บทนำ
เพราะบาดแผลในอดีต ทำให้ 'เยล' ปฏิเสธการผูกมัดและไม่เคยเอ่ยปากให้สถานะกับเธอ
แต่เขากลับหวงแหน หวาดระแวง และพร้อมจะจัดการผู้ชายทุกคนที่กล้าเข้าใกล้ 'แซน'
"จำเอาไว้พี่แซน... ถึงเราจะไม่มีสถานะ แต่พี่คือผู้หญิงของผม ใครหน้าไหนก็ห้ามแตะ!"
เมื่อคนหนึ่งโหยหาความชัดเจน แต่อีกคนกลับกักขังเธอไว้ด้วยความหึงหวงที่ไร้ชื่อเรียก... บทสรุปของความสัมพันธ์ที่อึดอัดแต่ขาดกันไม่ได้นี้ ควรจะลงเอยอย่างไรกันแน่
บท 1
"กลับมาช้าไปสิบนาทีไปไหนมา"
เสียงทุ้มเข้มดังขึ้นทันทีที่ประตูห้องคอนโดหรูถูกเปิดออก ร่างสูงของเยลนั่งกอดอกอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ สายตาคมกริบของเขาจ้องมองนาฬิกาข้อมือเรือนหรู ก่อนจะตวัดสายตาดุดันขึ้นมามองหญิงสาวที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้อง
แซนหญิงสาววัยยี่สิบสองปี นักศึกษาปีสี่คณะนิเทศศาสตร์ ผู้พ่วงตำแหน่งพริตตี้และนางแบบอิสระชะงักไปเล็กน้อย
เธอกำลังก้มลงถอดรองเท้าส้นสูงที่ใส่ยืนมาทั้งวัน เมื่อได้ยินเสียงแข็งๆของคนอายุน้อยกว่า เธอก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ
"พี่ก็ไปทำงานมาไง เยลเป็นอะไรเนี่ย ทำไมต้องทำเสียงแข็งใส่พี่ตั้งแต่เพิ่งกลับมาถึงด้วย" แซนถามกลับด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้า เธอหันไปมองหน้าคนที่เธอกินอยู่หลับนอนด้วยในสถานะคนคุยมาตลอดสองปีเต็ม
เยลลุกขึ้นจากโซฟา ร่างสูงเดินตรงเข้ามาหาเธอด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปม
"ทำงานเสร็จตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอ ผมเช็กตารางงานพี่แล้ว งานมันเลิกตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงที่แล้ว ทำไมเพิ่งถึง แล้วเมื่อกี้ใครมาส่ง ไอ้เตชใช่ไหม!"
คำถามที่จี้ตรงจุดทำให้แซนชะงักไปอีกรอบ เธอรู้ดีว่าเยลไม่ชอบเตชลูกชายเจ้าของบริษัทคู่แข่งทางธุรกิจของพ่อเขา และเธอก็รู้ดีว่าเตชเคยพยายามตามจีบเธอมาก่อนที่เธอจะตกลงปลงใจมาอยู่กับเยล
"อืม เตชมาส่ง" แซนตอบตามความจริง เธอไม่ใช่คนชอบโกหก และรู้ดีว่าถ้าโกหกแล้วเยลจับได้ เรื่องมันจะลุกลามใหญ่โตกว่านี้หลายเท่า
"พี่แซน!" เยลขึ้นเสียงทันที ดวงตาคมวาวโรจน์ไปด้วยความโกรธและความหึงหวง
"รู้ทั้งรู้ว่าผมเกลียดขี้หน้ามัน รู้ทั้งรู้ว่าบ้านมันเป็นคู่แข่งกับบริษัทพ่อผม พี่ก็ยังดันทุรังไปรับงานเป็นพริตตี้ให้บริษัทมัน แถมยังนั่งรถมันกลับมาอีก พี่เห็นผมเป็นตัวอะไรวะ!"
แซนวางกระเป๋าใบใหญ่ลงบนเคาน์เตอร์ครัว เดินเข้าไปหาคนตัวโตที่กำลังโมโหเลือดขึ้นหน้า เธอรู้ดีว่าเวลาเยลหึง เขาจะอารมณ์ร้อนและขาดสติแค่ไหน
เธอสอดมือบางเข้าไปประคองแก้มทั้งสองข้างของเยลไว้ ออกแรงลูบเบาๆเพื่อดับไฟในใจเขา
"เยล... ฟังพี่นะ" แซนสบตาคมที่กำลังสั่นระริก
"พี่ไม่ได้คิดอะไรกับเตชเลยสักนิด งานก็คืองาน พี่เป็นฟรีแลนซ์ พี่รับงานทุกบริษัทที่จ้างนั่นแหละ ส่วนเรื่องที่เขามาส่ง เขาแค่ผ่านมาทางนี้พอดี พี่เห็นว่ามันดึกแล้วและประหยัดค่ารถด้วย ก็เลยติดรถเขามา"
"แต่ผมไม่ชอบ!" เยลเถียงกลับทันควัน มือหนายกขึ้นมาจับข้อมือเล็กของแซนไว้แน่น
"พี่ก็รู้ว่าไอ้เตชมันคิดยังไงกับพี่ มันหาเรื่องมาใกล้ชิดพี่ มันอยากได้พี่!"
"แต่พี่ไม่ได้อยากได้เขานี่" แซนตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและนุ่มนวลในเวลาเดียวกัน
"เยลใจเย็นๆได้ไหม เราจะทะเลาะกันเรื่องนี้อีกแล้วเหรอ วันนี้พี่เหนื่อยมากเลยนะ"
แววตาออดอ้อนและน้ำเสียงที่อ่อนลงของแซนเหมือนน้ำเย็นจัดที่สาดลงบนกองไฟ เยลกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ลดฮวบลงอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นรอยคล้ำใต้ตาและความเหนื่อยล้าบนใบหน้าสวยของคนตรงหน้า
เขายอมปล่อยข้อมือเธอ ก่อนจะตวัดวงแขนแกร่งรวบเอวบางเข้ามากอดไว้แน่นจนใบหน้าของแซนซบลงกับอกกว้างของเขา
"ผมขอโทษ" เยลกระซิบเสียงแผ่วเบา ซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่เนียนของหญิงสาว
"ผมแค่หวง ผมกลัวว่าจะมีคนแย่งพี่ไปจากผม ยิ่งเป็นไอ้เตช ผมยิ่งยอมไม่ได้"
แซนถอนหายใจอย่างโล่งอก ยกแขนขึ้นกอดตอบแผ่นหลังกว้างของคนอายุน้อยกว่า มือบางลูบกลุ่มผมสีเข้มของเขาเบาๆอย่างปลอบโยน
"ไม่มีใครแย่งพี่ไปจากเยลได้หรอกน่า คิดมากไปได้" แซนพูดกลั้วหัวเราะเบาๆ
"แล้วนี่กินข้าวหรือยัง หิวไหม พี่ซื้อของโปรดมาฝากด้วยนะ"
เยลผละใบหน้าออกมามองเธอ แววตาของเขายังคงมีความกังวลซ่อนอยู่ลึกๆ
"ยังไม่ได้กิน มัวแต่รอพี่นั่นแหละ โทรไปก็ไม่รับสาย ผมจะบ้าตายอยู่แล้วรู้ไหม"
"ก็ตอนนั้นพี่อยู่บนรถเตช ถ้าพี่รับสายแล้วเยลได้ยินเสียงเตช เยลก็ต้องโวยวายอีก พี่เลยกะว่าถึงห้องแล้วค่อยคุยทีเดียวไง" แซนอธิบายอย่างมีเหตุผล
"ไป นั่งรอที่โต๊ะเลย เดี๋ยวพี่อุ่นกับข้าวให้"
"ผมช่วย" เยลไม่ยอมปล่อยมือ เดินตามแซนต้อยๆเข้าไปในโซนครัวเหมือนเด็กติดแม่
ขณะที่แซนกำลังแกะกับข้าวใส่จาน เยลก็สวมกอดเธอจากด้านหลัง คางเกยอยู่บนไหล่บาง สูดดมกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆที่ผสมกับกลิ่นเหงื่อบางๆจากการทำงานของเธอ
"พี่เลิกรับงานพวกนี้ไม่ได้เหรอแซน" เยลพูดขึ้นมาลอยๆ
"พี่ก็รู้ว่าผมมีเงิน บ้านผมมีเงิน ผมให้พี่ได้ทุกอย่าง แค่พี่บอกมาคำเดียว ผมเลี้ยงพี่ได้สบายๆ พี่ไม่ต้องไปยืนยิ้มให้ไอ้พวกหน้าหม้อพวกนั้นมองหรอก"
มือที่กำลังจับทัพพีของแซนชะงักไปเล็กน้อย เธอหันเสี้ยวหน้ามามองคนข้างหลังก่อนจะยิ้มบางๆ
"พี่บอกเยลหลายรอบแล้วไง ว่าพี่อยากหาเงินเอง พี่ใช้ชีวิตคนเดียวมาตั้งแต่สิบแปด พ่อแม่พี่เสียไปหมดแล้ว พี่ชินกับการที่ต้องดูแลตัวเอง ถ้าวันหนึ่งพี่ไม่มีเยล พี่จะได้ยืนด้วยขาของตัวเองได้ไง"
คำว่า 'ถ้าวันหนึ่งพี่ไม่มีเยล' ทำให้วงแขนแกร่งรัดแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ
"ห้ามพูดแบบนี้อีก" เสียงของเยลเข้มขึ้นทันที
"พี่จะไม่มีวันไม่มีผม พี่ต้องอยู่กับผม" แซนหัวเราะเบาๆหันกลับไปอุ่นกับข้าวต่อ
"เราเป็นแค่คนคุยกันนะเยล ไม่ใช่สามีภรรยาสักหน่อย จะมาการันตีอะไรได้ อนาคตเยลอาจจะเจอผู้หญิงที่เหมาะสมกว่าพี่ เป็นลูกคุณหนูบ้านรวย ไม่ใช่พริตตี้สู้ชีวิตแบบพี่ก็ได้"
คำพูดของแซนแทงใจดำเยลอย่างจัง เขาเงียบไปชั่วอึดใจ ความรู้สึกผิดและสับสนตีรวนอยู่ในอก สองปีที่ผ่านมา เขาอยู่กับแซนแทบจะตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง กินข้าวด้วยกัน นอนกอดกันทุกคืน มีอะไรกันนับครั้งไม่ถ้วน แต่เขา... ไม่เคยขอเธอเป็นแฟน ไม่เคยให้สถานะที่ชัดเจนกับเธอเลย
ไม่ใช่ว่าเขาไม่รัก... แต่เขามีอดีต มีแผลในใจที่ฝังลึกเกี่ยวกับความรักที่เขาไม่เคยเล่าให้แซนฟัง และความกลัวนั้นก็ทำให้เขาไม่กล้าที่จะผูกมัดตัวเองกับสถานะที่เรียกว่าแฟน
แต่ถึงแม้จะไม่มีสถานะ เยลก็รู้ตัวเองดีว่าเขาหวงแซนยิ่งกว่าอะไรบนโลกใบนี้ ใครหน้าไหนก็ห้ามมาแตะต้องผู้หญิงคนนี้เด็ดขาด
"ถึงจะไม่มีสถานะ แต่พี่ก็เป็นของผม" เยลพูดเสียงหนักแน่น กดจมูกโด่งสันลงบนแก้มเนียนของเธอฟอดใหญ่
"ใครก็ห้ามยุ่งทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นไอ้เตช หรือไอ้หน้าไหนก็ตาม ถ้ามันกล้าเข้ามายุ่งกับคนของผม ผมเอาตายแน่"
"จ้าๆพ่อคนดุ" แซนส่ายหัวอย่างระอาปนเอ็นดู
"ปล่อยก่อน กับข้าวร้อนแล้วเนี่ย ไปนั่งรอที่โต๊ะเลยไป"
เยลยอมปล่อยแขนอย่างอิดออด เดินไปนั่งรอที่โต๊ะอาหาร แซนยกจานกับข้าวมาวางสองสามอย่าง มีทั้งต้มยำกุ้งน้ำข้น และผัดกะเพราหมูสับ เมนูโปรดของเขา
ทั้งสองคนลงมือทานข้าวด้วยกัน บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นและความคุ้นเคยที่ทั้งคู่มีให้กันเสมอมา
"วันนี้เรียนเป็นไงบ้าง" แซนเป็นฝ่ายทำลายความเงียบ ถามไถ่เรื่องชีวิตประจำวันของเขาเหมือนทุกที
"ก็เหมือนเดิม น่าเบื่อ" เยลตักข้าวเข้าปาก
"แต่อาจารย์สั่งโปรเจกต์กลุ่มชิ้นใหญ่ วันนี้ไอ้เรดมันก็เลยหงุดหงิดทั้งวัน แถมยังมีเรื่องน้ำพิงอีก"
"เรดเป็นอะไรอีกล่ะ ทะเลาะกับน้ำพิงเหรอ" แซนถามด้วยความสนใจ เธอรู้จักเพื่อนในกลุ่มของเยลดี ทั้งกรีนและเรดเพราะเยลชอบพาเธอไปสังสรรค์ด้วยบ่อยๆ
"อืม" เยลพยักหน้า
"มันเห็นน้ำพิงไปยืนคุยกับรุ่นพี่ผู้ชายที่คณะ มันก็เลยของขึ้น ไปกระชากแขนเขาออกมากลางโรงอาหารเลย ปากก็บอกเพื่อนว่าไม่ได้รัก ไม่ได้อยากรับผิดชอบที่พลาดไปนอนด้วย แต่พอเห็นเขาอยู่กับคนอื่น อาการหึงออกหนักกว่าผมอีก" แซนหัวเราะร่วน
"พวกนายนี่น๊า ปากแข็งกันจริงๆ ทั้งกลุ่มเลยไหมเนี่ย ทีคุณกรีนล่ะ ไม่เห็นมีปัญหาอะไรเลย รายนั้นดูอบอุ่นสุดๆ"
"ไอ้กรีนมันคนละแนวกับพวกผม คู่หมั้นมันคือน้องลิตา น้องเขาน่ารัก ว่านอนสอนง่าย ไม่ดื้อ ไม่เถียงคำไม่ตกฟากเหมือนคนแถวนี้" เยลจงใจพูดแขวะคนตรงหน้าพร้อมกับหรี่ตามอง
"อ้าว! ไหงมาหลอกด่าพี่ล่ะ พี่ดื้อตรงไหน" แซนวางช้อนลงแกล้งทำหน้างอใส่
"ดื้อตรงที่ชอบไปรับงานบริษัทไอ้เตชไง ดื้อตรงที่ไม่ยอมรับเงินผม ดื้อตรงที่ชอบคิดว่าตัวเองตัวคนเดียว ทั้งๆที่มีผมนั่งหัวโด่อยู่นี่ทั้งคน" เยลร่ายยาวเป็นชุด
"ก็มันเป็นความจริงนี่นา" แซนเถียงกลับเสียงอ่อนลง
"พี่มีเพื่อนสนิทแค่ยัยแพน ที่เป็นพริตตี้สังกัตเดียวกัน นอกนั้นพี่ก็ไม่มีใครแล้ว พ่อแม่พี่ก็ตายหมด ญาติพี่น้องก็ไม่มีใครเอาพี่สักคน ถ้าพี่ไม่อดทน ไม่สู้ชีวิต แล้วพี่จะอยู่มาถึงปีสี่แบบนี้เหรอ"
คำพูดของแซนทำให้เยลรู้สึกจุกในอก เขาเอื้อมมือข้ามโต๊ะไปกุมมือบางของเธอไว้ บีบเบาๆเพื่อส่งผ่านความรู้สึก
"พี่ไม่ได้อยู่คนเดียวพี่แซน พี่มีผม" เยลสบตาเธอนิ่ง
"ไม่ว่ายังไง ผมก็จะไม่มีวันทิ้งพี่"
แซนยิ้มบางๆตอบกลับ แม้ในใจจะแอบคิดว่าจะมั่นใจได้ยังไงในเมื่อแม้แต่คำว่าแฟน เยลยังไม่เคยพูดมันออกมาเลยสักครั้ง แต่เธอก็เลือกที่จะเก็บความรู้สึกนั้นไว้เงียบๆ
เธอพอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่ในตอนนี้ แม้จะคลุมเครือ แต่มันก็อบอุ่นและปลอดภัยที่สุดแล้วสำหรับผู้หญิงตัวคนเดียวอย่างเธอ
"กินข้าวต่อเถอะ เดี๋ยวกับข้าวเย็นหมด" แซนดึงมือกลับเบาๆแล้วตักกับข้าวใส่จานให้เยล
"พรุ่งนี้เยลมีเรียนเช้าไหม"
"มีคลาสตอนสิบโมงครับ" เยลตอบ
"แล้วพี่ล่ะ พรุ่งนี้มีงานที่ไหนหรือเปล่า"
"ไม่มี พรุ่งนี้พี่ว่างกะว่าจะตื่นสายๆหน่อย แล้วค่อยไปเคลียร์งานของมหาลัยให้เสร็จ ใกล้จะเรียนจบแล้ว โปรเจกต์จบก็ยังไม่ค่อยคืบหน้าเลย"
"ดีเลย พรุ่งนี้ผมเลิกเรียนบ่ายสอง เดี๋ยวผมรีบกลับมาหา ซื้อขนมเค้กร้านที่พี่ชอบมาฝากด้วย เอาไหม" เยลเสนอตัวอย่างกระตือรือร้น
"เอาสิ ขอบใจนะ" แซนยิ้มกว้างจนตาหยี รอยยิ้มของเธอทำให้โลกของเยลสว่างไสวขึ้นมาเสมอ
สองปีที่ผ่านมา เขาตกหลุมรักรอยยิ้มนี้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอเธอตอนนั้นเธอเป็นแค่พริตตี้ธรรมดาๆที่มารับงานยืนบูธให้บริษัทนำเข้าเครื่องแต่งกายของพ่อเขา
เยลที่บังเอิญไปตรวจงานแทนพ่อในวันนั้น ถูกตาต้องใจแซนตั้งแต่แรกเห็น เขาตามจีบเธอ ใช้ความพยายามอย่างหนักกว่าผู้หญิงที่ปิดกั้นตัวเองอย่างแซนจะยอมเปิดใจ
เขาดึงเธอเข้ามาในชีวิต ให้เธอมาอยู่ด้วยกันที่คอนโด ดูแลเธอในแบบของเขา แม้จะขาดความชัดเจนทางสถานะ แต่เขาก็ไม่เคยปล่อยให้ผู้ชายหน้าไหนเข้าใกล้เธอเลย
หลังจากจัดการมื้อค่ำเสร็จ แซนก็เข้าไปอาบน้ำชำระล้างร่างกายที่เหนื่อยล้ามาทั้งวัน เมื่อเธอเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดนอนสายเดี่ยวผ้าซาตินสีดำ เยลที่นั่งพิงหัวเตียงเล่นโทรศัพท์อยู่ก็วางมือถือลงทันที
สายตาคมกริบไล่มองเรือนร่างสมส่วนของหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า แซนเป็นคนสวย สวยจัดจนสะกดสายตา ผิวขาวจัดตัดกับชุดนอนสีดำ ผมสีชมพูอ่อนที่เข้ากับเธอดี ยิ่งทำให้เธอดูเซ็กซี่อย่างเป็นโดยไม่ต้องพยายาม
แซนเดินไปนั่งหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง หยิบครีมบำรุงผิวขึ้นมาทา เยลลุกจากเตียงเดินซ้อนไปด้านหลังเธอ ก้มลงจูบที่ลาดไหล่เนียนเบาๆ ทั้งสองคนสบตากันผ่านกระจกบานใหญ่
"ตัวหอมจัง" เยลกระซิบข้างหู เสียงของเขาพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด
"เพิ่งอาบน้ำมาก็ต้องหอมสิ"
แซนตอบกลั้วหัวเราะ พยายามทาครีมให้เสร็จ แต่คนตัวโตข้างหลังกลับเริ่มก่อกวนด้วยการซุกไซ้จมูกลงกับซอกคอขาวผ่องของเธอ มือหนาเลื้อยมาโอบเอวบางไว้หลวมๆ
"เยล พี่จะทาครีม" แซนปรามเบาๆแต่ก็ไม่ได้ขัดขืนจริงจังนัก
"ก็ทาไปสิ ผมก็แค่กอด" เยลเถียงข้างๆคูๆริมฝีปากร้อนผ่าวพรมจูบไปตามลำคอระหง ขบเม้มเบาๆ ฃจนแซนต้องหดคอหนีด้วยความจั๊กจี้
"อย่าทำรอยนะ พรุ่งนี้มะรืนพี่มีงานถ่ายแบบเสื้อผ้า ถ้ามีรอยพี่โดนช่างภาพด่าแน่"
แซนรีบเตือนเพราะรู้ดีว่าเยลชอบแสดงความเป็นเจ้าของด้วยการทิ้งรอยสีกุหลาบไว้บนตัวเธอเสมอ เยลจิ๊ปากอย่างขัดใจเมื่อได้ยินคำว่า 'งานถ่ายแบบ'
"งานอีกแล้วไม่ชอบเลยให้ตายสิ" แม้จะบ่น แต่เขาก็ยอมละริมฝีปากออกมา เลื่อนใบหน้ามาคลอเคลียที่แก้มใสแทน
"พี่แซนสัญญากับผมนะ ว่าจะไม่ไปใกล้ชิดกับไอ้เตชอีก"
จู่ๆเยลก็วกกลับมาเรื่องเดิม แซนวางขวดครีมลง หันเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่ม เธอยกมือขึ้นประคองใบหน้าหล่อเหลาของเขาไว้
"พี่สัญญา พี่ไปทำงาน ไม่ได้ไปหาเรื่องส่วนตัว เยลไว้ใจพี่ไหม" เยลมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของหญิงสาว เขาพยักหน้าช้าๆ
"ผมไว้ใจพี่ แต่ผมไม่ไว้ใจมัน พี่ไม่รู้หรอกว่าเวลาที่ผมเห็นพี่ส่งยิ้มให้คนอื่น หรือมีผู้ชายคนอื่นมองพี่ด้วยสายตาแทะโลม ข้างในนี้ของผมมันร้อนแทบจะระเบิด" เขายกมือของแซนมาทาบที่ตำแหน่งหัวใจของตัวเองที่กำลังเต้นแรง
"ผมหวงพี่ หวงจนแทบจะเป็นบ้าอยู่แล้ว"
ความรู้สึกที่ถ่ายทอดออกมาทางสายตาและน้ำเสียงของเยล ทำให้หัวใจของแซนสั่นไหว เธอรู้ว่าเยลพูดจริง เขาหวงเธอมาก หวงจนบางครั้งก็กลายเป็นความหวาดระแวงเกินขอบเขต แต่เธอก็พร้อมที่จะรับมือและอธิบายให้เขาเข้าใจเสมอ
"พี่เป็นของเยลคนเดียวนะ" แซนกระซิบเสียงหวานเป็นประโยคที่เยลชอบฟังมากที่สุด
รอยยิ้มพอใจจุดขึ้นบนมุมปากของชายหนุ่ม เขาช้อนตัวหญิงสาวขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาว ทำเอาแซนหวีดร้องเบาๆด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบยกแขนคล้องคอเขาไว้แน่น
"ถ้าเป็นของผมคนเดียว คืนนี้ก็ต้องตามใจผมนะ"
เยลพาแซนเดินตรงไปยังเตียงนอนกว้าง ค่อยๆวางร่างบางลงบนฟูกนุ่มอย่างทะนุถนอม ก่อนจะทาบทับตัวเองตามลงไป สายตาคมจ้องมองใบหน้าสวยหวานที่ขึ้นสีระเรื่อด้วยความหลงใหล
ถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะยังไม่กล้าให้สถานะกับเธอ เพราะอดีตที่คอยหลอกหลอน แต่มีสิ่งหนึ่งที่เยลมั่นใจที่สุดในชีวิตตอนนี้...
เธอคือผู้หญิงของเขา... และไม่ว่าใครหน้าไหน ก็ไม่มีสิทธิ์มาแย่งเธอไปจากเขาเด็ดขาด
บทล่าสุด
#18 บทที่ 18 อดีตที่กลับมา
อัปเดตล่าสุด: 8/7/2026#17 บทที่ 17 กูแค่อยากให้เขามีความสุข
อัปเดตล่าสุด: 8/7/2026#16 บทที่ 16 ชุดมันโป๊ไหม
อัปเดตล่าสุด: 7/26/2026#15 บทที่ 15 มานอนกอดผมหน่อย
อัปเดตล่าสุด: 7/26/2026#14 บทที่ 14 ผู้หญิงคนนั้น
อัปเดตล่าสุด: 7/26/2026#13 บทที่ 13 พี่คือความสุขของผม
อัปเดตล่าสุด: 7/26/2026#12 บทที่ 12 ก็คนในรูปสวย
อัปเดตล่าสุด: 7/9/2026#11 บทที่ 11 เที่ยว
อัปเดตล่าสุด: 7/9/2026#10 บทที่ 10 วิธีปลุก
อัปเดตล่าสุด: 7/9/2026#9 บทที่ 9 เพื่อนก็ไม่ได้
อัปเดตล่าสุด: 7/9/2026
คุณอาจชอบ 😍
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
รักระรินใจ
บ่วงรักกับดักแค้น
เมื่อรักแรกที่จบลงด้วยการทรยศอย่างเลือดเย็น กลับวนมาเจอกันอีกครั้งในสถานะประธานบริหารคนใหม่กับพนักงานขายตัวท็อป ภีม (ภีมากร) กลับมาพร้อมความเย็นชาและแผนการทำลายชีวิตคนที่เคยทิ้งเขาไป ขณะที่พริก (พริมา) ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการกลั่นแกล้ง เพราะความลับที่เธอซ่อนไว้ในอดีตนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า
พี่สาวครับรับรักผมด้วย
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...













