โอบรักด้วยหัวใจ

โอบรักด้วยหัวใจ

จินต์พิชา · เสร็จสิ้น · 129.2k คำ

530
ยอดนิยม
745
การดู
36
เพิ่มเมื่อ
เพิ่มไปยังชั้นวาง
เริ่มอ่าน
แชร์:facebooktwitterpinterestwhatsappreddit

บทนำ

เพราะความรักไม่ได้มีแค่รูปแบบเดียว และบางครั้ง... การเริ่มต้นใหม่ก็อาจหมายถึงการโอบกอดหัวใจดวงเดิมในพื้นที่ที่กว้างกว่าเดิม

เมื่อปุณณวิชญ์วิศวกรหนุ่มมาดเข้มต้องมาปะทะคารมกับ กัลยณัฏฐ์ครูสาวร่างเล็กที่เขาเข้าใจผิดว่าเป็นเด็กมัธยมจอมรั้น เพียงเพราะลูกโลกจำลองใบเดียว! จาก "ลุง" จอมกวนในสายตาเธอ สู่ "ชายหนุ่ม" ผู้เข้ามาสั่นคลอนกำแพงหัวใจที่เธอสร้างไว้เพื่อปิดกั้นอดีตอันแสนเจ็บปวด

ท่ามกลางบรรยากาศเย็นสบายริมคลองอัมพวาและเสน่ห์ของโอบรักโฮมสเตย์ความผูกพันค่อยๆ ก่อตัวขึ้นผ่านความใกล้ชิดและการเรียนรู้ตัวตนที่แท้จริงของกันและกัน เขาจะพิสูจน์ให้เธอเห็นได้อย่างไรว่าความรักครั้งนี้จะไม่ใช่การหลอกลวงเหมือนที่ผ่านมา และเธอจะกล้าเปิดใจรับ "รักครั้งใหม่" ที่จะเข้ามาโอบล้อมชีวิตเธอไปตลอดกาลหรือไม่?

ร่วมสัมผัสเรื่องราวความรักที่อบอุ่นละมุนหัวใจ ที่จะทำให้คุณรู้ว่า... ไม่ว่าอดีตจะเคยบอบช้ำเพียงใด แต่ความรักที่แท้จริงจะรอคอยคุณอยู่ที่เดิมเสมอ ใน "โอบรักด้วยหัวใจ"

บท 1

“หนูดี จะไปไหนแต่เช้า วันนี้ไม่มีเรียนไม่ใช่เหรอครับ” เสียงตะโกนถามเมื่อเห็นเด็กสาวถือกระเป๋าใบเล็กเหมือนคนกำลังเตรียมตัวออกจากบ้านทั้งๆ ที่ยังไม่ทานอาหารเช้า

“ไปช่วยพี่โอปทำห้องค่ะน้าวิชญ์ หนูดีไปก่อนนะคะ” เจ้าตัวตอบอย่างรวดเร็วแล้วรีบวิ่งออกไปโดยไม่ได้ทานอาหารเช้า ปุณณวิชญ์ทำหน้างงๆ เพราะเขาเองพึ่งจะกลับมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ได้ไม่กี่วัน

ปุณณวิชญ์หรือน้าวิชญ์ของเด็กสาวนั้นพึ่งกลับมาอยู่ที่บ้านได้ไม่กี่วัน เพราะส่วนใหญ่จำใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ ชายหนุ่มเข้าไปเรียนตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จากนั้นก็เรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยและหลังเรียนจบก็ทำงานที่นั่นมาตลอดจนถึงตอนนี้

เขาไม่ได้กลับมาอยู่กับพี่สาวคนเดียวที่เปรียบเสมือนทั้งแม่และพี่สาวนานแล้ว มารดาของปุณณวิชญ์นั้นเสียชีวิตไปตั้งแต่เขายังเรียนอยู่ ปี 2 ก็มีแต่พี่สาวของเขาที่คอยช่วยเหลือส่งเสียให้ชายหนุ่มได้เรียนจบโดยไม่ลำบากนัก

เมษาพี่สาวของเขานั้นมีลูกสาวหนึ่งคนชื่อพิจิกาหรือที่เขาเรียกว่าหนูดี พี่สาวของเขานั้นเป็นครูสอนภาษาไทยอยู่ที่โรงเรียนตัวอำเภอเมืองสมุทรสาคร ขับรถไม่ถึง 10 นาทีก็ถึงโรงเรียน บ้านหลังที่เขามาอาศัยอยู่นี้ก็เป็นบ้านเดิมของบิดามารดาซึ่งเขาและพี่สาวอาศัยมาตั้งแต่เด็กๆ บ้านไม่ใต้ถุนสูง ด้านบนมีหน้าต่างเปิดรับลมรอบด้านทำให้อากาศไม่ร้อนเท่าไหร่ ข้างบ้านก็เป็นสวนผลไม้มีทั้งส้มโอ มะม่วง ชมพู่ ลิ้นจี่และเป็นที่มาของรายได้เสริมของครอบครัว

“หนูดีเค้าไปช่วยงานที่โอบรักโฮมสเตย์น่ะวิชญ์” เมษาเดินออกมาพร้อมกับชามเซรามิกใส่ข้าวต้มกุ้งกลิ่นหอม เมื่อเธอเห็นสีหน้าของน้องชายแล้วเมษาก็รีบอธิบายให้ฟัง

“โอบรักโฮมสเตย์ เป็นโฮมสเตย์ติดคลองอัมพวา เดี๋ยวนี้คนนิยมมาดูหิ่งห้อยกันที่นี่เยอะๆ ชาวบ้านจึงนิยมทำโฮมสเตย์กันเยอะ อย่างโอบรักโฮมสเตย์นี่ก็เป็นของครูกัลยาที่ลาออกมาทำเพราะมีบ้านติดริมคลอง เลยปรับปรุงบ้านเดิมให้มีห้องพักน่าจะสัก 10 ห้องได้ หนูดีมักจะไปช่วยทำความสะอาดห้องในวันหยุดแลกกับค่าจ้างเล็กๆ น้อยๆ ครูเธอใจดีทั้งสองคน อยากให้หนูดีมีรายได้พิเศษและยังได้ฝึกภาษาด้วย”

“ได้ฝึกภาษาด้วยเหรอครับ”

“ก็ใช่นะสิ มีชาวต่างชาติมาพักอยู่บ่อยๆ”

“มีชาวต่างชาติมาพักด้วยเหรอครับพี่ษา” เขาถามอย่างนึกสงสัยเพราะช่วงหลังมานี้เขาเองก็ไม่ค่อยได้กลับบ้านที่อัมพวาบ่อยนัก และคิดว่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติน่าจะพักที่โรงแรมใหญ่มากกว่า

“มีสิจ๊ะ ที่นี่เจ้าของเป็นครูสอนภาษาอังกฤษด้วยชาวต่างชาติชอบมาพักกัน ราคาที่พักก็ไม่แพง วันหยุดหนูดีก็มักจะไปขลุกอยู่ที่นู่นเป็นประจำ” เมษาอธิบายเพิ่มให้กับคนไม่ค่อยกลับบ้านฟัง

“อ๋อ” เขาพยักหน้ารับรู้แล้วหันไปทานข้าวต้มต่ออย่างใจเย็น เป็นเวลาเช้าที่เขาไม่ต้องรีบร้อนออกไปทำงานเหมือนตอนที่เขาอยู่กรุงเทพฯ

เวลาบ่ายคล้อยปุณณวิชญ์เริ่มปวดเมื่อยไปทั้งตัว หลังจากที่นั่งทำงานมาตั้งแต่หลังอาหารมื้อกลางวัน เมื่อเดินออกมาจากห้องนอนที่เขาหอบเอางานเข้าไปทำก็พบว่าทั้งบ้านเงียบเชียบ เมษาน่าจะเข้าไปดูแลผลไม้ในสวนตามที่บอกเขาไว้ในตอนเที่ยง

ในทีแรกนั้นปุณณวิชญ์จะตามไปด้วย แต่เมษาบอกว่าวันนี้ไม่มีงานอะไรมากแค่จ้างคนงานมาตัดแต่งกิ่งลิ้นจี่และทำทางระบายน้ำเพิ่มเท่านั้น ชายหนุ่มเปิดทีวีดูรายการเกมโชว์คลายเหงา

“น้าวิชญ์คะ ไปเดินตลาดน้ำกันไหมคะ” พิจิกาโผล่มาจากหน้าบันได หนูดีหรือชื่อจริงคือพิจิกาเป็นเด็กสาววัย 14 ย่าง 15 เป็นเด็กที่ร่าเริงสดใส มองโลกในแง่ดีอยู่เสมอ แม้เธอจะเสียพ่อไปตั้งแต่เรียนอยู่ป.3 แต่เมษาก็เลี้ยงลูกได้เป็นอย่างดี เธอเป็นทั้งพ่อและแม่จนทำให้พิจิกาไม่รู้สึกว่าขาดอะไร

“ไปสิ น้ากำลังเบื่อเลย ไม่ได้ไปเดินนานแล้วเหมือนกัน” ครั้งสุดท้ายที่ปุณณวิชญ์ไปเดินตลาดน้ำก็ตอนเรียนอยู่ชั้นปี 3 ตอนนั้นเขาพาเพื่อนๆ พักที่บ้านซึ่งนับถึงตอนนี้ก็หลายปีแล้ว

สองน้าหลานเดินออกมาจากบ้านแล้วพากันลัดเลาะไปตามซอยเล็กๆ กว่าจะถึงตลาดน้ำก็พระอาทิตย์เริ่มแตะขอบฟ้า เขายืนอยู่บนสะพานที่เชื่อมระหว่างสองฝั่งคลอง

เมื่อมองลงไปยังเบื้องล่างเห็นผู้คนเดินจับจ่ายซื้อของกันขวักไขว่ ในบริเวณลำคลองมีเรือของพ่อค้าแม่ค้ามาขายอาหารและเรือบริการนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก พิจิกาเดินนำเขาไปไกลแล้ว เขารีบสาวเท้าตามไป ตลอดข้างทางมีร้านค้ามากมากทั้งขายขนม ขายของที่ระลึก ขายผลไม้สดๆ ขายอาหารทะเลที่ปิ้งจากบนเรือแล้วส่งให้ลูกค้านั่งทานริมคลอง

บรรยากาศดูคึกคักทำให้ชาวบ้านในแถบนี้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากเดิม เมื่อปุณณวิชญ์เดินผ่านร้านขายขนมไข่นกกระทาลูกโตน่าทาน ท้องเริ่มหิวขึ้นมาทันที

“ไข่นกกระทา 20 ครับ”แม่ค้าตักไข่นกกระทาสีเหลืองทองลูกโตใส่กระทงใบตองยื่นให้

“แถมด้วยสิพี่ใจ เพื่อนกันไม่ใช่เหรอ?” พิจิกาตะโกนมาจากร้านขายลูกชิ้นปิ้งอยู่ถัดไปอีก 2 ร้านในปากยังเคี้ยวลูกชิ้นปิ้งตุ้ยๆ ปุณณวิชญ์และแม่ค้ามองหน้ากันแบบงงๆ

“อย่าบอกนะคะ ว่าจำกันไม่ได้” พิจิการีบเดินมาจากร้านลูกชิ้นปิ้งแล้วรีบอธิบายก่อนทั้งสองคนจะงงไปกว่านี้

“พี่ใจจำน้าวิชญ์ไม่ได้จริงๆ เหรอคะ” คนถูกถามยังมองหน้าชายหนุ่มแล้วคิ้วขมวด

“อย่าบอกนะว่านี่ปุณณวิชญ์” แม่ค้าถาม

“ใช่เราปุณณวิชญ์ เธอก็ดวงใจลูกป้าจันทร์ใช่ไหม”

เมื่อต่างคนต่างจำกันได้แล้วก็คุยกันเพื่อระลึกความหลัง ปุณณวิชญ์กับดวงใจนั้นเคยเรียนด้วยตั้งแต่สมัยประถมก่อนที่ทั้งสองจะแยกย้ายกันไปตอนเรียนมัธยม

เมื่อคุยกันได้สักพักชายหนุ่มก็ขอตัวไปเดินชมตลาดน้ำต่อและทิ้งท้ายว่าวันหลังเขาจะหาเวลาไปคุยด้วยที่บ้าน ระหว่างทางที่เดินนั้นพิจิกาก็ทักทายพ่อค้าแม่ค้าไปตลอดทางเพราะคุ้ยเคยกันเป็นอย่างดี

ตลาดน้ำอัมพวาเริ่มเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวมาได้หลายปีแล้ว เพราะการเดินทางสะดวกสบาย ยิ่งถ้ามีเวลาน้อยและมาจากรุงเทพฯ ก็ขับรถเพียงแค่ชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึง ตลาดจะคึกคักมากในช่วงเย็นวัน ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ส่วนในวันธรรมดาก็จะมีแต่ร้านที่เปิดเป็นห้องแถวเปิดบ้างเป็นบางร้านเท่านั้นเพราะพ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่ก็มักจะมีงานประจำทำกันทั้งนั้น

พอเดินไปสักพักก็ถึงท่าเรือที่มีเรือไว้บริการนักท่องเที่ยวทั้งไหว้พระและเรือสำหรับนั่งชมหิ่งห้อย ซึ่งมีทั้งแบบเหมาลำและนั่งไปกับคนอื่น ปุณณวิชญ์และพิจิกาเดินมาถึงหัวสะพานก็พากันข้ามไปอีกฝั่ง ในมือของทั้งสองคนเต็มไปด้วยทั้งของคาวของหวาน

“หนูดีครับ น้าว่าเรากลับบ้านกันเถอะ” ปุณณวิชญ์พูดพร้อมกับชูมือที่เต็มไปด้วยถุงพลาสติกใส่ของ

“อะไรกันคะน้าวิชญ์ อย่าบอกนะคะว่าเดินแค่นี้เหนื่อยแล้ว” พิจิกาอดที่จะเอ่ยเย้าน้าชายไม่ได้

“ไม่ได้เหนื่อยครับ แต่นี่มัน 2 ทุ่มแล้ว” ปุณณวิชญ์ชี้มือไปที่นาฬิกาข้อมือ

“ยังไม่ดึกเลยนะคะน้าวิชญ์” พิจิกาแก้ตัว เพราะเวลานี้ตลาดกำลังคึกคักเป็นอย่างมาก นักท่องเที่ยวเดินเลือกซื้อของกันอย่างสนุกสนาน ปกติแล้วเธอก็มักจะมาเดินเที่ยวที่ตลาดเป็นประจำอยู่แล้วเพียงแต่วันนี้เธอรู้สึกสนุกกว่าทุกครั้งเพราะมีคนมาเดินด้วยซึ่งแต่ก่อนเธอก็จะเดินคนเดียวเสียมากกว่า

“น้ากลัวแม่เรานั่นแหละจะห่วงเพราะเราหายออกมาจากบ้านกันตั้งแต่ 5 โมงเย็นแล้วนะ”

“อุ๊ย! หนูดีลืมไปสนิทเลยค่ะน้าวิชญ์ แม่คงกำลังรอเราทานข้าวแน่ๆ เลย” เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเลยเวลาอาหารเย็นมาเกือบชั่วโมงแล้วพิจิกาก็รีบวิ่งนำหน้าปุณณวิชญ์ไปอย่างรวดเร็ว

“วันนี้ไม่มีผู้ช่วยเหรอจ๊ะปอ” กัลยาเจ้าของโอบรักโฮมสเตย์เอ่ยถามกัลยณัฏฐ์ลูกสาวคนเดียวที่กำลังปูผ้าปูที่นอนอยู่ในห้องพักที่แขกพึ่งจะเช็คเอาท์ไปเมื่อตอนสายๆ

“ถ้าแม่หมายถึงหนูดีก็มาแล้วค่ะ ปอให้ช่วยน้าณีเอาผ้าไปส่งที่ร้านค่ะ” คนตอบเอามือตบหมอนใบสุดท้ายก่อนวางไว้บนเตียงที่ปูผ้าไว้อย่างเรียบตึง ปกติแล้วโฮมสเตย์จะไม่ซักชุดเครื่องนอนเองเพราะการซักผ้าผืนใหญ่ขนาดนี้ต้องใช้เครื่องซักผ้าแบบที่โรงแรมใหญ่ๆ ใช้กัน และด้วยข้อจำกัดของพื้นที่กัลยาจึงเลือกที่จะส่งผ้าไปซักยังร้านรับซักรีดถือเป็นการช่วยส่งเสริมอาชีพให้คนในชุมชนมีรายได้ร่วมกันอีกด้วย

“แล้วเหลืออีกกี่ห้องล่ะลูก ให้แม่ช่วยไหม”

“เหลืออีกห้องเดียวค่ะแม่” กัลยณัฏฐ์หันมาตอบผู้เป็นมารดา

“เหนื่อยไหมลูก” กัลยาถามเพราะตอนนี้ใบหน้าของลูกสาวชุ่มไปด้วยเหงื่อ

“ไม่เหนื่อยเลยค่ะแม่ แล้วนี่แม่ทำขนมเสร็จแล้วเหรอคะ”

“เรียบร้อยจ้ะลูก” กัลยามักจะทำขนมไว้ให้แขกที่มาพักทานกับกาแฟในตอนเช้า ส่วนปองพลสามีนั้นก็เป็นคนคอยดูแลเรื่องทั่วไปที่เกี่ยวงานช่าง เพราะเขามีสวนผลไม้ที่ต้องดูแลอยู่ด้วยที่นี่มีลูกจ้างเป็นหญิงชื่อปราณีวัย 35 ปีเป็นคนคอยดูแลทำความสะอาดห้องพักแต่ถ้าเป็นช่วงวันหยุดก็ได้กัลยณัฏฐ์ที่ว่างจากการสอนหนังสือมาช่วยทำความสะอาดห้องและบางครั้งก็มีพิจิกามาช่วยด้วยอีกคน

เดิมทีกัลยานั้นเป็นครูแต่ก็เลือกที่จะเกษียณอายุก่อนกำหนดเพราะอยากพักและพอดีกับโฮมสเตย์เริ่มมีลูกค้ามากขึ้นเธอมาจึงดูแลตรงนี้อย่างเต็มที่

โอบรักโฮมสเตย์ตั้งอยู่บริเวณริมคลองอัมพวา ด้านที่ติดคลองเปิดโล่งมีห้องโถงกว้าง เชื่อมต่อกับระเบียงที่วางโต๊ะญี่ปุ่น 5 ตัวพร้อมเบาะรองนั่งสำหรับให้แขกที่มาพักซื้ออาหารในตลาดมารับประทาน ผิดกับบ้านฝั่งตรงข้ามที่แต่มีพื้นคอนกรีตยื่นออกมาเหมือนเป็นถนนให้คนเดินผ่านได้ คนจึงนิยมมาพักที่นี่มากกว่าเพราะเวลากลางคืนจะนั่งทานอาหารชมวิว

เวลามีเรือนักท่องเที่ยวที่ไปดูหิ่งห้อยผ่านมาก็โบกมือทักทายกันตามประสานักท่องเที่ยวด้วยกัน บ้านนี้สร้างมาก่อนหลังอื่นจึงมีพื้นที่กว้างที่เป็นบริเวณบ้านจริงๆ ไม่มีคนเดินผ่านทำให้มีความเป็นส่วนตัวค่อนข้างสูง เวลาแขกที่จะมาพักก็ต้องจอดรถไปตรงบริเวณลานจอดรถหน้าวัดแล้วเดินเข้ามาทางประตูผ่านห้องพักและส่วนต้อนรับก่อนที่จะทะลุมาถึงห้องโถง เวลากลางคืนก็ปิดแค่ประตูทางเข้าส่วนห้องโถงนี้ก็เปิดไว้อย่างนั้นทั้งคืนไม่ต้องกลัวโจรขโมย เพราะไม่มีของมีค่าอะไร

บางครั้งนักท่องเที่ยวก็ให้ทางโฮมสเตย์โทรศัพท์ไปนัดกับคนขับเรือชมหิ่งห้อยให้แวะมารับนักท่องเที่ยวที่นี่เลยเพราะเรือทุกลำต้องผ่านทางนี้อยู่แล้ว ถ้านัดไว้เรือก็จะรับคนมาไม่เยอะพอรวมกับแขกของที่นี่ก็เต็มเรือพอดี

การขึ้นลงเรือก็ค่อนข้างสะดวกความสูงของเรือจะพอดีกับระเบียงโฮมสเตย์ ในตอนเช้าๆ จะมีพระพายเรือบิณฑบาต กัลยาจะเตรียมอาหารแห้งไว้สำหรับแขกที่มาพัก หลังจากใส่บาตรเสร็จแขกที่มาพักก็จะซื้ออาหารที่มีเรือพายมาขายตอนเช้า มีทั้งผัดไทย ข้าวต้ม ก๋วยเตี๋ยว ก๋วยจั๊บ ให้เลือกทานกันได้ตามสะดวกก่อนที่จะอาบน้ำแล้วออกไปเดินตลาดอีกรอบก่อนกลับ

สำหรับคนที่ไม่ชอบทานอาหารในมื้อเช้านั้นทางโฮมสเตย์ก็มีกาแฟ โอวัลตินและขนมต่างๆ เช่น คุกกี้ เค้กกล้วยหอม ขนมปังไส้กรอก ไส้หมูหยอง ขนมถ้วย ขนมชั้น ขนมตาล วุ้นแฟนซีสำหรับเด็กๆ หมุนเวียนกันไปซึ่งกัลยาทำเองบ้างซื้อจากชาวบ้านบ้างเตรียมไว้ให้ทานกันได้ตลอดเวลา

ที่นี่มีห้องพักทั้งหมด 11 ห้อง เป็นห้องพักแบบที่มีห้องปรับอากาศทั้งหมดซึ่งพึ่งจะเพิ่มเข้ามาไม่กี่ปีมานี้เพราะอากาศเริ่มจะร้อนมากขึ้นทุกปี 5 ห้องพักอยู่บริเวณชั้นล่าง ของบ้านเป็นห้องพักสำหรับหนุ่มสาวที่ชอบเดินทางแบบแบ็คแพ็ค ไม่มีห้องน้ำในตัวแต่ทางโฮมสเตย์จัดห้องอาบน้ำไว้ให้ 3 ห้อง ห้องสุขาอีก 3 ห้องซึ่งก็นับว่าเพียงพอนักท่องเที่ยว อีก 4 ห้องอยู่บริเวณชั้นสองของบ้านเป็นห้องพักที่มีห้องน้ำในตัวสำหรับคนที่ชอบความเป็นส่วนตัวซึ่งนักท่องเที่ยวชาวไทยจะชอบพักห้องแบบนี้มากกว่าห้องพักแบบแรกเพราะชอบความสะดวกสบายและอีก 2 ห้องที่เหลือเป็นห้องขนาดสำหรับครอบครัวเพราะมีทั้งเตียงขนาดคิงส์ไซด์และเตียงสำหรับเด็กมีห้องน้ำในตัวเหมาะกับการพาลูกๆ มาเที่ยวพักผ่อนเป็นอย่างมาก

บทล่าสุด

คุณอาจชอบ 😍

I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก

I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก

972.8k การดู · เสร็จสิ้น · Phat_sara
ผู้หญิงเรียบร้อยคือผู้หญิงที่ผมรู้สึกขัดตาที่สุด เจอกับตัวมาเยอะแล้วครับที่เรียบร้อย อ่อนหวาน แต่สุดท้ายก็...ไม่ได้แรดหรอกเรียกว่า ร่าน เลยดีกว่า
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์

So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์

232.7k การดู · เสร็จสิ้น · Phat_sara
"คุณ! ข่มขืนฉัน!"
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE

(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE

759.7k การดู · เสร็จสิ้น · ลำเจียก
ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เจอกันฉันก็ปฏิญาณกับตัวเองเลยว่าจะเอาเด็กคนนี้มาเป็นแฟนให้ได้ แต่มันคงไม่ง่ายขนาดนั้นเพราะเขาไม่ชายตามองผู้หญิงเอ็กซ์อึ้มแบบฉันเลย
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ

รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ

757.3k การดู · เสร็จสิ้น · พราวนภา
‘ต่อให้มึงสลัดคราบทอม แล้วแต่งหญิงให้สวยกว่านี้ร้อยเท่า กูก็ไม่เหลือบตาแล เกลียดก็คือเกลียด…ชัดนะ!’

ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ

องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ

8.8k การดู · เสร็จสิ้น · ชาไทยเย็น
เมื่อองค์ชายถังมู่เหรินถูกบังคับให้แต่งงานเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับองค์หญิงจ้าวซีเฟย การอยู่ร่วมจวนเดียวกันเหมือนอยู่บนเกาะภูเขาน้ำแข็งอีกฝ่ายเย็นชา อีกฝ่ายไร้หัวใจ แล้วทั้งคู่จะลงเอยกันได้เช่นไร...

"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย

"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน

............."ส่งตัวเข้าหอ".............

"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"

"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"

"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"

"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"

......................................................

"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"

นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด

"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"

หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้

""นี่มันอะไรกัน""
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย

แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย

313.1k การดู · เสร็จสิ้น · Aoybabyz
เธอสาวมัธยมปลายไปสารภาพรักกับรุ่นพี่มหาลัยปี1แต่ก็โดนปฎิเสธกลับมา ผ่านไป3ปีพวกเขากลับมาเจอกันอีกครั้งในรั้วมหาลัย....แถมยังต้องให้มีเรื่องใกล้ชิดกันอีก
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!

เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!

11.3k การดู · กำลังอัปเดต · Peach뽀이
ก็แค่บอดี้การ์ดฝีมือดีคนหนึ่งที่พ่วงด้วยสถานะคู่นอนเป็นครั้งคราว เธอไม่ได้สำลักสำคัญอะไรต่อชีวิต แต่ไม่รู้ว่าทำไมเมื่อเธอจากไปหัวใจของมาเฟียจอมโหดถึงได้รู้สึกเดือดพล่านขนาดนี้!
..................................................................

พระเอก: ราฟาเอล มิลเลอร์

มาเฟียหน้าหล่อ แต่นิสัยโหด ไม่เคยได้รับบาดแผลใจอะไรในวัยเด็ก แต่กลับมีนิสัยบิดเบี้ยวอันน่ากลัว เพราะความทะนงตัวทำให้อยากได้อะไรก็ต้องได้ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ใครกล้าขัดใจมีอันต้องอันตรธานหายไปจากสายตา สุขุม ซ่อนความใจร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง แค่เพียงปรายตามองก็ทำเอาคนหายใจแทบไม่ออก

นางเอก: เกรซ โคปา (สีน้ำ)

บอดี้การ์ดสาวสวยฝีมือดี ถูกลักพาตัวมาฝึกเป็นทหารตั้งแต่เด็ก ถูกสอนให้ใช้อาวุธ เรียนศิลปะป้องกันตัว เรียนรู้การอารักขา และลอบฆ่า

นิสัย (เดิม) เงียบขรึม จริงจัง ทะเยอทะยาน
..................................................................

เรื่องย่อ

สีน้ำทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่อ่านอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากสอบเข้ามหาลัยเสร็จหมาด ๆ นิยายเรื่องที่เธออ่านก็คือ 'กรงขังของนายมาเฟีย' นิยายอีโรติกสิบแปดบวกที่พระเอกเป็นมาเฟียจอมยึดติด ราฟาเอล มิลเลอร์ มาเฟียจอมโหดเขาหลงรักนางเอกที่เป็นคนธรรมดา เขาถูกใจในหน้าตาสะสวยของนางเอกของเรื่องอย่าง นาตาลี ตั้งแต่แรกเห็น เขาตกหลุมรักนางเอกในเรื่องอย่างนาตาลีแบบหัวปักหัวปำ แต่เลือกที่จะเข้าหาอีกฝ่ายด้วยวิธีผิด ๆ ซึ่งตัวละครที่สีน้ำทะลุเข้ามาสวมร่างไม่ใช่นางเอก แต่ทว่ากลับเป็นนางร้าย!
ทาสสวาทอสูรเถื่อน

ทาสสวาทอสูรเถื่อน

540.1k การดู · เสร็จสิ้น · รินธารา
“คืนละล้าน คุณจ่ายให้ฉันได้ไหมล่ะคะ ถ้าได้ฉันจะอ้าขารอคุณบนเตียงทุกคืนเลยค่ะทูนหัว” พิชชาภาพูดออกไปพร้อมกับใบหน้าท้าทายอย่างไม่กลัว ในเมื่อเขาอยากจะได้ตัวเธอ เขาก็ต้องลงทุน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
คลั่งไคล้ยัยแฮกเกอร์

คลั่งไคล้ยัยแฮกเกอร์

5.5k การดู · กำลังอัปเดต · OISIS
'หลินมู่มู่' คือฟรีแลนซ์รับจ้างปั่นกระแสและขโมยข้อมูลที่หน้าหนาและหน้าเงินที่สุดในปักกิ่ง กฎเหล็กของเธอคือ 'ตราบใดที่เงินถึง จะให้ด่าใครก็ทำได้ทั้งนั้น' แต่ใครจะไปคิดว่าภารกิจล้วงความลับในโรงแรมห้าดาวครั้งนี้ จะทำให้เธอถูก 'กู้ฉือเจิง' เจ้าพ่อแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียสุดโหด จับได้คาตาแถมยังต้อนเธอจนมุมอยู่บนเตียงคิงไซส์!

แทนที่จะส่งตัวเธอให้ตำรวจ ประธานกู้ผู้ชอบใช้เงินแก้ปัญหา(และหวงของขั้นสุด) กลับโยนเช็คตัวเลขเจ็ดหลักใส่หน้า พร้อมยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้... นั่นคือการจ้างเธอเป็น 'กระสอบทรายระบายอารมณ์ส่วนตัว' แบบผูกขาด ห้ามรับงานอื่น ห้ามมองผู้ชายคนอื่น และห้ามปฏิเสธเมื่อเขาต้องการ!

ภายใต้แว่นตาขอบเงินที่ดูภูมิฐาน เขาคือพญามารจอมเอาแต่ใจที่ดุดันไม่เกรงใจเตียง จนเธอต้องลอบรีวิวสมรรถภาพของเขาในใจเหมือนรีวิวสินค้าในเถาเป่า ปากสั่นร้องไห้บอกว่าไม่ไหว แต่สมองกลับคำนวณทิปค่ากระเป๋าแบรนด์เนมอย่างรวดเร็ว

เมื่อความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วย 'เงินตราและราคะ' ถลำลึกจนเตียงแทบหักทุกคืน งานนี้สายลับสาวหน้าเงินจะกอบโกยกำไรจนคุ้ม หรือจะขาดทุนย่อยยับเพราะเผลอเอาหัวใจไปจำนองให้ท่านประธานกันแน่?
คลั่งรักเมียแต่ง

คลั่งรักเมียแต่ง

553.9k การดู · เสร็จสิ้น · มะนาวสีชมพู
เรื่อง...คลั่งรักเมียแต่ง
คำโปรย
เมื่อเขาและเธอต้องมาอยู่ร่วมบ้านหลังเดียวกันในฐานะสามีภรรยา เขาเป็นคนพูดน้อยแถมยังดุ จึงทำให้เธอรู้สึกอึดอัดและน้อยใจอยู่บ่อยๆ
แนะนำตัวละคร
ภูวดล หรือ คุณภูมิ อายุ 32 ปี
เจ้าของสวนองุ่นขนาดใหญ่ เขาหล่อ ทำงานเก่ง พูดน้อย ดุ ชอบทำหน้าเข้ม จนเธอรู้สึกอึดอัด
รัตติกาล หรือ เจ้าขา อายุ 23 ปี
ลูกสาวร้านอาหารแห่งหนึ่งในตัวจังหวัด เธอสวย แต่งตัวแซ่บ ขี้น้อยใจ ชอบคิดเองเออเอง เพราะความอกหักจึงทำให้เธอเลือกที่จะประชด ตกลงรับคำแต่งงานกับใครที่ไหนก็ไม่รู้จัก ที่ผู้ใหญ่หาให้
@@@@@@
โรมานซ์ ฟีลกู๊ดเหมือนเดิม ไม่นอกกาย ไม่นอกใจ แต่เรื่องนี้พระเอกดุหน่อยนะคะโปรดทำใจก่อนอ่าน (แนวบ้านนอก)
พิษรักคุณหมอ

พิษรักคุณหมอ

423.1k การดู · เสร็จสิ้น · เพียงเม็ดทราย
"มีนอยากกินน้ำอุ่นค่ะ" "ที่ห้องไม่มีน้ำอุ่นหรอก เอาอย่างอื่นแทนไหม...อุ่นเหมือนกัน" นอกจากฝีมือผ่าตัดคุณหมอฟันยังเหลี่ยมจัดอีกด้วย
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน

“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน

โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
บ่วงรักกับดักแค้น

บ่วงรักกับดักแค้น

9k การดู · กำลังอัปเดต · กวีสีรุ้ง/สิบสามธันวา
"ถ้าความรักคือบ่วงความแค้นก็คงเป็นดักที่เขาขุดไว้รอให้เธอตกลงไปชดใช้"
เมื่อรักแรกที่จบลงด้วยการทรยศอย่างเลือดเย็น กลับวนมาเจอกันอีกครั้งในสถานะประธานบริหารคนใหม่กับพนักงานขายตัวท็อป ภีม (ภีมากร) กลับมาพร้อมความเย็นชาและแผนการทำลายชีวิตคนที่เคยทิ้งเขาไป ขณะที่พริก (พริมา) ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการกลั่นแกล้ง เพราะความลับที่เธอซ่อนไว้ในอดีตนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด