บทนำ
บท 1
ในซอยเปลี่ยวแห่งหนึ่งข้างผับชื่อดัง
"นี่จ่า.. แน่ใจนะว่าสายข่าวของเรารายงานถูกต้องอ่ะ"
"แน่ใจซิครับผู้หมวด ก็ไอ้ชาติมันบอกผมว่าจะมีการส่งยาบ้าที่นี่วันนี้นี่ครับ"
"อืม.. แต่ผมว่ามันนานผิดปกติแล้วนะ หรือว่าพวกมันจะรู้ตัวแล้ว"
"เป็นไปไม่ได้หรอกครับ เพราะทุกอย่างก็เป็นไปตามแผนที่วางไว้นี่ครับ"
ในขณะที่ผมกำลังรออย่างใจจดใจจ่อ จากนั้นสายตาก็สะดุดเข้ากับคนสองคนที่คนหนึ่งอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวบางกับอีกคนอยู่ในชุดเสื้อหนังสีดำท่าทางมีพิรุธเพราะมาทำลับๆ ล่อๆ อยู่บริเวณที่สายข่าวรายงานว่าจะมีการส่งมอบยาบ้ากันที่บริเวณนี้
แสงไฟแช็คสว่างขึ้นทำให้รู้ว่าสองคนนั้นกำลังสูบบุหรี่อยู่ ซึ่งสังเกตได้จากจุดไฟสีแดงที่สว่างวาบเป็นระยะ ก่อนจะเห็นกลุ่มควันลอยกระทบแสงไฟจนเป็นม่านควันบางๆ ผ่านไปสักพักบุหรี่มวนใหม่ก็ถูกจุดขึ้น ซึ่งยิ่งทำให้ผมเริ่มสงสัยในตัวสองคนนั่นมากยิ่งขึ้น เพราะตามปกติถ้าคนเราจะมายืนหลบมุมสูบบุหรี่เมื่อสูบไปหมดแล้วก็น่าจะกลับเข้าไปข้างในนี่หน่า แต่นี่กลับจุดมวนใหม่ขึ้นมาสูบต่อ เหมือนกับว่ากำลังรอใครอยู่
"จ่าวิทย์สั่งทุกคนให้เตรียมพร้อม เพราะตอนนี้เหมือนจะเริ่มมีการเคลื่อนไหวแล้ว"
ผมสั่งผู้ใต้บังคับบัญชาให้เตรียมพร้อมหลังจากที่มีเริ่มมั่นใจเกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วว่าสองคนนั่นต้องรอคนมาส่งยาบ้าให้แน่ๆ ผมตบมือเข้ากับเอวพร้อมกับปลดสายรัดดึงเอาปืนพกประจำตัวขึ้นมาถือไว้
"ครับผม" จ่าวิทย์ตอบรับคำ ก่อนที่จะรีบวิทยุไปบอกทุกคนที่ประจำตามจุดต่างๆ ให้เตรียมพร้อมปฏิบัติการทันทีที่ได้รับคำสั่ง
ไม่นานก็มีรถมอเตอร์ไซต์บิ๊กไบต์คันหนึ่งขี่เข้ามาจอดตรงที่สองคนนั้นยืนอยู่ ก่อนจะยื่นอะไรบางอย่างให้กับหนึ่งในสองคนนั้น
"จ่าสั่งทุกคนปฏิบัติการทันที!!" สิ้นคำสั่งของผม จ่าวิทย์ก็วิทยุไปบอกตำรวจนอกเครื่องแบบที่ประจำตามจุดต่างๆ ทันที ก่อนที่ทุกคนจะแสดงตัวเข้าจับกุมทั้งสามคนพร้อมๆ กัน
"หยุดนะ!! นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ช่วยยกมือขึ้นแล้วหันมาให้เห็นชัดๆ ด้วย" ผมร้องบอกไป ก่อนที่จะส่องไฟฉายไปที่สามคนนั้น ซึ่งสองคนในสามคนยังคงใช้มือล้วงกระเป๋าอยู่โดยไม่ได้สนใจปืนนับสิบกระบอกที่จ่ออยู่ซักนิด มีเพียงคนที่ขี่มอเตอร์ไซต์บิ๊กไบต์คนเดียวเท่านั้นที่รีบยกมือขึ้นเหนือหัวพร้อมกับตัวที่สั่นเทา
"ฮึ!!" ชายคนหนึ่งส่งเสียงก่อนจะเดินเข้ามาหาผมอย่างท้าทาย
"หยุดอยู่กับที่นะ!! ฉันขอเตือน จ่าวิทย์จับไปให้หมด"
กริ๊ก.. กริ๊ก.. กริ๊ก!!
เสียงกุญแจมือที่ถูกสับไปบนข้อมือของชายทั้งสามคน
จากนั้นผมก็เริ่มค้นตัวทั้งหมดอย่างละเอียด ก่อนจะพบว่าไม่มียาบ้าอย่างที่เข้าใจ แต่กลับพบเพียงม้วนกระดาษกลมๆ เท่านั้น ซึ่งหลังจากที่ตรวจสอบแล้วก็พบว่าเป็นโพยแทงบอลเท่านั้น
----------
ผมถูกเรียกตัวเข้าพบด่วนทั้งๆ ที่ยังนอนไปไม่ถึงสองชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ
ก๊อกๆ
"เข้ามา" เสียงเข้มดังขึ้นหลังจากที่ผมเคาะประตู
ผมเปิดประตูเข้าไปก่อนที่จะยืนชิดขา หลังตรง และโค้งทำความเคารพ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบสายตาคู่นั้นที่มองผมอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ
"แกทำบ้าอะไรหา!! ไอ้ลูกหมู" ชายวัยกลางคนที่อยู่ในชุดเครื่องแบบเต็มยศที่เครื่องหมายบนบ่านั้นแสดงถึงผู้บังคับบัญชาระดับสูงของหน่วยงานนี้ส่งเสียงดังลั่น
"ครับท่าน"
"ฉันให้แกไปทำคดียาเสพติด แล้วทำไมไปจับโพยบอลหา!!" ผู้บังคับการพูดพร้อมกับทิ้งตัวนั่งลงเก้าอี้อย่างไม่พอใจในผลงานที่ผมทำเมื่อคืน
"คือ.. ผมคิดว่าเด็กพวกนั่นเป็นพวกแก๊งค์ค้ายา.. ครับท่าน"
"เมื่อรู้ว่าไม่ใช่ทำไมไม่ปล่อยตัวไปล่ะ แกจะไปจับเด็กพวกนั่นมาทำไมอีก"
"แต่เด็กพวกนั่นทำผิดกฎหมายนะครับ"
"ฉันรู้!! แต่แกรู้มั้ยว่าเด็กพวกนั้นมันเป็นลูกหลานของใคร"
"แต่จะลูกหลานใครก็ต้องจับนะครับ เมื่อเขาทำผิดกฎหมาย"
"เฮ้อ~ ฉันขี้เกียจจะพูดกับแกล่ะ เอาเป็นว่าต่อไปแกไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับคดียาเสพติดอีกแล้ว ฉันจะส่งแกไปเป็นตำรวจจราจรแทน"
"อะไรนะครับลุง!! ไม่ได้นะครับ" ผมเผลอเรียกคนตรงหน้าตามศักดิ์ ไม่ใช่ตามหน้าที่ทันทีที่ได้ยินคำสั่ง
"ทำไมจะไม่ได้วะ ฉันสั่งแกในฐานะผู้บังคับบัญชา ไม่ใช่ในฐานะลุงของแก ไปได้แล้ว เดี๋ยวคดีนี้ฉันจะให้ผู้หมวดชาญมาดูแลแทน ส่วนแกก็กลับไปพักผ่อนได้ ฉันอนุญาตให้แกไปพักผ่อนแล้วอีกสามวันค่อยไปเริ่มงานใหม่ ไปได้แล้ว"
"แต่..ท่านครับ" ผมพยายามขอร้อง
"ไปได้แล้ว!!" ลุงผมไม่มีท่าทีเปลี่ยนใจเลย
"ครับ" ผมรับคำ ก่อนจะเดินออกมาจากห้องผู้บังคับการ
ผมเดินลงบันไดมาเรื่อยๆ อย่างใช้ความคิด ทั้งที่อุตส่าห์ทุ่มเททำงานหนักแต่กลับถูกตำหนิ
เฮ้อ~ เหนื่อยใจจริงๆ
ในขณะที่ผมกำลังเดินมาที่รถเพื่อจะขับกลับบ้านพัก ผมก็เดินสวนทางกลับเด็กหนุ่มสองคนนั่นที่ผมจับมาเมื่อคืน เพียงแต่ตอนนี้ดูเหมือนทั้งสองคนนั่นจะมองหน้าผมอย่างกับจะเอาเรื่อง แต่ผมไม่ได้สนใจหรอกตอนนี้ที่สำคัญที่สุดคือจะทำยังไงให้ผมได้กลับไปทำคดียาเสพติดอีกครั้งก็พอ
บทล่าสุด
#55 บทที่ 55 อวสาน
อัปเดตล่าสุด: 11/15/2025#54 บทที่ 54 ในที่สุด
อัปเดตล่าสุด: 11/15/2025#53 บทที่ 53 ข่าวร้าย
อัปเดตล่าสุด: 11/15/2025#52 บทที่ 52 ด่านแรก
อัปเดตล่าสุด: 11/15/2025#51 บทที่ 51 ยิ่งใกล้กันยิ่งหวั่นไหว
อัปเดตล่าสุด: 11/15/2025#50 บทที่ 50 ปิดเกม
อัปเดตล่าสุด: 11/15/2025#49 บทที่ 49 แผนซ้อนแผน
อัปเดตล่าสุด: 11/15/2025#48 บทที่ 48 ความช่วยเหลือจากคนคุ้นเคย
อัปเดตล่าสุด: 11/15/2025#47 บทที่ 47 หนอนบ่อนไส้ (2)
อัปเดตล่าสุด: 11/15/2025#46 บทที่ 46 หนอนบ่อนไส้ (1)
อัปเดตล่าสุด: 11/15/2025
คุณอาจชอบ 😍
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
(เซ็ท Three Flags) อาณัติร้ายนายวิศวะ
เมื่อค่ำคืนที่แสนธรรมดา กลับกลายเป็นตราบาปที่ไม่อาจลบเลือน
'น้ำพิง' หญิงสาวสู้ชีวิตที่ดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ ตื่นขึ้นมาในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงเดียวกับ 'เรด' ทายาทเจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล โดยที่ทั้งคู่ต่างถูกวางยา!
แต่โชคชะตากลับต้อนเธอให้จนมุม เมื่อรูปถ่ายหลุดว่อน และเรดปักใจเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงหิวเงินที่จัดฉากเพื่อจับเขาหวังรวยทางลัด
เพื่อปกปิดข่าวฉาว ผู้ใหญ่จึงยื่นคำขาดให้ทั้งคู่ต้องรับบทแฟนกำมะลอ
สำหรับน้ำพิง... มันคือทางออกเพื่อเอาชีวิตรอด
แต่สำหรับเรด... มันคือจุดเริ่มต้นของการจองจำและเอาคืน
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
เมียเด็กของท่านประธานร้ายรัก
เธอเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานธรรมดา ส่วนเขาคือท่านประธานผู้สูงส่ง เย็นชา และอันตรายเกินกว่าที่หัวใจดวงเล็ก ๆ ของเธอจะรับมือไหว
น้ำขิงไม่เคยคิดเลยว่า การเข้ามาฝึกงานในบริษัทวัฒนากร กรุ๊ป จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลเพราะเพียงคืนเดียว...เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขา
ภูริช วัฒนากร คือผู้ชายที่ใคร ๆ ก็เกรงกลัว
เขาร้าย เขาเย็นชา เขาไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร แต่กับเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ เขากลับทั้งหวง ทั้งหึง ทั้งร้ายกาจ และไม่ยอมปล่อยมือ
“เธอเป็นของฉัน น้ำขิง จำไว้ให้ดี”คำพูดของเขาเหมือนโซ่ตรวนผูกเธอไว้กับความรักที่ทั้งหวาน ทั้งเจ็บ และหนีไม่พ้น
ทว่าเมื่อความลับและคำกล่าวหาร้ายแรงถาโถมเข้ามาผู้ชายที่เคยกอดเธอแน่น กลับเป็นคนเดียวกันที่ทำให้เธอเจ็บจนแทบขาดใจ เธอไม่ได้ต้องการเงินของเขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งเมีย ท่านประธาน เธอต้องการเพียงความเชื่อใจจากผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจแต่เมื่อเขาไม่ฟัง...เธอจึงเลือกจากไป
พร้อมหัวใจที่แตกสลาย และอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ที่เขายังไม่รู้ว่ามีอยู่จริง
รักไม่หลอก
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
คลั่งรักเมียแต่ง
คำโปรย
เมื่อเขาและเธอต้องมาอยู่ร่วมบ้านหลังเดียวกันในฐานะสามีภรรยา เขาเป็นคนพูดน้อยแถมยังดุ จึงทำให้เธอรู้สึกอึดอัดและน้อยใจอยู่บ่อยๆ
แนะนำตัวละคร
ภูวดล หรือ คุณภูมิ อายุ 32 ปี
เจ้าของสวนองุ่นขนาดใหญ่ เขาหล่อ ทำงานเก่ง พูดน้อย ดุ ชอบทำหน้าเข้ม จนเธอรู้สึกอึดอัด
รัตติกาล หรือ เจ้าขา อายุ 23 ปี
ลูกสาวร้านอาหารแห่งหนึ่งในตัวจังหวัด เธอสวย แต่งตัวแซ่บ ขี้น้อยใจ ชอบคิดเองเออเอง เพราะความอกหักจึงทำให้เธอเลือกที่จะประชด ตกลงรับคำแต่งงานกับใครที่ไหนก็ไม่รู้จัก ที่ผู้ใหญ่หาให้
@@@@@@
โรมานซ์ ฟีลกู๊ดเหมือนเดิม ไม่นอกกาย ไม่นอกใจ แต่เรื่องนี้พระเอกดุหน่อยนะคะโปรดทำใจก่อนอ่าน (แนวบ้านนอก)
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิ”
"ภูวินทร์" แม้จะเป็นศัลยแพทย์ แต่เขากลับเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าที่ใคร ๆ คิดเอาไว้
“ในเมื่อวันนี้คุณหมอไม่พร้อม ก็ยกเลิกงานหมั้นวันนี้ไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นกับพวกคุณนะคะ”
"ศินีนารถ" ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของคู่หมั้น หลังจากที่เขาปล่อยให้งานหมั้นวุ่นวาย เพียบตบเดียวจากเธอ ถึงกับเรียกสติของเขากลับมาทันที
“ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง"
แม้งานหมั้นจะผ่านไปได้วยดี แต่ทว่า.... ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแบบนั้น
ทั้งเรื่องมือที่สาม และความไม่เข้าใจกัน ความดื้อดึงของเธอ เจอกับความเย็นชา เผด็จการและดุดันของเขา
เปลี่ยนคนที่โหดอย่างเขา กลายเป็นเริ่มคลั่งรักเธอ เริ่มขาดไม่ได้ และตามมาด้วยความหึงหวง
ซึ่งเป็นความหึงแบบไม่ธรรมดา ในเมื่อเขาคือ "สายโหด" ความขี้หึง ก็ต้อง "หึงโหด" เช่นกัน
"คู่หมั้นก็ถือเป็นสามีไปแล้วครึ่งหนึ่ง บอกมาว่ามันเป็นใคร แล้วให้มันแตะต้องตรงไหนบ้าง คืนนี้ผมจะลบออกไปให้หมด แล้วอย่าได้ให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องอีก คุณเป็นของผมคนเดียวเข้าใจมั้ย!"
"หมอคะคุณใจเย็น ๆ ก่อน อ๊าา!!!"
"คืนนี้ต่อให้ร้องขอชีวิต ก็อย่าคิดจะคลานลงจากเตียงนี้ไปได้เลย!"
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ













