บทนำ
"นอนกับฉัน ทำทุกอย่างที่ฉันสั่ง"
"นอนกับคุณ...ผมเป็นกะหรี่เหรอ?"
"ฮึ...ไม่แย่ขนาดนั้นหรอก เพราะผู้ชายขายตัวอาจมั่วนอนกับคนไม่เลือกหน้า แต่เธอมีหน้าที่นอนกับฉันได้แค่คนเดียวเท่านั้น อย่างน้อยก็จนกว่าฉันจะเบื่อ หรือมีคนใหม่....เข้าใจมั้ย"
"ครับ...เข้าใจแล้ว"
“ก็ดีครับ แต่ผมชอบนอนกอดน้องๆ มากกว่า”
“นี่กอดของฉันมันไม่ได้เรื่องขนาดสู้น้องชายสองคนของเธอไม่ได้เชียวเหรอ”
“ผมไม่ได้ว่ากอดคุณเฮนรี่แย่สักหน่อย แต่นุกับนัทเป็นน้องชายที่ผมรักมากที่สุด การได้นอนกอดคนที่เรารักมันก็ต้องรู้สึกดีกว่าอยู่แล้วนี่ครับ ต่อให้มันจะเป็นแขนสั้นๆ กับบางครั้งอาจถูกตีศอก ตีเข่าบ้าง แต่นั่นแหละผมมีความสุขทุกครั้ง ทุกคืนที่พวกเราสามคนได้นอนกอดกัน”
“แล้วฉันล่ะ...เธอไม่....รู้สึกอะไรเลยเหรอ”
“ผมจะไปรู้สึกอะไรได้เล่าครับ ก็คุณเฮนรี่เป็นคนสั่งห้ามเอาไว้เองว่าระหว่างเราไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกัน ผมไม่กล้าคิดอะไรเกินเลยกันคุณหรอก ผมกลัวตกงาน โลกนี้มีผู้ชายสามคนที่ผมยอมให้กอด ยอมให้จูบ อันดับหนึ่ง อันดับสอง นอนอยู่ห้องโน้น ส่วนอีกคนคุณเฮนรี่คงรู้ว่าเป็นใคร”
“ฮึ่ม...มันเขี้ยวจัง”
บท 1
ตอนที่ 1
สัญญาณไฟจราจรสีแดงตรงห้าแยกเป็นสัญญาณบอกให้รถทุกคันบนถนนต้องหยุดลง แต่มันคือสัญญาณไฟเขียวในการออกไปหาเงินของผม นมเปรี้ยวขวดเล็กซึ่งถูกเรียงใส่ไว้ในถุงพลาสติกแช่ถังน้ำแข็งเย็นๆ ถูกผมหิ้วเดินฝ่าเปลวแดดของยามบ่าย ออกไปเร่ขายมันให้กับผู้คนที่นั่งตากแอร์เย็นๆ อยู่ภายในรถทั้งคันเล็ก คันใหญ่
“พี่เอานมเปรี้ยวมั้ยครับ” ประโยคคำถามแบบเดิมซ้ำๆ ที่วันหนึ่งๆ ผมต้องพูดมันเป็นพัน เป็นหมื่นรอบ แขนสองข้างยกขึ้น ยกลงอวดนมเปรี้ยวในมือจนปวดร้าวล้าระบม เปลวแดดแผดเผาทะลุผ้าคลุมแบบไอ้โม่งที่ผมใช้มันโพกหัวเพื่อบดบังเปลวแดดที่รุนแรงไม่ต่างกับเปลวไฟ
“ขายเท่าไหร่?” กระจกข้างของรถยนต์คันหนึ่งถูกเลื่อนลงไป แทนที่ด้วยใบหน้าหล่อคมคายที่หากใครเห็นคงต้องยืนตะลึงตาค้างหรืออาจเผลอมองจนเหลียวหลังเพื่ออยากเห็นใบหน้านั้นซ้ำอีกหน
“ถุงเล็กหนึ่งโหล ร้อยสี่สิบบาทครับ ถุงใหญ่สองโหลสองร้อยหกสิบบาท พี่เอาถุงเล็กหรือถุงใหญ่ดีครับ”
“เอาถุงเล็กหรือว่าถุงใหญ่ดีครับทุกคน” ผู้ชายคนนั้นทำท่าเหมือนหันไปปรึกษากับใครสักคน หากแต่เมื่อผมชะเง้อคอมองผ่านเข้าไปกลับไม่เห็นใครนอกจากโทรศัพท์มือถือที่มันห้อยอยู่กับก้านยึดสีดำบนหลังคารถ
“เอ่อ...พี่ถามผมเหรอ”
“เปล่า...ถามคนอื่นน่ะ อยากขายถุงเล็กหรือว่าถุงใหญ่” เสียงทุ้มต่ำหวานเต็มไปด้วยเสน่ห์ตอบผมกลับมา บนหน้าจอโทรศัพท์ที่มันสว่างๆ ด้านหลังแสดงภาพผู้ชายคนนี้มีจุดสีแดงเล็กๆ ลอยขึ้นมาจนเต็มหน้าจอ ใบหน้าหล่อจนเกินพอดียื่นดันสันจมูกโด่งพ้นขอบกระจกรถออกมาด้านนอก
"ว่ายังไง...อยากขายถุงเล็กหรือว่าถุงใหญ่"
“อยากขายหมดนี่เลย” ผมตอบตามความเป็นจริง แล้วยกหัวไหล่ขึ้นมาถูเช็ดเม็ดเหงื่อที่กำลังไหลลงมาตามกรอบหน้า อากาศช่วงบ่ายร้อนระอุจนเสื้อผ้าเปียกแฉะไปทั้งตัว
“ฮึ โลภมากเหมือนกันนะเรา”
“พี่จะซื้อมั้ย ไฟจะเขียวแล้ว ผมจะเดินไปขายให้คันอื่น” ผมแหงนคอขึ้นไปมองไฟแดงบนเสาสัญญาณสูงเริ่มนับถอยหลังไปเรื่อยๆ กระวนกระวายใจเพราะรอบนี้ยังขายไม่ได้สักถุงเดียว
“ได้ฉันซื้อหมดนั่นก็ได้” คิ้วเข้มกระตุกสูง ใบหน้าหล่ออย่างเทพเจ้าพยักลงมายังถุงในมือ
“ซื้อหมดนี่จริงนะ”
“จริงสิฉันไม่โกหกเธอหรอก...นี่เงิน...ไม่ต้องทอน” ธนบัตรใบละพันสองใบถูกยื่นมาให้ แต่เพราะมือสองข้างของผมพะรุงพะรังไปด้วยถุงหิ้วหกเจ็ดชุด หัวไหล่ปวดจนแทบยกไม่ขึ้น ผมจึงยื่นปากออกไปคาบธนบัตรสองใบนั้นไว้แล้วรีบส่งนมเปรี้ยวให้ผู้ชายนิสัยรวย ทันเวลากับสัญญาณไฟเขียวพอดิบพอดี
“ขายได้หมดเลยเหรอพี่เนย” น้องชายตัวเล็กที่กำลังนั่งไถรถของเล่นพลาสติกเก่าๆ ซึ่งเมื่อวานก่อนผมเก็บมาจากถังขยะกระตุกลุกขึ้นมานั่งตัวตรงทันที เมื่อเห็นผมเดินกลับเข้าไปยังใต้สะพานใหญ่ข้ามแยกด้วยมือเปล่า
“อืม ขายหมดเลย นี่ไงเงิน” ผมชูธนบัตรมีค่าสองใบอวดให้น้องชายคนเล็กเห็น
“ไชโย” นุ น้องชายวัยห้าขวบลุกขึ้นมากระโดดจนกางเกงขาสั้นยางยืดจนย้วย หลุดลงไปกองอยู่ตรงหัวเข่า เจ้านุน้อยห้อยโผล่ลงมาอยู่กลางห้าแยก เราสองคนพี่น้องนั่งหัวเราะกันอย่างมีความสุข ก่อนจะช่วยกันเอานมเปรี้ยวในถังน้ำแข็ง ขึ้นมาเรียงใส่ถุงพลาสติกใหม่เพื่อรอขายในรอบไฟแดงถัดไป
“ทำไมวันนี้พี่เนยกลับเร็วล่ะ” นัท น้องชายวัยสิบขวบยังอยู่ในชุดนักเรียนประถมเก่าจนเหลืองเงยหน้าขึ้นมาถาม
“วันนี้ขายหมดเร็วน่ะ พี่ซื้อกับข้าวมาให้นัทด้วย ฝากนัทหาข้าวให้น้องกินด้วยนะ เดี๋ยวพี่จะรีบไปร้านเฮียโก้ต่อวันนี้ที่ร้านเขามีงาน ต้องไปช่วยเขาหลายอย่าง” ผมรีบเดินไปคว้าผ้าเช็ดตัวเก่าๆ มาจากไม้แขวน แล้วเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ ที่ผมใส่มันซ้ำไปซ้ำมานานหลายปี สีเดิมจากดำซีดจางจนเกือบกลายเป็นสีเทา
“พี่เนยไม่กินข้าวก่อนเหรอ” น้องชายคนรองนั่งขัดสมาธิแกะหนังยางแกงถุงที่ผมซื้อกลับมาเทใส่ชามอยู่กลางห้องเช่าเล็ก
“วันนี้ไม่กินหรอก เดี๋ยวพี่ไปกินที่ร้านเฮียโก้ แล้วก็...อันนี้ค่าเทอมของนัท พรุ่งนี้เอาไปให้ครูนะ พี่ไปทำงานล่ะ”
ธนบัตรหลายสี ต่างมูลค่าที่ผมรวบรวมเก็บมาตลอดทั้งเดือน หลังจากหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว ถูกหนังยาวสีแดงมัดรวมกัน แยกเป็นธนบัตรสีแดง สีเขียว นับครบจบตามจำนวนเป็นค่าเทอมของน้องชายผมต้องจ่ายก่อนถึงวันสอบปลายภาคเรียน ห่อไว้ด้วยถุงพลาสติกถูกยื่นให้น้องชาย
“พี่เนย...” ดวงตาเล็กเรียวรีไร้เดียงสาช้อนขึ้นมาพร้อมกับม่านน้ำใสสะท้อนแสงไฟเป็นประกาย
“พี่ไปทำงานก่อนนะ อย่าพาน้องนอนดึกล่ะ” ผมหันไปหอมหัวน้องชายสองคนก่อนจะวิ่งออกมาตามตรอกเล็กๆ ของสลัมใหญ่ที่พวกเราสามพี่น้องใช้มันอาศัยโดยปราศจากผู้ใหญ่ที่ใครๆ เรียกกันว่าพ่อแม่
ร้านเฮียโก้ เป็นร้านคาราโอเกะกึ่งผับ เปิดให้บริการตั้งแต่หนึ่งทุ่มไปจนถึงตีสองหรือบางทีก็ลากยาวจนถึงตีห้าหรือหกโมงเช้าหากลูกค้าเยอะ เมื่อเก็บร้านเสร็จผมถึงจะได้กลับไปนอนพักสักสองหรือสามชั่วโมง แล้วจึงออกไปรับนมเปรี้ยวเพื่อนำไปขายต่อ
“ดาราเหรอพี่” ผมเขย่งปลายเท้าพยายามยืดคอมองไปยังเวทีกลางเมื่อได้ยินเสียงกรี๊ดของคนในร้าน
“เน็ตไอดอลมั้ง หล่อฉิบหาย”
“ทีแรกผมนึกว่าเขามาถ่ายหนังกัน มีแต่คนสวยๆ หล่อๆ ทั้งนั้นเลย” ผมรำพึงออกไปเพราะมองจากระยะไกลเห็นกล้องจำนวนมากทั้งกล้องเล็ก กล้องใหญ่ กล้องมือถือหันไปทางผู้ชายที่ยืนเด่นอยู่กลางเวที
"เขาเรียกอะไรวะ...แอคคง แอคเค่ออะไรไม่รู้ เห็นเฮียโก้บอก"
"อ่อ" ผมพยักหน้าทั้งๆ ที่ไม่เข้าใจความหมาย
ผมไม่มีเวลาสนใจคนพวกนั้นเท่าไหร่นักเพราะมัวแต่ออกไปยกลังเหล้า ลังเบียร์ ตักน้ำแข็ง อีกทั้งยังต้องเข้าไปเตรียมอาหารออเดิร์ฟต่าง ๆ ข้างในครัว แค่หน้าที่เหล่านี้มันก็ยุ่งจนผมแทบไม่มีเวลาหายใจแล้ว
“เอ้า...ไอ้เนย” พี่พนักงานคนหนึ่งยื่นจานอาหารของลูกค้าที่เก็บใส่ถาดมาจากข้างนอกวางลงบนโต๊ะ
“ขอบคุณครับ”
เข็มนาฬิกาตีบอกเวลาล่วงเข้าตีสาม นักเที่ยวกลางคืนเกินครึ่งทยอยออกไปจากร้าน พวกเราจึงมีโอกาสรีบไปเก็บเคลียร์แก้ว เคลียร์จานมาเตรียมล้างเพื่อจะได้กลับบ้านไวขึ้นไก่ทอด ไส้กรอก ของเหลือเดนที่ยังอยู่ในสภาพดี ถูกผมแยกใส่กล่องพลาสติกเก็บไว้ต่างหากเพื่อนำมันกลับไปเป็นอาหารสำหรับตัวเองและให้น้องชายทั้งสองได้กิน
รถยนต์คันหนึ่งจอดอยู่ในมุมมืดระหว่างทางเดินกลับบ้าน ผมชะงักฝีเท้า ตกใจจนเกือบขว้างถุงกับข้าวในมือทิ้ง เมื่อได้ยินเสียงร้องเหมือนมีใครกำลังได้รับความเจ็บปวดทรมาน ดังลอดออกมาจากรถคันใหญ่ แรงสั่นสะเทือนเคลื่อนขยับ โยกขึ้น โยกลงของรถกับเสียงที่ได้ยินนั้นทำให้ผมพอเดาออกว่าด้านในนั้นกำลังเกิดอะไรขึ้น
“อ๊า...ซี้ด”
ตึง ฝ่าเท้าสีขาวขนาดใหญ่พาดทาบติดบานกระจก มองเห็นเงารางๆ เป็นท่อนขาสองข้างกางชี้ชูสูงจนติดหลังคา เสียงคำรามฮึ่มฮัมสะใจในลำคอ รับกับเสียงกระแทกหนักๆ เหมือนมีคนชกต่อยกัน แต่ผมว่ามันไม่ใช่เพราะภายในรถแคบนั้นคงมีคนทำอย่างอื่นกันมากกว่า
“อ๊า....” ใบหน้าผู้ชายคนหนึ่งทะลึ่งพรวดโผล่ขึ้นมาชิดบานกระจก ดวงตาโตเบิกกว้างมองมายังผมก่อนจะร้องห้ามใครอีกคนด้านใน
“เดี๋ยวครับเฮนรี่ มีคนแอบดูเรา”
“เปล่าแอบดูสักหน่อย” ผมเถียงออกไปเบาๆ แล้วรีบเดินจ้ำอ้าวตรงไปตามทางเพื่อกลับบ้าน ไล่หลังมานั้นผมได้ยินเสียงปิดประตูรถดังโครมใหญ่
“เดี๋ยว..” มือหนาแต่ทว่านุ่มมาก กระชากผมจนเกือบล้มลงนอนกองบนถนน
“เอ๋...คุณที่ซื้อนมผม เมื่อกลางวันนี่...” ผมจำหน้าหล่อๆ นั้นได้ในทันที
“ซื้อนม...หรือว่าเธอคือเด็กขายนมเปรี้ยวเมื่อกลางวันอย่างนั้นเหรอ” ดวงตาคมหรี่ลงมามองผม ก่อนจะยิ้มแปลกๆ
“อืม...แต่ผมไม่ได้แอบดูคุณนะ” ผมก้มหน้าเบนสายตาไปทางอื่น เพราะไม่อยากมองคนหล่อมากแบบตรงๆ มองนานๆ แล้วผมรู้สึกใจคอไม่ดียิ่ง เจ้าของรถยนต์วิ่งลงมาทั้งที่ตัวเองมีเพียงเสื้อเชิ้ตผ่าอกไม่ติดกระดุม กับกางเกงในที่มันแหวกเป้าตรงกลางจนท่อนเนื้ออันใหญ่โผล่ยาวยื่นชี้ออกมาด้านนอก ส่วนหัวรูปทรงเหมือนดอกเห็ดเป็นสีแดงยังมีคราบน้ำขาวๆ เป็นเมือกเคลือบอยู่เต็มลำ
“กลางวันขายนม...กลางคืนมาขายอะไร”
บทล่าสุด
#39 บทที่ 39 แค่คนเดียว (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#38 บทที่ 38 กลุ่มลับพนักงาน
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#37 บทที่ 37 [Part จีน] แฟนใหม่...กว่าเดิม
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#36 บทที่ 36 เรียกมันว่า...ความสุข
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#35 บทที่ 35 มวยถูกคู่
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#34 บทที่ 34 สามีครับ
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#33 บทที่ 33 เหตุผลของการเลิกรา
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#32 บทที่ 32 สีแดง 2 ขีด
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#31 บทที่ 31 คุณสามีที่รัก
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#30 บทที่ 30 คนที่ตามหา
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026
คุณอาจชอบ 😍
ดวงใจธาม
‘ขวัญจิรา’ จำเป็นต้องสวมบทภรรยาของ ‘ธาดา’ ตามคำขอร้องของเพื่อนรักที่พ่วงตำแหน่งนายจ้าง การเดินทางมาอยู่ใกล้เขาอีกครั้งทั้งที่เกลียดขี้หน้ากันจึงเป็นเรื่องน่าเบื่อหน่าย แต่ใครอีกคนกลับเฝ้ารอการมาถึงของเธออย่างใจจดใจจ่อ พยายามทำทุกอย่างให้เธอเห็นว่าเขาในวันนี้กับเขาในอดีตนั้นแตกต่างกันแค่ไหน และพยายามทำให้เธอรู้...ว่าในหัวใจของเขานั้นมีใครซ่อนอยู่
ธาดา - คำสัญญาไร้สาระของคุณยายทำให้เขาตกที่นั่งลำบาก จึงจำเป็นต้องดึงเธอคนนั้นให้เข้ามาช่วยแก้ปัญหาในครั้งนี้ เขาจำเป็นต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้เธอมาอยู่ใกล้ หลังจากปล่อยให้เวลาผ่านมานาน นานจนไม่กล้าปล่อยให้เธออยู่ไกลจากสายตาไปได้อีก
ขวัญจิรา – เธอไม่ได้เต็มใจมาช่วยเขาเพราะคิดเสมอว่าเขากวนประสาทและไม่น่าคบค้าสมาคมด้วย แต่เมื่อได้อยู่ใกล้ ได้ลองเปิดใจมองเขาในมุมใหม่ๆ สิ่งที่เคยคิดไว้กลับตรงข้ามไปเสียทุกอย่าง เพราะนอกจากเขาจะดีกับเธอมากแล้ว ยังขยันทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเธอแปรเปลี่ยนไปเสียเหลือเกิน
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
บ่วงรักสัมพันธ์ร้าย 25+
'เขา' เกลียดเธอเข้าไส้ เพราะ 'เธอ' คือลูกสาวของคนที่ทำให้แม่ของเขาตาย
และเธอคือคนที่เขาเข้าใจว่าเป็น 'น้องสาว' มาทั้งชีวิต แต่เป็นน้องสาวที่แสนเกลียดชังมาตั้งแต่เด็ก
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
แค้นรัก มาเฟียร้าย (ซีรีส์ชุดDARK )
'ดาเรนเต้ ราฟาเอลโล' มาเฟียตัวฉกาจหนึ่งในสมาชิกแก๊งค์DARK
เธอจะสามารถหลุดพ้นจากบวงแค้นนี้ได้หรือไม่?!
เสี่ยงรักร้ายนายเพื่อนไม่สนิท
“แล้วฉันจะได้อะไรจากนาย” พรีนต่อลองกับเขาคนหน้าขรึม
“เธอ....” สายตาคมคู่ดุจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่พอใจ เขาเสียเวลาที่เธอต่อลองกับเขามากพอแล้ว
“เหอะ คิดว่าหล่อ เป็นไอดอลแล้วไง ใช่ว่าสาวๆ จะชอบนายจะทุกคนหรอกนะ” พรีนเอ่ยพร้อมเชิดหน้าใส่แทคิณ ไอดอลแล้วไง ถึงนายนี้จะหล่อตรงสเปกฉันมากก็เถอะ เล่น ตัวไปสิคะ ใบหน้าอันหล่อเหลาโน้มเข้าหาคนตรงหน้า พร้อมกับหลุดรอยยิ้มที่มุมปาก
“ไม่ชอบ เกลียดฉัน” เขาแสยิ้มถามคนตรงหน้า
“ก็ไม่ขนาดนั้น”
“จะช่วยไม่ช่วย” เขาเอ่ยเสียงเข้ม แต่นั้นภายในหัวของพรีนกับคิดอะไรขึ้นมา
“ฉันไม่เคยช่วยใครฟรี อะไรดีน๊า นาฬิกานั้นก็แบรนด์หรู แหวนที่นิ้วนายนั้นก็สวย” นัยน์ตาเจ้าเล่ห์ของคนใบหน้าสวยจงใจเหลือบมองที่แขนและข้อมือของเขามาอย่างตั้งใจ นาฬิกานั้นก็สวย แหวนที่ใส่ในนิ้วนั้นก็แบรนด์ดังด้วยสิ แต่น่าเสียดายที่เธอมีมันหมดแล้ว
“อะไร ดีน๊า ที่สาวๆ ทั้งประเทศอยากได้จากนายกัน” เธอเอ่ยอย่างเชิดหน้า เหอะเขาคงคิดว่าฉันอยากได้ อย่างสาวๆ คนอื่นๆ อยากได้ละสิ ในเมื่อเขาให้โอกาสแล้ว แต่เธอกับไม่เลือกมัน ได้เขานี้แหละจะยัดเยือดสิ่งนี้ให้เธอเอง
กับดักรักท่านประธานจอมหวง
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
เมื่อวิศวะดุหวงเด็ก
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง













