บทนำ
"นอนกับฉัน ทำทุกอย่างที่ฉันสั่ง"
"นอนกับคุณ...ผมเป็นกะหรี่เหรอ?"
"ฮึ...ไม่แย่ขนาดนั้นหรอก เพราะผู้ชายขายตัวอาจมั่วนอนกับคนไม่เลือกหน้า แต่เธอมีหน้าที่นอนกับฉันได้แค่คนเดียวเท่านั้น อย่างน้อยก็จนกว่าฉันจะเบื่อ หรือมีคนใหม่....เข้าใจมั้ย"
"ครับ...เข้าใจแล้ว"
“ก็ดีครับ แต่ผมชอบนอนกอดน้องๆ มากกว่า”
“นี่กอดของฉันมันไม่ได้เรื่องขนาดสู้น้องชายสองคนของเธอไม่ได้เชียวเหรอ”
“ผมไม่ได้ว่ากอดคุณเฮนรี่แย่สักหน่อย แต่นุกับนัทเป็นน้องชายที่ผมรักมากที่สุด การได้นอนกอดคนที่เรารักมันก็ต้องรู้สึกดีกว่าอยู่แล้วนี่ครับ ต่อให้มันจะเป็นแขนสั้นๆ กับบางครั้งอาจถูกตีศอก ตีเข่าบ้าง แต่นั่นแหละผมมีความสุขทุกครั้ง ทุกคืนที่พวกเราสามคนได้นอนกอดกัน”
“แล้วฉันล่ะ...เธอไม่....รู้สึกอะไรเลยเหรอ”
“ผมจะไปรู้สึกอะไรได้เล่าครับ ก็คุณเฮนรี่เป็นคนสั่งห้ามเอาไว้เองว่าระหว่างเราไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกัน ผมไม่กล้าคิดอะไรเกินเลยกันคุณหรอก ผมกลัวตกงาน โลกนี้มีผู้ชายสามคนที่ผมยอมให้กอด ยอมให้จูบ อันดับหนึ่ง อันดับสอง นอนอยู่ห้องโน้น ส่วนอีกคนคุณเฮนรี่คงรู้ว่าเป็นใคร”
“ฮึ่ม...มันเขี้ยวจัง”
บท 1
ตอนที่ 1
สัญญาณไฟจราจรสีแดงตรงห้าแยกเป็นสัญญาณบอกให้รถทุกคันบนถนนต้องหยุดลง แต่มันคือสัญญาณไฟเขียวในการออกไปหาเงินของผม นมเปรี้ยวขวดเล็กซึ่งถูกเรียงใส่ไว้ในถุงพลาสติกแช่ถังน้ำแข็งเย็นๆ ถูกผมหิ้วเดินฝ่าเปลวแดดของยามบ่าย ออกไปเร่ขายมันให้กับผู้คนที่นั่งตากแอร์เย็นๆ อยู่ภายในรถทั้งคันเล็ก คันใหญ่
“พี่เอานมเปรี้ยวมั้ยครับ” ประโยคคำถามแบบเดิมซ้ำๆ ที่วันหนึ่งๆ ผมต้องพูดมันเป็นพัน เป็นหมื่นรอบ แขนสองข้างยกขึ้น ยกลงอวดนมเปรี้ยวในมือจนปวดร้าวล้าระบม เปลวแดดแผดเผาทะลุผ้าคลุมแบบไอ้โม่งที่ผมใช้มันโพกหัวเพื่อบดบังเปลวแดดที่รุนแรงไม่ต่างกับเปลวไฟ
“ขายเท่าไหร่?” กระจกข้างของรถยนต์คันหนึ่งถูกเลื่อนลงไป แทนที่ด้วยใบหน้าหล่อคมคายที่หากใครเห็นคงต้องยืนตะลึงตาค้างหรืออาจเผลอมองจนเหลียวหลังเพื่ออยากเห็นใบหน้านั้นซ้ำอีกหน
“ถุงเล็กหนึ่งโหล ร้อยสี่สิบบาทครับ ถุงใหญ่สองโหลสองร้อยหกสิบบาท พี่เอาถุงเล็กหรือถุงใหญ่ดีครับ”
“เอาถุงเล็กหรือว่าถุงใหญ่ดีครับทุกคน” ผู้ชายคนนั้นทำท่าเหมือนหันไปปรึกษากับใครสักคน หากแต่เมื่อผมชะเง้อคอมองผ่านเข้าไปกลับไม่เห็นใครนอกจากโทรศัพท์มือถือที่มันห้อยอยู่กับก้านยึดสีดำบนหลังคารถ
“เอ่อ...พี่ถามผมเหรอ”
“เปล่า...ถามคนอื่นน่ะ อยากขายถุงเล็กหรือว่าถุงใหญ่” เสียงทุ้มต่ำหวานเต็มไปด้วยเสน่ห์ตอบผมกลับมา บนหน้าจอโทรศัพท์ที่มันสว่างๆ ด้านหลังแสดงภาพผู้ชายคนนี้มีจุดสีแดงเล็กๆ ลอยขึ้นมาจนเต็มหน้าจอ ใบหน้าหล่อจนเกินพอดียื่นดันสันจมูกโด่งพ้นขอบกระจกรถออกมาด้านนอก
"ว่ายังไง...อยากขายถุงเล็กหรือว่าถุงใหญ่"
“อยากขายหมดนี่เลย” ผมตอบตามความเป็นจริง แล้วยกหัวไหล่ขึ้นมาถูเช็ดเม็ดเหงื่อที่กำลังไหลลงมาตามกรอบหน้า อากาศช่วงบ่ายร้อนระอุจนเสื้อผ้าเปียกแฉะไปทั้งตัว
“ฮึ โลภมากเหมือนกันนะเรา”
“พี่จะซื้อมั้ย ไฟจะเขียวแล้ว ผมจะเดินไปขายให้คันอื่น” ผมแหงนคอขึ้นไปมองไฟแดงบนเสาสัญญาณสูงเริ่มนับถอยหลังไปเรื่อยๆ กระวนกระวายใจเพราะรอบนี้ยังขายไม่ได้สักถุงเดียว
“ได้ฉันซื้อหมดนั่นก็ได้” คิ้วเข้มกระตุกสูง ใบหน้าหล่ออย่างเทพเจ้าพยักลงมายังถุงในมือ
“ซื้อหมดนี่จริงนะ”
“จริงสิฉันไม่โกหกเธอหรอก...นี่เงิน...ไม่ต้องทอน” ธนบัตรใบละพันสองใบถูกยื่นมาให้ แต่เพราะมือสองข้างของผมพะรุงพะรังไปด้วยถุงหิ้วหกเจ็ดชุด หัวไหล่ปวดจนแทบยกไม่ขึ้น ผมจึงยื่นปากออกไปคาบธนบัตรสองใบนั้นไว้แล้วรีบส่งนมเปรี้ยวให้ผู้ชายนิสัยรวย ทันเวลากับสัญญาณไฟเขียวพอดิบพอดี
“ขายได้หมดเลยเหรอพี่เนย” น้องชายตัวเล็กที่กำลังนั่งไถรถของเล่นพลาสติกเก่าๆ ซึ่งเมื่อวานก่อนผมเก็บมาจากถังขยะกระตุกลุกขึ้นมานั่งตัวตรงทันที เมื่อเห็นผมเดินกลับเข้าไปยังใต้สะพานใหญ่ข้ามแยกด้วยมือเปล่า
“อืม ขายหมดเลย นี่ไงเงิน” ผมชูธนบัตรมีค่าสองใบอวดให้น้องชายคนเล็กเห็น
“ไชโย” นุ น้องชายวัยห้าขวบลุกขึ้นมากระโดดจนกางเกงขาสั้นยางยืดจนย้วย หลุดลงไปกองอยู่ตรงหัวเข่า เจ้านุน้อยห้อยโผล่ลงมาอยู่กลางห้าแยก เราสองคนพี่น้องนั่งหัวเราะกันอย่างมีความสุข ก่อนจะช่วยกันเอานมเปรี้ยวในถังน้ำแข็ง ขึ้นมาเรียงใส่ถุงพลาสติกใหม่เพื่อรอขายในรอบไฟแดงถัดไป
“ทำไมวันนี้พี่เนยกลับเร็วล่ะ” นัท น้องชายวัยสิบขวบยังอยู่ในชุดนักเรียนประถมเก่าจนเหลืองเงยหน้าขึ้นมาถาม
“วันนี้ขายหมดเร็วน่ะ พี่ซื้อกับข้าวมาให้นัทด้วย ฝากนัทหาข้าวให้น้องกินด้วยนะ เดี๋ยวพี่จะรีบไปร้านเฮียโก้ต่อวันนี้ที่ร้านเขามีงาน ต้องไปช่วยเขาหลายอย่าง” ผมรีบเดินไปคว้าผ้าเช็ดตัวเก่าๆ มาจากไม้แขวน แล้วเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ ที่ผมใส่มันซ้ำไปซ้ำมานานหลายปี สีเดิมจากดำซีดจางจนเกือบกลายเป็นสีเทา
“พี่เนยไม่กินข้าวก่อนเหรอ” น้องชายคนรองนั่งขัดสมาธิแกะหนังยางแกงถุงที่ผมซื้อกลับมาเทใส่ชามอยู่กลางห้องเช่าเล็ก
“วันนี้ไม่กินหรอก เดี๋ยวพี่ไปกินที่ร้านเฮียโก้ แล้วก็...อันนี้ค่าเทอมของนัท พรุ่งนี้เอาไปให้ครูนะ พี่ไปทำงานล่ะ”
ธนบัตรหลายสี ต่างมูลค่าที่ผมรวบรวมเก็บมาตลอดทั้งเดือน หลังจากหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว ถูกหนังยาวสีแดงมัดรวมกัน แยกเป็นธนบัตรสีแดง สีเขียว นับครบจบตามจำนวนเป็นค่าเทอมของน้องชายผมต้องจ่ายก่อนถึงวันสอบปลายภาคเรียน ห่อไว้ด้วยถุงพลาสติกถูกยื่นให้น้องชาย
“พี่เนย...” ดวงตาเล็กเรียวรีไร้เดียงสาช้อนขึ้นมาพร้อมกับม่านน้ำใสสะท้อนแสงไฟเป็นประกาย
“พี่ไปทำงานก่อนนะ อย่าพาน้องนอนดึกล่ะ” ผมหันไปหอมหัวน้องชายสองคนก่อนจะวิ่งออกมาตามตรอกเล็กๆ ของสลัมใหญ่ที่พวกเราสามพี่น้องใช้มันอาศัยโดยปราศจากผู้ใหญ่ที่ใครๆ เรียกกันว่าพ่อแม่
ร้านเฮียโก้ เป็นร้านคาราโอเกะกึ่งผับ เปิดให้บริการตั้งแต่หนึ่งทุ่มไปจนถึงตีสองหรือบางทีก็ลากยาวจนถึงตีห้าหรือหกโมงเช้าหากลูกค้าเยอะ เมื่อเก็บร้านเสร็จผมถึงจะได้กลับไปนอนพักสักสองหรือสามชั่วโมง แล้วจึงออกไปรับนมเปรี้ยวเพื่อนำไปขายต่อ
“ดาราเหรอพี่” ผมเขย่งปลายเท้าพยายามยืดคอมองไปยังเวทีกลางเมื่อได้ยินเสียงกรี๊ดของคนในร้าน
“เน็ตไอดอลมั้ง หล่อฉิบหาย”
“ทีแรกผมนึกว่าเขามาถ่ายหนังกัน มีแต่คนสวยๆ หล่อๆ ทั้งนั้นเลย” ผมรำพึงออกไปเพราะมองจากระยะไกลเห็นกล้องจำนวนมากทั้งกล้องเล็ก กล้องใหญ่ กล้องมือถือหันไปทางผู้ชายที่ยืนเด่นอยู่กลางเวที
"เขาเรียกอะไรวะ...แอคคง แอคเค่ออะไรไม่รู้ เห็นเฮียโก้บอก"
"อ่อ" ผมพยักหน้าทั้งๆ ที่ไม่เข้าใจความหมาย
ผมไม่มีเวลาสนใจคนพวกนั้นเท่าไหร่นักเพราะมัวแต่ออกไปยกลังเหล้า ลังเบียร์ ตักน้ำแข็ง อีกทั้งยังต้องเข้าไปเตรียมอาหารออเดิร์ฟต่าง ๆ ข้างในครัว แค่หน้าที่เหล่านี้มันก็ยุ่งจนผมแทบไม่มีเวลาหายใจแล้ว
“เอ้า...ไอ้เนย” พี่พนักงานคนหนึ่งยื่นจานอาหารของลูกค้าที่เก็บใส่ถาดมาจากข้างนอกวางลงบนโต๊ะ
“ขอบคุณครับ”
เข็มนาฬิกาตีบอกเวลาล่วงเข้าตีสาม นักเที่ยวกลางคืนเกินครึ่งทยอยออกไปจากร้าน พวกเราจึงมีโอกาสรีบไปเก็บเคลียร์แก้ว เคลียร์จานมาเตรียมล้างเพื่อจะได้กลับบ้านไวขึ้นไก่ทอด ไส้กรอก ของเหลือเดนที่ยังอยู่ในสภาพดี ถูกผมแยกใส่กล่องพลาสติกเก็บไว้ต่างหากเพื่อนำมันกลับไปเป็นอาหารสำหรับตัวเองและให้น้องชายทั้งสองได้กิน
รถยนต์คันหนึ่งจอดอยู่ในมุมมืดระหว่างทางเดินกลับบ้าน ผมชะงักฝีเท้า ตกใจจนเกือบขว้างถุงกับข้าวในมือทิ้ง เมื่อได้ยินเสียงร้องเหมือนมีใครกำลังได้รับความเจ็บปวดทรมาน ดังลอดออกมาจากรถคันใหญ่ แรงสั่นสะเทือนเคลื่อนขยับ โยกขึ้น โยกลงของรถกับเสียงที่ได้ยินนั้นทำให้ผมพอเดาออกว่าด้านในนั้นกำลังเกิดอะไรขึ้น
“อ๊า...ซี้ด”
ตึง ฝ่าเท้าสีขาวขนาดใหญ่พาดทาบติดบานกระจก มองเห็นเงารางๆ เป็นท่อนขาสองข้างกางชี้ชูสูงจนติดหลังคา เสียงคำรามฮึ่มฮัมสะใจในลำคอ รับกับเสียงกระแทกหนักๆ เหมือนมีคนชกต่อยกัน แต่ผมว่ามันไม่ใช่เพราะภายในรถแคบนั้นคงมีคนทำอย่างอื่นกันมากกว่า
“อ๊า....” ใบหน้าผู้ชายคนหนึ่งทะลึ่งพรวดโผล่ขึ้นมาชิดบานกระจก ดวงตาโตเบิกกว้างมองมายังผมก่อนจะร้องห้ามใครอีกคนด้านใน
“เดี๋ยวครับเฮนรี่ มีคนแอบดูเรา”
“เปล่าแอบดูสักหน่อย” ผมเถียงออกไปเบาๆ แล้วรีบเดินจ้ำอ้าวตรงไปตามทางเพื่อกลับบ้าน ไล่หลังมานั้นผมได้ยินเสียงปิดประตูรถดังโครมใหญ่
“เดี๋ยว..” มือหนาแต่ทว่านุ่มมาก กระชากผมจนเกือบล้มลงนอนกองบนถนน
“เอ๋...คุณที่ซื้อนมผม เมื่อกลางวันนี่...” ผมจำหน้าหล่อๆ นั้นได้ในทันที
“ซื้อนม...หรือว่าเธอคือเด็กขายนมเปรี้ยวเมื่อกลางวันอย่างนั้นเหรอ” ดวงตาคมหรี่ลงมามองผม ก่อนจะยิ้มแปลกๆ
“อืม...แต่ผมไม่ได้แอบดูคุณนะ” ผมก้มหน้าเบนสายตาไปทางอื่น เพราะไม่อยากมองคนหล่อมากแบบตรงๆ มองนานๆ แล้วผมรู้สึกใจคอไม่ดียิ่ง เจ้าของรถยนต์วิ่งลงมาทั้งที่ตัวเองมีเพียงเสื้อเชิ้ตผ่าอกไม่ติดกระดุม กับกางเกงในที่มันแหวกเป้าตรงกลางจนท่อนเนื้ออันใหญ่โผล่ยาวยื่นชี้ออกมาด้านนอก ส่วนหัวรูปทรงเหมือนดอกเห็ดเป็นสีแดงยังมีคราบน้ำขาวๆ เป็นเมือกเคลือบอยู่เต็มลำ
“กลางวันขายนม...กลางคืนมาขายอะไร”
บทล่าสุด
#39 บทที่ 39 แค่คนเดียว (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#38 บทที่ 38 กลุ่มลับพนักงาน
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#37 บทที่ 37 [Part จีน] แฟนใหม่...กว่าเดิม
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#36 บทที่ 36 เรียกมันว่า...ความสุข
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#35 บทที่ 35 มวยถูกคู่
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#34 บทที่ 34 สามีครับ
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#33 บทที่ 33 เหตุผลของการเลิกรา
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#32 บทที่ 32 สีแดง 2 ขีด
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#31 บทที่ 31 คุณสามีที่รัก
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#30 บทที่ 30 คนที่ตามหา
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026
คุณอาจชอบ 😍
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า
คลั่งรักเมียแต่ง
คำโปรย
เมื่อเขาและเธอต้องมาอยู่ร่วมบ้านหลังเดียวกันในฐานะสามีภรรยา เขาเป็นคนพูดน้อยแถมยังดุ จึงทำให้เธอรู้สึกอึดอัดและน้อยใจอยู่บ่อยๆ
แนะนำตัวละคร
ภูวดล หรือ คุณภูมิ อายุ 32 ปี
เจ้าของสวนองุ่นขนาดใหญ่ เขาหล่อ ทำงานเก่ง พูดน้อย ดุ ชอบทำหน้าเข้ม จนเธอรู้สึกอึดอัด
รัตติกาล หรือ เจ้าขา อายุ 23 ปี
ลูกสาวร้านอาหารแห่งหนึ่งในตัวจังหวัด เธอสวย แต่งตัวแซ่บ ขี้น้อยใจ ชอบคิดเองเออเอง เพราะความอกหักจึงทำให้เธอเลือกที่จะประชด ตกลงรับคำแต่งงานกับใครที่ไหนก็ไม่รู้จัก ที่ผู้ใหญ่หาให้
@@@@@@
โรมานซ์ ฟีลกู๊ดเหมือนเดิม ไม่นอกกาย ไม่นอกใจ แต่เรื่องนี้พระเอกดุหน่อยนะคะโปรดทำใจก่อนอ่าน (แนวบ้านนอก)
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
พี่สาวครับรับรักผมด้วย
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
เมียเด็กของท่านประธานร้ายรัก
เธอเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานธรรมดา ส่วนเขาคือท่านประธานผู้สูงส่ง เย็นชา และอันตรายเกินกว่าที่หัวใจดวงเล็ก ๆ ของเธอจะรับมือไหว
น้ำขิงไม่เคยคิดเลยว่า การเข้ามาฝึกงานในบริษัทวัฒนากร กรุ๊ป จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลเพราะเพียงคืนเดียว...เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขา
ภูริช วัฒนากร คือผู้ชายที่ใคร ๆ ก็เกรงกลัว
เขาร้าย เขาเย็นชา เขาไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร แต่กับเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ เขากลับทั้งหวง ทั้งหึง ทั้งร้ายกาจ และไม่ยอมปล่อยมือ
“เธอเป็นของฉัน น้ำขิง จำไว้ให้ดี”คำพูดของเขาเหมือนโซ่ตรวนผูกเธอไว้กับความรักที่ทั้งหวาน ทั้งเจ็บ และหนีไม่พ้น
ทว่าเมื่อความลับและคำกล่าวหาร้ายแรงถาโถมเข้ามาผู้ชายที่เคยกอดเธอแน่น กลับเป็นคนเดียวกันที่ทำให้เธอเจ็บจนแทบขาดใจ เธอไม่ได้ต้องการเงินของเขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งเมีย ท่านประธาน เธอต้องการเพียงความเชื่อใจจากผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจแต่เมื่อเขาไม่ฟัง...เธอจึงเลือกจากไป
พร้อมหัวใจที่แตกสลาย และอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ที่เขายังไม่รู้ว่ามีอยู่จริง













