บทนำ
บท 1
ลอสแอนเจลิส
ในฤดูหนาวของที่นี่อากาศค่อนข้างหนาวจัด ชนิดที่ว่ามีหิมะโปรยลงมาตลอดเวลาหากไม่ทำให้ร่างกายอบอุ่นเข้าไว้ก็อาจจะทำให้ ‘เธอ’ เจ็บป่วย หรือไม่สบายขึ้นมาอีกได้ หญิงสาวได้หันออกไปมองนอกหน้าต่างเธอย่อมเห็นหิมะที่โปรยลงมาในช่วงเวลาใกล้ค่ำ ตะวันกำลังจะลาลับขอบฟ้าขณะเดียวกันหิมะบางเบาแต่แสนเยือกเย็นก็โปรยลงมาก่อให้เกิดความเหงาขึ้นภายในจิตใจ
เธอมาอยู่ที่นี่ได้สามปีแล้ว และไม่ได้ติดต่อกับ ‘คนผู้นั้น’ อีก คนที่เธออยากหนีเขาเพราะเธอต้องการตัดใจ และหลุดพ้นจากรักข้างเดียว ในตอนที่เธอมาที่นี่ในช่วงแรกเขายังคงพยายามติดต่อเธออยู่แต่หลังจากนั้นเขาก็เริ่มเงียบหายไปซึ่งก็ดีแล้วล่ะเพราะหากเขากับเธอยังติดต่อกันอยู่ ก็คงทำให้เธอรู้สึกว่าเธอไม่สามารถตัดเขาได้ขาดอย่างแน่นอน
นลินญาเก็บหนังสือลงกระเป๋าเป้สีดำพลางหยัดกายลุกขึ้นหมุนตัวยัดเก้าอี้สอดเอาไว้ใต้โต๊ะขณะเดียวกันเธอก็กำลังเดินออกมาในตอนนั้นเองมีชายหนุ่มคนหนึ่งรูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาว ร่างกายกำยำ ดวงตาสีน้ำข้าว ริมฝีปากสีคล้ำนิดหน่อยเดินตรงเข้ามาหาเธอพร้อมกับรอยยิ้ม เขาเอ่ยทักทายเธอด้วยน้ำเสียงที่สดใส ทันทีที่นลินญาเห็นชายหนุ่มคนนี้เธอก็ระบายยิ้มด้วยความสดใสเหมือนกันเพราะเขาคนนี้เป็นเพื่อนคนแรกของเธอที่เธอย้ายเข้ามาอยู่ที่ประเทศนี้เลย
“กลับได้แล้วเอ๋ย”
“รู้แล้วน่า เอ๋ยก็เก็บของใส่กระเป๋าแล้วนี่ไง เฟรดมานานแล้วเหรอ”
เฟรดดี้เพื่อนชายคนแรกของนลินญาตั้งแต่ที่เธอได้มาอยู่ที่นี่ทั้งสองคนก็สนิทสนมกัน และตัวติดกันราวกับเป็นเงาตามตัว จากนั้นไม่นานเฟรดดี้ก็แนะนำให้นลินญารู้จักกับอกิร่า และเคซี่ทำให้ทั้งสี่คนกลายเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่วันนั้นมาจนถึงทุกวันนี้ เพียงแต่ว่าเพื่อนทั้งสามคนที่เป็นเพื่อนของนลินญาดูจากภายนอกแล้วเหมือนเพื่อนคนไทยคนนี้จะมีความร่าเริงแจ่มใส เพียงแต่ว่าตลอดสามปีที่ผ่านมาพวกเธอ และเขาต่างก็สังเกตว่าเหมือนเพื่อนคนไทยมีเรื่องราวในใจที่เก็บเอาไว้ไม่ยอมบอกใคร
“หิมะตกหนักมาก เราจะไปกันยังไง”
“ทำอย่างกับหิมะไม่เคยตกที่นี่”
นลินญาพูดแซวเพื่อนในขณะที่เฟรดดี้แย่งกระเป๋าเป้ของเธอไปถือเอาเอง เพื่อนอีกสองคนต่างก็มองพฤติกรรมของเฟรดดี้แล้วพากันยกยิ้ม แน่นอนว่าสองสาวต่างรู้ว่าเฟรดดี้รู้สึกอย่างไรกับเพื่อนคนไทยคนนี้ และทั้งเธอกับเคซี่ต่างรู้กันดีว่าเฟรดดี้จะไม่ได้รับในสิ่งที่เขาคาดหวัง เพราะว่านลินญาไม่เคยมีท่าทีให้กับเฟรดดี้ในเชิงอื่นเลย
“งั้นไอว่าพวกเราหาอะไรอุ่น ๆ กินกันก่อนไหมแล้วค่อยแยกย้าย”
“เอาสิ” นลินญาตอบรับเพื่อนก่อนจะพากันก้าวเดินไปยังจุดหมายที่อยู่ไม่ไกล
“ว่าแต่จ๊ะเอ๋ยยูน่าอิจฉามากเลยนะ คอนโดอยู่ใกล้แค่นี้เองเดินข้ามฝั่งไปก็ถึงแล้ว”
อกิร่าหันมาพูดกับนลินญาแน่นอนว่านลินญาอยู่ที่นี่ใกล้มหาวิทยาลัยอย่างนี้ล้วนเกิดจากป่าปี๊ของเธอเป็นคนเลือกให้ทั้งสิ้น อีกทั้งยังอยู่ใกล้กับโรงแรมชื่อดังแล้วยังมีคอร์สสอนเพื่ออัปสกิลการทำอาหารอย่างที่เธอต้องการ ซึ่งเธอเป็นคนที่รัก และชอบการทำอาหารเหมือนป่าปี๊ของเธอไม่มีผิดเพี้ยน เธอจึงรู้สึกว่าคอนโดที่นี่เหมาะสมกับเธอที่สุด
“งั้นก็ไปซูเปอร์ไหมแล้วก็หาอะไรกินกันเนอะแล้วค่อยแยกย้าย พรุ่งนี้ก็เจอกัน”
“ได้เลย” ทั้งสี่คนเดินออกมาจากห้องสมุดของมหาวิทยาลัยขณะที่กำลังเดินออกมาสาว ๆ ต่างก็พูดคุยกันเรื่องนั้นเรื่องนี้ไปด้วย โดยที่ส่วนใหญ่แล้วคนที่พูดเก่งที่สุดคงไม่พ้นสามสาว ด้วยนิสัยของผู้หญิงที่มักจะสดใส ร่าเริง แล้วยังสามารถสรรหาเรื่องต่าง ๆ นานามาพูดคุยกันได้แทบจะตลอดเวลา เรียกได้ว่าคุยกันไปเรื่อยนั่นแหละ ส่วนเฟรดดี้ที่เป็นผู้ชายคนเดียวของกลุ่มอันที่จริงแล้วเขาก็มีเพื่อนกลุ่มอื่นด้วยเช่นกันเพียงแต่ว่าเขาสนิทกับกลุ่มนี้มากกว่าจึงใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับเพื่อนผู้หญิงทั้งสามคน
“ไอเอาอันนี้” เมื่อเดินมาถึงซูเปอร์มาร์เก็ตเคซี่ก็รีบเดินตรงไปยังโซนอาหารทันทีเธอเลือกอาหารที่ตัวเองชื่นชอบ แน่นอนว่าเพราะอากาศแบบนี้พวกเธอต้องหาอะไรกินอุ่น ๆ ให้ร่างกายรู้สึกอบอุ่นเข้าไว้
“ของยูน่ากินอ่า... ไอเอาแบบเคซี่ด้วยดีกว่า”
“ยูล่ะเอาแบบไหน” อกิร่าเลือกกินเหมือนกันกับเคซี่แล้วหันมาถามนลินญาอย่างเอาใจใส่ แน่นอนว่าคนอย่างนลินญาไม่ใช่คนเรื่องมากเพราะเธอสามารถทำอะไรกินเองได้ หากอยู่ที่คอนโด เธอก็คงจะเปิดตู้เย็นแล้วหยิบวัตถุดิบนั่นนี่มาทดลองผสมให้เข้ากันแล้วลองกินดู แน่นอนว่าเพื่อนรักทั้งสามคนต้องเคยกลายเป็นหนูทดลองของเธออยู่บ่อยครั้ง
“ฉันกินอะไรก็ได้”
“งั้นเอ๋ยกินเหมือนไอแล้วกัน” เฟรดดี้เห็นว่ามีจังหวะ เขาจึงเสนอตัวขึ้น และก็ไม่มีใครว่าอะไร ทุกอย่างจึงกลายเป็นปกติ เมื่อเลือกอาหารที่ตัวเองโปรดปรานได้แล้วทุกคนก็เดินไปยังจุดที่ซูเปอร์มาร์เก็ตจัดเอาไว้ให้ แน่นอนว่าตรงนี้สามารถนั่งกินได้ เพียงแต่เมื่อกินเสร็จแล้วต้องจัดการขยะเอาไปทิ้งด้วยตัวเอง
เพื่อนทุกคนต่างก็พูดคุยกันทั้งเรื่องเรียน เรื่องผู้ชาย เรื่องผู้หญิง และเรื่องอื่น ๆ แต่นลินญาเหมือนกับหลุดเข้าไปในภวังค์เธอมองออกไปนอกผนังกระจกเห็นหิมะที่โปรยปรายลงมา มือเรียวของเธอจึงยกขึ้นจับที่หัวใจของตัวเอง หัวใจของเธอในตอนนี้แม้มันจะกำลังเต้นอยู่แต่เธอก็รู้สึกว่ามันเต้นช้าลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่ว่าเธอกำลังจะตายแต่เพราะเธอกำลังคิดถึงใครบางคนอยู่ สามปีแล้วสินะ สามปีแล้วที่เธอหนีเขาคนนั้นมา โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าเธอกำลังหนีอะไร และเธอมาที่นี่ทำไม แต่นลินญาก็เลือกแล้วที่จะทำอย่างนี้
เธอเลือกที่จะตัดรักแรก รักข้างเดียวของเธอทิ้งในเมื่อเขาไม่เห็นค่า เธอยังจะยื่นคุณค่าความรักของเธอให้เขาอีกทำไม สู้เธอเก็บเอาความรักที่เธอให้เขาย้อนกลับมารักตัวเองไม่ดีกว่าหรือ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมนลินญาจึงดูโตขึ้น สวยขึ้น เก่งขึ้น มีความสามารถมากขึ้น เพราะความรักที่เธอเคยทุ่มเทให้เขาเมื่อตอนที่ยังเด็กในตอนนี้เธอเอามันกลับมาทุ่มเทให้ตัวเธอเองแล้ว นลินญามีความเชื่อที่ว่าลงทุนกับตัวเองย่อมไม่เสียเปล่า และคุ้มค่าที่สุด
“พวกยูเคยมีรักแรกกันไหม”
อกิร่าถามขึ้นพลางมองหน้าเพื่อนทุกคน แน่นอนว่าทุกคนต่างก็พยักหน้าเว้นแต่เพียงนลินญาคนเดียวที่ไม่ได้พยักหน้าแต่ยังคงมองออกไปนอกผนังกระจก เธอมองดูหิมะที่โปรยลงมากระทบกับแสงสีส้มของไฟทางเดิน และอากาศที่ดูเย็นฉ่ำ ยิ่งเธอดู เธอก็ยิ่งรู้สึกว่าเหงามาก แต่เธอก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะว่าต่อให้จะเหงามากแค่ไหนแต่เธอก็ผ่านพ้นมันมาได้ในทุกคืน นลินญายังคงก้มหน้าก้มตากินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ส่วนเพื่อนคนอื่น ๆ ต่างก็เริ่มเล่าเรื่องราวรักแรกของตัวเองไม่ว่าจะเป็นอกิร่า เคซี่ หรือแม้แต่เฟรดดี้ ทุกคนก็ยังคงจำรักแรกของตัวเองได้เช่นเดียวกันกับเธอ ที่จำได้แต่ไม่ยอมปริปากออกมาเลยแม้แต่คำเดียว
4 ปีก่อน
เสียงฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีอยู่ในคอนโดใกล้กับโรงเรียนมัธยมที่เธอเรียนอยู่ซึ่งแน่นอนว่านลินญาเองรู้สึกมีความสุขมากที่ได้ย้ายออกมาอยู่คอนโดแบบนี้เพราะว่าเธอได้อยู่คอนโดเดียวกันกับผู้ชายที่เธอแอบชอบนั่นก็คือพี่พ้อยต์ลูกชายของลุงไทก้าเพื่อนของป่าปี๊ของเธอเอง
เพราะเขาดูแลเธอเป็นอย่างดีตั้งแต่เด็กจนโต ไม่เคยพูดจาไม่ดีกับเธอเลยสักครั้งแถมยังใจดีกับเธอมาก ๆ อีกทั้งยังตามใจเธอมากด้วยเขามักจะเป็นห่วงเธออยู่เสมอจนทำให้เธอรู้สึกว่าพี่พ้อยต์เป็นผู้ชายที่อบอุ่นมากสำหรับเธอ และหากเธอจะมีแฟนเธอก็อยากได้แฟนที่อบอุ่นแบบพี่พ้อยต์
“ฮัมเพลงอารมณ์ดีอะไรคะ”
ในตอนที่นลินญากำลังลองทำอาหารสูตรใหม่ซึ่งเธอตั้งใจว่าจะให้พาริชชิมเป็นคนแรก และเขาเองก็เหมือนกับจะรู้ตัวว่าตัวเองจะต้องเป็นหนูทดลองให้เธอแต่เขาก็กล้าที่จะเดินเข้ามาในกับดัก เปิดประตูห้องพักของเธอที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับห้องพักของเขาเข้ามาโดยไม่ต้องเคาะประตู เมื่อได้ยินเสียงเธอฮัมเพลงเขาจึงเอ่ยแซวเธอขึ้นมา
สิ่งที่ทำให้เธอแพ้เขานั่นคือการพูดจาไพเราะของเขา เธอแพ้ผู้ชายพูดคะขา อีกอย่างผู้ชายอย่างเขาดูอบอุ่นที่สุดสำหรับเธอ
เธอไม่ได้ขาดความรักจากพ่อ พ่อของเธอให้ความรักเธอได้เป็นอย่างดีเพียงแต่ว่าพาริชเองก็มีนิสัยคล้ายกับพ่อเธออยู่เหมือนกันนั่นคือการเอาใจใส่เธอ แม้ตอนก่อนเธอจะดื้อรั้นอยากไปเรียนที่ต่างประเทศคนเดียว พ่อของเธอยินยอมพออยู่ไปสักพักเธอรู้สึกเหงาเหมือนอยู่ตัวคนเดียวเธอจึงงอแงขอกลับ แต่พอกลับมาพ่อของเธอก็เริ่มไม่ค่อยว่างแล้วท่านจึงส่งพาริชมาเป็นตัวแทนในการดูแลเธอ ซึ่งก่อนหน้านี้เธอกับพาริชก็เจอกันอยู่บ่อยครั้ง และทุกครั้งเขาก็ดีกับเธอเสมอไม่เคยเปลี่ยนตั้งแต่เธอยังเป็นเด็กตัวเท่าหัวเข่าจนถึงตอนนี้ตัวเธอจะเท่าอกเขาอยู่แล้ว
“พี่พ้อยต์ขา~ เอ๋ยทำซุปไก่สูตรใหม่มาค่ะ พี่พ้อยต์ลองชิมดูหน่อยนะคะ” กดยิ้มบางก่อนจะเดินเข้าไปหาน้องสาวตัวเล็กของเขา เขามองเธอด้วยสายตาอบอุ่นอ่อนโยนซึ่งสายตาแบบนี้ก็ทำให้เด็กน้อยฝันไปไกลแสนไกลแม้ตอนนี้เธอจะพึ่งอยู่แค่ ม.5 แต่เขาเองก็เอาใจใส่เธอเป็นอย่างดีแม้ว่าเขาจะอยู่ในวัยทำงานแล้วก็ตาม
“พี่จะไม่ท้องเสียใช่ไหมคะ”
“ไม่หรอกค่ะ เอ๋ยลองชิมแล้วค่ะ อร่อยมาก” นลินญาหยิบทัพพีขึ้นมาตักเอาน้ำซุปที่เธอเพิ่งทำ ยกขึ้นเป่าเบา ๆ ไล่ไอร้อนแล้วป้อนไปที่ปากของชายหนุ่ม ส่วนพาริชเองก็มองเธอด้วยสายตาเอ็นดูก่อนจะอ้าปากรับน้ำซุปจากช้อนที่เธอป้อนเพียงแค่นั้นก็ทำให้หัวใจของเด็กน้อยรู้สึกเต้นตูมตามขึ้นมาราวกับว่ามันพร้อมที่จะกระเด็นออกมาทุกเมื่อ
สายตาของนลินญามองพาริชอย่างตื่นเต้นเธออยากรู้ว่ารสมือของเธอพอจะถูกใจเขาบ้างไหม แน่นอนว่าเมื่อพาริชได้กินเข้าไปแล้ว เขาทำท่าราวกับว่าซุปไก่ที่เธอทำนั้นไม่อร่อยเอาเสียเลย เด็กน้อยเริ่มหน้าเสียแต่แล้วใบหน้าหล่อเหลาก็ระบายยิ้มออกมา มือหนาของเขาวางไว้บนศีรษะของเธอก่อนจะเลื่อนลงมาจับที่ปลายคางของเธอส่ายเบา ๆ สองสามที
“อร่อยมากค่ะ อนาคตน้องเอ๋ยต้องเป็นเชฟดาวรุ่งเหมือนลุงเข็มแน่นอน”
“ถ้าเอ๋ยทำอะไรอร่อย ๆ พี่พ้อยต์มาชิมบ่อย ๆ ได้ไหมคะ”
“แน่นอนอยู่แล้วค่ะ พี่จะหิ้วท้องรอน้องเอ๋ยทุกวันเลย” มันไม่ใช่จุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอรู้สึกดีกับเขา เพียงแต่ว่าทุกอย่างที่เขาทำไม่ว่าจะตอนที่เธอยังเด็ก หรือในตอนนี้ ก็ล้วนแต่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยทำให้เด็กน้อยคนหนึ่งรู้สึกว่าเขาน่าจะมีความรู้สึกดี ๆ ให้กับเธอบ้างหรือเปล่า
บทล่าสุด
#71 บทที่ 71 ตอนจบ
อัปเดตล่าสุด: 6/27/2026#70 บทที่ 70 ชาร์จแบต | NC+++
อัปเดตล่าสุด: 6/27/2026#69 บทที่ 69 คุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว
อัปเดตล่าสุด: 6/27/2026#68 บทที่ 68 จ๊ะเอ๋
อัปเดตล่าสุด: 6/27/2026#67 บทที่ 67 ข่าวดี
อัปเดตล่าสุด: 6/27/2026#66 บทที่ 66 คนของใจ
อัปเดตล่าสุด: 6/27/2026#65 บทที่ 65 เข้าหอ | NC+++
อัปเดตล่าสุด: 6/27/2026#64 บทที่ 64 คำมั่น
อัปเดตล่าสุด: 6/27/2026#63 บทที่ 63 จิตตรินณ์
อัปเดตล่าสุด: 6/27/2026#62 บทที่ 62 แยกกัน
อัปเดตล่าสุด: 6/27/2026
คุณอาจชอบ 😍
เพื่อนคนนี้ที่จอมทัพอยากได้ (เซต..วิศวะ)
*** เมื่อเพื่อนสนิทชายหญิงมาอาศัยอยู่ในห้องเดียวกัน มันจะมีคนหนึ่งที่คิดไม่ซื่อ จ้องจะงาบเพื่อนอยู่ตลอด มาลุ้นกันว่าฝ่ายไหนจะเปิดก่อน แล้วคนเปิดก่อนจะได้เปรียบจริงหรือเปล่า? ***
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
รักไม่หลอก
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง













