วิวาห์ร้อนเทพบุตรร้าย

วิวาห์ร้อนเทพบุตรร้าย

ทิพย์วารี · กำลังอัปเดต · 180.6k คำ

970
ยอดนิยม
970
การดู
0
เพิ่มเมื่อ
เพิ่มไปยังชั้นวาง
เริ่มอ่าน
แชร์:facebooktwitterpinterestwhatsappreddit

บทนำ

“อืมม์,หอม เหมือนที่คิดถึงเลย งึมงึม” ติณณ์พูดชิดขมับของเธอสูดกลิ่นหอมอ่อนๆที่คุ้นเคยของเธอเข้าเต็มปอด
“อือ ยะ อย่า ปล่อยนะ อื้อ..” สุพิชชาบอกเขาเสียงสั่นพร่าอย่างตกใจที่ถูกอดีตสามีกักตัวไว้ในอ้อมแขนของเขาทั้งที่ไม่ได้เจอกันมานานถึงสี่ปีแล้วเขาก็เพิ่งเห็นใบหย่าที่เธอส่งมาให้
“ไม่เคยหย่าไม่ปล่อยด้วย” ติณณ์ตอบและก้มมองเธอที่พยายามดันอกแกร่งของเขาออก
“อึ้บ อี๋คนบ้าบอกให้ปล่อยไง” สุพิชชาดันอกแกร่งเขาและยกเข่าขึ้นหมายจะกระแทกกล่องดวงใจของเขาแต่ติณณ์รู้ทันเขายกเข่าแทรกเข้าระหว่างขาของเธอกดเอวสอบแนบติดหน้าท้องแบนราบของเธอให้รู้ว่าเขาคิดถึงเธอแค่ไหน
“จุ๊บๆ..” เขาจับคางเล็กดันขึ้นและกดจูบริมฝีปากบางอิ่มที่กำลังจะเปล่งวาจาต่อว่าเขาบดคลึงขบเม้มอ่อนหวานและดุดันขึ้นเรื่อยๆจนเธอหัวหมุนเผลอไผลตอบโต้แลกลิ้นกับเขาดุเดือดสองแขนยกขึ้นคล้องคอเขาอย่างลืมตัวเมื่อเขาถอนจูบออกเธอก็ได้สติยกเท้าขึ้นสูงกระทืบลงเต็มแรง
“โอ้ยย..”ติณณ์ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดจึงปล่อยเธอออกจากอ้อมกอดยกเท้าเขย่งกระโดดไปมา
“อย่ามายุ่งกับฉัน” สุพิชชาพูดแล้วเดินจากไปอย่างรวดเร็วจนติณณ์ตามไม่ทันแต่เขาก็ไม่หวั่นเมื่อมีทั้งลูกน้องและนักสืบประกบติดตามเธอไม่ห่างยังไงเธอก็ไปไหนไม่รอดแน่

บท 1

ณ.​กรุงเทพฯ    มหาวิทยาลัยชื่อดัง

“เย้ เย้ เย้..” สามสาวสวยต่างไซร์ต่างสไตส์แต่เป็นเพื่อนซี้ที่เรียนมหาวิทยาลัยชื่อดังมาด้วยกันสี่ปีส่งเสียงร้องดังขึ้นหลังจากที่สอบเสร็จจบการศึกษาปีสุดท้ายและพวกเธอก็เรียนจบกันแล้ว

“โอ้ย.ยากที่สุดเลยอ่ะ พิชชาเกือบจะทำไม่ได้น่ะ” พิชชา หรือ สุพิชา พรไพศาล สาวโคราชนัยต์ตาคมผิวสีน้ำผึ้งเนียนสวยร่างเล็กแต่อวบอิ่มไปทุกสัดส่วนชอบใสเสื้อผ้ารุ่มร่ามเหมือนป้าแก่แต่ยังมีหนุ่มๆรุ่นพี่รุ่นน้องมาตามจีบเธอแต่เวลาอยู่นอกมหาวิทยาลัยหรือไปเที่ยวกับเพื่อนๆเธอก็แต่งตัววัยรุ่นทันสมัยเหมือนกับเพื่อนสาวทั้งสองคนของเธอ

“นี่ยัยพิชชาแกอย่าถล่มตัวจะคว้าเกียรตินิยมไปครองอยู่แล้วนะยะ”  หนูลี หรือ ปณาลี วรโชติเมธี คุณหนูไฮโซคนสวยหุ่นนางแบบที่คุณแม่ชอบพาลูกสาวไปอวดเพื่อนๆไฮโซของท่านเป็นประจำและยังแอบจับคู่ให้ลูกสาวอีกด้วยถึงเธอจะปากร้ายแต่ใจดีรักเพื่อนที่เธอเคยเชิดใส่ตอนเข้ามหาวิทยาลัยปีหนึ่งเพราะอิจฉาความกล้าแสดงออกของ สุพิชชาในวันรับน้องที่รุ่นพี่ให้ทำท่าตลกหรือบอกให้ทำอะไรสุพิชชาก็ทำหมดและยังมีน้ำใจกับเพื่อนๆทุกคนทั้งๆที่เพิ่งจะรู้จักกันจนทำเธอเปลี่ยนความคิดจากที่ไม่ชอบและหมั่นใส้กลายมาเป็นเพื่อนรักกันตั้งแต่นั้นมาจนถึงเรียนจบกัน

“ขนาดพัชรโคตรตั้งใจเรียนยังไม่ได้เลย อิจฉาอ่ะคนอะไรทั้งสวยทั้งเก่งแถมเซ็กซี่อีกด้วยครบเครื่องเลยนะเพื่อนฉัน”  พัชร หรือ กนกพัชร จิตติรัตน์  สาวสวยร่างอวบไปนิดแต่เธอเป็นคนน่ารักชอบทำนั่นทำนี่ให้เพื่อนๆกินอยู่บ่อยๆจึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมเธอถึงอวบและที่บ้านทางเมืองกาญจนบุรีของเธอส่งอาหารมาให้ลูกสาวทุกอาทิตย์จึงทำให้สุพิชชากับปณาลีพลอยได้ลาภปากไปด้วย

“แค่เรียนจบหนูลีก็ดีใจแล้วไม่งั้นคุณแม่ได้อายเพื่อนๆแน่ คิกกๆ..” คุณหนูไฮโซพูดแล้วก็หัวเราะเมื่อพูดถึงคุณแม่ของเธอ

“แล้วพวกเราจะไปฉลองกันที่ไหนดีล่ะ พัชรเก็บกดมานานแล้วนะเพื่อนรัก” กนกพัชรปรึกษาสองเพื่อนรักที่ติวหนังสือหนักกันมาทั้งเดือนก่อนสอบเพื่อจะได้เกรดเฉลี่ยสวยๆกันตอนจบ

“เดี๋ยวฉันถามน้องชายก่อนนะ ว่าเราจะไปที่ไหนกันดี”  หนูลีตอบเพื่อนเพราะน้องชายของเธอก็จะไปด้วยทุกครั้งตามคำสั่งของคุณแม่ที่ไม่อยากให้ลูกสาวและเพื่อนไปเที่ยวกันตามลำพัง ศิระ หรือ นายระน้องชายของหนูลีที่อ่อนกว่าพี่สาวแค่ปีเดียวที่ชอบไปนั่งดูสาวๆมากกว่าไปเฝ้าพี่สาวกับเพื่อนเด็กหนุ่มจึงเหมือนเพื่อนในกลุ่มอีกคนของสามสาว

“โอเคเลยจ้ะยัยคุณหนูลี แต่ตอนนี้พัชรหิวอ่ะพวกแก” กนกพัชรบอกเพื่อนแล้วทำหน้าละห้อยอย่างน่าสงสารแต่เป็นที่หมั่นใส้ของเพื่อน

“นี่ยัยพัชรแกจะไม่ให้ท้องแกว่างเลยใช่ไหม นิ่งเป็นหลับขยับเมื่อไหร่นี่กินตลอดดูสิพุงพิชาออกแล้วนะ” สุพิชชาว่าเพื่อนที่ขยันหิวและพากันไปกินจนเธอเริ่มจะอ้วนขึ้นแล้วนะ

“ต้าย, ช่างกล้าพูดนะยะ พัชรว่าแกอ้วนอยู่ที่เดียวนี่แหละ คิกกๆๆ..” กนกพัชรไม่พูดเปล่าๆเอานิ้วจิ้มไปที่อกอวบอิ่มกลมกลึงของพิชชาจนเธอสะดุ้ง

“อุ้ย, ยัยพัชรบ้า จิ้มมาได้ตกใจหมด” สุพิชชาหน้าแดงขึ้นทันทีหันซ้ายหันขวากลัวจะมีคนเห็น

“คิกๆ คิกๆๆ...” ปนาลีกับกนกพัชรหัวเราะขึ้นพร้อมกันขำสุพิชชา

“จะกินข้าวกันมั้ยล่ะ หรือพวกแกหัวเราะกันอิ่มแล้วล่ะฮ้า” สุพิชาพูดเสียงดังแก้เขิน

“ไปจ้ะไป นี่แกแค่โดนจิ้มอึ๋มนะพิชชาถ้าโดนจิ้ม...ล่ะแกเอ้ยไม่อยากคิด คิกๆคิกๆ” ปนาลีพูดจบทั้งสามก็หัวเราะขึ้นพร้อมกันและเดินเกาะกลุ่มกันไปร้านเบเกอรี่เล็กๆข้างมหาลัยที่พวกเธอจะไปนั่งกันเป็นประจำเกือบทุกวันจนสนิทกับพี่เจ้าของร้านแล้วต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน

“แกจบแล้วจะทำอะไรต่อพิชชา” กนกพัชรถามเพื่อนสาวที่กำลังขับรถอยู่เพราะเธอและสุพิชชาพักห้องเดียวกันในคอนโดระดับกลางและแชร์ค่าห้องกันจึงสลับกันขับรถไปเรียน

“พิชชายื่นไปสมัครไปที่บริษัท Y&S  แล้วแกล่ะจะกลับเมืองกาญเลยหรือเปล่า”สุพิชชาถามเพื่อนเพราะที่บ้านของกนกพัชรอยากให้กลับไปช่วยพี่ชายดูแลรีสอร์ทและเรือนแพริมแม่น้ำแควแต่กนกพัชรยังไม่อยากกลับเหมือนกับเธอนั่นแหละ(Y&S บริษัท วาย แอนด์ เอส ออโต้พาร์ท (ไทยแลนด์)จำกัด มหาชน)

“ยังหรอกแก พัชรอยากหาประสบการณ์ก่อนสักสองสามปีก่อนน่ะ แล้วค่อยคิดอีกทีตอนนี้พี่ไก่ก็ดูแลคนเดียวได้ หรือไปสมัครที่เดียวกับแกดีล่ะ” กนกพัชรคิดได้ว่าเธอลืมไปได้อย่างไรนะก็พวกเธอไปฝึกงานกันอยู่ที่นั่นน่ะสิแต่ถ้าไม่ได้คุณแม่แสนใจดีของปนาลีพวกเธอคงไม่ได้ไปฝึกงานบริษัทยักษ์ใหญ่แบบนั้นได้หรอก

“ก็ดีสิ งั้นแกรีบไปยื่นไปสมัครเลยพรุ่งนี้พิชชาไปส่งตกลงนะ” พิชชาก็อยากให้เพื่อนไปทำด้วยกันแต่ปนาลีไม่ชอบงานนั่งอยู่กับที่เธอชอบงานลุยๆมากกว่าจึงทำให้ขัดแย้งกับคุณแม่เลยยังไม่ได้ไปสมัครงานที่ไหน

“โอเค งั้นวันนี้เรากลับไปนอนเอาแรงดีกว่าเนาะจะได้เตรียมตัวให้พร้อมไปสมัครงานวันพรุ่งนี้” กนกพัชรบอกเพื่อนที่มีหน้าที่ขับรถจนถึงคอนโดของพวกเธอทั้งสอสาวก็พากันขึ้นไปบนห้องที่เช่าอยู่ร่วมกันมาจะสี่ปีแล้ว

สุพิชชาอาบน้ำอยู่เธอได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังแว่วๆจึงรีบอาบน้ำอย่างรวดเรวเพราะมันดังถี่มากคนโทรคงจะมีธุระด่วนจริงๆ

“มาแล้วใครกันนะ อ้าว ยัยวดีนี่นามีอะไรนะถึงโทรมาตั้งหลายรอบน่ะ” พิชชาบ่นออกมาจากห้องน้ำและรีบโทรหาน้องสาวทันที วดี หรือ สุภาวดี พรไพศาล ลูกสาวคนเล็กของ คุณชนัต กับ คุณสุภัสสร พรไพศาล เจ้าของกิจการอู่ต่อรถทัวร์รายใหญ่ในภาคอีสานทั้งหมดและบริษัทเดินนรถสายอีสานฐานะร่ำรวยเป็นเศรษฐีถึงแม้ไม่ติดอันดับแต่ทรัพย์สินหลักพันล้านขึ้นทั้งคู่มีลูกสาวสามคนแต่ไม่มีลูกชายสืบสกุลเลยสักคน คนโต  ศรา หรือ สุพิศรา หลังเรียนจบเธอก็เข้าไปช่วยงานคุณพ่อเต็มตัว คนรอง พิชชา หรือ สุพิชชา เพิ่งเรียนจบ คนเล็กสุด วดี หรือ สุภาวดี พึ่งเรียนอยู่ปีสองที่เชียงใหม่และตอนนี้เธอก็ถูกไข้หวัดเล่นงานอยู่

“ว่าไงยัยวดีเป็นอะไรหรือเปล่า” สุพิชชาโทรหาน้องสาวและถามน้องสาว

“วดีเป็นไข้ค่ะ นอนอยู่โรงพยาบาลแต่ไม่อยากโทรบอกพ่อกับแม่ค่ะกลัวท่านจะป็นห่วงเลยโทรมาหาพี่พิชชาค่ะ” สุภาวดีตอบพี่สาวด้วยเสียงแหบแห้งเพระเจ็บคอ

“แล้วทำไมเพิ่งโทรมาบอกพี่ล่ะ เดี๋ยวพี่จะจ้างพยาบาลพิเศษเฝ้าก่อนนะแล้วพรุ่งนี้เช้าพี่จะไปเที่ยวบินเช้าเลยนะ” สุพิชชาบอกน้องสาวอย่างเป็นห่วง

“ค่ะพี่พิชชา ขอบคุณนะคะ” สุภาวดีขอบคุณพี่สาวที่ดูแลเธอมาตลอดตั้งแต่มาเรียนที่เชียงใหม่เพราะพ่อแม่และพี่สาวคนโตก็ยุ่งกับธุรกิจที่บ้านแต่ถ้าว่างก็จะมาหาเธอหรือไม่เธอก็กลับบ้าน

“จ้า,งั้นวดีพักผ่อนนะจ้ะพรุ่งนี้พี่จะไปแต่เช้าเลยจ้ะ” สุพิชชาวางสายจากน้องสาวแล้วเธอก็ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและเดินออกจากห้องไปเคาะประตูห้องเพื่อนรัก

“ก๊อก ก๊อก" 

"พัชรนอนหรือยังจ้ะ” สุพิชชาเรียกเพื่อนที่ไม่รู้ว่าจะนอนไปแล้วหรือยัง

“ยังจ้ะ พิชชาเข้ามาเลยประตูไม่ได้ล็อค” กนกพัชรตะโกนตอบเพื่อนเพราะเธอและสุพิชชาไม่เคยล็อคประตูห้องแต่จะใช้วิธีเคาะประตูกัน

“พรุ่งนี้พิชชาคงไม่ได้ไปส่งพัชรสมัครงานแล้วล่ะ ยัยวดีป่วยนอนอยู่โรงพยาบาลที่เชียงใหม่น่ะ” สุพิชชาบอกเพื่อนที่ทำหน้าตกใจ

“เฮ้ย,แล้วน้องวดีเป็นยังไงบ้างอ่ะ พัชรไปกับแกดีกว่ามั้ย” กนกพัชรถามเพื่อนที่หน้าตาเคร่งเครียดเพราะเป็นห่วงน้องสาว

“ไม่เป็นไรหรอกพัชร ขอบใจแกมากพิชชาไปคนเดียวได้แกจะได้ไปสมัครงานไงล่ะ” สุพิชชาไม่อยากให้เพื่อนพลาดโอกาสที่จะไปสมัครงานที่บริษทเดียวกับเธอ

“งั้นถ้ามีอะไรก็โทรบอกพัชรนะ แกไปพักเถอะเดี๋ยวพรุ่งนี้จะตื่นเช้าอีกน่ะ” กนกพัชรบอกเพื่อนให้ไปนอนพักผ่อนก่อนที่จะเดินทางในวันพรุ่งนี้

“ขอให้แกโชคดีได้งานนะพัชร ขอบใจอีกครั้งนะเพื่อนรัก ฝันดีจ้ะ” สุพิชชาบอกเพื่อนและเดินกลับไปเข้าห้องเธอเก็บของใส่กระเป๋าเป้ใบเล็กที่เธอใช้สำหรับเดินทางสองสามวันเมื่อเสร็จสุพิชชาก็รีบเข้านอนทันทีเพราะเธอต้องตื่นแต่เช้าไปสนามบิน

สุพิชชาตื่นแต่เช้าและเดินทางไปสนามบินเพื่อขึ้นเครื่องไปเชียงใหม่เพราะเป็นห่วงน้องสาวถึงแม้คุณพยาบาลเฝ้าไข้จะบอกว่าอาการดีขึ้นแล้วแต่เธอก็ยังเป็นห่วงน้องสาวอยู่ดีพอถึงสนามบินเชียงใหม่สุพิชชาก้นั่งแท๊กซี่ไปที่โรงพยาบาลชื่อดังของเชียงใหม่ทันที

“เป็นไงบ้างยัยวดี” สุพิชชาเคาะประตูและเปิดเข้าไปแล้วถามน้องสาวทันทีเมื่อเห็นเธอ

“ดีขึ้นบ้างแล้วค่ะ ขอบคุณมากนะคะพี่พิชชา” สุภาวดีน้ำตาคลอเบ้าตอนนี่ร่างกายเธออ่อนแอเพราะไข้หวัดใหญ่เล่นงานจึงทำให้อยากให้คนในครอบครัวมาดูแลมากกว่าพยาบาล

“นอนพักก่อนนะพี่จะอยู่ดูแลเราจนหายเลยน่ายัยขี้แย” สุพิชชาบอกน้องสาวเพราะเธอรู้ว่าน้องสาวคนเล็กขี้อ้อนยิ่งเวลาเจ็บป่วยก็ชอบอ้อนพ่อแม่และพี่ๆตลอด

“ก็วดีเหงานี่คะคิดถึงคุณพ่อคุณแม่พี่ศรานี่คะ” น้องสาวคนเล็กยังไม่เลิกอ้อนพี่สาวที่นั่งยิ้มอยู่ข้างเตียง

“งั้นก็รีบหายเราจะได้กลับบ้านพร้อมกันดีมั้ยล่ะ” สุพิชชาบอกน้องสาวที่นอนมองเธอตาแป๋ว

“ดีคะ พี่พิชชากินข้าวหรือยังคะ” สุภาวดีถามพี่สาวที่มาหาเธอแต่เช้า

“พี่ยังไม่หิวจ้ะ เดี๋ยวพี่ค่อยไปหากาแฟดื่มจ้ะ” สุพิชชาบอกน้องสาวยกมือลูบศรีษะน้องสาวอย่างรักใคร่แล้วเธอจะบอกพี่สาวดีมั้ยเนี่ยถ้ารู้ทีหลังเดี๋ยวก็จะงอนเธอกับน้องสาวอีก

“พี่พิชชาไปหาอะไรกินก่อนเถอะมีพี่พยาบาลก็อยู่ทั้งคนค่ะ” วดีบอกพี่สาวเพราะเธอกินยาเข้าไปแล้วเดี๋ยวก็คงง่วงนอนแล้วล่ะ

“เอาอย่างนั้นก็ได้จ้ะ งั้นฝากคุณพยาบาลด้วยนะคะ” สุพิชชาเห็นน้องสาวตาปรือเหมือนจะง่วงเธอไปหากาแฟดื่มก่อนดีกว่าถ้าเธอยังนั่งเฝ้าอยู่น้องสาวก็จะไม่ยอมนอน หญิงสาวปล่อยมือน้องสาวและลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องพักฟื้นของน้องสาวและโทรหาพี่สาว

“หวัดดีค่ะพี่ศรา ยุ่งอยู่หรือเปล่าคะ” สุพิชชาถามพี่สาวกลัวว่าจะรบกวนเวลาทำงาน

“ไม่ยุ่งจ้ะ พี่เพิ่งจะไปคุยกับป๊าเสร็จพิชชามีอะไรหรือเปล่าถึงโทรหาพี่น่ะ” สุพิศราถามน้องสาวก็สุพิชชากับสุภาวดีจะไม่โทรหาเธอในตอนกลางวันเพราะสามพี่น้องชอบประชุมสายคุยกันตอนสามทุ่มทุกอาทิตย์หรือใครไม่ว่างก็สลับกันคุย

“ตอนนี้พิชชาอยู่เชียงใหม่ค่ะ ยัยวดีไม่สบายเป็นไข้หวัดแต่ไม่ต้องเป็นห่วงตอนนี้ดีขึ้นแล้วค่ะ” สุพิชชาบอกพี่สาวที่เงียบฟังเธอพูดจนจบ

“งั้นพี่จะไปเชียงใหม่แต่ต้องบอกป๊ากับม๊าก่อน ดูสิไม่สบายก็ไม่โทรมาบอกพี่เลยน่าตีจริงๆเลยยัยวดีนี่”สุพิศราพูดกับน้องสาวคนกลางที่รู้ว่าหากเกิดอะไรขึ้นกับน้องๆพี่สาวคนโตไม่เคยนิ่งดูดายต้องตามไปดูให้แน่ใจว่าสบายดีจริง

“ยัยวดีกลัวป๊ากับม๊าตกใจก็เลยไม่บอกน่ะสิคะ แล้วพี่ศราจะมาเมื่อไหร่คะ” สุพิชชาบอกเหตุผลของน้องสาวคนเล็กให้พี่สาวรู้

“น่าจะพรุ่งนี้เช้า วันนี้พี่ขอเคลียงานก่อนจ้ะ” สุพิศราตอบน้องสาวและวางสายไปเพื่อรีบทำงานให้เสร็จก่อนที่เธอจะไปเยี่ยมน้องสาวคนเล็กที่ชียงใหม่

“ไปหากาแฟดื่มดีกว่าเรา” สุพิชชาพูดกับตัวเองเบาๆสายตาก็มองหาร้านกาแฟที่เธอเห็นตอนเดินเข้ามาเมื่อเจอก็เดินตรงไปทันทีเพราะตอนนี้ร่างกายของเธอต้องการกาแฟเพื่อความสดชื่นเพราะเมื่อเช้าเธอตื่นตั้งแต่ตีห้ารีบอาบน้ำแต่งตัวขึ้นแท๊กซี่ไปสนามบินดอนเมือง

ที่กรุงเทพฯ

“คุณแม่คะ หนูลียังไม่อยากแต่งงานกับพี่ติณณ์ค่ะ อีกอย่างเราไม่ได้รักกันนะคะ” ปนาลีปฏิเสธแม่ของเธอที่จะจับคู่เธอกับลูกชายของเพื่อนรักที่อยากเป็นดองกันจึงคิดจับลูกสาวลูกชายคุมถุงชนซะเลย

“ไม่ได้หรอกลูกผู้ใหญ่คุยกันแล้วถ้าไม่ทำตามคำพูดก็จะเสียกันทุกฝ่ายนะลูก” คุณปนิดาคุณแม่ที่แสนจะใจดีของปนาลีบอกลูกสาวที่ทำหน้าไม่พอใจและไม่ยอมรับ

“ทำไมคุณแม่ไม่ถามหนูลีก่อนละคะ ป่านนี้พี่ติณณ์คงมีแฟนแล้วมั้งคะคุณแม่ก็บอกคุณป้าวิสิว่าหนูลียังเด็กเพิ่งเรียนจบเองนะคะ” ปนาลียืนยันว่าจะไม่แต่งงานกับติณณ์ซึ่งเขาก็คงไม่ต่างจากเธอหรอกเพราะรู้จักสนิทสนมกันมาตั้งแต่เด็กๆเพิ่งจะมาห่างตอนที่ติณณ์ไปเรียนต่อที่ต่างประเทศนี่เองแต่ยังติดต่อกันอยู่ไม่ขาดแต่มาช่วงปีหลังนี้ต่างคนต่างยุ่งก็เลยไม่ได้ติดต่อกันสงสัยต้องรีบคุยกับพี่ติณณ์ก่อนแล้วล่ะ

“ก็แม่คุยกันไว้ตั้งแต่หนูไม่เกิดแล้วนะคะลูก หนูลีจะให้พ่อกับแม่เป็นคนผิดคำพูดและไม่มีสัจจะเหรอจ้ะ” คุณปนิดาพูดหว่านล้อมลูกสาวเพื่อให้เข้าใจพวกท่าน

“งั้นให้หนูลีคุยกับพี่ติณณ์ก่อนแล้วหนูลีจะให้คำตอบคุณแม่ค่ะ” ปนาลีบอกแม่ของเธอแล้วลุกขึ้นเดินออกไปอย่างคิดหนักเธอจะต้องหาทางออกให้เร็วที่สุด แม่นะแม่ทำไมไปรับปากอย่างนั้นนะมันโบราณมากเลยที่จับลูกคลุมถุงชนเนี่ย แล้วปนาลีนึกถึงผู้ชายหน้าหล่อดุแต่เวลายิ้มนี่ทำเอาเธอใจเต้นรัวทีเดียวและเขาเป็นเพื่อนของพี่ติณณ์ที่ชอบมองเธอแปลกๆแต่พอเธอมองตอบเขาก็หลบสายตาทุกครั้งตอนนี้เขาคงมีแฟนแล้วละมั้งคงไม่สนใจเด็กกระโปโลอย่างเธอหรอก ปนาลียกโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหากนกพัชร

“ดียัยพัชร แกทำอะไรอยู่อ่ะ.” ปนาลีถามเพื่อน

“ฉันมาสมัครงานน่ะสิ แกถามทำไมหรือหนูลี” กนกพัชรตอบเพื่อนรักแล้วถามกลับ

“อ้าว, แล้วแกไปสมัครที่ไหนล่ะล่ะยัยยพัชร” ปนาลีอยากรู้ว่าเพื่อไปสมัครงานที่ไหนเพราะเธอรู้ว่าที่บ้านของเพื่อนทั้งสองนั้นมีกิจการใหญ่โตแต่ไม่มีใครอยากทำงานที่บ้านของตัวเองกันสักคนรวมทั้งเธอด้วย

“วาย แอนด์ เอส ไงล่ะ ยัยพิชชาก็สมัครที่นี่เหมือนกันนะ” กนกพัชรบอกเพื่อนรักเผื่ออยากมาทำด้วยกันเพราะพวกเธอเคยฝึกงานที่นี่ทำให้ผู้บริหารให้โอกาสพวกเธอได้ร่วมงานกับบริษัทขอแค่มายื่นใบสมัครเท่านั้นก็จะเป็นพนักงานของ วาย แอนด์ เอส ทันทีโดยไม่ต้องสอบสัมภาษณ์

“จริงดิ ดีจังพวกแกได้งานทำกันแล้วแต่หนูลียังไม่ได้ลงมือทำอะไรเลยแม่จะให้แต่งงานอ่ะ” หนูลีบอกกนกพัชรอย่างเซ็งที่ถูกบังคับทั้งที่ผ่านมาแม่ก็ตามใจเธอมาตลอดนี่นา

“จริงเหรอหนูลี ดีสิแกจะมีคนเลี้ยงสบายไปเลยไม่ต้องทำงานให้เหนื่อยไงจ้ะ” กนกพัชรบอกเพื่อนติดตลก

“ดีบ้านแกเหรอยัยพัชรบ้า พวกเราเพิ่งเรียนจบกันนะเป็นแกจะแต่งไหมเล่า” ปนาลีถามเพื่อนรักว่าจะคิดเหมือนเธอไหม

“เป็นพัชรก็ไม่แต่ง ถ้าอายุสามสิบเมื่อไหร่พัชรจะแต่งถ้าหาสามีได้นะ คิกคิกๆๆ..” กนกพัชรตอบเพื่อนแล้วหัวเราะเธอไม่อยากให้เพื่อนคิดมาก

“นั่นไงแกก็คิดเหมือนหนูลีเลยนี่ เดี๋ยวไปเจอกันที่คอนโดแกนะจะได้ช่วยหนูลีคิดว่าจะทำอย่างไรดี” ปนาลีบอกเพื่อนจะได้ช่วยกันคิดว่าเธอจะทำอย่างไรดี

“ได้เดี๋ยวเจอกัน อ่อ, พัชรลืมบอกไปยัยพิชชาไม่อยู่นะไปเชียงใหม่น้องวดีไม่สบายน่ะ” กนกพัชรบอกเพื่อน

“อ้าว,ไม่เห็นบอกหนูลีเลย แล้วน้องวดีเป็นยังไงบ้าง”

“เป็นไข้หวัดน่ะ แต่ตอนนี้ดีแล้วอีกสองสามวันคงออกจากโรงพยาบาลได้น่ะ” กนกพัชรตอบปนาลีที่ถามถึงน้องสาวของเพื่อนอย่างเป็นห่วงเพราะต่างคุ้นเคยสนิทสนมกัน

“เราไปหายัยพิชชาที่เชียงใหม่กันมั้ยพัชร” ปนาลีชวนกนกพัชรไปเยี่ยมน้องสาวของเพื่อนรักของพวกเธอ

“ตกลง,พัชรสมัครงานเสร็จแล้วพรุ่งนี้เราไปเชียงใหม่กันนะ พัชรจะได้โทรบอกยัยพิชชา” กนกพัชรตกลงทันที

“งั้นหนูลีเก็บกระเป๋าไปนอนที่คอนโดแกละกันพรุ่งนี้เช้าเราก็ไปกันเลย ตามนี้นะพัชร” หนูลีบอกเพื่อนแล้ววางสายเพื่อไปบอกแม่ของเธอก่อนว่าจะไปเชียงใหม่

บทล่าสุด

คุณอาจชอบ 😍

ทาสสวาทอสูรเถื่อน

ทาสสวาทอสูรเถื่อน

540.1k การดู · เสร็จสิ้น · รินธารา
“คืนละล้าน คุณจ่ายให้ฉันได้ไหมล่ะคะ ถ้าได้ฉันจะอ้าขารอคุณบนเตียงทุกคืนเลยค่ะทูนหัว” พิชชาภาพูดออกไปพร้อมกับใบหน้าท้าทายอย่างไม่กลัว ในเมื่อเขาอยากจะได้ตัวเธอ เขาก็ต้องลงทุน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
พี่สาวครับรับรักผมด้วย

พี่สาวครับรับรักผมด้วย

10.1k การดู · เสร็จสิ้น · พลอยชนา
ถ้าอดีตเด็กชายที่เคยแกล้งคุณตอนเด็กๆ โตมากลายเป็น 'หนุ่มวิศวะหน้าหล่อ หุ่นแซ่บ' แถมยังเดินหน้าจีบคุณแบบไม่พัก... คุณจะใจแข็งทนไหวไหม? พบกับเรื่องราวความรักข้ามรุ่นสุดฮีลใจ ที่จะทำให้คุณรู้ว่า... อ้อมกอดของเด็กข้างบ้าน มันอุ่นกว่าที่คิด
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด

เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด

14.1k การดู · เสร็จสิ้น · เพลงมีนา
เสิ่นรั่วหลัน ทายาทที่เหลือรอดเพียงคนเดียวของตระกูลเสิ่น ครอบครัวของนางถูกคนชั่วลอบสังหารทั้งตระกูลในคืนเดียว มารดากอดนางไว้นานสิ้นใจต่อหน้านางในวัยเพียงสิบขวบ ท่ามกลางซากศพและเลือดที่นองพื้น เหลียนหงอี้นำทหารเข้ามาช่วยแต่ไม่ทันการณ์ ช่วยได้เพียงเสิ่นรั่วหลันคนเดียวเท่านั้น จากนั้นนางเหมือนคนสติไม่ดีกลายเป็นคนปัญญาอ่อน แม้ร่างกายเติบโตแต่ลักษณะนิสัยยังเป็นเด็กสิบขวบและจำเรื่องในคืนนั้นไม่ได้
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE

(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE

759.7k การดู · เสร็จสิ้น · ลำเจียก
ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เจอกันฉันก็ปฏิญาณกับตัวเองเลยว่าจะเอาเด็กคนนี้มาเป็นแฟนให้ได้ แต่มันคงไม่ง่ายขนาดนั้นเพราะเขาไม่ชายตามองผู้หญิงเอ็กซ์อึ้มแบบฉันเลย
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย)  BAD

เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD

529.7k การดู · เสร็จสิ้น · ลำเจียก
ลีวาย
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”

มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
พันธะร้ายนายวิศวะ

พันธะร้ายนายวิศวะ

550.9k การดู · เสร็จสิ้น · Kim Nayeol
"_" ใครๆ ก็คิดว่าฉันโสด จะพูดยังไงดีละ มันพูดได้ไม่เต็มปากนะ "

"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง

"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย

***********************

เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล

"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก

" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้

เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ

"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
รัก(ลับ)นายวิศวะ

รัก(ลับ)นายวิศวะ

784.2k การดู · เสร็จสิ้น · Kim Nayeol
"ฉันรวยมากพอ...ที่จะซื้อเธอ เอาคนอย่างเธอมากระแทกเล่นๆ ได้" ใบหน้าอันหล่อเหลาเอ่ยมาด้วยสีหน้าอันดุดัน

"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้

แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"

"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง

เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ

"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."

"เพียะ"

อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม

"เธอ..."

เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า

หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า

51.9k การดู · เสร็จสิ้น · Sansa
หนึ่งราตรี. หนึ่งความผิดพลาด. หนึ่งชีวิตที่ต้องชดใช้.

ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี

โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า

แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน

ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน

“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก

“เจสันคือใครวะ”

เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป

ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!

แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!

ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด

สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”

ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน

คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด

ร้ายซ่อนรักฉบับโหด

601.7k การดู · เสร็จสิ้น · Yaygoh
เธอ คะนิ้ง นกน้อยที่หลงเข้าไปพัวพันกับเหล่านักแข่งใต้ดิน เธอแค่อยากตามหาน้องสาวที่หายตัวไป โดยไม่รู้เลยว่าความจริงที่รออยู่เบื้องหน้าโหดร้ายยิ่งกว่าขุมนรก

เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...

ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ

รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ

757.3k การดู · เสร็จสิ้น · พราวนภา
‘ต่อให้มึงสลัดคราบทอม แล้วแต่งหญิงให้สวยกว่านี้ร้อยเท่า กูก็ไม่เหลือบตาแล เกลียดก็คือเกลียด…ชัดนะ!’

ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
คลั่งรักเมียแต่ง

คลั่งรักเมียแต่ง

553.9k การดู · เสร็จสิ้น · มะนาวสีชมพู
เรื่อง...คลั่งรักเมียแต่ง
คำโปรย
เมื่อเขาและเธอต้องมาอยู่ร่วมบ้านหลังเดียวกันในฐานะสามีภรรยา เขาเป็นคนพูดน้อยแถมยังดุ จึงทำให้เธอรู้สึกอึดอัดและน้อยใจอยู่บ่อยๆ
แนะนำตัวละคร
ภูวดล หรือ คุณภูมิ อายุ 32 ปี
เจ้าของสวนองุ่นขนาดใหญ่ เขาหล่อ ทำงานเก่ง พูดน้อย ดุ ชอบทำหน้าเข้ม จนเธอรู้สึกอึดอัด
รัตติกาล หรือ เจ้าขา อายุ 23 ปี
ลูกสาวร้านอาหารแห่งหนึ่งในตัวจังหวัด เธอสวย แต่งตัวแซ่บ ขี้น้อยใจ ชอบคิดเองเออเอง เพราะความอกหักจึงทำให้เธอเลือกที่จะประชด ตกลงรับคำแต่งงานกับใครที่ไหนก็ไม่รู้จัก ที่ผู้ใหญ่หาให้
@@@@@@
โรมานซ์ ฟีลกู๊ดเหมือนเดิม ไม่นอกกาย ไม่นอกใจ แต่เรื่องนี้พระเอกดุหน่อยนะคะโปรดทำใจก่อนอ่าน (แนวบ้านนอก)
คลั่งไคล้ยัยแฮกเกอร์

คลั่งไคล้ยัยแฮกเกอร์

5.5k การดู · กำลังอัปเดต · OISIS
'หลินมู่มู่' คือฟรีแลนซ์รับจ้างปั่นกระแสและขโมยข้อมูลที่หน้าหนาและหน้าเงินที่สุดในปักกิ่ง กฎเหล็กของเธอคือ 'ตราบใดที่เงินถึง จะให้ด่าใครก็ทำได้ทั้งนั้น' แต่ใครจะไปคิดว่าภารกิจล้วงความลับในโรงแรมห้าดาวครั้งนี้ จะทำให้เธอถูก 'กู้ฉือเจิง' เจ้าพ่อแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียสุดโหด จับได้คาตาแถมยังต้อนเธอจนมุมอยู่บนเตียงคิงไซส์!

แทนที่จะส่งตัวเธอให้ตำรวจ ประธานกู้ผู้ชอบใช้เงินแก้ปัญหา(และหวงของขั้นสุด) กลับโยนเช็คตัวเลขเจ็ดหลักใส่หน้า พร้อมยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้... นั่นคือการจ้างเธอเป็น 'กระสอบทรายระบายอารมณ์ส่วนตัว' แบบผูกขาด ห้ามรับงานอื่น ห้ามมองผู้ชายคนอื่น และห้ามปฏิเสธเมื่อเขาต้องการ!

ภายใต้แว่นตาขอบเงินที่ดูภูมิฐาน เขาคือพญามารจอมเอาแต่ใจที่ดุดันไม่เกรงใจเตียง จนเธอต้องลอบรีวิวสมรรถภาพของเขาในใจเหมือนรีวิวสินค้าในเถาเป่า ปากสั่นร้องไห้บอกว่าไม่ไหว แต่สมองกลับคำนวณทิปค่ากระเป๋าแบรนด์เนมอย่างรวดเร็ว

เมื่อความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วย 'เงินตราและราคะ' ถลำลึกจนเตียงแทบหักทุกคืน งานนี้สายลับสาวหน้าเงินจะกอบโกยกำไรจนคุ้ม หรือจะขาดทุนย่อยยับเพราะเผลอเอาหัวใจไปจำนองให้ท่านประธานกันแน่?