Secret to be เล่นกับเพื่อน

Secret to be เล่นกับเพื่อน

Sweet_Moon · เสร็จสิ้น · 120.4k คำ

217
ยอดนิยม
315
การดู
12
เพิ่มเมื่อ
เพิ่มไปยังชั้นวาง
เริ่มอ่าน
แชร์:facebooktwitterpinterestwhatsappreddit

บทนำ

ความสัมพันธ์ของฉันกับเพื่อนชายคนสนิทมันไปไกลข้ามคำว่า Friend Zone เพราะมีแค่ฉันที่คิด
ส่วน ‘ซัน’ เป็นผู้ชายที่รักษาสัญญายิ่งกว่าชีวิต และโคตรจะโง่บรรลัยเรื่องความรู้สึก!
“ตอนนายทำ ไม่ต้องมองว่าฉันเป็นเพื่อน”
“เธอเองก็เหมือนกัน ฉันจะได้ไม่รู้สึกผิดที่ทำแบบนี้กับเพื่อน”
เราสองคนขยับไปไกลมากกว่าคำว่า ‘เพื่อน’ หมอนั่นยังไม่รู้สึกตัวอีกหรือไง มันน่าโมโหนักนะ

บท 1

Secret to be เล่นกับเพื่อน

[ซัน x แป้งร่ำ]

ฉันเกลียดคำว่า ‘เพื่อน’ มากที่สุดในชีวิต

เพราะคำว่าเพื่อน มันทำให้ฉันตกหลุมรักเพื่อนสนิททั้งที่มันไม่ควรเกิดขึ้น

ทำไมเราสองคนต้องเป็นเพื่อนกันตั้งแต่แรก? ทำไมเราถึงไม่กลายเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน

ถ้าหากมันเป็นแบบนั้น... ฉันคงไม่นึกเสียใจตั้งแต่ตอนนั้น จนถึงตอนนี้

‘หนูแอบชอบเพื่อนสนิทค่ะ เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ม.3 จนตอนนี้อยู่ม.6 แล้ว’

‘แล้วหนูทำยังไงครับ ได้บอกชอบเพื่อนคนนั้นไหม?’

‘หนูไม่กล้าค่ะ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเราสองคนเป็นเพื่อนกัน เขาแทบจะไม่เคยมองหนูต่างออกไป’

‘เหตุผลอะไรถึงทำให้หนูชอบเพื่อนสนิทครับ?’

‘สำหรับหนูการชอบใครสักคนหนึ่งมันต้องเกิดจากความรู้สึก ใช่ค่ะ หนูดันรู้สึกชอบเพื่อนตัวเองทั้งที่ไม่ควร’

‘แล้วหนูจะบอกเขาไหม’

‘หนูไม่กล้าค่ะ เพราะหนูกลัวว่าสุดท้ายถ้าเขาไม่ได้คิดแบบเดียวกับหนู คำว่าเพื่อนของเราอาจจะไม่หลงเหลือ หนูอยากรักษาความสัมพันธ์ของเราเอาไว้ในสถานะเพื่อน แต่ทำยังไงได้คะพี่ ความรู้สึกของหนูมันเปลี่ยนไปแล้วนี่นา หนูถึงต้องโทรมาระบายมันกับพี่ไงคะ’

‘พี่เข้าใจนะครับ เพราะคำว่าเพื่อนมันมีเส้นบางๆ กั้นอยู่ระหว่างกัน ถึงแบบนั้นถ้าเรากล้าที่จะเสี่ยงยุติความสัมพันธ์ของเพื่อนไปมันอาจจะดีหรือไม่ดีก็ได้ เพราะฉะนั้นใครที่หลงรักเพื่อนสนิทของตัวเองก็ลองชั่งใจให้ดีนะครับ ถ้าหากกลายเป็นคนรักกันจริงๆ ขึ้นมาสักวัน แล้วถ้าหากไปกันไม่ได้ แม้แต่คำว่าเพื่อนก็คงไม่หลงเหลือให้เก็บเป็นความทรงจำดีๆ แน่’

‘แต่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาส บางคนอาจจะได้คบกับเพื่อนสนิทตัวเองก็ได้นะครับ ถ้าหากเขาใจตรงกันกับคุณ จากเพื่อนเลื่อนขั้นไปเป็นคนรักได้ มันก็อยู่ที่ตัวของคุณว่ากล้าพอที่จะก้าวข้ามคำว่า Friend Zone ไปได้ไหม เอาใจช่วยคนแอบรักเพื่อนทุกคนและขอบคุณน้อง xx ที่โทรมาระบายความรู้สึกให้ฟังนะครับ’

ใช่ ความรู้สึกของฉันที่รู้สึกกับ ‘เพื่อน’ ของตัวเองเกินขอบเขตของคำว่าเพื่อนที่มันขีดเส้นกั้นระหว่างเราเอาไว้นับหลายสิบปีที่ผ่านมา ช่วงเวลาที่ไม่เข้าใจตัวเองและคิดทบทวนว่ามันเป็นจริงใช่ไหมกับความรู้สึกที่เอ่อล้นในใจของตัวเอง มันจริงใช่ไหมที่ฉันชอบเพื่อนตัวเองถึงขั้นที่ว่าอยากทำให้เขารู้ว่าฉันรู้สึกยังไง

หากแต่ว่าเพื่อนของฉันก็ดันโง่เรื่องนี้สุดๆ โง่แม้กระทั่งไม่เคยรับรู้ว่าฉันคิดยังไงกับเขา แต่อีกใจก็ดันไม่อยากให้เขารู้เหมือนกันเพราะฉันเองก็กลัวที่จะเสียเขาไป เสียไปในทีนี้หมายถึงว่าไม่ได้ครอบครองและไม่ได้เป็นทั้งเพื่อนยังไงล่ะ

ตุ้บ

แก้วกาแฟวางกระแทกตรงหน้า แต่สิ่งที่เห็นตรงหน้าเป็นของโปรดของฉันคือฉันเป็นพวกรักสุขภาพมากๆ จึงเลือกกินของบางอย่างให้เหมาะสม เช่นการดื่มน้ำผลไม้ปั่นจำพวกตระกูลเบอร์รี่ ยิ่งชอบมากที่สุดก็เป็นสมูทตี้ที่คล้ายกับไอศรีมปั่น สีของมันเป็นสีม่วงที่เกิดจากพวกบลูเบอร์รี่และแบล็กเบอร์รี่ที่ฉันโปรดปราน

ก่อนจะละสายตาจากแก้วสมูทตี้มองร่างหนาที่สูง 187 ซม. ใบหน้าหล่อเหลาทำหน้าหงุดหงิด ผมสีดำตัดเข้าทรงมัลเล็ตรากไทรที่ยาวปิดท้ายทอยและเปิดด้านข้างให้เห็นใบหูทั้งสองที่ติดต่างหูนับสิบ รอยสักลำคอแกร่งเป็นรูปนกสีดำให้ความรู้สึกมีควันสีดำอยู่รอบตัวนกตัวนี้ ไม่เว้นแม้แต่ท่อนแขนทั้งสองที่เต็มไปด้วยรอยสักที่เห็นเด่นชัดก็เพราะเขาพับแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวถึงข้อศอกและแน่นอนว่าสักแล้วดูหล่อมาก ไม่ต่างจากฉันเช่นเดียวกันที่ชื่นชอบรอยสักจนแขนทั้งสองก็เต็มไปด้วยรอยสักสีจะต่างจากเขาที่เน้นสีดำทั้งหมด รอยสักฉันจะเน้นมินิมอลเหมาะกับผู้หญิงสวยแซ่บอย่างฉันยังไงล่ะ

และที่สำคัญคนๆ นี้ก็คือ... เพื่อนสนิทของฉัน

“ฟังอะไร เอามาฟังหน่อยดิ”

“ไม่ต้องยุ่ง” ย่นจมูกใส่เขาและถอดหูฟังออกเก็บมือถือลงกระเป๋าแบรนด์ดังสีดำ จะให้ฟังในสิ่งที่ฉันกำลังฟังเนี่ยนะ

“เมื่อไหร่รถจะซ่อมเสร็จ”

“ไม่อยากมารับฉันแล้วสินะถึงได้ถาม” ทำหน้าบูดใส่คนตรงหน้าพลางเอาหลอดคนสมูทตี้ “กลัวจะไม่ได้ไปรับสาวที่โปรยเสน่ห์ไว้หรือไง?”

“คือเข้าใจกูด้วยนะ กูเรียนปีสี่แล้ว สถาปัตย์นะเว้ยต้องเตรียมหาที่ฝึกงานปีห้าอีก” อารมณ์ฉุนเฉียวของเขาทำให้ฉันเบ้ปากใส่อย่างไม่สบอารมณ์ เขาเอนหลังพิงกับพนักเก้าอี้พลางยกแขนทั้งสองพาดอก “เพนนีกับลูกกวาดก็มีรถ ทำไมไม่ให้เพื่อนเธอไปรับไปส่งวะ ทำไมต้องเป็นกู?”

“ก็นายเป็นเพื่อนสนิทฉันไง” กระดากปากสุดๆ ที่ต้องใช้คำนี้กับเขา ตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมาฉันใช้คำนี้กับเขาบ่อย มันก็ยังไม่รู้สึกกระอักกระอ่วนขนาดนี้ จนความรู้สึกของฉันมันเปลี่ยนไปนั่นแหละ “สองก็มีเมียแล้วนะ”

“หาผัวดิ”

“หาได้ง่ายก็ดีน่ะสิ” ก็ไม่ได้อยากมีผัวเป็นคนอื่นไง นายไม่เข้าใจหรือไงไอ้โง่! ได้แต่ด่าเขาในใจ

“ผู้ชายก็มาจีบเยอะ ไม่เลือกสักคน” เขาส่ายหน้าไปมาพลางหยิบแก้วกาแฟลาเต้ขึ้นดื่ม จากนั้นสายตาของเขาก็เหลือบมองหญิงสาวคนหนึ่งพลางฉีกยิ้มให้จนฉันหงุดหงิด ลุกขึ้นจากเก้าอี้โน้มตัวไปด้านหน้าเอื้อมมือบีบปลายคางเขาให้หันมาสบตากับฉัน ใช่ ต้องมองแค่ฉันปะไอ้บ้านี่! “อะไร?”

“คุยกันอยู่ มองคนอื่นเพื่อ”

“กูมองไม่ได้?” เขายักไหล่ไหวพลางปัดมือฉันออกเบาๆ จากนั้นก็ขมวดคิ้วราวกับไม่พอใจ “ไปนั่งดีๆ ดิ นมทะลักจนเห็นไปถึงไส้ติ่งละ”

“เหอะ”

“นมใหญ่ฉิบหาย”

“ทำยังกับไม่เคยเห็น” ถึงจะเป็นเพื่อนกันใช่ว่าเขาจะเคยเห็นมันบ่อยนะ หมอนี่เป็นพวกที่แบบพอเห็นฉันแต่งตัวโป๊ๆ ทีไรก็ไม่ชอบใจทุกทีนั่นแหละ รู้ว่าเป็นห่วงในฐานะเพื่อน ก็แอบอยากให้หึงหวงกันบ้างไง แต่ฉันไม่คาดหวังเท่ากับไม่ผิดหวัง

“ก็ไม่เคยเห็นไง”

“มีแต่ฉันปะที่เห็นของนาย”

“อย่ามามั่วนะเว้ย ฉันไม่เคยแก้ผ้าให้เธอเห็น อย่ามานะแป้ง” ไม่เคยเห็นตรงๆ แต่เคยเห็นมันชี้โด่ตอนที่หมอนี่ไปนอนค้างที่บ้านฉันไง ตอนนั้นก็คือ... ไม่เอาไม่พูดดีกว่า “ตกลงคือชวนกูมาทำอะไร”

“มานั่งเล่น” จริงๆ อยากเจอหน้ามากกว่า เพราะช่วงนี้เขาแทบจะไม่ค่อยได้มาหาฉันเลย เลยต้องโกหกไปว่ารถเสียแต่ที่จริงแล้วรถฉันจอดอยู่ที่บ้านในโรงจอดรถนั่นแหละ

“ฉันไม่ได้ว่างขนาดนั้นนะ ทีหลังเหงาก็โทรหาเพนนีกับลูกกวาดมาดิวะ” ถึงปากจะบ่นแต่ต้องบอกก่อนนะ สิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าเขาใส่ใจในฐานะเพื่อนก็คือเขาไม่เคยปฏิเสธฉันเลยแม้แต่ครั้งเดียว ไม่ว่าจะโทรไปว่าอยากให้มารับหรือให้พาไปไหน ตอนแรกก็จะบ่นๆ บ่นเป็นตาแก่ บ่นเป็นหมีกินผึ้ง สุดท้ายก็ไม่เคยปฏิเสธเลย แบบนี้ฉันถึงได้รู้สึกกับเขามากกว่าที่มันควรจะเป็นไง “เดินห้างจนพอใจยัง ฉันมีธุระต่อ”

“ธุระที่ว่าคือนัดกับสาวคนไหนไว้ล่ะ?”

“ไม่บอก”

ทำหน้าทำตาล้อเลียนจนฉันเบ้ปากและลุกขึ้นหยิบกระเป๋าสะพายข้าง ยืนอยู่บนส้นสูงสีดำขนาดสี่นิ้ว สวมเสื้อนักศึกษารัดรูปสีขาวตัวเล็กรัดหน้าอกหน้าใจใหญ่โตคัพอี มันเป็นไซส์ที่ใหญ่จนฉันแอบรู้สึกหนักอกหนักใจเหมือนกันนะ ยิ่งรูปร่างของฉันผอมเพรียว รับกับสะโพกที่หุ่นฉันเป็นทรงนาฬิกาทราย จะมีขนาดช่วงไหล่กับสะโพกที่เท่ากันเอวจะเล็กและคอดกิ่ว เป็นหุ่นในฝันที่ปลุกปั้นมาอย่างดี ยิ่งสวมกระโปรงทรงเอสั้นแหวกข้างอวดเรียวขายาว ผิวขาวดุจน้ำนมทำให้มีสายตาของผู้ชายมองไม่วางตาเลย บวกกับรอยสักด้วยแล้วนะฉันรู้สึกมั่นใจในตัวเองสุดๆ ไปเลยล่ะ

ปึก

“ว้าย!”

หมับ

“แม่ง เป็นไรปะเนี่ย”

“ส้นสูงมันหักอะ” ทันทีที่เดินออกจากร้านกาแฟไม่ทันไร จู่ๆ ส้นสูงที่สวมใส่มันก็หักลงจนข้อเท้าของฉันพลิกเล็กน้อย ส่งผลให้เซล้มไปด้านหน้า จังหวะจะคว้าไหล่ของเขาเอาไว้ ร่างสูงก็หันมารับฉันทันจนใบหน้าแนบลงตำแหน่งแผงอกซ้าย กลิ่นหอมจากน้ำหอมที่เขาฉีดมันทำให้ฉันรู้สึกหน้าร้อนผะผ่าว

“กูบอกแล้วว่าอย่าสวมส้นสูงบ่อย”

“คนมันชอบนี่นา” ชอบบ่นฉันทุกอย่างจริงๆ เลยหมอนี่! “เจ็บอะ”

“เดี๋ยวไปนั่งตรงนั้นก่อน” ฉันเม้มริมฝีปากและบิดหน้าไปด้วยความเจ็บปวดเล็กน้อย เขาประคองเอวฉันและพามานั่งที่เก้าอี้ไม้ในห้างสรรพสินค้า จากนั้นร่างสูงก็นั่งชันเข่าขึ้นมาข้างหนึ่ง คล้ายกับว่าตอนนี้เขากำลังนั่งตรงหน้าเหมือนกำลังคุกเข่าขอแต่งงาน แต่ฉันก็ฝันสลายไงมันไม่ใช่อย่างที่ตัวเองคิด ทันทีที่รองเท้าส้นสูงถูกถอดออกจากปลายเท้า ฝ่ามืออุ่นร้อนก็บีบนวดคลึงตรงข้อเท้าจนฉันโน้มตัวเอาปัดมือเขาออก

“มันเจ็บ”

“ดี ทีหลังจะได้จำว่าอย่าใส่ส้นสูงบ่อยๆ”

“ชิ บ่นเก่งชะมัด”

“นั่งตรงนี้ เดี๋ยวมา”

“นายจะทิ้งฉันเหรอ!”

“บ้าหรือไงวะ จะไปดูยากับผ้าพันแผลให้” เขาตวาดใส่ฉันพลางถอนหายใจราวกับไม่สบอารมณ์ จากนั้นแผ่นหลังกว้างก็เดินห่างออกไปไกลจนฉันเอื้อมมือลงไปสัมผัสตรงข้อเท้า ความอบอุ่นจากมือเขามันยังแผ่ซ่านไม่หายไปไหนเลย ทั้งที่เจ็บข้อเท้าขนาดนี้ แต่ทำไมฉันถึงได้ยิ้มออกมาก็ไม่รู้สิ

10 นาทีต่อมา...

“เรียบร้อย ลุกไหวปะ?”

“ไม่” ส่ายหน้าไปมาขณะมองผ้าพันแผลที่ถูกผันตรงข้อเท้าได้อย่างสวยงาม แบบนี้มีข้ออ้างให้เขามารับไปส่งที่มหาลัยแล้วสินะ จะได้ไม่ต้องคิดแผนเรื่องรถเสียอีก เขาได้ฟังก็ควานหาอะไรบางอย่างในถุงพลาสติกพอหยิบขึ้นมาเป็นรองเท้าแตะคู่หนึ่ง ไม่รีรอที่จะถอดรองเท้าส้นสูงอีกข้างออกและสวมรองเท้าแตะให้ฉันแบบพอดิบพอดี รู้ทุกอย่างในชีวิตของฉันเหมือนกับที่ฉันเองก็รู้ทุกอย่างในชีวิตของเขาเช่นเดียวกัน

“ก็ถ้าไม่สวมกระโปรงสั้นๆ จะให้ขี่หลังนะ” น่าเสียดายชะมัด ถึงจะเคยขี่หลังเขาบ่อยๆ ก็เถอะ ตอนนั้นกับตอนนี้มันต่างกันไง ความรู้สึกต้องไม่เหมือนเดิมอยู่แล้ว เขาพูดบ่นไปเรื่อยก่อนจะโอบเอวฉันที่เงยหน้าสบตากับเขา ยามที่มือของเขาบีบกระชับตรงเอวรู้สึกขนลุกเป็นบ้าเลยแหะ “ปวดขี้หรือไง?”

“อะไรของนาย”

“ขนลุกเกรียวเชียว”

“จะบ้าหรือไง!” ช่างกล้านะ ขนลุกก็เพราะนายนั่นแหละ พูดบ้าอะไรก็ไม่รู้

เขาประคองเอวฉันและพาเดินออกจากห้างแบบช้ามากๆ จนแอบได้ยินเสียงถอนหายใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็นะมันเจ็บก็จริงแต่สำออยก็เพราะอยากให้เขาดูแลไงล่ะ ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าเขาคอยดูแล ห่วงใยฉันมาตลอดก็ตามที ใช่ว่าฉันจะไม่อยากได้มันตลอดนี่นา อยากได้ตลอดชีวิตไปด้วยซ้ำแต่ก็ได้แค่ความคิดนะ ความเป็นจริงเขาก็คิดแค่ว่าดูแลฉันในฐานะ ‘เพื่อนสาวคนสนิท’

แค่ความรู้สึกของเรามันก็ต่างกันแล้วไง ฉันรู้สึกกับเขาเกินคำว่าเพื่อน ส่วนเขาก็ไม่เคยคิดกับฉันเกินเลยไปจากคำว่าเพื่อนเลยสักนิด ทั้งที่ฉันทั้งสวย ทั้งแซ่บและร้อนแรง มีเสน่ห์สุดๆ เขากลับไม่เคยชายตามอง ราวกับฉันเป็นของต้องห้าม ไม่สิ เป็นของที่อยู่ในที่ที่เขาอยากให้อยู่เสียมากกว่า

“พรุ่งนี้มารับไปมหาลัยด้วย”

“ไปไหวหรือไง?”

“ฉันไม่อยากขาดเรียนนี่นา”

“โทรให้เพนนีมารับ พรุ่งนี้ฉันมีเรียนบ่ายถึงค่ำเลย” คำตอบของเขาทำให้ฉันมองค้อนเขาขณะที่รถเลี้ยวเข้ามาจอดในบ้านหลังใหญ่โตสมฐานะลูกสาวของนักธุรกิจดังและร่ำรวย ร่างสูงเปิดประตูรถออกไปจากนั้นก็เดินอ้อมมาเปิดประตูรถให้กับฉัน ใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้ามาใกล้พลางช้อนร่างฉันในระยะที่แก้มสากเฉียดตรงริมฝีปากฉันไปมา จนต้องเบือนหน้าหนีด้วยความตกใจ ไม่สิ ที่เบือนหน้าหนีก็เพื่อไม่ให้เผลอจูบแก้มเขาต่างหากเล่า! “กว่าจะเดินเข้าบ้าน ขึ้นบันไดถึงห้อง คงเหมือนตัวสลอธ”

“ตัวอะไร?” ฉันโอบกอดลำคอแกร่งเมื่อเขาอุ้มฉันในแบบที่ฉันต้องการมันมาตลอด ถึงจะเคยโดนอุ้มในสถานการณ์คล้ายๆ กันก็เถอะ มันก็ตื่นเต้นทุกครั้งเลยนี่นา “สลอธเนี่ยนะ”

“ลองไปเสิร์จดูเอา” พูดจบเขาก็อุ้มฉันเข้ามาในบ้านที่เงียบสงัดมีเพียงแม่บ้านที่พอเห็นเขากับฉันก็ฉีกยิ้มให้ “พ่อกับแม่ไปไหน?”

“ไปติดต่อธุระที่ต่างประเทศ”

“อ่า แบบนี้เองสินะ ถึงได้เหงา” เขาอุ้มฉันมาถึงชั้นสองของบ้านและเดินเลี้ยวไปยังซ้ายมือและห้องของฉันอยู่ท้ายสุด เปิดประตูเข้าไปก็พบกับห้องนอนที่กว้างใหญ่ ร่างของฉันถูกพามานั่งบนโซฟาปลายเตียงพร้อมถุงพลาสติกที่วางข้างตัว “อย่าลืมทายาด้วย ไปละ”

“ดะ เดี๋ยวสิ” คว้าข้อมือเขาไว้ก่อนจะหมุนตัวจากไป “พรุ่งนี้มารับไม่ได้จริงๆ เหรอ?”

“เออ ให้เพนนีมารับ ฉันมีเรียนบ่ายถึงค่ำ”

“...”

“อย่าติดฉันให้มากเลย เราไม่ใช่เด็กกันแล้วนะ” พูดจบเขาก็วางมือลงบนศีรษะฉัน ยีเส้นผมเบาๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องไป ทันทีที่ให้หลังเขาฉันก็รีบเดินกระเผลกไปเปิดผ้าม่านตรงหน้าต่าง มองร่างสูงใหญ่ที่เดินมาถึงรถของตัวเอง จังหวะเปิดประตูกำลังจะขึ้นถ เขาก็หยิบมือถือขึ้นมากดรับสายและคุยอะไรกับใครบางคนด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม ไม่ช้ารถสปอร์ตจากัวร์สีดำก็ขับออกจากบ้านไป

ฉันถอนหายใจออกมาขณะมองไปยังตู้ปลายเตียงข้างๆ ทีวี กรอบรูปประมาณห้าอันวางเรียงกัน ไล่จากตั้งแต่ตอนเด็ก โตขึ้นมาได้นิดหน่อยและมาถึงตอนปัจจุบัน ภาพที่มีเราสามคนฉัน สองเพื่อนชายอีกคนและเขาคนนั้นที่ฉันคิดเกินเลยไปมากกว่าคำว่าเพื่อน หยิบกรอบรูปที่เราถ่ายกันสองคนตอนสวมชุดนักศึกษาปีหนึ่งครั้งแรก แม้จะอยู่คนละมหาลัยกันแต่กว่าจะดึงให้เขามาถ่ายได้ก็เล่นเอาเหงื่อตก ส่วนสองเป็นพวกที่ไม่ชอบถ่ายรูปทำให้ต้องบังคับถ่ายกับเขาแบบไม่ยินยอมสักเท่าไหร่

ลอบมองภาพในมือที่เขายืนข้างฉันเอาแขนกอดคอ ส่วนฉันก็ฉีกยิ้มกว้างชูสองนิ้ว... ใครจะไปคิดกันล่ะว่าสุดท้ายภาพนี้มันจะกลายเป็นภาพที่สิ้นสุดทางเพื่อนของฉันที่มีต่อเขา นับจากนั้นความรู้สึกของฉันก็ชัดเจนมากยิ่งขึ้นจนแปรเปลี่ยนมันไปตั้งแต่ตอนนั้น

“ฉันชอบนาย ซัน”

ได้แต่บอกเขาผ่านรูปภาพ ‘ซัน’ ที่หมายถึงพระอาทิตย์ แม้จะร้อนแรงแต่ก็มีมุมที่อบอุ่น เพราะเขาเป็นเหมือนแสงอาทิตย์ที่สาดส่องมาตลอดไม่มีวันดับสิ้น ฉันถึงได้ชอบเขามากกว่าคำว่าเพื่อนที่เขาให้ แถมพระอาทิตย์ดวงนี้ก็โง่จริงๆ ที่มองไม่ออกว่าฉันรู้สึกยังไง ขนาดสองเพื่อนที่โลกส่วนตัวสูงสุดๆ ยังมองออกว่าฉันรู้สึกยังไงกับซัน มีแต่เขานั่นแหละ

“เจ้าโง่” เอานิ้วเคาะบนใบหน้าหล่อเหลาที่ฉีกยิ้มกว้าง “ไม่รู้อะไรซะเลย”

----------------------------------------------------

บทล่าสุด

คุณอาจชอบ 😍

So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์

So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์

232.7k การดู · เสร็จสิ้น · Phat_sara
"คุณ! ข่มขืนฉัน!"
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ

รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ

757.3k การดู · เสร็จสิ้น · พราวนภา
‘ต่อให้มึงสลัดคราบทอม แล้วแต่งหญิงให้สวยกว่านี้ร้อยเท่า กูก็ไม่เหลือบตาแล เกลียดก็คือเกลียด…ชัดนะ!’

ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
ใต้เงาสเน่หา

ใต้เงาสเน่หา

16.3k การดู · กำลังอัปเดต · นรานิณ
เพราะมรสุมชีวิตและรักเก่าที่พังทลาย ทำให้ ‘เพลงพิณ’ นักโภชนาการสาวต้องยอมลดตัวมาเป็นแม่ครัวส่วนตัวในคฤหาสน์หรู เพื่อหาเงินรักษาเทวดาตัวน้อยของเธอ...

ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์

ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
รัก(ลับ)นายวิศวะ

รัก(ลับ)นายวิศวะ

784.2k การดู · เสร็จสิ้น · Kim Nayeol
"ฉันรวยมากพอ...ที่จะซื้อเธอ เอาคนอย่างเธอมากระแทกเล่นๆ ได้" ใบหน้าอันหล่อเหลาเอ่ยมาด้วยสีหน้าอันดุดัน

"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้

แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"

"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง

เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ

"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."

"เพียะ"

อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม

"เธอ..."

เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
พิษรักคุณหมอ

พิษรักคุณหมอ

423.1k การดู · เสร็จสิ้น · เพียงเม็ดทราย
"มีนอยากกินน้ำอุ่นค่ะ" "ที่ห้องไม่มีน้ำอุ่นหรอก เอาอย่างอื่นแทนไหม...อุ่นเหมือนกัน" นอกจากฝีมือผ่าตัดคุณหมอฟันยังเหลี่ยมจัดอีกด้วย
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน

“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน

โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
พันธะร้ายนายวิศวะ

พันธะร้ายนายวิศวะ

550.9k การดู · เสร็จสิ้น · Kim Nayeol
"_" ใครๆ ก็คิดว่าฉันโสด จะพูดยังไงดีละ มันพูดได้ไม่เต็มปากนะ "

"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง

"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย

***********************

เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล

"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก

" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้

เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ

"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ทาสสวาทอสูรเถื่อน

ทาสสวาทอสูรเถื่อน

540.1k การดู · เสร็จสิ้น · รินธารา
“คืนละล้าน คุณจ่ายให้ฉันได้ไหมล่ะคะ ถ้าได้ฉันจะอ้าขารอคุณบนเตียงทุกคืนเลยค่ะทูนหัว” พิชชาภาพูดออกไปพร้อมกับใบหน้าท้าทายอย่างไม่กลัว ในเมื่อเขาอยากจะได้ตัวเธอ เขาก็ต้องลงทุน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
โซ่สวาทร้อนรัก

โซ่สวาทร้อนรัก

516.2k การดู · เสร็จสิ้น · รินธารา
“ใครบอกให้คุณแต่งตัวแบบนี้หึ อยากจะโชว์ให้คนอื่นเห็นหรือไง ว่านมตัวเองมันใหญ่น่ะห้ะ”
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”

คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
พี่ชายที่รัก

พี่ชายที่รัก

275.3k การดู · เสร็จสิ้น · สาวน้อย.ช่างฝัน
พี่กัส 'ออกัส' เป็นพี่ชายของฉัน 'อลิน' เราเป็นพี่น้องบุญธรรมกัน แต่เขากลับไม่เคยทำดีกับฉันเลยสักครั้ง เอาแต่คอยทำร้ายจิตใจและร่างกายของฉัน
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก

I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก

972.8k การดู · เสร็จสิ้น · Phat_sara
ผู้หญิงเรียบร้อยคือผู้หญิงที่ผมรู้สึกขัดตาที่สุด เจอกับตัวมาเยอะแล้วครับที่เรียบร้อย อ่อนหวาน แต่สุดท้ายก็...ไม่ได้แรดหรอกเรียกว่า ร่าน เลยดีกว่า
รักไม่หลอก

รักไม่หลอก

8.1k การดู · เสร็จสิ้น · เตชิตา
วาดฝันนักเขียนสาวสุดเฉิ่มถูกไล่ออกจากงานประจำหลังโดนจับได้ว่าแอบปั่นต้นฉบับในเวลางานจึงไปอาศัยอยู่กับน้องชายฝาแฝดที่ไม่ลงรอยกันมาแต่เด็ก ทำให้เกิดมีปากเสียงกันในวันหนึ่งเมื่อคนเป็นน้องเอ่ยปากไล่เธอต่อหน้าคู่ขาสาวทำให้คนเป็นพี่เสียใจจนผลุนผลันขับรถออกมาได้รับอุบัติเหตุ โชคชะตาเล่นตลกให้วิญญาณวาดฝันหลุดจากร่าง ซ้ำยังกลายเป็นวิญญาณความจำเสื่อมหาทางเข้าร่างไม่ได้และยังซวยไม่พอ วาดฝันต้องเข้าไปพัวพันกับคดีสะเทือนขวัญ ต้องช่วยพร้อมรบ นิติเวชหนุ่มที่มองเห็นวิญญาณของเธออย่างน่ามหัศจรรย์และยิ่งกว่านั้นเวลาอยู่ใกล้เขาในระยะสายตาจากเป็นแค่ดวงวิญญาณ วาดฝันจะมีตัวตนเหมือนคนปกติภายใต้ข้อแม้ว่าต้องอยู่ใกล้นิติเวชหนุ่มเท่านั้น ความสัมพันธ์แปลกประหลาดกับภาระกิจที่ต้องช่วยเขาไขคดีอาจเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้วาดฝันหาทางกลับเข้าร่างของตัวเองได้
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก

พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก

13.1k การดู · เสร็จสิ้น · ปะหนัน
คำโปรย
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า