าใช้เวลากี่วันหรือกี่เดือนพ่ะย่ะค่ะ”
ชายหนุ่มได้แต่ถอนใจ ช่างเถิด อย่างน้อยนางก็ยังมีชีวิตรอด นับตั้งแต่นั้น บุตรสาวคนเดียวของตระกูลเสิ่นนามเสิ่นรั่วหลัน อยู่ในความดูแลของเสอเจิ้งหานอ๋อง มาถึงทุกวันนี้
ยามสาม คือช่วงเวลาตั้งแต่ 23:00 น. ถึง 01:00 น.
บทล่าสุด
#118 บทที่ 118 ตอนพิเศษ จบ
อัปเดตล่าสุด: 6/9/2026#117 บทที่ 117 ตอนพิเศษ หมิงเจี่ยกับหมิงฮวา 2
อัปเดตล่าสุด: 6/9/2026#116 บทที่ 116 ตอนพิเศษ หมิงเจี่ยและหมิงฮวา
อัปเดตล่าสุด: 6/9/2026#115 บทที่ 115 ตอนพิเศษ 4
อัปเดตล่าสุด: 6/9/2026#114 บทที่ 114 ตอนพิเศษ 3
อัปเดตล่าสุด: 6/9/2026#113 บทที่ 113 ตอนพิเศษ 2
อัปเดตล่าสุด: 6/9/2026#112 บทที่ 112 ตอนพิเศษ 1
อัปเดตล่าสุด: 6/9/2026#111 บทที่ 111 บทส่งท้าย3
อัปเดตล่าสุด: 6/9/2026#110 บทที่ 110 บทส่งท้าย2
อัปเดตล่าสุด: 6/9/2026#109 บทที่ 109 บทส่งท้าย 1
อัปเดตล่าสุด: 6/9/2026
คุณอาจชอบ 😍
สูตรรักศาสตราจารย์
ในวันที่คุณหมอออกเวรตอนเช้า แล้วเพิ่งจะคล้อยหลับไปไม่ทันได้หนึ่งชั่วโมง เสียง ปัก ปัก จากข้างห้องดังจนหัวเตียงเธอแทบจะคลอนตาม ด้วยความโมโห หมอปรางถึงขั้นเอากระดาษที่เขียนด้วยลายมือหมอ ไปแปะไว้ที่หน้าห้องข้างๆ
"ตำน้ำพริก กรุณารองครกด้วยค่ะ"
พร้อมคำสาบแช่งเล็กๆ น้อยๆ
"สาธุ ขอให้มันอักเสบ หรือไม่ก็ให้เตียงมันหักไปซะจะได้ไม่ต้องเสียงดัง"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"คุณไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล เชิญห้องตรวจหนึ่งค่ะ"
"ตุ่มคล้ายสิวหรือหนองขึ้นที่โคนอวัยวะเพศใช่ไหมคะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"ฉิบหายแล้วแกนังปราง มีเรื่องกับใครไม่มี นั่นน่ะหรือตาบ้าข้างห้องแกอ่ะ"
"อื้อ แกรู้จักหรือ"
"เรียกว่าทั้งมหาวิทยาลัยใครบ้างไม่รู้จักเขาดีกว่า"
"ตอนนั้นฉันอยู่ไม่เห็นรู้จัก"
"ก็แก มันสนใจอะไรรอบตัวบ้าง นั่นน่ะ อาจารย์วิทย์ รองศาสตราจารย์ไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล กำลังจะได้เป็นศาสตราจารย์อยู่รอมร่อ จนเขาว่ากันว่าจะเป็นศาตราจารย์ที่หนุ่มและหล่อที่สุด ที่สำคัญเขาเป็นอาจารย์อยู่คณะนิติศาสตร์ ฉิบหายไหมคราวนี้"
"ฉิบหายล่ะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
ลุ้นรัก เจ้าสาวใบสั่ง
แค้นรัก มาเฟียร้าย (ซีรีส์ชุดDARK )
'ดาเรนเต้ ราฟาเอลโล' มาเฟียตัวฉกาจหนึ่งในสมาชิกแก๊งค์DARK
เธอจะสามารถหลุดพ้นจากบวงแค้นนี้ได้หรือไม่?!
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
แสร้งรักเมียหย่า
เธอยอมบอกลาผู้ชายที่รัก และยอมแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่ได้รัก เพียงเพื่อแลกกับ ‘อิสระ’ ที่พ่อกับแม่สัญญาว่าจะคืนให้หลังจากนี้
แต่เมื่อถึงวันนัดหมาย...
ผู้ชายที่นั่งรอเธออยู่กลับไม่ใช่คิมหันต์
“เอ่อ ... คุณไม่ใช่คิมหันต์”
“แล้ว ...?”
‘เหมันต์ ภูสิทธิ์อุดม’ ลูกชายคนกลางที่หายไปจากครอบครัวนานกว่าหกปี และถูกเรียกตัวกลับมาเพียงเพราะพี่ชายปฏิเสธการแต่งงาน
เมื่อเธอต้องแต่งเพื่อรักษาผลประโยชน์ของครอบครัว
ส่วนเขาต้องแต่งเพราะเป็นเพียง ‘ตัวแทน’ ของใครอีกคน
การแต่งงานที่ไม่มีความรักตั้งแต่แรก
จึงเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับข้อตกลงของคนสองคน
โดยไม่มีใครรู้ว่า เมื่อถึงวันที่ทุกอย่างสิ้นสุดลง
ใครกันแน่ ... ที่จะยังแสร้งทำเป็นว่าไม่รัก
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
เล่ห์รักซ่อนชู้
“ทำไมจะไม่เกี่ยว ธิชารู้เห็นเรื่องที่ไหมเขามีชู้ แล้วธิชาก็ปิดบังพี่เรื่องนี้…ทำให้พี่เป็นไอ้โง่ถูกไหมเขาสวมเขาให้ แล้วไหนจะลูกของไอ้ชู้นั่นที่ไหมเอามายัดเหยียดให้เป็นลูกของพี่อีก…เพราะฉะนั้นธิชาก็ลองมาปิดบังไหมเขาเรื่องที่เราเป็นชู้กันให้มิดละกัน…ไม่งั้นไหมเขาคงจะเสียใจน่าดู ถ้ารู้ว่าน้องสาวมาเป็นชู้กับผัวตัวเองแบบอย่างนี้..”
“พี่มันเลว…พี่มันชั่ว…ปล่อยนะคะ ธิชาไม่อยากจะให้คนเลวๆอย่างพี่มาแตะเนื้อต้องตัวธิชาอีก…”
“ด่าผัวตัวเองอย่างนี้น่ารักเลยนะ…สงสัยต้องทำโทษสักหน่อยแล้ว…แต่พวกเขาจะสงสัยไหมว่าทำไมเราสองคนถึงได้ออกมานานแบบนี้…”
“พี่ไม่มีวันได้….อื้อ….อือ….อื้อ….ปึก เพี๊ยะ….อย่าทำแบบนี้กับธิชาอีกนะคะ ไม่งั้นอย่าหาว่าธิชาไม่เตือน”
“หึๆ…ชอบแบบตบจูบก็ไม่บอก งั้นเดี๋ยวพี่จัดให้ อยากตบพี่นักใช่ไหมหึ…จุ๊บ….อื้อ….อืม…อือ…”
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
เมียเด็กของผู้พันสายดุ
การสูญเสียพ่อผู้เป็นดั่งโลกทั้งใบในภารกิจลับ ทำให้ชีวิตของ ‘ม่านมุก’ เด็กสาววัยยี่สิบปีต้องพลิกผัน เธอถูกโยนเข้ามาอยู่ในความดูแลของ ‘พันเอก รุจิภาส วงศ์เดชา’ ผู้บังคับการกองพันทหารราบสายดุ ผู้ชายที่พ่อเธอเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเขาไว้!
เขาคือเสือร้ายแห่งกองทัพ เย่อหยิ่ง บ้าอำนาจ และไร้ซึ่งความอ่อนโยน
เขาต้อนรับเธอด้วย 'กฎเหล็ก 5 ข้อ' ที่ขีดเส้นแบ่งสถานะระหว่าง 'ผู้ปกครอง' และ 'เด็กในความดูแล' อย่างชัดเจน
ทว่า... ภายใต้ใบหน้าที่ถมึงทึงและคำพูดที่เย็นชา กลับซ่อนความรู้สึกหวงแหนที่ลึกล้ำจนน่ากลัว
ยิ่งเธอพยศ เขาก็ยิ่งอยากปราบให้อยู่หมัด
ยิ่งเธอหนี เขาก็ยิ่งอยากกักขังเธอไว้ในกรงทองของเขาตลอดกาล!
แต่เมื่อความจริงในอดีตถูกเปิดเผย พร้อมกับความลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้รอยแผลเป็น
สมรภูมิแห่งความรักครั้งนี้... ผู้พันสายดุจะยอมคุกเข่าเพื่อสยบหัวใจเด็กพยศได้อย่างไร?
“จำไว้นะม่านมุก... ใครกล้าแตะต้องเธอ... มันต้องตาย!”













