บทนำ
บท 1
กลิ่นคละคลุ้งของแอลกอฮอล์ผสมกับกลิ่นบุหรี่ไม่ใช่สิ่งที่น่าอภิรมย์นัก แล้วยิ่งสภาพหลังจากไนต์คลับปิดแล้วก็เป็นอะไรที่เลอะเทอะและเละเทะ แค่มองก็ท้อแล้ว ทุกวันนี้เธอยอมทำงานหนักก็เพื่อเงิน แน่นอน เงินคือปัจจัยหลักที่จะทำให้ชีวิตของเธอรอด
“หนูขอรับเงินเลยนะคะคุณสตีฟ”
“มารับพรุ่งนี้ได้ไหม วันนี้ฉันยังนับเงินไม่เสร็จ”
“ตะ แต่หนูต้องจ่ายค่าเช่าห้องพรุ่งนี้แล้วนะคะ วันนี้หนูไม่มีเงินติดตัวด้วย คุณสตีฟจ่ายให้หนูครึ่งหนึ่งก่อนก็ได้ค่ะ”
“พรุ่งนี้มาพบฉันแต่เช้าแล้วกัน วันนี้ฉันไม่สะดวกจริง ๆ” สตีฟไม่ยี่หระต่อความลำบากของเด็กสาว ในเมื่อเขาบอกว่าไม่ให้ก็คือไม่ให้ พูดจบแค่นั้นก็เดินออกทางหลังร้านทันที
“เจ้านายหน้าเลือด คนเลว!”
โครม!!
เสียงบ่นเจ้านายที่ขูดเลือดขูดเนื้อเธอตลอดต้องชะงัก เมื่อมีเสียงดังโครมครามดังออกมาจากหลังไนต์คลับ และนั่นเป็นเส้นทางที่สตีฟเพิ่งจะเดินออกไป ด้วยความสงสัยทำให้เธอเดินไปตามเสียงนั้น
ทว่า! สิ่งที่เธอพบคือร่างของสตีฟนอนจมกองเลือด โดยมีผู้ชายร่างสูงใหญ่ 3 คน ที่ดูน่ากลัวกำลังยืนล้อมร่างของสตีฟอยู่ เด็กสาวไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น หรือทั้งสามคนนี้จะเป็นโจรหรือเปล่า
999 คือเบอร์ฉุกเฉินที่ใช้ในประเทศอังกฤษและเธอต้องรวบรวมสติเพื่อกดโทรหาตำรวจเดี๋ยวนี้ แต่ทุกอย่างมันไม่ได้จะง่ายดายขนาดนั้นเมื่อคนร้ายหนึ่งในสามคนนั้น หันมาเห็นเธอที่พยายามหลบซ่อนอยู่หลังกองเก็บกล่องเบียร์
“ใช่คนนี้ไหม”
“ไม่แน่ใจ แต่จับตัวไปก่อน ถ้าไม่ใช่ก็ฆ่าทิ้ง”
ฮึก ทุก ๆ คำที่คนร้ายทั้งสามคนคุยกัน เด็กสาวได้ยินชัดเจน และตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด เรื่องโทรหาตำรวจเอาไว้ก่อน ตอนนี้เธอต้องวิ่งให้เร็วที่สุด
“มันจะหนี!”
เป็นเสียงของคนไหนเธอไม่สนใจ สองขาทำหน้าที่วิ่งให้เร็วเท่าที่จะวิ่งได้ เธอวิ่งออกไปด้วยหัวใจที่เต้นระรัวไม่ต่างจากจังหวะของคนตีกลองชุด เพราะกลัวมากจึงไม่กล้าหันกลับมามองทางข้างหลังว่าผู้ชายทั้งสามคนนั้นวิ่งตามเธอมาหรือไม่ แต่แล้ว
“โอ๊ย!” ร่างบางสะดุดล้มเพราะเหยียบเชือกรองเท้าของตัวเองเข้าให้ รองเท้าเจ้ากรรม ใส่มาทั้งวันเชือกไม่หลุดแต่มาหลุดเอาตอนนี้ มันใช่เวลาไหม
เธอวิ่งสุดแรงม้าแล้วแต่ก็ไม่ไวพอจะหนีผู้ชายทั้งสามคนได้ แล้วยังมาสะดุดล้มอีก จังหวะนรกมาก
“จุ๊ ๆ อย่าพยายามหนีเลยสาวน้อย”
ดวงตากลมสั่นระริกขณะมองไปยังผู้ชายทั้งสามคนที่เดินเข้ามาหาเธอช้า ๆ เหมือนพวกเขาไม่ได้รีบร้อนอะไร และมั่นใจว่าต่อให้เธอลุกวิ่งตอนนี้ก็หนีพวกเขาไม่ทันอยู่ดี
“พวกแกต้องการอะไร” หยัดตัวเองลุกขึ้น และทำใจกล้าถามออกไป กลัวก็กลัวก็แต่ก็อยากรู้ว่าคนพวกนี้ต้องการอะไรจากเธอ ถ้าจะต้องตายวันนี้เธอก็ควรได้รู้
:
“เราจะยืนอยู่เฉย ๆ เหรอครับคุณมาร์คัส”
เสียงของลูกจ้างที่มาร์คัสสั่งให้สืบประวัติและคอยตามติดเด็กสาวมาระยะหนึ่ง เด็กสาวที่ตอนนี้สายตาของเขาแอบจ้องมองเธอจากมุมมืดในที่ลับตาคน
“ไม่เฉยอยู่แล้ว”
มาร์คัสตอบกลับเสียงนิ่ง ดวงตาคมกริบยังจ้องมองไปที่เด็กสาวคนนั้นขณะที่เธอตัวสั่น กอดตัวเองแน่น และก้าวเท้าถอยหลังเพื่อหนีจากกลุ่มชายฉกรรจ์ เธอไม่รู้แน่ว่าชายทั้งสามคนนี้ต้องการอะไรจากเธอ แต่มาร์คัสรู้
“ไปตามคนที่เหลือมา”
เป็นคำสั่งพร้อมร่างสูงออกเดินอย่างไม่รีบร้อนตรงเข้าไปแทรกตัวเองอยู่เบื้องหน้าร่างบอบบางที่น่าสงสาร มาร์คัสใช้ร่างกายของเขาบังเธอไว้ กวาดตามองไปที่ผู้ชายทั้งสามคนตรงหน้า
“ใครจ้างพวกแกมา”
มาร์คัสรู้ว่าผู้ชายทั้งสามคนเป็นกลุ่มทหารรับจ้าง เป็นอดีตทหารที่ถูกปลดประจำการ แต่ดันเลือกเส้นทางทำเรื่องใต้ดิน หึ แต่ช่างเถอะ เพราะธุรกิจของตระกูลเขาก็ไม่ได้ใสสะอาดเหมือนกัน
“พวกกูไม่จำเป็นต้องบอกมึง” คนที่เหมือนจะเป็นหัวหน้าทีมเป็นคนตอบมาร์คัส
“งั้นก็ไม่ต้องตอบ” มาร์คัสไม่ได้เป็นคนใจเย็นขนาดนั้น เขาไม่คิดจะอดทนและยอมสนทนากับคนพวกนี้นาน ๆ
“มาร์ครอฟ ใช่ไหม”
“...”
เพียงแค่เอ่ยชื่อคนที่มาร์คัสคิดไว้ว่าจะต้องเป็นผู้อยู่เบื้องหลังให้มาจับตัวเด็กสาวคนนี้ และดูจากท่าทางที่นิ่งไปกับสายตาเลิ่กลั่กก็เดาได้ไม่อยากว่าชื่อที่เขาเอ่ยมาเป็นคนจ้างมาจริง ๆ
“เอาล่ะ วันนี้กูใจดี กูจะให้พวกมึงเลือก ว่าอยากจะตายแบบไหน”
มาร์คัสส่งสัญญาณให้ลูกน้องของเขาเข้ามาจัดการต่อ หมดธุระของเขาแล้ว มาร์คัสหมุนตัวกลับมาหาเด็กสาวที่ยืนตัวสั่นเทา ใบหน้าซีดเซียวจนน่าสงสาร
“ชื่ออะไร”
มาร์คัสถามเสียงราบเรียบ แต่เด็กสาวก็ยังไม่ยอมอ้าปากเอ่ยชื่อของเธอออกมา ดวงตากลมคู่นั้นทั้งหวาดกลัวแต่ก็ยังมีความใจกล้าบ้า ๆ ที่จะอวดดีไม่ยอมตอบคำถามของเขา
“ถ้าฉันหวังร้ายกับเธอ ฉันคงไม่เสียเวลามาช่วยเธอจากไอ้พวกนี้หรอก ว่าไหม”
คำพูดของเขาก็น่าคิด และมันก็จริง ตอนนี้ถ้าให้เลือกเธอคิดว่าเขาดูอันตรายน้อยกว่าผู้ชายทั้งสามคนที่ตอนนี้ถูกคนของชายหนุ่มตรงหน้าลากออกไปแล้ว
“รันค่ะ รันดา มิเชลล์”
“ฉันมาร์คัส”
“ขอบคุณนะคะที่เข้ามาช่วยรันไว้” เขามาพบเธอโดยบังเอิญหรือเจตนนา เรื่องนี้ไม่แน่ใจ แต่รันดาคิดว่าเธอควรขอบคุณเขา
“อืม แต่เธอจะใช้ชีวิตอยู่ที่อังกฤษไม่ได้อีกแล้ว รันดา”
“ทำไมคะ แล้วรันจะไปอยู่ที่ไหน รันไม่มีที่ไปค่ะ”
“คนพวกนี้ มันจะมาตามตัวเธออีกแน่ และถ้าเธอยังอยากมีชีวิตอยู่ เธอต้องไปกับฉัน”
“ไปกับคุณ”
“ใช่ แต่เธอต้องเปลี่ยนตัวเองใหม่ เริ่มจากสีผม ย้อมสีดำซะ” สีบลอนด์ทองตามธรรมชาติของเธอก็สวย แต่เพื่อความปลอดภัยเปลี่ยนจะดีกว่า
“แล้วคุณจะพารันไปอยู่ที่ไหนคะ”
“ประเทศไทย”
บทล่าสุด
#62 บทที่ 62 24 ปีก่อน (2)
อัปเดตล่าสุด: 6/14/2026#61 บทที่ 61 24 ปีก่อน
อัปเดตล่าสุด: 6/14/2026#60 บทที่ 60 ความจริงต้องกระจ่าง 2
อัปเดตล่าสุด: 6/14/2026#59 บทที่ 59 ความจริงต้องกระจ่าง
อัปเดตล่าสุด: 6/14/2026#58 บทที่ 58 ไม่เคยขัดใจ
อัปเดตล่าสุด: 6/14/2026#57 บทที่ 57 คนสำคัญของมาร์คัส
อัปเดตล่าสุด: 6/14/2026#56 บทที่ 56 แรงสนับสนุนของแม่
อัปเดตล่าสุด: 6/14/2026#55 บทที่ 55 พี่น้องสำคัญกว่าใคร 2
อัปเดตล่าสุด: 6/14/2026#54 บทที่ 54 พี่น้องสำคัญกว่าใคร
อัปเดตล่าสุด: 6/14/2026#53 บทที่ 53 คุณหมอผู้เลอโฉม
อัปเดตล่าสุด: 6/14/2026
คุณอาจชอบ 😍
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
หวงรักเมียวัยเยาว์
และทุกอย่างเป็นความลับ!!!
เด็กเลี้ยงอาจารย์หมอวินท์
แต่กลับเลือกเดินจากไปในวันที่กำลังจะมีเจ้าก้อนน้อย
สองปีผ่านไป...
เธอกลับมาในฐานะเด็กฝึกงาน
และเขาอยู่ในฐานะคุณหมอเจ้าของไข้ลูกชายของเธอ
เรื่องราวจะลงเอยอย่างไร จบลงแบบไหน
ติดตามได้ใน... เด็กเลี้ยงอาจารย์หมอวินท์
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
MY HONEY ของรักวิศวะ
“มันไม่รับหรอก ก็ว่าทำไมไม่บอกว่าของข้างในเป็นอะไร ที่แท้ก็เอาแฟนกับรถมาลงเดิมพัน หึ…ตลกดี”
“ไม่ใช่!”
“งั้นก็ลองโทรหามันดูสิ ถ้ามันรับฉันจะส่งเธอหามัน แต่ถ้าไม่…ก็ช่วยไม่ได้”
“พี่เจฟเป็นแฟนเมล แฟนเมลไม่ทำแบบนั้นแน่นอนค่ะ”
“หึ เออเอา แล้วแต่เธอเลย แต่ฉันจะเอารถคันนี้กลับ”
เมล รีบเดินอ้อมมาหาซาน เอาตัวเองดันตัวเขาออกห่างจากรถแล้วกางมือออกห้ามไว้
“ไม่ได้ค่ะ รถแฟนเมล”
ซานยกมือขึ้นเกาหางคิ้วเบาๆ มองท่าทางดื้อดึงอีกฝ่ายอย่างถอดใจ
“มันเอารถคันนี้เดิมพัน…รวมถึง เธอ ด้วย”
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
เด็กเนิร์ด - มาเฟียกับเมียเด็กแว่น
แต่ใครจะไปรู้ภายใต้เด็กหนุ่มใส่แว่นถ้าเป็นผู้ชายที่ทั้งหุ่นดีและเซ็กซ์จัด
"ปากดีนัก ทีนี้จะกล้าล้อฉันว่าเป็นเด็กเนิร์ดอีกมั้ย หื้มม...."
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
อริรักท่านประธาน
ส่วนเธอ...คู่แข่งตัวเล็กๆที่เกลียดชังเขาเพราะถูกเขากลั่นแกล้ง
เมื่อคู่อริอย่างเธอและเขาที่ชังกันมาตลอด....แต่จู่ๆในวันหนึ่งต้องมานอนเตียงเดียวกัน...เรื่องราวต่อไปจะเป็นเช่นใด!?
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ













