บทนำ
“อื้อ…ก็ฉันใส่แบบสอดอยู่นิคุณ คุณจะไปเจอได้ยังไงล่ะ เอามือของคุณออกไปแล้ว”
“งั้นผมจะดูว่าคุณใส่แบบสอดจริงๆไหม มานี่”
“อ้ะ คุณจะทำอะไรเนี่ย ฉันบอกว่าฉันเป็นประจำเดือน มันสกปรกนะคุณเอามือของคุณออกไปนะ อ้ะ คุณศิลา เอามือออกไป อย่า…อ้ะ…”
“ผ้าอนามัยแบบสอด หึๆ ผมเกือบโง่ให้คุณหลอกแล้วนะเรวดี ตอนนี้น่ะผมไม่เจอผ้าอนามัยแบบสอดที่คุณพูดเลย ผมเจอก็แต่จิ๋มเปียกๆของคุณเท่านั้น ทำไมหึ คุณไม่อยากจะสนุกกับผมขนาดนั้นเลยเหรอ”
“อ้ะ…ซี๊ด…ก็ฉันมีแฟนแล้ว เราทำแบบนี้อีกมันไม่ถูกต้อง อ้ะ…ปล่อยฉันไปเถอะคุณ เราไม่ควรทำแบบนี้กันอีก อ้ะ…อ้ะ…”
บท 1
ณ บ้านพักต่างอากาศ ชายหาดเขาตะเกียบ หัวหิน
หนุ่มนักธุรกิจที่มีใบหน้าหล่อเหลารูปร่างกำยำราวกับนายแบบกำลังยืนถือแก้วไวน์มองไปที่ชายหาด ซึ่งกำลังมีคู่รักกำลังมาถ่ายพรีเวดดิ้งอยู่ไกลๆ ด้วยความคิดสงสัยว่าทำไมคนคนหนึ่งจะต้องเอาตัวเองไปผูกไว้กับคนอื่นไปตลอดชีวิตด้วย ทั้งๆที่ก็ไม่มีใครจะรักเราได้มากกว่าตัวเราเอง โดยเฉพาะกับความรักที่มีเงินเป็นตัวเดินความสัมพันธ์ มันแทบจะหารักแท้อะไรไม่ได้เลย
“ยืนคิดอะไรอยู่วะศิลา ฉันเห็นแกมายืนตรงนี้นานแล้วนะโว้ย ทำไมวะ มองแบบนี้อย่าบอกนะว่าแกอยากจะแต่งงานแบบนั้นน่ะ ” เพชรรัตพี่ชายของศิลาเขาไปหาน้องชายก่อนจะเอ่ยแซวออกมาอย่างขำๆ เพราะน้องชายเขาน่ะแทบจะไม่มีความคิดที่จะแต่งงานอยู่ในหัวเลยล่ะมั้ง
“หึ ผมไม่โง่เอาตัวเองไปเป็นทาสเมียแบบพี่หรอก ผมถนัดรักสนุกแต่ไม่ผูกพันมากกว่า” ศิลาหันไปพูดตอบพี่ชายของเขาด้วยสีหน้ายิ้มมุมปาก ก่อนจะยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มอย่างชิวๆ
“ทำเป็นพูดไป แกก็แก่แล้วนะศิลา จะอยู่แบบไม่มีใครไปจนแก่ตายเลยหรือไงวะ ผู้หญิงมันไม่ได้เหมือนกันทุกคนนะโว้ย คนที่รักจริงมันก็มีอยู่ อย่างน้องเอมไงวะ ฉันเห็นแกกับเขาก็เข้ากันได้ดีนิ ทำไมแกไม่ตกลงคบกันเป็นแฟนไปเลยวะ ฐานะบ้านเขาก็เหมาะสมกับบ้านเราด้วย ” เพชรรัตพูดไปอย่างบ่นๆน้องชายของเขาที่ไม่มีแผนการในชีวิตว่าจะคบใครจริงจังเลย
“ผมพึ่งจะสามสิบสองเองนะพี่เพชร จะให้ผมรีบมีเมียไปไหนหึ แล้วผมจะบอกพี่ให้เข้าใจนะว่าเอมเขาเหมาะกับการเป็นเพื่อนและเป็นคู่นอนมากกว่าที่จะเป็นแฟนของผม แค่ไม่ใช่แฟนเขายังไล่ตามหึงหวงและแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของผมขนาดนี้ ถ้าผมตกลงคบกับเขาผมนี่คงดิ้นไปไหนไม่ได้แล้วล่ะ เป็นแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว พี่ไม่ต้องเสียเวลาเชียร์หรอก” ศิลาได้ยินพี่ชายพูดมาแบบนั้นก็เอ่ยตอบไปตามความคิดของเขา ถึงเอมิกาจะมีซัมติงกับเขามานานแล้วก็เถอะ แต่เธอก็ไม่เหมาะกับการเป็นคนรักของเขา
“เฮ้อ…แล้วแกจะเอาผู้หญิงแบบไหนมาทำเมียวะเนี่ย นั่นก็ไม่เหมาะนี่ก็ไม่ดี ต้องเป็นผู้หญิงแบบไหนวะถึงจะทำให้คนอย่างแกหวั่นไหวได้เนี่ย ฉันล่ะอยากจะรู้จริงๆ” เพชรรัตเอ่ยพูดออกไปอย่างไม่เข้าใจน้องชายเลยสักนิด ว่ามันจะเอาผู้หญิงแบบไหนมาทำเมีย
“ก็ผู้หญิงที่ดูธรรมดาแต่ไม่ธรรมดาไงพี่ ผู้หญิงแบบนี้น่ะน่าตื่นเต้นแล้วก็น่าเข้าหาจะตายไป” ศิลาพูดไปด้วยรอยยิ้มก็ดื่มไวน์อย่างไม่คิดอะไร เพราะเขายังไม่เคยเจอผู้หญิงแบบนี้มาก่อน
“เออ งั้นฉันก็ขอให้แกเจอคนแบบนั้นเร็วๆก็แล้วกัน แต่เรื่องของแกฉันไม่ห่วงเท่าเรื่องของยัยพลอยหรอก ตั้งแต่บอกว่ามีแฟนก็กลับบ้านดึกๆดื่นๆ บางครั้งก็ไม่กลับบ้านเลยก็มี ฉันอยากให้แกเตือนยัยพลอยมันบ้าง อย่างน้อยยัยพลอยมันก็กลัวแกมากกว่าฉัน” เพชรรัตพูดบอกไปอย่างเป็นห่วงน้องสาวคนเล็กของเขาที่ตอนนี้นั้นกลับบ้านดึกดื่นจนเขาและพ่อแม่นั้นเป็นห่วง
“ยัยพลอยมีแฟนงั้นเหรอพี่เพรช ใครกัน ทำไมผมไม่เห็นรู้เรื่องอะไรเลย” ศิลาทำหน้าสงสัยออกไป เพราะเขาไม่เห็นรู้เรื่องเลยว่าน้องสาวของเขามีแฟนแล้ว
“ก็วันๆแกอยู่แต่ที่คอนโดไม่กลับมาอยู่บ้านเลยแล้วแกจะรู้ได้ยังไงล่ะ ฉันเองก็ยังไม่เคยเห็นแฟนยัยพลอยหรอก แต่ได้ยินยัยพลอยบอกคุณแม่กับคุณพ่อว่ามีแฟนเป็นหมออยู่โรงพยาบาลเดียวกับพี่นี่แหละ แต่ยัยพลอยมันไม่ยอมบอกชื่อน่ะสิ พี่ก็เลยไม่รู้ว่ายัยพลอยน่ะคบกับใครอยู่ เห็นบอกว่าจะพามารู้จักครอบครัวเราเร็วๆนี้ พี่ก็รอลุ้นอยู่เหมือนกันว่าเป็นใคร แต่เรื่องนี้พี่ไม่ห่วงเท่าเรื่องที่ยัยพลอยไปมาหาสู่กับเขาแล้วไม่กลับบ้านหรอก” เพชรรัตพูดไปตามที่เขารู้ข้อมูลมา ซึ่งเขานั้นเป็นหมอศัลยแพทย์จึงรู้จักแพทย์ในโรงพยาบาลเกือบทั้งหมด และเขาพยายามสืบแล้วแต่ก็ไม่รู้ว่าน้องสาวคบกับใครอยู่
“อ่อ งั้นเดี๋ยวผมจะเตือนยัยพลอยเอง พี่ไม่ต้องห่วงหรอก ” ศิลาพูดบอกไปอย่างจริงจัง เพราะเขาต้องเตือนน้องสาวของเขาแน่ ถึงจะโตแล้วแต่ฐานะทางสังคมของพวกเขานั้นไม่ใช่เล่นๆ จะคบใครก็ต้องดูให้แน่ใจว่าคนๆนั้นรักจริงไม่ได้หวังจะมาปลอกลอกสมบัติจากครอบครัวของเขา
“หนุ่มๆคะ อาหารพร้อมทานแล้วค่ะ มาเร็ว” พันทิวาภรรยาของเพชรรัตร้องเรียกสามีและน้องชายของสามีให้มาทานอาหาร หลังจากที่เธอนั้นได้จัดเตรียมอาหารที่ปิ้งย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว
“คุณพ่อ อาศิลา ลูกนัทย่างเองกับมือเลยนะครับ มาดูสิครับ” ลูกนัทลูกชายวัยแปดขวบของเพชรรัตและพันทิวาเอ่ยเรียกพ่อและอาอย่างน่ารัก
“ลูกพีชก็ย่างเองเหมือนกันค่ะคุณพ่อคุณอา” ลูกพีชสาวน้อยฝาแฝดของเอ่ยพูดออกไปอย่างน่ารักไม่แพ้พี่ชายของเธอเลย
“โอเคๆ พ่อจะไปเดี๋ยวนี้แหละลูก ไปกันเถอะศิลา” เพชรรัตตอบลูกฝาแฝดของเขาไปแล้วก็ยิ้มอย่างอบอุ่น แล้วเขาก็หันมาบอกกับน้องชายก่อนจะเดินไปหาลูกๆและภรรยาของเขาที่โต๊ะอาหาร
ศิลาก็มองไปที่หลานๆแล้วยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู เพราะกว่าสองแสบจะเกิดมาได้พี่ชายและพี่สะใภ้ของเขานั้นต้องทำกิฟต์ไม่รู้กี่ครั้งกว่าจะไปสองแฝดมา พอทั้งสองเกิดมาจึงได้รับความรักความอบอุ่นจากพ่อแม่และทุกคนอย่างเต็มที่ ทำให้โตมาเป็นเด็กน่ารักและขี้อ้อนสุดๆ จนอาอย่างเขานั้นโดนตกมาเที่ยวทะเลด้วยบ่อยๆเพราะความขี้อ้อนของทั้งสองนี่แหละ
จากนั้นศิลาก็เดินไปนั่งทานอาหารและชิมบาบีคิวที่หลานๆปิ้งอย่างชอบใจ แล้วเขาก็นั่งพูดคุยกับพี่ชายและพี่สะใภ้ไปอย่างเพลินๆ ก่อนจะมองไปที่ชายหาดที่ตอนนี้ยังคงมีคู่บ่าวสาวนั้นถ่ายรูปพรีเวดดิ้งกันอยู่ ซึ่งคนอย่างเขานั้นคงไม่มีวันได้ทำอะไรแบบนี้
ณ ชายหาดเขาตะเกียบ หัวหิน …
เรย์ เรวดี หมอฟันสุดสวยกำลังโอบกอดกับวิทวัสแฟนหนุ่มซึ่งเป็นหมอศัลยแพทย์แผนกหัวใจที่คบกันมานานถึงสามปี นับตั้งแต่เธอเข้ามาฝึกงานจนได้มาเป็นหมอฟันที่โรงพยาบาล เธอก็ตกลงคบกับหมอรุ่นพี่คนนี้จนผ่านมาสามปีกว่า ทั้งสองก็ตัดสินใจที่จะแต่งงานกัน และตอนนี้ก็กำลังถ่ายพรีเวดดิ้งสุดโรแมนติกอยู่ที่ริมทะเล
“เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวเอาจมูกแตะกันเลยครับ ใช่ครับ อย่างนั้นแหละครับ สวย….” ช่างภาพที่ถ่ายทำทั้งสองเอ่ยพูดออกไปพร้อมกับถ่ายภาพของคู่บ่าวสาวแบบรัวๆ
วิทวัสก็ยื่นหน้าเขาไปหาเรวดีแล้วเขาก็มองสบตากับเธออย่างหวานซึ้ง พร้อมกับเอามือโอบเอวของเธออย่างอย่างหวงแหน ส่วนเรวดีนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างเขินอาย แล้วก็เอามือจับที่แขนของเขาแล้วก็ทำตามที่ช่างภาพบอก
“โอเคครับ เราถ่ายเซทชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาวถ่ายเสร็จแล้ว เดี๋ยวเราถ่ายชุดขี่ม้าต่อเลย เชิญเจ้าบ่าวเจ้าสาวไปเปลี่ยนชุดได้เลยนะครับ ทีมงานเซทฉากต่อไปได้เลย ” ช่างภาพเอ่ยพูดบอกไปก็สั่งทีมงานให้จัดการเปลี่ยนฉากต่อไป เพราะต้องใช้ม้าเป็นตัวประกอบ
“ร้อนไหมคะพี่วิท ดูสิเหงื่อชุ่มเลย ไปตากแอร์เย็นๆที่ห้องดีกว่าค่ะ” เรวดีเอ่ยพูดออกไปแล้วเอามือเช็ดเหงื่อให้แฟนหนุ่มของเธออย่างห่วงใยเขา
“นิดหน่อยน่ะ เพื่อภาพของเราสองคนจะออกมาสวยๆพี่ทนได้ทั้งนั้นแหละ” วิทวัสพูดตอบไปอย่างหวานๆใส่เธอ แล้วเขาก็เดินจับมือเธอกลับไปที่โรงแรมเพื่อเข้าไปเปลี่ยนชุดใหม่ลงมาถ่ายฉากต่อไป
“เรย์ขอโทษนะคะที่เรย์ทำให้พี่วิทต้องมาทำอะไรที่ยุ่งยากแบบนี้ ทั้งที่เราสองคนจะถ่ายที่กรุงเทพก็ได้ แต่เรย์ก็ยังจะดึงดังพาพี่มาถ่ายที่นี่จนได้ ” เรวดีพูดออกไปอย่างขอโทษเขาที่เธอนั้นเอาแต่ใจจะมาถ่ายพรีเวดดิ้งที่ทะเลให้ได้ ทำให้วิทวัสนั้นยอมตามใจและยอมลางานมากับเธอ
“ขอโทษอะไรหึ นี่มันงานแต่งของเราสองคนนะเราก็ต้องทำมันออกมาให้ดีที่สุดสิ ขอแค่เรย์มีความสุขพี่ทำให้ได้หมดทุกอย่างแหละครับ” วิทวัสพูดบอกไปก็ยิ้มอย่างอบอุ่นให้กับแฟนสาว เพราะอะไรที่เธอทำแล้วมีความสุขเขาก็ทำให้เธอได้หมดแหละ
“น่ารักที่สุดเลยค่ะพี่วิท แบบนี้ไม่ให้เรย์รักพี่วิทได้ยังไงล่ะคะเนี่ย” เรวดีเอามือกอดแขนของเขาแล้วพูดไปอย่างออดอ้อน เพราะตลอดสามปีกว่าๆที่ผ่านมานี้วิทวัสนั้นเป็นแฟนที่ดีของเธอมาโดยตลอด ถึงหลังๆเขาจะงานยุ่งบ้างแต่เขาก้ยังใส่ใจเธอเสมอ
“พี่ก็รักน้องเรย์เหมือนกันครับ พี่ดีใจนะที่เราสองคนกำลังจะได้แต่งงานกัน พี่ทนรอให้ถึงวันแต่งงานไม่ไหวแล้วเนี่ย อยากจะเข้าหอกับน้องเรย์ไวๆ เอ๊ะ หรือว่าคืนนี้เราสองคนจะลองเข้าหอด้วยกันก่อนดีนะ” วิทวัสพูดออกไปพร้อมกับสายตาเจ้าเล่ห์ เพราะตั้งแต่คบกับเธอเขาทำได้แค่กอดจูบลูบคลำเท่านั้น ยังไม่เคยมีอะไรกับเธอย่างที่คนเป็นแฟนกันเขาทำกันเลย
“รอมาจนจะถึงวันแต่งงานแล้ว พี่วิทก็ทนอีกหน่อยสิคะ อีกไม่นานพี่วิทก็ได้ทำอะไรๆสมใจแล้วล่ะคะ” เรวดีบอกเขาไปอย่างห้ามๆ
เพราะเธอจะรอทำเรื่องแบบนี้กับเขาในคืนวันแต่งงานเท่านั้น เธอรักษาพรหมจรรย์ตลอดยี่สิบหกปีก็เพื่อมอบให้กับสามีของเธอในวันแต่งงาน ตามคำที่ยายเธอพูดกรอกหูอยู่ตลอดว่าให้รักนวลสงวนตัวอย่าไปยอมมีอะไรกับผู้ชายง่ายๆหากยังไม่ได้แต่งงานกัน และเธอก็ทำมันจนมาถึงวันนี้ได้อย่างหวุดหวิด
“เฮ้อ แต่เราจะแต่งงานกันแล้วนะ ยังไงก็ต้องมีวันนั้นอยู่ดี เรย์ไม่สงสารพี่จริงๆเหรอ” วิทวัสพูดบอกไปแล้วทำหน้าอ้อนออกไป เพราะเขาจะทำอะไรเธอทีไรเธอก็อ้างว่าต้องรอแต่งงานอย่างเดียว นี่ก็จะแต่งกันอยู่แล้วเธอก็ยังไม่ยอมเขาเลย
“ไม่ได้ค่ะ รอวันแต่งงานนะคะ ถึงห้องเรย์แล้วงั้นเรย์ไปเปลี่ยนชุดก่อนนะคะ พี่วิทก็รีบไปเปลี่ยนนะคะ” พอถึงหน้าห้องพักของเธอ เธอก็เอ่ยพูดบอกเขาไปแล้วเธอก็ใช้คีย์การ์ดปลดล็อคประตูแล้วเข้าไปด้านใน ก่อนจะหันตัวมาโบกมือให้เขา
“โอเคๆ งั้นพี่ไปเปลี่ยนชุดก่อนก็ได้” วิทวัสก็ทำหน้าเซ็งๆออกมาแล้วพูดตอบเธอไป ก่อนจะเดินเลยไปอีกห้องหนึ่งซึ่งเป็นห้องพักของเขาที่อยู่ติดกับเธอ
จากนั้นเขาก็เดินไปหยิบชุดที่จะใส่ถ่ายต่อไปมาวางไว้ที่เตียงแล้วก็ค่อยๆถอดชุดเจ้าบ่าวนี้ออกไป แต่โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นมาซะก่อน พอเขาเห็นว่าเป็นเบอร์แม่ของเขาโทรมาหลายสายแล้ว เขาจึงรีบโทรกลับหาแม่ของเขาทันที
“ว่าไงครับแม่ ทำไมแม่โทรหาผมหลายสายจังมีอะไรหรือเปล่าครับ” วิทวัสเอ่ยถามออกไปเมื่อแม่ของเขารับสายของเขาแล้ว
“แย่แล้วตาวิท หนูพลอยเขากำลังจะตามแกไปที่หัวหิน” วิชุนีเอ่ยพูดออกไปด้วยเสียงรนรานอย่างกังวลเมื่อแฟนสาวอีกคนของลูกชายนั้นกำลังจะตามไปหาลูกชายของเธอที่หัวหิน ทั้งๆที่เธอก็ช่วยลูกชายโกหกไปแล้วว่าลูกชายของเธอนั้นไปสัมมนาแต่ไฮโซสาวก็เลือกที่จะตามไปอีก
“อะไรนะแม่ พลอยจะมาที่นี่งั้นเหรอ แล้วแม่บอกอะไรพลอยไปบ้าง” วิทวัสพูดออกมาอย่างตกใจที่ได้รู้ว่าพลอยไพลินแฟนสาวอีกคนของเขานั้นกำลังจะมาหาเขาที่นี่ ซึ่งมันจะเป็นอย่างนั้นไม่ได้ ไม่งั้นเขาแย่แน่ๆ
“ก็บอกว่าแกไปสัมมนาตามที่แกบอกแม่นั่นแหละ แม่ห้ามเท่าไหร่หนูพลอยก็ไม่ยอมฟังเลย จะตามไปหาแกอยู่ท่าเดียวเลย ตอนนี้ขับรถออกไปนู้นแล้ว แกอย่าให้หนูพลอยเขาจับได้เชียวนะว่าแกไปกับยัยหมอฟันนี่น่ะ แกนี่นะ บอกให้เลิกกับยัยหมอฟันนั่นแล้วมาคบกับหนูพลอยคนเดียวก็ไม่ยอมฟังแม่เลย ยัยหมอฟันนี่ไม่เห็นมีอะไรดีเลยสักอย่าง สู้หนูพลอยก็ไม่ได้เลยสักนิด” วิชุนีพูดบอกไป เพราะเธอไม่ต้องการให้ลูกชายนั้นเลิกกับพลอยไพลิน เพราะฐานะของเธอนั้นสามารถเกื้อหนุนครอบครัวของเธอและหน้าที่การงานของลูกชายของเธอได้มากกว่าหมอธรรมดาๆอย่างเรวดีที่ลูกชายของเขานั้นคบอยู่ด้วย
“แม่ก็รู้ว่าผมรักเรย์ ผมไม่เลิกกับเรย์เด็ดขาด ยังไงก็ไม่เลิก แม่หยุดพูดแบบนี้ได้แล้ว ไม่งั้นผมจะไปบอกเลิกพลอยให้มันจบๆไปซะ” วิทวัสเอ่ยพูดออกไปด้วยเสียงเข้ม เพราะเขารักเรวดีไม่ใช่พลอยไพลิน และที่เขาคบกับพลอยไพลินก็เพราะคำขอร้องของแม่เขา และเขาก็พลาดถลำตัวไปมีอะไรกับเธอจนมันล่วงเลยผ่านมานานจนมันกลายเป็นความรู้สึกผูกพันธ์ทางกายขึ้น
“แกมันโง่ตาวิท หนูพลอยดีกับแกขนาดนั้นแกยังโง่ไปสนยัยหมอฟันนั่น ฉันล่ะไม่รู้จะเอาคำไหนมาด่าแกแล้วแล้ว” วิชุนีพูดต่อว่าลูกชายออกไปอย่างอดไม่ได้ ที่มีเพชรอยู่ในมือแตกลับทิ้งไปหาก้อนดินก้อนกรวดแทนอย่างนี้
“เฮ้อ ผมไม่อยากจะมาเถียงกับแม่เรื่องนี้แล้ว เดี๋ยวผมจัดการเรื่องพลอยก่อน ขอบคุณที่โทรมาบอกนะครับ งั้นแค่นี้ก่อนนะครับแม่” วิทวัสพูดบอกไปก็เอ่ยขอบคุณก่อนจะรีบกดวางสายไป เพราะเขาไม่อยากจะฟังแม่ของเขาบ่นเรื่องของแฟนของเขาแล้ว และเขาจะให้พลอยไพลินมาเจอเขาอยู่กับเรวดีไม่ได้
วิทวัสก็นั่งคิดอย่างกังวลก่อนจะหาทางคิดเอาตัวรอดยังไงไม่ให้สองสาวนั้นเจอกัน เขาจึงรีบใส่เสื้อเชิ้ตแล้วแต่งตัวอย่างเรียบร้อยก่อนจะโทรไปหาพลอยไพลินทันที
“คุณนี่รู้ใจพลอยจริงๆเลยนะคะ พลอยว่าจะโทรไปหาคุณอยู่พอดีเลย คุณไปสัมมนาที่หัวหินไม่บอกพลอยเลยนะคะ ให้พลอยมารู้จากแม่ของคุณได้ยังไงกัน” พลอยไพลินพูดบ่นไปแล้วก็มองหน้าหล่อๆของแฟนหนุ่มพร้อมกับขับรถไปด้วย เพราะเธอเอาโทรศัพท์เสียบไว้ที่ด้านหน้ารถเพื่อจะได้สะดวกในการคุย
“ผมขอโทษ พอดีผมมาแทนหมอในแผนกที่ป่วยกระทันหันน่ะก็เลยไม่ทันได้โทรไปบอกคุณั แต่อีกเดี๋ยวก็สัมมนาเสร็จแล้ว ผมจะรีบกลับไปหาคุณเลยดีไหม ผมอยากทานอาหารอร่อยๆฝีมือคุณมากเลย” วิทวัสพูดออกไปอย่างออดอ้อน เพราะเขารู้แล้วว่าเธอกำลังจะมาหาเขา ดังนั้นเขาจึงแกล้งพูดดักทางเธอเอาไว้อย่างต้องการให้เธอนั้นเปลี่ยนใจไม่มาหัวหิน
“ไม่ต้องรีบกลับหรอกค่ะ เพราะตอนนี้พลอยกำลังจะตามไปหาคุณที่หัวหินแล้ว ไว้เดี๋ยวพลอยจะทำอาหารอร่อยๆให้คุณทานที่นั่นก็แล้วกันนะคะ แล้วเราก็นอนค้างที่หัวหินด้วยกันสักคืน พลอยคิดถึงคุณจะแย่แล้วค่ะ” พลอยไพลินพูดบอกไปด้วยรอยยิ้มอ่อนหวานอย่างเอาใจแฟนหนุ่ม
“แต่คุณขับรถมาคนเดียวมันอันตราย คุณไม่ต้องมาหรอกเดี๋ยวผมก็กลับกรุงเทพแล้ว ผมว่าคุณทำอาหารรอผมเย็นนี้ดีกว่า อีกอย่างพรุ่งนี้ผมก็มีเวรตอนเช้าด้วยถ้าเรานอนค้างที่นี่ล่ะก็ พรุ่งนี้ผมคงเข้าเวรไม่ทันแน่ๆ” วิทวัสพูดไปอย่างโกหก เพราะเขานั้นลางานเพื่อมาถ่ายพรีเวดดิ้งกับเรวดีทำให้เขานั้นไม่มีเวรอย่างที่พูดไป เขาก็แค่จะหาทางทำให้พลอยไพลินไม่มาที่หัวหินก็เท่านั้นเอง
“ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ได้ค่ะ เดี๋ยวพลอยจะไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาเก็ตแล้วไปเตรียมอาหารอร่อยๆรอคุณที่คอนโดก็แล้วกันนะคะ” พลอยไพลินได้ยินเขาพูดแบบนั้นก็พยักหน้าเข้าใจ เพราะถ้าเขาเข้าเวรเช้าก็คงจะนอนที่หัวหินไม่ได้ งั้นเธอจะไปเพื่ออะไรล่ะ สู้ทำอาหารรอเขาที่นี่จะดีกว่า
“โอเค งั้นเดี๋ยวเย็นนี้เจอกันนะครับ แล้วผมจะรีบไปหาคุณให้เร็วที่สุดเลย งั้นแค่นี้ก่อนนะ ผมต้องรีบกลับเข้าไปในห้องสัมมนาต่อแล้ว” วิทวัสพูดไปอย่างโล่งใจที่เธอนั้นยอมเปลี่ยนใจ ทำให้เขานั้นไม่ต้องกลัวเลยว่ารถไฟจะชนกัน
“โอเคค่ะ พลอยรักคุณนะคะ ตั้งใจทำงานล่ะ” พลอยไพลินพูดบอกไปก็ยิ้มใส่กล้องก่อนจะโบกมือบ้ายบายแฟนหนุ่มอย่างรักใคร่ เพราะเธอคบกับเขามาเกือบจะหนึ่งปีแล้ว และเขาก็เป็นแฟนที่ดีของเธอมาโดยตลอด ถึงแม้จะคบกับแบบเงียบๆไม่หวือหวาก็เถอะ
“ผมก็รักคุณเหมือนกัน ขับรถดีๆนะครับ บ้ายบาย” วิทวัสพูดบอกไปด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะโบกมือตอบกลับเธอไป แล้วเขาก็กดวางสายของพลอยไพลินทันที
“เฮ้อ…. เกือบไปแล้วไหมล่ะ เอาไงดีวะเนี่ย เรย์จะต้องโกรธแน่ๆถ้าเรากลับไปก่อน” วิทวัสถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะพูดบ่นๆออกมาแล้วเขาก็ทำหน้าคิดหนักว่าเขาจะบอกกับเรวดียังไงดีว่าเขานั้นไม่สามารถนอนค้างที่นี่ได้แล้ว
“เอาวะ ถ่ายๆให้เสร็จๆไปก่อนแล้วค่อยให้ไอ้เจมส์มันแกล้งโทรมาตามก็ได้ อย่างนี้เรย์คงไม่โกรธ” วิทวัสพูดออกไปอย่างเจ้าเล่ห์ เมื่อเขาคิดจะใช้เพื่อนสนิทของเขานั้นแกล้งโทรมาหาเขา เพื่อจะหาข้ออ้างกลับไปกรุงเทพวันนี้ และเขามั่นใจว่าเรวดีจะต้องเข้าใจอย่างแน่นอน เพราะทุกครั้งที่เขาอยู่กับพลอยไพลินเขาก็จะอ้างกับเธอว่าเขานั้นกำลังขึ้นเวรหรือมีเคสผ่าตัดสำคัญอยู่ และเธอก็เข้าใจและไม่เคยตามติดอะไรเขาเลย
บทล่าสุด
#207 บทที่ 207 ตอนจบ
อัปเดตล่าสุด: 9/28/2026#206 บทที่ 206 อยากมีลูก
อัปเดตล่าสุด: 9/28/2026#205 บทที่ 205 ผมชอบคุณนะ
อัปเดตล่าสุด: 9/28/2026#204 บทที่ 204 สามปีต่อมา
อัปเดตล่าสุด: 9/28/2026#203 บทที่ 203 แค่เพื่อนค่ะ
อัปเดตล่าสุด: 9/28/2026#202 บทที่ 202 ตกลงไหม
อัปเดตล่าสุด: 9/28/2026#201 บทที่ 201 อดทนหน่อยนะ
อัปเดตล่าสุด: 9/28/2026#200 บทที่ 200 แต่งงานกันนะ
อัปเดตล่าสุด: 9/28/2026#199 บทที่ 199 ที่รัก 18+
อัปเดตล่าสุด: 9/28/2026#198 บทที่ 198 ดีกันแล้ว
อัปเดตล่าสุด: 9/28/2026
คุณอาจชอบ 😍
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
ม่านหมอก
รักร้อน ซ่อนเกียร์ร้าย
เดือนมหาวิทยาลัย 4 ปี ซ้อนอย่าง "เซย์จิ" หล่อ รวย เด็กท็อปคณะวิศวะ เจ้าชู้ เอาแต่ใจตัวเอง ไม่สนใจใคร ไม่คบกับใครจริงจัง เปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่น
แต่ใครจะรู้ว่า เขาจะแพ้ทาง แม่เด็กเนิร์ดที่ทั้งเฉิ่มและดูจืดชืดต่างกับชื่อของเธออย่าง...
"มะนาว" สาวน้อยนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ปี 2 เธอ... เป็นลูกสาวแม่บ้าน ในบ้านของเขา
คืนเดียวที่เปลี่ยนชีวิตเขาและเธอไปตลอดกาล....
"ช่วยด้วย ยัยบ้านั่น! เมียน้อยพ่อฉัน..."
เขาถูกเมียน้อย หรือแม่เลี้ยงคนล่าสุดของพ่อ วางยา!
พอหนีมาได้ ก็เจอเธอที่เอาของขึ้นมาเก็บ หลังจากคืนเร่าร้อนผ่านไป ชีวิตของมะนาวก้ไม่เคยเหมือนเดิมอีกเลย
เธอยิ่งหนี ไม่อยากถลำลึก แต่เขากลับไม่ยอมปล่อย และตามติดเธอไปทุกที่
โดยขอแม่เธอว่า "ผมต้องการแม่บ้านที่คอนโด"
สุดท้ายมะนาวก็ต้องทำหน้าที่แม่บ้าน และบริการเขาทั้งวัน.... ทั้งคืน แต่ทว่า....
ทุกอย่างมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น เพราะผู้หญิงรอบตัวเขา ที่คอยมาวุ่นวายกับเธอ
และเธอเองก็มีคนอื่น ที่เข้ามาจีบอยุ่ไม่น้อย
ทำให้เซย์จิ ปลุกซาตานในตัวขึ้นมา และตามหึงหวงเธอไปทุกที่
ทำเอามหาวิทยาลัยแทบลุกเป็นไฟ!!
"ถ้ากล้าคุยกับมันต่อหน้าฉันอีก ระวังเธอจะตาคาเตียงนะมะนาว!!"
ฝากติดตามความหึงหวงของไอ้โบ้ตัวใหม่ ที่ปากร้าย "ขึ้นอย่างหงส์ ลงอย่างเอ๋ง..." ด้วยนะคะ
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
เล่ห์รักซ่อนชู้
“ทำไมจะไม่เกี่ยว ธิชารู้เห็นเรื่องที่ไหมเขามีชู้ แล้วธิชาก็ปิดบังพี่เรื่องนี้…ทำให้พี่เป็นไอ้โง่ถูกไหมเขาสวมเขาให้ แล้วไหนจะลูกของไอ้ชู้นั่นที่ไหมเอามายัดเหยียดให้เป็นลูกของพี่อีก…เพราะฉะนั้นธิชาก็ลองมาปิดบังไหมเขาเรื่องที่เราเป็นชู้กันให้มิดละกัน…ไม่งั้นไหมเขาคงจะเสียใจน่าดู ถ้ารู้ว่าน้องสาวมาเป็นชู้กับผัวตัวเองแบบอย่างนี้..”
“พี่มันเลว…พี่มันชั่ว…ปล่อยนะคะ ธิชาไม่อยากจะให้คนเลวๆอย่างพี่มาแตะเนื้อต้องตัวธิชาอีก…”
“ด่าผัวตัวเองอย่างนี้น่ารักเลยนะ…สงสัยต้องทำโทษสักหน่อยแล้ว…แต่พวกเขาจะสงสัยไหมว่าทำไมเราสองคนถึงได้ออกมานานแบบนี้…”
“พี่ไม่มีวันได้….อื้อ….อือ….อื้อ….ปึก เพี๊ยะ….อย่าทำแบบนี้กับธิชาอีกนะคะ ไม่งั้นอย่าหาว่าธิชาไม่เตือน”
“หึๆ…ชอบแบบตบจูบก็ไม่บอก งั้นเดี๋ยวพี่จัดให้ อยากตบพี่นักใช่ไหมหึ…จุ๊บ….อื้อ….อืม…อือ…”
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
สูตรรักศาสตราจารย์
ในวันที่คุณหมอออกเวรตอนเช้า แล้วเพิ่งจะคล้อยหลับไปไม่ทันได้หนึ่งชั่วโมง เสียง ปัก ปัก จากข้างห้องดังจนหัวเตียงเธอแทบจะคลอนตาม ด้วยความโมโห หมอปรางถึงขั้นเอากระดาษที่เขียนด้วยลายมือหมอ ไปแปะไว้ที่หน้าห้องข้างๆ
"ตำน้ำพริก กรุณารองครกด้วยค่ะ"
พร้อมคำสาบแช่งเล็กๆ น้อยๆ
"สาธุ ขอให้มันอักเสบ หรือไม่ก็ให้เตียงมันหักไปซะจะได้ไม่ต้องเสียงดัง"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"คุณไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล เชิญห้องตรวจหนึ่งค่ะ"
"ตุ่มคล้ายสิวหรือหนองขึ้นที่โคนอวัยวะเพศใช่ไหมคะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"ฉิบหายแล้วแกนังปราง มีเรื่องกับใครไม่มี นั่นน่ะหรือตาบ้าข้างห้องแกอ่ะ"
"อื้อ แกรู้จักหรือ"
"เรียกว่าทั้งมหาวิทยาลัยใครบ้างไม่รู้จักเขาดีกว่า"
"ตอนนั้นฉันอยู่ไม่เห็นรู้จัก"
"ก็แก มันสนใจอะไรรอบตัวบ้าง นั่นน่ะ อาจารย์วิทย์ รองศาสตราจารย์ไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล กำลังจะได้เป็นศาสตราจารย์อยู่รอมร่อ จนเขาว่ากันว่าจะเป็นศาตราจารย์ที่หนุ่มและหล่อที่สุด ที่สำคัญเขาเป็นอาจารย์อยู่คณะนิติศาสตร์ ฉิบหายไหมคราวนี้"
"ฉิบหายล่ะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
เมียเด็กของภาคินทร์
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!













