บทนำ
บท 1
เช้าวันแรกของการเปิดภาคเรียนใหม่...
สายลมต้นฤดูฝนพัดโชยเอื่อยหอบเอาความสดชื่นผ่านแนวต้นประดู่หน้าคณะแพทยศาสตร์ แสงแดดยามเช้าสาดกระทบอาคารผู้ป่วยสูงตระหง่านจนกระจกสะท้อนเป็นประกายสีทองอร่าม บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความวุ่นวายที่คุ้นตา ผู้คนในชุดกาวน์สีขาวเดินขวักไขว่ไปทั่วบริเวณ ทั้งแพทย์ พยาบาล บุคลากร และเหล่านักศึกษาแพทย์หน้าใหม่ที่กำลังก้าวเข้าสู่โลกของการรักษาผู้ป่วยอย่างแท้จริง
ศศิดา พิมพ์ใจ สูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอดเพื่อเรียกความมั่นใจ ก่อนจะก้มลงมองป้ายชื่อพลาสติกสีน้ำเงินที่ติดอยู่บนอกเสื้อกาวน์สั้นของตัวเอง
นักศึกษาแพทย์ ชั้นปีที่ 4
วันนี้คือวันแรกของการขึ้นคลินิก... วันแรกที่เธอจะได้เรียนรู้จากชีวิตของผู้ป่วยจริง ไม่ใช่เพียงตัวอักษรในตำราอีกต่อไป
"อย่าตื่นเต้นไปหน่อยเลยดาด้า... ทำให้ดีที่สุดก็พอ"
หญิงสาวพึมพำกับตัวเองเบา ๆ พลางขยับกระชับสายกระเป๋าเป้ที่หนักอึ้งไปด้วยเท็กซ์บุ๊กเล่มหนา เธอรู้ดีว่าตัวเองไม่ใช่นักศึกษาที่โดดเด่นที่สุด ไม่ใช่ลูกหลานตระกูลหมอ และไม่มีเส้นสายของใคร สิ่งเดียวที่พาเธอมาถึงจุดนี้ได้... มีเพียงความพยายามเท่านั้น
"..."
"ดาด้า!"
เสียงใสที่คุ้นเคยดังแทรกขึ้นพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่วิ่งกระหืดกระหอบ มินตรา เพื่อนสนิทตั้งแต่ปีหนึ่งรีบวิ่งเข้ามากอดแขนเธอไว้แน่น ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับราวกับเพิ่งไปล่วงรู้ความลับระดับประเทศมา
"แก... แกรู้ข่าวหรือยัง!"
"ข่าวอะไรของแกแต่เช้าเนี่ยยัยมิน"
"ก็อาจารย์สตาฟฟ์ที่จะมาดูแลวอร์ดอายุรกรรมของกลุ่มเราสัปดาห์นี้ไง!"
ดาด้าส่ายหน้ายิ้ม ๆ "ไม่รู้สิ ในตารางไม่ได้ลงชื่อไว้ไม่ใช่เหรอ"
มินตราโน้มตัวเข้ามากระซิบกระซาบ ชิดจนแทบจะช้อนสายตามองรอบตัวราวกับกลัวคนทั้งโรงพยาบาลจะได้ยิน "อาจารย์หมอราม..."
ดาด้ากะพริบตาปริบ ๆ "ใครนะ"
"รศ.นพ.รามณรงค์ พงษ์พิพัฒน์" มินตราเว้นจังหวะพลางทำตาโต "อายุสามสิบห้า โสด หล่อที่สุดในโรงพยาบาล... และ..."
เธอแกล้งทำหน้าเคร่งขรึมลงทันที "เย็นชาที่สุดในสามโลก!"
ดาด้าหลุดหัวเราะขำกับท่าทางของเพื่อน "ขนาดนั้นเลย? แกก็เว่อร์ไป"
"แค่นั้นเองอะไรล่ะ!" มินตราแทบจะร้องลั่น "รุ่นพี่ปีห้าปีหกเตือนกันมาปากต่อปากเลยนะเว้ยว่า อย่าสบตาอาจารย์รามเกินสามวินาที"
"ทำไมล่ะ จะโดนหักคะแนนเหรอ"
"เปล่า... เพราะแกจะลืมหายใจต่างหากล่ะคะเพื่อน! หล่อแบบวัวตายควายล้ม หล่อแบบพระเจ้าตั้งใจสร้าง แต่ก็นั่นแหละ..." มินตราลดเสียงลงจนเหลือเพียงเสียงกระซิบอื้ออึงในลำคอ "อาจารย์ไม่เคยยิ้ม ไม่เคยมีแฟนใหม่ และไม่เคยสนใจผู้หญิงคนไหนเลย จนทุกคนสัญชาตญาณตรงกันว่า... จริง ๆ แล้วอาจารย์รักเคสคนไข้มากกว่าสิ่งมีชีวิตอื่นบนโลกนี้"
"เอาเถอะ ๆ เลิกเม้าท์แล้วรีบไปกันได้แล้ว เดี๋ยวจะสายตั้งแต่วันแรก" ดาด้าตัดบทพลางดึงมือเพื่อนให้ก้าวเดิน
"เดี๋ยวสิแก! ฉันยังเล่าไม่จบเลย..."
เพราะมัวแต่ยื้อยุดและหันไปคุยกัน ทั้งสองจึงไม่ทันสังเกตเห็นร่างสูงใหญ่ในชุดกาวน์ยาวที่กำลังก้าวเดินสวนมาทางหัวมุมตึก
ตุบ!
"อุ๊ย!"
ปลายรองเท้าผ้าใบสีขาวของดาด้าสะดุดเข้ากับขอบฟุตปาธที่ต่างระดับเข้าเต็มแรง ร่างโปร่งเสียหลักเซถลารวมถึงอ้อมแขนที่คลายออก ส่งผลให้หนังสือแพทย์เล่มหนาสามเล่มหลุดร่วง กระจัดกระจายลงไปกองกับพื้นเสียงดัง
"โอ๊ย... ซุ่มซ่ามจริงเรา"เธอบ่นอุบรีบก้มลงเพื่อจะเก็บของด้วยความลนลาน
ทว่า... ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วของเธอจะแตะเข้ากับปกหนังสือเล่มแรก มือใหญ่ของใครอีกคนก็ยื่นมาหยิบมันขึ้นตัดหน้าไปเสียก่อน
มันเป็นมือที่เรียวยาว สะอาดสะอ้าน และได้รูป ปลายนิ้วแข็งแรงคู่รอยตัดเล็บที่เรียบร้อย... ลักษณะเฉพาะของคนที่ผ่านการล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อนับครั้งไม่ถ้วนในแต่ละวัน
พร้อมกันนั้น กลิ่นหอมสะอาดอ่อน ๆ คล้ายเมนทอลผสมเปลือกไม้จาง ๆ ก็ลอยมาตามสายลมชวนให้รู้สึกตัดกับไอร้อนของแดดเช้า
ดาด้าค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองช้า ๆ... และในวินาทีนั้นเอง โลกทั้งใบรอบตัวก็คล้ายจะหยุดหมุนไปดื้อ ๆ
ชายหนุ่มรูปร่างสูงสง่าสมส่วนในชุดเสื้อเชิ้ตสีเทาเข้ม พับแขนเสื้อขึ้นลวก ๆ ภายใต้เสื้อกาวน์ยาวสีขาวสะอาดสะอ้านกำลังยืนค้ำหัวเธออยู่ โครงหน้าคมคายราวกับถูกสลักเสลาขึ้นมาอย่างประณีตและไร้ที่ติ ทว่าสิ่งที่ตรึงสายตาของเธอไว้กลับเป็นดวงตาสีน้ำตาลเข้มจัดคู่นั้น... มันนิ่งสนิท เย็นเยียบ ทว่ากลับลึกล้ำเสียจนดึงดูดให้คนมองเผลอจมดิ่งลงไปโดยไม่รู้ตัว
เขาประคองหนังสือทั้งสามเล่มส่งคืนมาให้ตรงหน้า
"ระวังหน่อย"
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเล็กน้อยดังขึ้นสั้น ๆ ไม่มีรอยยิ้มประดับบนใบหน้าคม และไม่มีคำปลอบโยนใด ๆ ตามมารยาท ทว่ามันกลับสั่นสะเทือนก้อนเนื้อในอกซ้ายของดาด้าให้เต้นผิดจังหวะอย่างไม่มีสาเหตุ
"ข... ขอบคุณค่ะ" เธอรีบยื่นมือไปรับหนังสือมาโอบไว้แน่น จนปลายนิ้วบังเอิญเฉียดโดนหลังมือหนาเบา ๆ ความอุ่นวาบแล่นปราดเข้าสู่หัวใจ
ชายหนุ่มเพียงพยักหน้ารับเล็กน้อยด้วยท่าทีราบเรียบ ก่อนจะก้าวเท้าเดินผ่านร่างของเธอไปอย่างรวดเร็ว ไม่แม้แต่จะหันกลับมามองซ้ำเป็นครั้งที่สอง
บทล่าสุด
#33 บทที่ 33 ความจริง
อัปเดตล่าสุด: 7/31/2026#32 บทที่ 32 หาคนร้าย
อัปเดตล่าสุด: 7/31/2026#31 บทที่ 31 สายใยรัก
อัปเดตล่าสุด: 7/31/2026#30 บทที่ 30 ขอแต่งงานกระทันหัน
อัปเดตล่าสุด: 7/31/2026#29 บทที่ 29 ลอบทำร้าย
อัปเดตล่าสุด: 7/31/2026#28 บทที่ 28 ความลับที่ถูกซ่อน
อัปเดตล่าสุด: 7/31/2026#27 บทที่ 27 เผชิญหน้า
อัปเดตล่าสุด: 7/31/2026#26 บทที่ 26 ความลับ
อัปเดตล่าสุด: 7/31/2026#25 บทที่ 25 สารภาพความจริง
อัปเดตล่าสุด: 7/31/2026#24 บทที่ 24 ความจริงปรากฎ
อัปเดตล่าสุด: 7/31/2026
คุณอาจชอบ 😍
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
รักระรินใจ
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
เมียเด็กของท่านประธานร้ายรัก
เธอเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานธรรมดา ส่วนเขาคือท่านประธานผู้สูงส่ง เย็นชา และอันตรายเกินกว่าที่หัวใจดวงเล็ก ๆ ของเธอจะรับมือไหว
น้ำขิงไม่เคยคิดเลยว่า การเข้ามาฝึกงานในบริษัทวัฒนากร กรุ๊ป จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลเพราะเพียงคืนเดียว...เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขา
ภูริช วัฒนากร คือผู้ชายที่ใคร ๆ ก็เกรงกลัว
เขาร้าย เขาเย็นชา เขาไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร แต่กับเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ เขากลับทั้งหวง ทั้งหึง ทั้งร้ายกาจ และไม่ยอมปล่อยมือ
“เธอเป็นของฉัน น้ำขิง จำไว้ให้ดี”คำพูดของเขาเหมือนโซ่ตรวนผูกเธอไว้กับความรักที่ทั้งหวาน ทั้งเจ็บ และหนีไม่พ้น
ทว่าเมื่อความลับและคำกล่าวหาร้ายแรงถาโถมเข้ามาผู้ชายที่เคยกอดเธอแน่น กลับเป็นคนเดียวกันที่ทำให้เธอเจ็บจนแทบขาดใจ เธอไม่ได้ต้องการเงินของเขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งเมีย ท่านประธาน เธอต้องการเพียงความเชื่อใจจากผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจแต่เมื่อเขาไม่ฟัง...เธอจึงเลือกจากไป
พร้อมหัวใจที่แตกสลาย และอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ที่เขายังไม่รู้ว่ามีอยู่จริง
คลั่งรักเมียแต่ง
คำโปรย
เมื่อเขาและเธอต้องมาอยู่ร่วมบ้านหลังเดียวกันในฐานะสามีภรรยา เขาเป็นคนพูดน้อยแถมยังดุ จึงทำให้เธอรู้สึกอึดอัดและน้อยใจอยู่บ่อยๆ
แนะนำตัวละคร
ภูวดล หรือ คุณภูมิ อายุ 32 ปี
เจ้าของสวนองุ่นขนาดใหญ่ เขาหล่อ ทำงานเก่ง พูดน้อย ดุ ชอบทำหน้าเข้ม จนเธอรู้สึกอึดอัด
รัตติกาล หรือ เจ้าขา อายุ 23 ปี
ลูกสาวร้านอาหารแห่งหนึ่งในตัวจังหวัด เธอสวย แต่งตัวแซ่บ ขี้น้อยใจ ชอบคิดเองเออเอง เพราะความอกหักจึงทำให้เธอเลือกที่จะประชด ตกลงรับคำแต่งงานกับใครที่ไหนก็ไม่รู้จัก ที่ผู้ใหญ่หาให้
@@@@@@
โรมานซ์ ฟีลกู๊ดเหมือนเดิม ไม่นอกกาย ไม่นอกใจ แต่เรื่องนี้พระเอกดุหน่อยนะคะโปรดทำใจก่อนอ่าน (แนวบ้านนอก)
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
สัญญารักประธานร้าย
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป













