บทนำ
"ถ้ากลัวผมจะทำเหรอ?" ซีอีโอหนุ่มย้อนถามถามด้วยน้ำเสียงเรียกร้องสิทธิ์เต็มที่ "สรุปว่าเด็กในท้องนี่... ลูกของผมใช่ไหม?"
หนึ่งคืนที่ผิดพลาด... กลายเป็นความลับที่ตราตรึงไปชั่วนิรันดร์
‘ไพลิน พิทักษ์โยธิน’ ทายาทสาวพันล้าน คืนสุดท้ายในลอนดอนควรเป็นการเฉลิมฉลองการเรียนจบที่แสนหวาน แต่เธอกลับตื่นขึ้นมาบนเตียงของชายแปลกหน้าพร้อมกับความสาวที่สูญสลายไป
ไม่มีคำอธิบาย ไม่มีคำขอโทษ มีเพียงความละอายและความเจ็บปวดที่เธอฝังลึกไว้เพียงลำพัง
จนกระทั่งรอยผิดพลาดในคืนนั้นเริ่มงอกเงยขึ้นในครรภ์!
‘มาร์คัส แกร์ริสัน’ ซีอีโอหนุ่มผู้ยืนอยู่บนยอดของอาณาจักรเทคโนโลยีโรโบติกส์ระดับโลก เขาเป็นทั้งอัจฉริยะและปริศนา ร่ำรวยแต่เย็นชา ปิดกั้นหัวใจจากความรักมานานนับปี
ทว่าหญิงสาวแปลกหน้าในคืนนั้นหายไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงรอยเล็บที่สลักลึกบนแผ่นหลังและความโหยหาที่กัดกินใจเขาจนไม่อาจลบเลือน
เมื่อโชคชะตาเหวี่ยงทั้งคู่ให้มาเจอกันอีกครั้งในฐานะคู่ค้าทางธุรกิจ มาร์คัสจำเจ้าของรอยเล็บบนแผ่นหลังได้แม่นยำตั้งแต่วินาทีแรก
ยิ่งเห็นหน้าท้องที่เริ่มนูนเด่น เขาก็ยิ่งมั่นใจว่านั่นคือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา
บท 1
1 พรหมลิขิตไว้ ไร้หนทางเลี่ยง 1
ครืด... ครืด... ครืด...
แรงสั่นสะเทือนสม่ำเสมอจากไอแพดบนหัวเตียงสีขาวสะอาดตา ปลุกให้มือบางเอื้อมขึ้นไปคว้าสะเปะสะปะเพื่อกดปิดเสียงนาฬิกาปลุกอย่างอ่อนแรง
ไพลิน พิทักษ์โยธิน ลืมตาขึ้นหาวหวอดใหญ่ด้วยความอ่อนเพลีย ร่างเล็กเกือบจะทิ้งตัวลงสู่ห้วงนิทราอีกครั้งตามสัญชาตญาณ หากความทรงจำเรื่องภารกิจสำคัญไม่แล่นเข้ามาสะกิดให้นึกได้ว่า
เธอไม่มีเวลาให้นอนตัวเองนอนเอ้อระเหยอยู่บนเตียงนุ่มได้
ร่างโปร่งตวัดขาลงจากเตียงแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปจัดการธุระส่วนตัวในห้องน้ำอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกลับออกมาในชุดคลุมอาบน้ำ นั่งลงที่โต๊ะเครื่องแป้งซึ่งเต็มไปด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงผิวระดับไฮเอนด์วางเรียงรายจนแทบไม่มีที่ว่าง
“สู้อีกอึดใจเดียวยายเพลง วันนี้สุดท้ายแล้ว” เสียงหวานเอ่ยให้กำลังใจเงาสะท้อนในกระจก
ใบหน้ารูปไข่นวลละมุนกรอบด้วยผมดำขลับที่ยังชื้นอยู่เล็กน้อย ดวงตากลมโตมีแพขนตางอนงาม จมูกโด่งตั้งตรง และปากรูปกระจับน่ารัก
ทุกชิ้นส่วนบนหน้าประกอบกันพอดิบพอดี
ใครเห็นก็ต้องทอดตามอง ทว่าในตอนนี้กลับมีร่องรอยความหมองคล้ำใต้ตาอย่างเห็นได้ชัดจากการตรากตรำทำโปรเจ็กต์และพรีเซนเทชั่นเพื่อเตรียมเสนองานแก่คณะอาจารย์ในบ่ายวันนี้
“ลาแมร์ (La Mer) หรือ ลาแพร์รี (La Prairie) ก็กู้ไม่กลับแล้วรอบนี้” เธอพึมพำ ปล่อยลมออกทางปากอย่างปลงตก พลางประโคมครีมแบรนด์ดังราคาแพงลิบลงบนผิวนวล บรรจงแต่งแต้มเครื่องสำอางอย่างประณีตเพื่อกลบความเหนื่อยล้า
เอียงซ้ายเอียงขวาตรวจผลงานจนพอใจ
ไพลินก็เดินเข้าไปในวอล์กอินโคลเซต (Walk-in Closet) แล้วหยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวคู่กับกระโปรงทรงสอบสีเรียบ สวมทับด้วยสูทเข้ารูปแบรนด์หรูจากอิตาลีที่ช่วยเสริมบุคลิกให้ดูเป็นนักธุรกิจสาวรุ่นใหม่
...สมฐานะบุตรสาวคนเล็กของพิทักษ์โยธิน ตระกูลมหาเศรษฐีระดับหมื่นล้านของเมืองไทย
ร่างสมส่วนสูง 165 เซนติเมตร เดินออกมายังส่วนครัวของอพาร์ตเมนต์ขนาด 3 ห้องนอนย่านไฮด์ปาร์ก ซึ่งมารดาซื้อให้ในราคาถึง 200 ล้านบาทเพื่อความสะดวกสบายขณะที่เธอมาศึกษาต่อปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจที่ London Business School (LBS)
หญิงสาวต้มกาแฟหอมกรุ่นและจัดการอาหารเช้าง่ายๆ พลางหยิบไอแพดขึ้นมาเฟซไทม์หาหลานชายตัวน้อยที่เมืองไทยตามกิจวัตรประจำวัน
“ไงจ๊ะ” เสียงทุ้มของ เพทาย พี่ชายคนกลางและคุณพ่อมือใหม่รับสาย
“จะขอคุยกับหลานหน่อยค่ะ”
ไพลินยิ้มแก้มตุ่ยอย่างคนหลงหลาน ขอเม้าธ์มอยกับธามไท หลานชายวัยขวบเศษ บุตรของ เพทาย พี่ชายคนกลางของเธอ
“พี่เลี้ยงพาไปอาบน้ำอยู่น่ะ โทร.มาผิดเวลาไปนิด”
ปกติเธอจะโทร.มาช่วงสาย ซึ่งตรงกับช่วงเย็นของไทย เวลาที่ลอนดอนช้ากว่าเจ็ดชั่วโมง
“ว้า” คนเป็นน้องทำหน้าเสียดาย “แก้มล่ะคะ” เลยถามถึงแก้มหอม สะใภ้วัยละอ่อนซึ่งมีศักดิ์เป็นพี่เธอ
“ออกไปสปากับปิ่นน่ะ เจอรถติด ยังกลับไม่ถึงบ้านเลย”
ไพลินอดส่ายหัวไม่ได้ พี่ชายคนโตอย่างพชรก็กินเด็กหนักพออยู่แล้ว มาเจอพี่ชายคนรองอีก
ภรรยาของเพทายเพิ่งเรียนจบปีที่แล้ว อายุเพิ่งยี่สิบสามเอง ในขณะที่เธอเองก็จะอายุครบยี่สิบเจ็ดในปีนี้
“ลุงๆ บ้านนี้เป็นอะไรกันหมดน้อ ชอบกินเด็ก” คิดแล้วยังอดเย้าพี่ชายได้อีกไม่ได้ เลยเห็นหน้าคนฟังแดงขึ้นทันใด
“ยุ่งน่า” คนมีเมียเด็กขึ้นเสียงสูงแก้เขิน
“พูดถึงแก้มไม่ได้เลยนะคะ หน้าแดงเชียว” ไพลินล้อยิ้มใส่จอ คว้าขนมปังกัดไปด้วยอย่างไม่ขาดจังหวะ
“ก็เหมือนตอนพี่พูดถึงลูกชายร้านทองไง” เพทายย้อนเย้าเอาคืน แกล้งเอ่ยถึงแฟนหนุ่มของน้องสาว
“เรื่องจริง ไม่เถียงสักคำค่ะ” ไพลินเชิดหน้ายอมรับตรงๆ ใบหน้าที่แดงขึ้นทันควันก็สื่อความรู้สึกในใจได้ชัดเจนพออยู่แล้ว
เธออมยิ้ม รอวันกลับไปเจอคนรักที่เมืองไทย และวันนั้นใกล้เข้ามาทุกที
“วันนี้รีบไปนำเสนองานจบไม่ใช่เหรอ” เพทายเปลี่ยนเรื่องเมื่อเถียงไม่ออก
“ใช่ค่า”
“รีบๆ จบ รีบๆ กลับมาเลย จะได้มาช่วยพี่ทำงานบ้าง” เพทายสั่งสำทับ
ครอบครัวพิทักษ์โยธินทำธุรกิจนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์รายใหญ่และนำเข้ารถหรูซูเปอร์คาร์ ยังเป็นเจ้าของโชว์รูมหรูและศูนย์บริการซ่อมตรวจสภาพรถหลายสาขาทั่วประเทศ
…จึงไม่แปลกที่พี่ชายทั้งสองเฝ้ารอให้เธอกลับมาแบ่งเบาภาระ
ตอนนี้เพทายกำลังขยายธุรกิจสร้างโรงงานผลิตออโตพาร์ต (Auto Parts) ที่เน้นใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์และ AI แทนแรงงานคน ซึ่งลงทุนไปมหาศาลเพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนและลดความผิดพลาด
“รับทราบค่า งั้นขอเพลงไปเตรียมพรีเซนต์ก่อนนะคะ”
“โอเค ขอให้ทุกอย่างผ่านฉลุยนะครับ” พี่ชายอวยพรพลางตื่นเต้นแทนน้อง ในใจก็วางแผนพาครอบครัวมาร่วมพิธีรับปริญญาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“แน่นอนค่ะ วางแผนเที่ยวไว้แล้วด้วย” เธอตอบสีหน้าสดใส ไม่มีทีท่าประหม่าแม้แต่น้อย เพราะทุ่มเทกับโปรเจกต์นี้มาอย่างเต็มที่แล้ว
“จะไปเที่ยวที่ไหนกัน”
“คืนนี้ฉลองกับเพื่อนก่อนค่ะ จากนั้นก็อยู่ยุโรปสักพัก แล้วค่อยกลับไปทำงาน หวังว่าพี่พลายจะโอเคนะคะ”
เธอรู้มาว่าโรงงานสร้างเสร็จแล้ว เหลือแค่ติดตั้งระบบหุ่นยนต์และ AI ซึ่งพี่ชายทุ่มงบมหาศาล เธอจึงอยากพักผ่อนให้หายเหนื่อยก่อนเดินทางกลับมาลุยงาน
“ไอ้เที่ยวน่ะเที่ยวได้ แต่ระวังตัวด้วยนะ” เพทายเตือนเสียงอาทร
“ค่าๆ เพลงต้องไปแล้วนะคะ เจอกันเร็วๆ นี้ค่ะพี่พลาย” เธอโบกมือลาพี่ชายด้วยรอยยิ้มสดใส
ยกกาแฟดื่มอีกอึกหนึ่ง ก่อนจะคว้ากระเป๋าโน้ตบุ๊กเดินออกจากตึกสถาปัตยกรรมวินเทจสีขาวอันเป็นเอกลักษณ์อันงดงามของอาคารในมหานครลอนดอน มุ่งหน้าไปโบกแบล็กแคบ (Black Cab) เพื่อไปยังมหาวิทยาลัย
เธอกำลังจะเป็นไทในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้แล้ว และเธอตั้งใจจะฉลองให้สนุกสุดเหวี่ยงไปเลย!
✦ ✦ ✦
ร่างสูงใหญ่ของ มาร์คัส แกร์ริสัน ลุกขึ้นจากเตียงในห้องสวีตของ The Mandarin Oriental Hyde Park โรงแรมห้าดาวระดับตำนานย่านไนต์บริดจ์ แล้วเดินเข้าห้องน้ำ ก่อนกลับออกมาในชุดคลุม คว้าเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นขึ้นมาสวมใส่
ขณะติดกระดุมแขนเสื้อเชิ้ตสีขาว เสียงหวานจากเจ้าของร่างบางบนเตียงก็ดังขึ้น
“จะไปแล้วหรือคะมาร์คัส” โอลิเวีย นางแบบชื่อดังถามเสียงงัวเงีย
“ครับ”
“อย่าเพิ่งเลยค่ะ ฉันไม่มีตารางงานวันนี้ เรายังสนุกกันต่อได้นะคะ”
เธอรบเร้า ส่งสายตาหวานฉ่ำ พลางปลดผ้าห่มออกจากร่างเผยทรวงอกอวบเต่งตึง บิดร่างอย่างยั่วยวน
“ผมมีธุระน่ะครับ” เจ้าของร่างใหญ่ตอบเสียงราบเรียบ หันหลังไปจัดเสื้อผ้าต่อหน้ากระจกโดยไม่ใส่ใจท่าทางชวนเชิญเลยแม้แต่น้อย
ความเย็นชาของเขาทำให้โอลิเวียขุ่นมัวอย่างขัดอกขัดใจ เมื่อคืนเขายังดีอยู่เลย เช้านี้ทำเหมือนกันไม่เคยรู้จักมาก่อน
บทล่าสุด
#71 บทที่ 71 71 Special Chapter
อัปเดตล่าสุด: 5/21/2026#70 บทที่ 70 70มนต์รักสวิตเซอร์แลนด์
อัปเดตล่าสุด: 5/21/2026#69 บทที่ 69 69แผนการ (รัก) ลับ... กามเทพคนที่สอง 2
อัปเดตล่าสุด: 5/21/2026#68 บทที่ 68 68แผนการ (รัก) ลับ... กามเทพคนที่สอง 1
อัปเดตล่าสุด: 5/21/2026#67 บทที่ 67 67สุขดั่งสวรรค์ ฉันเคียงคู่เธอ 5
อัปเดตล่าสุด: 5/21/2026#66 บทที่ 66 66สุขดั่งสวรรค์ ฉันเคียงคู่เธอ 4
อัปเดตล่าสุด: 5/21/2026#65 บทที่ 65 65สุขดั่งสวรรค์ ฉันเคียงคู่เธอ 3
อัปเดตล่าสุด: 5/21/2026#64 บทที่ 64 64สุขดั่งสวรรค์ ฉันเคียงคู่เธอ 2
อัปเดตล่าสุด: 5/21/2026#63 บทที่ 63 63สุขดั่งสวรรค์ ฉันเคียงคู่เธอ 1
อัปเดตล่าสุด: 5/21/2026#62 บทที่ 62 62บ่มรัก บำเรอใจ 4
อัปเดตล่าสุด: 5/21/2026
คุณอาจชอบ 😍
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง













