บทนำ
เพราะบาดแผลในอดีต ทำให้ 'เยล' ปฏิเสธการผูกมัดและไม่เคยเอ่ยปากให้สถานะกับเธอ
แต่เขากลับหวงแหน หวาดระแวง และพร้อมจะจัดการผู้ชายทุกคนที่กล้าเข้าใกล้ 'แซน'
"จำเอาไว้พี่แซน... ถึงเราจะไม่มีสถานะ แต่พี่คือผู้หญิงของผม ใครหน้าไหนก็ห้ามแตะ!"
เมื่อคนหนึ่งโหยหาความชัดเจน แต่อีกคนกลับกักขังเธอไว้ด้วยความหึงหวงที่ไร้ชื่อเรียก... บทสรุปของความสัมพันธ์ที่อึดอัดแต่ขาดกันไม่ได้นี้ ควรจะลงเอยอย่างไรกันแน่
บท 1
"กลับมาช้าไปสิบนาทีไปไหนมา"
เสียงทุ้มเข้มดังขึ้นทันทีที่ประตูห้องคอนโดหรูถูกเปิดออก ร่างสูงของเยลนั่งกอดอกอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ สายตาคมกริบของเขาจ้องมองนาฬิกาข้อมือเรือนหรู ก่อนจะตวัดสายตาดุดันขึ้นมามองหญิงสาวที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้อง
แซนหญิงสาววัยยี่สิบสองปี นักศึกษาปีสี่คณะนิเทศศาสตร์ ผู้พ่วงตำแหน่งพริตตี้และนางแบบอิสระชะงักไปเล็กน้อย
เธอกำลังก้มลงถอดรองเท้าส้นสูงที่ใส่ยืนมาทั้งวัน เมื่อได้ยินเสียงแข็งๆของคนอายุน้อยกว่า เธอก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ
"พี่ก็ไปทำงานมาไง เยลเป็นอะไรเนี่ย ทำไมต้องทำเสียงแข็งใส่พี่ตั้งแต่เพิ่งกลับมาถึงด้วย" แซนถามกลับด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้า เธอหันไปมองหน้าคนที่เธอกินอยู่หลับนอนด้วยในสถานะคนคุยมาตลอดสองปีเต็ม
เยลลุกขึ้นจากโซฟา ร่างสูงเดินตรงเข้ามาหาเธอด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปม
"ทำงานเสร็จตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอ ผมเช็กตารางงานพี่แล้ว งานมันเลิกตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงที่แล้ว ทำไมเพิ่งถึง แล้วเมื่อกี้ใครมาส่ง ไอ้เตชใช่ไหม!"
คำถามที่จี้ตรงจุดทำให้แซนชะงักไปอีกรอบ เธอรู้ดีว่าเยลไม่ชอบเตชลูกชายเจ้าของบริษัทคู่แข่งทางธุรกิจของพ่อเขา และเธอก็รู้ดีว่าเตชเคยพยายามตามจีบเธอมาก่อนที่เธอจะตกลงปลงใจมาอยู่กับเยล
"อืม เตชมาส่ง" แซนตอบตามความจริง เธอไม่ใช่คนชอบโกหก และรู้ดีว่าถ้าโกหกแล้วเยลจับได้ เรื่องมันจะลุกลามใหญ่โตกว่านี้หลายเท่า
"พี่แซน!" เยลขึ้นเสียงทันที ดวงตาคมวาวโรจน์ไปด้วยความโกรธและความหึงหวง
"รู้ทั้งรู้ว่าผมเกลียดขี้หน้ามัน รู้ทั้งรู้ว่าบ้านมันเป็นคู่แข่งกับบริษัทพ่อผม พี่ก็ยังดันทุรังไปรับงานเป็นพริตตี้ให้บริษัทมัน แถมยังนั่งรถมันกลับมาอีก พี่เห็นผมเป็นตัวอะไรวะ!"
แซนวางกระเป๋าใบใหญ่ลงบนเคาน์เตอร์ครัว เดินเข้าไปหาคนตัวโตที่กำลังโมโหเลือดขึ้นหน้า เธอรู้ดีว่าเวลาเยลหึง เขาจะอารมณ์ร้อนและขาดสติแค่ไหน
เธอสอดมือบางเข้าไปประคองแก้มทั้งสองข้างของเยลไว้ ออกแรงลูบเบาๆเพื่อดับไฟในใจเขา
"เยล... ฟังพี่นะ" แซนสบตาคมที่กำลังสั่นระริก
"พี่ไม่ได้คิดอะไรกับเตชเลยสักนิด งานก็คืองาน พี่เป็นฟรีแลนซ์ พี่รับงานทุกบริษัทที่จ้างนั่นแหละ ส่วนเรื่องที่เขามาส่ง เขาแค่ผ่านมาทางนี้พอดี พี่เห็นว่ามันดึกแล้วและประหยัดค่ารถด้วย ก็เลยติดรถเขามา"
"แต่ผมไม่ชอบ!" เยลเถียงกลับทันควัน มือหนายกขึ้นมาจับข้อมือเล็กของแซนไว้แน่น
"พี่ก็รู้ว่าไอ้เตชมันคิดยังไงกับพี่ มันหาเรื่องมาใกล้ชิดพี่ มันอยากได้พี่!"
"แต่พี่ไม่ได้อยากได้เขานี่" แซนตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและนุ่มนวลในเวลาเดียวกัน
"เยลใจเย็นๆได้ไหม เราจะทะเลาะกันเรื่องนี้อีกแล้วเหรอ วันนี้พี่เหนื่อยมากเลยนะ"
แววตาออดอ้อนและน้ำเสียงที่อ่อนลงของแซนเหมือนน้ำเย็นจัดที่สาดลงบนกองไฟ เยลกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ลดฮวบลงอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นรอยคล้ำใต้ตาและความเหนื่อยล้าบนใบหน้าสวยของคนตรงหน้า
เขายอมปล่อยข้อมือเธอ ก่อนจะตวัดวงแขนแกร่งรวบเอวบางเข้ามากอดไว้แน่นจนใบหน้าของแซนซบลงกับอกกว้างของเขา
"ผมขอโทษ" เยลกระซิบเสียงแผ่วเบา ซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่เนียนของหญิงสาว
"ผมแค่หวง ผมกลัวว่าจะมีคนแย่งพี่ไปจากผม ยิ่งเป็นไอ้เตช ผมยิ่งยอมไม่ได้"
แซนถอนหายใจอย่างโล่งอก ยกแขนขึ้นกอดตอบแผ่นหลังกว้างของคนอายุน้อยกว่า มือบางลูบกลุ่มผมสีเข้มของเขาเบาๆอย่างปลอบโยน
"ไม่มีใครแย่งพี่ไปจากเยลได้หรอกน่า คิดมากไปได้" แซนพูดกลั้วหัวเราะเบาๆ
"แล้วนี่กินข้าวหรือยัง หิวไหม พี่ซื้อของโปรดมาฝากด้วยนะ"
เยลผละใบหน้าออกมามองเธอ แววตาของเขายังคงมีความกังวลซ่อนอยู่ลึกๆ
"ยังไม่ได้กิน มัวแต่รอพี่นั่นแหละ โทรไปก็ไม่รับสาย ผมจะบ้าตายอยู่แล้วรู้ไหม"
"ก็ตอนนั้นพี่อยู่บนรถเตช ถ้าพี่รับสายแล้วเยลได้ยินเสียงเตช เยลก็ต้องโวยวายอีก พี่เลยกะว่าถึงห้องแล้วค่อยคุยทีเดียวไง" แซนอธิบายอย่างมีเหตุผล
"ไป นั่งรอที่โต๊ะเลย เดี๋ยวพี่อุ่นกับข้าวให้"
"ผมช่วย" เยลไม่ยอมปล่อยมือ เดินตามแซนต้อยๆเข้าไปในโซนครัวเหมือนเด็กติดแม่
ขณะที่แซนกำลังแกะกับข้าวใส่จาน เยลก็สวมกอดเธอจากด้านหลัง คางเกยอยู่บนไหล่บาง สูดดมกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆที่ผสมกับกลิ่นเหงื่อบางๆจากการทำงานของเธอ
"พี่เลิกรับงานพวกนี้ไม่ได้เหรอแซน" เยลพูดขึ้นมาลอยๆ
"พี่ก็รู้ว่าผมมีเงิน บ้านผมมีเงิน ผมให้พี่ได้ทุกอย่าง แค่พี่บอกมาคำเดียว ผมเลี้ยงพี่ได้สบายๆ พี่ไม่ต้องไปยืนยิ้มให้ไอ้พวกหน้าหม้อพวกนั้นมองหรอก"
มือที่กำลังจับทัพพีของแซนชะงักไปเล็กน้อย เธอหันเสี้ยวหน้ามามองคนข้างหลังก่อนจะยิ้มบางๆ
"พี่บอกเยลหลายรอบแล้วไง ว่าพี่อยากหาเงินเอง พี่ใช้ชีวิตคนเดียวมาตั้งแต่สิบแปด พ่อแม่พี่เสียไปหมดแล้ว พี่ชินกับการที่ต้องดูแลตัวเอง ถ้าวันหนึ่งพี่ไม่มีเยล พี่จะได้ยืนด้วยขาของตัวเองได้ไง"
คำว่า 'ถ้าวันหนึ่งพี่ไม่มีเยล' ทำให้วงแขนแกร่งรัดแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ
"ห้ามพูดแบบนี้อีก" เสียงของเยลเข้มขึ้นทันที
"พี่จะไม่มีวันไม่มีผม พี่ต้องอยู่กับผม" แซนหัวเราะเบาๆหันกลับไปอุ่นกับข้าวต่อ
"เราเป็นแค่คนคุยกันนะเยล ไม่ใช่สามีภรรยาสักหน่อย จะมาการันตีอะไรได้ อนาคตเยลอาจจะเจอผู้หญิงที่เหมาะสมกว่าพี่ เป็นลูกคุณหนูบ้านรวย ไม่ใช่พริตตี้สู้ชีวิตแบบพี่ก็ได้"
คำพูดของแซนแทงใจดำเยลอย่างจัง เขาเงียบไปชั่วอึดใจ ความรู้สึกผิดและสับสนตีรวนอยู่ในอก สองปีที่ผ่านมา เขาอยู่กับแซนแทบจะตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง กินข้าวด้วยกัน นอนกอดกันทุกคืน มีอะไรกันนับครั้งไม่ถ้วน แต่เขา... ไม่เคยขอเธอเป็นแฟน ไม่เคยให้สถานะที่ชัดเจนกับเธอเลย
ไม่ใช่ว่าเขาไม่รัก... แต่เขามีอดีต มีแผลในใจที่ฝังลึกเกี่ยวกับความรักที่เขาไม่เคยเล่าให้แซนฟัง และความกลัวนั้นก็ทำให้เขาไม่กล้าที่จะผูกมัดตัวเองกับสถานะที่เรียกว่าแฟน
แต่ถึงแม้จะไม่มีสถานะ เยลก็รู้ตัวเองดีว่าเขาหวงแซนยิ่งกว่าอะไรบนโลกใบนี้ ใครหน้าไหนก็ห้ามมาแตะต้องผู้หญิงคนนี้เด็ดขาด
"ถึงจะไม่มีสถานะ แต่พี่ก็เป็นของผม" เยลพูดเสียงหนักแน่น กดจมูกโด่งสันลงบนแก้มเนียนของเธอฟอดใหญ่
"ใครก็ห้ามยุ่งทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นไอ้เตช หรือไอ้หน้าไหนก็ตาม ถ้ามันกล้าเข้ามายุ่งกับคนของผม ผมเอาตายแน่"
"จ้าๆพ่อคนดุ" แซนส่ายหัวอย่างระอาปนเอ็นดู
"ปล่อยก่อน กับข้าวร้อนแล้วเนี่ย ไปนั่งรอที่โต๊ะเลยไป"
เยลยอมปล่อยแขนอย่างอิดออด เดินไปนั่งรอที่โต๊ะอาหาร แซนยกจานกับข้าวมาวางสองสามอย่าง มีทั้งต้มยำกุ้งน้ำข้น และผัดกะเพราหมูสับ เมนูโปรดของเขา
ทั้งสองคนลงมือทานข้าวด้วยกัน บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นและความคุ้นเคยที่ทั้งคู่มีให้กันเสมอมา
"วันนี้เรียนเป็นไงบ้าง" แซนเป็นฝ่ายทำลายความเงียบ ถามไถ่เรื่องชีวิตประจำวันของเขาเหมือนทุกที
"ก็เหมือนเดิม น่าเบื่อ" เยลตักข้าวเข้าปาก
"แต่อาจารย์สั่งโปรเจกต์กลุ่มชิ้นใหญ่ วันนี้ไอ้เรดมันก็เลยหงุดหงิดทั้งวัน แถมยังมีเรื่องน้ำพิงอีก"
"เรดเป็นอะไรอีกล่ะ ทะเลาะกับน้ำพิงเหรอ" แซนถามด้วยความสนใจ เธอรู้จักเพื่อนในกลุ่มของเยลดี ทั้งกรีนและเรดเพราะเยลชอบพาเธอไปสังสรรค์ด้วยบ่อยๆ
"อืม" เยลพยักหน้า
"มันเห็นน้ำพิงไปยืนคุยกับรุ่นพี่ผู้ชายที่คณะ มันก็เลยของขึ้น ไปกระชากแขนเขาออกมากลางโรงอาหารเลย ปากก็บอกเพื่อนว่าไม่ได้รัก ไม่ได้อยากรับผิดชอบที่พลาดไปนอนด้วย แต่พอเห็นเขาอยู่กับคนอื่น อาการหึงออกหนักกว่าผมอีก" แซนหัวเราะร่วน
"พวกนายนี่น๊า ปากแข็งกันจริงๆ ทั้งกลุ่มเลยไหมเนี่ย ทีคุณกรีนล่ะ ไม่เห็นมีปัญหาอะไรเลย รายนั้นดูอบอุ่นสุดๆ"
"ไอ้กรีนมันคนละแนวกับพวกผม คู่หมั้นมันคือน้องลิตา น้องเขาน่ารัก ว่านอนสอนง่าย ไม่ดื้อ ไม่เถียงคำไม่ตกฟากเหมือนคนแถวนี้" เยลจงใจพูดแขวะคนตรงหน้าพร้อมกับหรี่ตามอง
"อ้าว! ไหงมาหลอกด่าพี่ล่ะ พี่ดื้อตรงไหน" แซนวางช้อนลงแกล้งทำหน้างอใส่
"ดื้อตรงที่ชอบไปรับงานบริษัทไอ้เตชไง ดื้อตรงที่ไม่ยอมรับเงินผม ดื้อตรงที่ชอบคิดว่าตัวเองตัวคนเดียว ทั้งๆที่มีผมนั่งหัวโด่อยู่นี่ทั้งคน" เยลร่ายยาวเป็นชุด
"ก็มันเป็นความจริงนี่นา" แซนเถียงกลับเสียงอ่อนลง
"พี่มีเพื่อนสนิทแค่ยัยแพน ที่เป็นพริตตี้สังกัตเดียวกัน นอกนั้นพี่ก็ไม่มีใครแล้ว พ่อแม่พี่ก็ตายหมด ญาติพี่น้องก็ไม่มีใครเอาพี่สักคน ถ้าพี่ไม่อดทน ไม่สู้ชีวิต แล้วพี่จะอยู่มาถึงปีสี่แบบนี้เหรอ"
คำพูดของแซนทำให้เยลรู้สึกจุกในอก เขาเอื้อมมือข้ามโต๊ะไปกุมมือบางของเธอไว้ บีบเบาๆเพื่อส่งผ่านความรู้สึก
"พี่ไม่ได้อยู่คนเดียวพี่แซน พี่มีผม" เยลสบตาเธอนิ่ง
"ไม่ว่ายังไง ผมก็จะไม่มีวันทิ้งพี่"
แซนยิ้มบางๆตอบกลับ แม้ในใจจะแอบคิดว่าจะมั่นใจได้ยังไงในเมื่อแม้แต่คำว่าแฟน เยลยังไม่เคยพูดมันออกมาเลยสักครั้ง แต่เธอก็เลือกที่จะเก็บความรู้สึกนั้นไว้เงียบๆ
เธอพอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่ในตอนนี้ แม้จะคลุมเครือ แต่มันก็อบอุ่นและปลอดภัยที่สุดแล้วสำหรับผู้หญิงตัวคนเดียวอย่างเธอ
"กินข้าวต่อเถอะ เดี๋ยวกับข้าวเย็นหมด" แซนดึงมือกลับเบาๆแล้วตักกับข้าวใส่จานให้เยล
"พรุ่งนี้เยลมีเรียนเช้าไหม"
"มีคลาสตอนสิบโมงครับ" เยลตอบ
"แล้วพี่ล่ะ พรุ่งนี้มีงานที่ไหนหรือเปล่า"
"ไม่มี พรุ่งนี้พี่ว่างกะว่าจะตื่นสายๆหน่อย แล้วค่อยไปเคลียร์งานของมหาลัยให้เสร็จ ใกล้จะเรียนจบแล้ว โปรเจกต์จบก็ยังไม่ค่อยคืบหน้าเลย"
"ดีเลย พรุ่งนี้ผมเลิกเรียนบ่ายสอง เดี๋ยวผมรีบกลับมาหา ซื้อขนมเค้กร้านที่พี่ชอบมาฝากด้วย เอาไหม" เยลเสนอตัวอย่างกระตือรือร้น
"เอาสิ ขอบใจนะ" แซนยิ้มกว้างจนตาหยี รอยยิ้มของเธอทำให้โลกของเยลสว่างไสวขึ้นมาเสมอ
สองปีที่ผ่านมา เขาตกหลุมรักรอยยิ้มนี้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอเธอตอนนั้นเธอเป็นแค่พริตตี้ธรรมดาๆที่มารับงานยืนบูธให้บริษัทนำเข้าเครื่องแต่งกายของพ่อเขา
เยลที่บังเอิญไปตรวจงานแทนพ่อในวันนั้น ถูกตาต้องใจแซนตั้งแต่แรกเห็น เขาตามจีบเธอ ใช้ความพยายามอย่างหนักกว่าผู้หญิงที่ปิดกั้นตัวเองอย่างแซนจะยอมเปิดใจ
เขาดึงเธอเข้ามาในชีวิต ให้เธอมาอยู่ด้วยกันที่คอนโด ดูแลเธอในแบบของเขา แม้จะขาดความชัดเจนทางสถานะ แต่เขาก็ไม่เคยปล่อยให้ผู้ชายหน้าไหนเข้าใกล้เธอเลย
หลังจากจัดการมื้อค่ำเสร็จ แซนก็เข้าไปอาบน้ำชำระล้างร่างกายที่เหนื่อยล้ามาทั้งวัน เมื่อเธอเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดนอนสายเดี่ยวผ้าซาตินสีดำ เยลที่นั่งพิงหัวเตียงเล่นโทรศัพท์อยู่ก็วางมือถือลงทันที
สายตาคมกริบไล่มองเรือนร่างสมส่วนของหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า แซนเป็นคนสวย สวยจัดจนสะกดสายตา ผิวขาวจัดตัดกับชุดนอนสีดำ ผมสีชมพูอ่อนที่เข้ากับเธอดี ยิ่งทำให้เธอดูเซ็กซี่อย่างเป็นโดยไม่ต้องพยายาม
แซนเดินไปนั่งหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง หยิบครีมบำรุงผิวขึ้นมาทา เยลลุกจากเตียงเดินซ้อนไปด้านหลังเธอ ก้มลงจูบที่ลาดไหล่เนียนเบาๆ ทั้งสองคนสบตากันผ่านกระจกบานใหญ่
"ตัวหอมจัง" เยลกระซิบข้างหู เสียงของเขาพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด
"เพิ่งอาบน้ำมาก็ต้องหอมสิ"
แซนตอบกลั้วหัวเราะ พยายามทาครีมให้เสร็จ แต่คนตัวโตข้างหลังกลับเริ่มก่อกวนด้วยการซุกไซ้จมูกลงกับซอกคอขาวผ่องของเธอ มือหนาเลื้อยมาโอบเอวบางไว้หลวมๆ
"เยล พี่จะทาครีม" แซนปรามเบาๆแต่ก็ไม่ได้ขัดขืนจริงจังนัก
"ก็ทาไปสิ ผมก็แค่กอด" เยลเถียงข้างๆคูๆริมฝีปากร้อนผ่าวพรมจูบไปตามลำคอระหง ขบเม้มเบาๆ ฃจนแซนต้องหดคอหนีด้วยความจั๊กจี้
"อย่าทำรอยนะ พรุ่งนี้มะรืนพี่มีงานถ่ายแบบเสื้อผ้า ถ้ามีรอยพี่โดนช่างภาพด่าแน่"
แซนรีบเตือนเพราะรู้ดีว่าเยลชอบแสดงความเป็นเจ้าของด้วยการทิ้งรอยสีกุหลาบไว้บนตัวเธอเสมอ เยลจิ๊ปากอย่างขัดใจเมื่อได้ยินคำว่า 'งานถ่ายแบบ'
"งานอีกแล้วไม่ชอบเลยให้ตายสิ" แม้จะบ่น แต่เขาก็ยอมละริมฝีปากออกมา เลื่อนใบหน้ามาคลอเคลียที่แก้มใสแทน
"พี่แซนสัญญากับผมนะ ว่าจะไม่ไปใกล้ชิดกับไอ้เตชอีก"
จู่ๆเยลก็วกกลับมาเรื่องเดิม แซนวางขวดครีมลง หันเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่ม เธอยกมือขึ้นประคองใบหน้าหล่อเหลาของเขาไว้
"พี่สัญญา พี่ไปทำงาน ไม่ได้ไปหาเรื่องส่วนตัว เยลไว้ใจพี่ไหม" เยลมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของหญิงสาว เขาพยักหน้าช้าๆ
"ผมไว้ใจพี่ แต่ผมไม่ไว้ใจมัน พี่ไม่รู้หรอกว่าเวลาที่ผมเห็นพี่ส่งยิ้มให้คนอื่น หรือมีผู้ชายคนอื่นมองพี่ด้วยสายตาแทะโลม ข้างในนี้ของผมมันร้อนแทบจะระเบิด" เขายกมือของแซนมาทาบที่ตำแหน่งหัวใจของตัวเองที่กำลังเต้นแรง
"ผมหวงพี่ หวงจนแทบจะเป็นบ้าอยู่แล้ว"
ความรู้สึกที่ถ่ายทอดออกมาทางสายตาและน้ำเสียงของเยล ทำให้หัวใจของแซนสั่นไหว เธอรู้ว่าเยลพูดจริง เขาหวงเธอมาก หวงจนบางครั้งก็กลายเป็นความหวาดระแวงเกินขอบเขต แต่เธอก็พร้อมที่จะรับมือและอธิบายให้เขาเข้าใจเสมอ
"พี่เป็นของเยลคนเดียวนะ" แซนกระซิบเสียงหวานเป็นประโยคที่เยลชอบฟังมากที่สุด
รอยยิ้มพอใจจุดขึ้นบนมุมปากของชายหนุ่ม เขาช้อนตัวหญิงสาวขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาว ทำเอาแซนหวีดร้องเบาๆด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบยกแขนคล้องคอเขาไว้แน่น
"ถ้าเป็นของผมคนเดียว คืนนี้ก็ต้องตามใจผมนะ"
เยลพาแซนเดินตรงไปยังเตียงนอนกว้าง ค่อยๆวางร่างบางลงบนฟูกนุ่มอย่างทะนุถนอม ก่อนจะทาบทับตัวเองตามลงไป สายตาคมจ้องมองใบหน้าสวยหวานที่ขึ้นสีระเรื่อด้วยความหลงใหล
ถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะยังไม่กล้าให้สถานะกับเธอ เพราะอดีตที่คอยหลอกหลอน แต่มีสิ่งหนึ่งที่เยลมั่นใจที่สุดในชีวิตตอนนี้...
เธอคือผู้หญิงของเขา... และไม่ว่าใครหน้าไหน ก็ไม่มีสิทธิ์มาแย่งเธอไปจากเขาเด็ดขาด
บทล่าสุด
#32 บทที่ 32 จบบริบูรณ์
อัปเดตล่าสุด: 8/31/2026#31 บทที่ 31 มองขนาดนี้
อัปเดตล่าสุด: 8/31/2026#30 บทที่ 30 หลักฐาน
อัปเดตล่าสุด: 8/31/2026#29 บทที่ 29 โดนต้ม
อัปเดตล่าสุด: 8/31/2026#28 บทที่ 28 ลูกชายคนเดียวของพ่อ
อัปเดตล่าสุด: 8/31/2026#27 บทที่ 27 พร้อมลำบาก NC
อัปเดตล่าสุด: 8/31/2026#26 บทที่ 26 ผลประโยชน์
อัปเดตล่าสุด: 8/31/2026#25 บทที่ 25 ผมแอบกลัว
อัปเดตล่าสุด: 8/31/2026#24 บทที่ 24 คนป่วยห้ามดื้อ
อัปเดตล่าสุด: 8/30/2026#23 บทที่ 23 วิธีของกู
อัปเดตล่าสุด: 8/30/2026
คุณอาจชอบ 😍
คลั่งรักเมียแต่ง
คำโปรย
เมื่อเขาและเธอต้องมาอยู่ร่วมบ้านหลังเดียวกันในฐานะสามีภรรยา เขาเป็นคนพูดน้อยแถมยังดุ จึงทำให้เธอรู้สึกอึดอัดและน้อยใจอยู่บ่อยๆ
แนะนำตัวละคร
ภูวดล หรือ คุณภูมิ อายุ 32 ปี
เจ้าของสวนองุ่นขนาดใหญ่ เขาหล่อ ทำงานเก่ง พูดน้อย ดุ ชอบทำหน้าเข้ม จนเธอรู้สึกอึดอัด
รัตติกาล หรือ เจ้าขา อายุ 23 ปี
ลูกสาวร้านอาหารแห่งหนึ่งในตัวจังหวัด เธอสวย แต่งตัวแซ่บ ขี้น้อยใจ ชอบคิดเองเออเอง เพราะความอกหักจึงทำให้เธอเลือกที่จะประชด ตกลงรับคำแต่งงานกับใครที่ไหนก็ไม่รู้จัก ที่ผู้ใหญ่หาให้
@@@@@@
โรมานซ์ ฟีลกู๊ดเหมือนเดิม ไม่นอกกาย ไม่นอกใจ แต่เรื่องนี้พระเอกดุหน่อยนะคะโปรดทำใจก่อนอ่าน (แนวบ้านนอก)
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
เจ้าสาวนอกปรารถนา
จู่ ๆ วันหนึ่งเขาเดินเข้ามาบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า ‘ทำผู้หญิงคนอื่นท้อง’ พร้อมยื่นคำขาดว่า… หากรับไม่ได้ก็เซ็นใบหย่าแล้วไสหัวไป แต่ถ้าอยากรักษาตำแหน่งภรรยาแต่งเอาไว้ ก็จงยอมรับสภาพการใช้ชีวิตแบบ ‘สามคนผัวเมีย’ ในบ้านหลังนี้ซะ!
วันนี้หญิงสาวจึงต้องตัดสินใจ เธอจะยอมก้มหน้ารับความอดสู หรือจะลุกขึ้นสู้เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีและเดินออกจากกรงขังไร้รักแห่งนี้ด้วยตัวเอง
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
คุณหมอ❤️ที่รัก NC18++
"อาหมอกฤษฎิ์"
หนุ่มใหญ่วัย 34 ปี มาเฟียในคราบคุณหมอสูตินรีเวชแห่งโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของประเทศ โหด เหี้ยม รักใครไม่เป็น เปลี่ยนคู่นอนเป็นว่าเล่น สำหรับเขารักแท้ไม่เคยมีรักดีๆ ก็มีให้ใครไม่ได้ แต่สุดท้ายดันมาตกหลุมรักแม่ของลูกอย่างถอนตัวไม่ขึ้น❤️
"เฟียร์สตีนอยู่ดีๆรู้ตัวอีกทีก็มีลูกสาววัย4ขวบแล้วอ่ะครับ แถมแม่ของลูกทำเอาใจเต้นแรงไม่หยุดเลยนี่เรียกว่าตกหลุมรักใช่ไหมครับ"
นลินนิภา อารีย์รักษ์
"ที่รัก"
สาวน้อยวัยแรกแย้มบริสุทธิ์ผุดผ่อง ฐานะยากจนสู้ชีวิต เพราะความจำเป็นทำให้เธอต้องตกเป็นของเขา คนนั้นด้วยความเต็มใจ จนทำให้เธอต้องกลายมาเป็นคุณแม่ยังสาวด้วยวัยเพียง 18 ปี แต่แล้ววันหนึ่งโชคชะตาก็เล่นตลกเหวี่ยงให้เธอกลับมาพบกับเขาคนนั้นอีกครั้ง พ่อของลูกคนที่เธอถวิลหาไม่เคยลืม ❤️
"ตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรก ห่างกันไกลแค่ไหนใจยังคงคิดถึงเธอเสมอ ❤️พ่อของลูก"
หนูน้อยแก้มใส
กมลชนก อารีย์รักษ์
สาวน้อยวัย 4 ขวบ สดใสร่าเริง ฉลาดมาก ซนมาก แสบมาก เซี้ยวมาก เฟียสมาก ใครเห็นเป็นต้องหลงรักในความช่างพูดและขี้อ้อนของน้อง
"ลุงหมอเป็นพ่อขาของแก้มใสเหรอคะ"
หนูเป็นลูกของคุณพ่อกฤษฎิ์กับคุณแม่ที่รักค่ะ
หนูจะเป็นกามเทพตัวจิ๋วที่จะมาแผลงศรให้คุณพ่อกับคุณแม่รักกัน❤️มาเอาใจช่วยหนูกันด้วยนะคะ
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
เมีย(ไม่)พลอยโจน
ดวงใจอัสวัส
เขา... คือทายาทนักธุรกิจหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบ มีทุกอย่างในชีวิต ยกเว้นคนที่จะรักเขาจากหัวใจจริง
ในวันที่หัวใจของเขาแหลกสลาย เพราะถูกคนรักทรยศเพื่อเงิน เธอได้แต่ยืนมองอยู่ห่าง ๆ โดยไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะปลอบโยน
เมื่อโชคชะตาพาให้คนทั้งสองได้ใกล้ชิดกัน ความรักค่อย ๆ ผลิบาน ทว่าความต่างของฐานะ กลับกลายเป็นกำแพงใหญ่ที่ไม่มีใครคาดคิด
แม่ของเขา... ใช้เงินซื้อการจากลา
เพื่อนสนิทของเธอ... หักหลังเพื่อแย่งผู้ชายคนเดียวกัน
ส่วนเขา... เข้าใจว่าเธอทรยศ เลือกเงินมากกว่าความรัก จึงเฝ้าเกลียดชังและแก้แค้นผู้หญิงที่เคยเป็นดั่งดวงใจ
ห้าปีต่อมา...
โชคชะตานำพาเธอกลับมายืนตรงหน้าเขาอีกครั้ง ในฐานะเพียงลูกจ้างคนหนึ่งของไร่
เขาจ้างเธอไว้เพื่อแก้แค้น
เธอยอมทนทุกอย่างเพื่อความอยู่รอดของครอบครัว
แต่ไม่มีใครรู้ว่า... ผู้หญิงที่เขาเหยียบย่ำ คือคนเดียวกับที่ยังรักเขาหมดหัวใจ
และไม่มีใครรู้เช่นกันว่า... เมื่อความจริงทั้งหมดถูกเปิดเผย คนที่เจ็บปวดที่สุด อาจไม่ใช่เธอ... แต่เป็นเขา
บ่วงรักจำเลยแค้นรุ่นพี่ไร้ใจ
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป













