บทนำ
แต่หลังบ้านและบนเตียง...
หล่อนคือของตายที่เขามีไว้เพื่อระบายเท่านั้น
บท 1
สิ่งที่ทุกคนในคฤหาสน์จิรประทีปต์ต้องทำในวันนี้คือเตรียมตัวต้อนรับคนสำคัญที่กำลังเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ดวงตาคู่งามของแม่บ้านสาวจึงกวาดมองไปรอบห้องนอนขนาดใหญ่ด้วยสายตาพินิจพิจารณา โดยมีสาวใช้ยืนเท้าชิดอยู่ไม่ห่าง ร่างระหงก้าวไปหยุดที่หน้าเตียงนอนขนาดคิงไซซ์ ผ้าปูที่นอนเรียบตึง สะอาดสะอ้าน มีกลิ่นหอมอ่อนๆ โชยมา ก่อนตรงไปยังห้องน้ำที่สะอาดจนลงนอนเล่นได้ แล้วออกมาหยุดที่ตู้เสื้อผ้าซึ่งเปิดค้างไว้รอการตรวจสอบ เสื้อผ้าถูกเรียงเป็นระเบียบ แต่ละชนิดแยกออกจากกันชัดเจน ขยับก้าวไปยังตู้อีกหลัง รองเท้า กระเป๋าและของใช้อื่นๆ ถูกจัดเอาไว้อย่างดี สวยงาม หยิบง่าย เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย จึงก้าวนำบรรดาสาวใช้ออกไปจากห้อง
ที่โต๊ะอาหาร…
สาวใช้ในชุดยูนิฟอร์มสีน้ำเงินเข้มทั้งสามคนยืนเรียงหน้ากระดานด้านหนึ่งของโต๊ะอาหาร ขณะที่แม่บ้านสาวผู้มีใบหน้าเรียวงาม เครื่องหน้าละมุนยืนเยื้องรออยู่ที่ตำแหน่งหัวโต๊ะด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทั้งหมดรอ จนกระทั่งเสียงพูดคุยเบาๆ ดังใกล้เข้ามาจึงยืดลำตัวตรง สูดลมหายใจเตรียมพร้อม
เวลา 12.30 น.
บุคคลทั้งสี่ก้าวเข้ามาภายในห้องอาหารของคฤหาสน์ จิรประทีปต์ นำโดยเจ้าของใบหน้าคมคายได้รูป หน้าผากกว้าง โหนกแก้มสูง คิ้วเข้มพาดยาวเหนือดวงตาคมกริบ จมูกโด่งเป็นสันรับริมฝีปากได้รูปหยักลึก ร่างกายผึ่งผายสวมสูทอามานีสีดำครบชิ้น ส่วนสูงกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตรเกินมาตรฐานชายไทยทำให้โดดเด่นเกินใคร ขณะเดียวกันผู้ที่เดินเคียงข้างมีส่วนสูงต่ำกว่าไม่มากนั้นมีใบหน้าคล้ายคลึงกัน ทว่ารูปร่างหนากว่าซึ่งเป็นไปตามวัย ตามมาด้วยสาวสวยร่างเปรียวใบหน้าสวยเฉี่ยวในชุดเดรสสีแดง ท่อนแขนเรียวสวยเกาะกอดท่อนแขนล่ำสันของผู้สูงวัยซึ่งมีฐานะเป็นสามีของตน ใบหน้างามหยดนั้นยิ้มให้ท่าน คุณเมธัตยิ้มตอบ ก่อนมองตรงไปยังโต๊ะอาหาร เวลานั้นภรรยาคนงามจึงมองเลยไปยังร่างสูงใหญ่กำยำของชายอีกคนด้วยสายตาวาววาม ขณะที่เจ้าของร่างสูงใหญ่ได้ส่วนชวนหลงใหลไม่ได้มองมาแม้แวบเดียว ตรงกันข้ามเมื่อก้าวไปยังโต๊ะอาหารเขาหันไปสนใจเลขาสาวสวยในชุดสูทสั้นเหนือเข่าเล็กน้อยสีเทาดูปราดเปรียวคล่องแคล่วตามมาติดๆ และแสดงความเป็นสุภาพบุรุษด้วยการเลื่อนเก้าอี้ให้เจ้าหล่อนตามวิสัยที่ทำเป็นประจำ …
เมธัต จิรประทีปต์ ผู้เป็นใหญ่ในคฤหาสน์จิรประทีปต์ ยิ้มให้ทุกคนเมื่อนั่งลงเรียบร้อย ก่อนจะมองตรงไปยังร่างระหงในชุดกระโปรงสั้นพอดีเข่าสีน้ำเงินเข้มคอปกคาดขาวที่ก้าวเข้ามาดูแลประมุขของบ้านยิ้มๆ ทำให้สายตาของทุกคนมองมาที่หญิงสาวเป็นตาเดียว
“ฉันไม่อยู่หลายวัน ที่นี่เป็นอย่างไรบ้าง” ดวงตาคมกริบคล้ายใครอีกคนมองแม่บ้านสาวของตนยิ้มๆ
โยษิตา ชวโรจน์ เงยหน้าขึ้นสบตาท่าน ริมฝีปากอิ่มได้รูปเปิดยิ้มเล็กน้อยพร้อมตอบ
“ทุกอย่างเรียบร้อยดีค่ะ”
ทุกคนฟังคำตอบจากเจ้าของเสียงหวานอย่างสนใจ คุณมารุตพยักหน้าเบาๆ แล้วหันไปมองเจ้าของใบหน้าคมคายกว่าท่านนิดหนึ่ง ก่อนจะบอกออกมาว่า
“เอาล่ะ ตักข้าวได้เลย”
หลังจากนั้น บรรดาสาวใช้ที่ยืนเรียงกันด้านหนึ่งเข้าประจำที่ ทุกอย่างเสร็จสิ้นภายในหนึ่งนาทีก่อนกลับออกไปจากห้อง มีเพียงโยษิตาที่ถอยออกไปยืนอยู่ด้านหลังของเจ้านาย รอรับใช้และคอยเติมเครื่องดื่มและอาหารเมื่อทุกอย่างพร่องลง
“พรุ่งนี้คุณเมธจะเข้าบริษัทเลยหรือเปล่าคะ” เสียงหวานๆ เอ่ยถามคนที่นั่งหัวโต๊ะ ใบหน้างดงามมีรอยยิ้มประดับประดาเสมอ หล่อนคือวารุณี จรรยาลักษณ์ ภรรยาสาวสวยคนล่าสุดของคุณ เมธัต
คุณเมธัตเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองบุตรชายที่นั่งฝั่งตรงข้ามกับภรรยาสาวสวยของตน ถัดจากชายหนุ่มคือเลขาสาวคนเก่งและมีความสวยไม่แพ้ภรยาของเขาเลยสักนิดเดียว
“เข้าสิ พรุ่งนี้เรามีประชุมด่วน” เขามองนิ่งไปที่ลูกชายคนเดียวที่เกิดกับภรรยาบุญน้อย
มารุต จิรประทีปต์ หรือ คุณรุตเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบมองนิ่งก่อนเอ่ยออกมา
“คุณพ่อพักผ่อนก่อนดีกว่า เรื่องประชุมเอาไว้เป็นหน้าที่ของผมเอง”
จากนั้นเสียงถอนหายใจจึงดังมาจากคุณเมธัต สีหน้าค่อนข้างอ่อนเพลียชัดเจน แม้แต่โยษิตาที่ยืนเยื้องออกไปยังสังเกตเห็น และเกิดความเป็นห่วง
“วาคิดว่าคุณเมธควรให้คุณหมอตรวจอาการดูสักหน่อยนะคะ”
ภรรยาสาวละมือจากช้อนขึ้นไปแตะท่อนแขนของสามี แววตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วง ท่านสบตาหญิงสาวยิ้มๆ พลางยกมือขึ้นกุมมือข้างนั้นของอีกฝ่าย
“ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย แค่เหนื่อยเท่านั้น นอนพักวันเดียวก็หาย”
“แต่ว่า…”
“ให้คุณอาหมอตรวจก็ดีครับ ปล่อยเอาไว้อาจเป็นอันตราย” มารุตตัดบท ทำให้วารุณีเม้มปากนิดหนึ่งก่อนจะหันไปยิ้มหวานให้ชายหนุ่มที่กำลังมองมาด้วยนัยน์ตาเข้มจัด
“วาเห็นด้วยกับคุณรุตนะคะ” บอกเสียงหวาน แววตาที่มองสบนัยน์ตาคมเข้มยั่วเย้าท้าทาย มารุตเบือนหน้าหนี ขณะที่คุณเมธัตนิ่งขรึม
“ตามนั้นก็ได้ เรื่องงานพ่อฝากรุตดูด้วยแล้วกัน พ่อเชื่อใจรุตเสมอ” เขาบอกก่อนจะรวบช้อนแล้วยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม ลุกจากเก้าอี้ก้าวตรงไปยังบันไดเพื่อกลับขึ้นห้องพัก
วารุณีมองตามสามีก่อนหันมาหยุดที่ชายหนุ่ม พยายามสบตาเขาแต่อีกฝ่ายกลับหันไปตักอาหารให้เลขาสาวสวยที่เอ่ยขอบคุณเบาๆ จึงวางผ้าเช็ดปากลงข้างจานแล้วผุดลุกตามสามีไปติดๆ ด้วยความรู้สึกร้อนรุ่มในอก
ดวงตาสีเข้มตวัดมองตามหลังร่างระหงของภรรยาบิดาแวบหนึ่ง ก่อนหลุบต่ำ จากนั้นเพียงครู่เขาก็หมดความสนใจจากอาหารตรงหน้า แต่ยังรอให้เลขาสาวรับประทานจนอิ่มจึงลุกจากเก้าอี้ แต่ก่อนไปเขาไม่ลืมเหลือบมองแม่บ้านสาวแวบหนึ่ง จากนั้นก็ก้าวนำเลขาของตนออกจากบ้านทันทีโดยไม่พูดอะไรออกมาสักคำเดียว…
โยษิตาหลุบตามองแค่ปลายเท้าของตนจนกระทั่งทั้งสองพ้นออกจากห้อง จึงเหลือบตาขึ้นมองตรงไปที่ประตู เพียงครู่จึงถอนหายใจยาวพร้อมกดกริ่งเรียกสาวใช้คนอื่นๆ ด้วยความรู้สึกทั้งโล่งอกและอ่อนล้าในเวลาเดียวกัน…
บทล่าสุด
#122 บทที่ 122 บทส่งท้าย เมียในหัวใจ (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#121 บทที่ 121 บทส่งท้าย เมียในหัวใจ
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#120 บทที่ 120 โลกใบน้อยของโยษิตา 2
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#119 บทที่ 119 โลกใบน้อยของโยษิตา
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#118 บทที่ 118 ถ้อยคำยินดี 2
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#117 บทที่ 117 ถ้อยคำยินดี
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#116 บทที่ 116 ผลพวงแห่งความรัก
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#115 บทที่ 115 บทรักไม่รู้จบ 2
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#114 บทที่ 114 บทรักไม่รู้จบ
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#113 บทที่ 113 วันวิวาห์
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026
คุณอาจชอบ 😍
รักระรินใจ
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
คลั่งไคล้ยัยแฮกเกอร์
แทนที่จะส่งตัวเธอให้ตำรวจ ประธานกู้ผู้ชอบใช้เงินแก้ปัญหา(และหวงของขั้นสุด) กลับโยนเช็คตัวเลขเจ็ดหลักใส่หน้า พร้อมยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้... นั่นคือการจ้างเธอเป็น 'กระสอบทรายระบายอารมณ์ส่วนตัว' แบบผูกขาด ห้ามรับงานอื่น ห้ามมองผู้ชายคนอื่น และห้ามปฏิเสธเมื่อเขาต้องการ!
ภายใต้แว่นตาขอบเงินที่ดูภูมิฐาน เขาคือพญามารจอมเอาแต่ใจที่ดุดันไม่เกรงใจเตียง จนเธอต้องลอบรีวิวสมรรถภาพของเขาในใจเหมือนรีวิวสินค้าในเถาเป่า ปากสั่นร้องไห้บอกว่าไม่ไหว แต่สมองกลับคำนวณทิปค่ากระเป๋าแบรนด์เนมอย่างรวดเร็ว
เมื่อความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วย 'เงินตราและราคะ' ถลำลึกจนเตียงแทบหักทุกคืน งานนี้สายลับสาวหน้าเงินจะกอบโกยกำไรจนคุ้ม หรือจะขาดทุนย่อยยับเพราะเผลอเอาหัวใจไปจำนองให้ท่านประธานกันแน่?
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
คลั่งรักเมียแต่ง
คำโปรย
เมื่อเขาและเธอต้องมาอยู่ร่วมบ้านหลังเดียวกันในฐานะสามีภรรยา เขาเป็นคนพูดน้อยแถมยังดุ จึงทำให้เธอรู้สึกอึดอัดและน้อยใจอยู่บ่อยๆ
แนะนำตัวละคร
ภูวดล หรือ คุณภูมิ อายุ 32 ปี
เจ้าของสวนองุ่นขนาดใหญ่ เขาหล่อ ทำงานเก่ง พูดน้อย ดุ ชอบทำหน้าเข้ม จนเธอรู้สึกอึดอัด
รัตติกาล หรือ เจ้าขา อายุ 23 ปี
ลูกสาวร้านอาหารแห่งหนึ่งในตัวจังหวัด เธอสวย แต่งตัวแซ่บ ขี้น้อยใจ ชอบคิดเองเออเอง เพราะความอกหักจึงทำให้เธอเลือกที่จะประชด ตกลงรับคำแต่งงานกับใครที่ไหนก็ไม่รู้จัก ที่ผู้ใหญ่หาให้
@@@@@@
โรมานซ์ ฟีลกู๊ดเหมือนเดิม ไม่นอกกาย ไม่นอกใจ แต่เรื่องนี้พระเอกดุหน่อยนะคะโปรดทำใจก่อนอ่าน (แนวบ้านนอก)
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
พี่สาวครับรับรักผมด้วย
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
สัญญารักประธานร้าย
เมียเด็กของท่านประธานร้ายรัก
เธอเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานธรรมดา ส่วนเขาคือท่านประธานผู้สูงส่ง เย็นชา และอันตรายเกินกว่าที่หัวใจดวงเล็ก ๆ ของเธอจะรับมือไหว
น้ำขิงไม่เคยคิดเลยว่า การเข้ามาฝึกงานในบริษัทวัฒนากร กรุ๊ป จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลเพราะเพียงคืนเดียว...เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขา
ภูริช วัฒนากร คือผู้ชายที่ใคร ๆ ก็เกรงกลัว
เขาร้าย เขาเย็นชา เขาไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร แต่กับเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ เขากลับทั้งหวง ทั้งหึง ทั้งร้ายกาจ และไม่ยอมปล่อยมือ
“เธอเป็นของฉัน น้ำขิง จำไว้ให้ดี”คำพูดของเขาเหมือนโซ่ตรวนผูกเธอไว้กับความรักที่ทั้งหวาน ทั้งเจ็บ และหนีไม่พ้น
ทว่าเมื่อความลับและคำกล่าวหาร้ายแรงถาโถมเข้ามาผู้ชายที่เคยกอดเธอแน่น กลับเป็นคนเดียวกันที่ทำให้เธอเจ็บจนแทบขาดใจ เธอไม่ได้ต้องการเงินของเขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งเมีย ท่านประธาน เธอต้องการเพียงความเชื่อใจจากผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจแต่เมื่อเขาไม่ฟัง...เธอจึงเลือกจากไป
พร้อมหัวใจที่แตกสลาย และอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ที่เขายังไม่รู้ว่ามีอยู่จริง
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป













