บทนำ
พสุธา ได้รู้ความจริงิันแสนเศร้าว่า เขาเหลือเวลาอยู่บนโลกนี้ได้ไม่นาน เหตุเพราะลูกกระสุนที่ฝังอยู่ในหัว
แม้มีหนทางรักษา แต่ถ้าต้องอยู่อย่างแห้งเหี่ยวไร้ความรัก เขายอมจากไปดีกว่า
จนกระทั่ง เขาได้กลับมาพบกับ 'อุษณีย์' หญิงสาวผู้เป็นรักแรกอีกครั้ง
จากที่คิดว่าอยากจากไปอย่างสงบ ชายหนุ่มกลับมีความตั้งใจใหม่ว่า
ถ้ารู้ว่าตัวเองจะตายในอีกไม่นาน เขาจะทำทุกวิถีทางที่ให้ได้ครอบครองเธอ
แม้วิธีนั้นจะนำมาซึ่งความเจ็บปวดมากมายก็ตาม
'คลุมถุงชนสัมผัสรัก'
ศรันย์ ชายหนุ่มนักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จ เขารักชีวิตที่เต็มเปี่ยมไปด้วยอิสระของเขา
จนกระทั่งวันหนึ่ง บิดามารดาได้ยื่นคำขาด ให้เขาแต่งงานสร้างครอบครับกับ รสริน กุมารแพทย์สาวสวยสุดเย็นชา
แรกพบพา ตอนนัดดูตัวสิ่งที่ศรันย์พูดดันไม่ใช่ถ้อยคำโรแมนติก
แต่เป็นข้อตกลงที่ในขณะแต่งงานกันรสรินจะต้องไม่เข้ามายุ่งกับเรื่องส่วนตัวของเขา
เธอไม่มีสิทธิ์มาว่า ถ้าเขาจะไปดื่มเหล้าปาร์ตี้หรือนอนกับใคร ในเมื่อเธอที่ไม่มีใจให้ เขาก็ไม่คิดจะทำหน้าที่เมียบนเตียง
ซึ่งคำตอบของหญิงสาวแสนเย็นชาที่ไม่ได้คาดหวังความรักจากการแต่งงานตั้งแต่แรกคือ 'ตกลง'
บท 1
ตอน โกหก
@ห้างเพชรแห่งหนึ่ง
“คุณอยากได้วงไหนก็เลือกได้เลยนะ” เสียงทุ้มของ ศรันย์ เอ่ยขึ้นพร้อมกับจดจ้องไปยังใบหน้าเรียบเฉยของว่าที่เจ้าสาว
“วงนี้ค่ะ” รสริน ตอบพลางชี้ไปยังแหวนเพชรวงสวยวงหนึ่ง
‘ไม่เรื่องมากดีหนิ’ ศรันย์คิด บางทีเขาอาจจะคิดถูกแล้วที่ยอมแต่งงานกับลูกสาวของเพื่อนสนิทคุณพ่อ ถึงแม้หล่อนจะดูเย็นชาและแข็งกระด้างแต่ก็ยังดีที่เธอไม่ได้เป็นผู้หญิงเรื่องมาก ขี้เหวี่ยง ขี้วีน ขี้หึง จนน่ารำคาญเหมือนคู่ควงคนก่อนๆ ของเขา
“คุณอยากจะไปไหนต่อมั้ย” เขาถามหลังจากที่จัดการซื้อแหวนแต่งงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว
“ไม่ค่ะ” เธอตอบ
“ถ้าอย่างนั้นไปกินข้าวเที่ยงเป็นเพื่อนผมก่อนนนะแล้วค่อยกลับ” ว่าแล้วก็มองคนสวยตรงหน้าด้วยแววตาเจ้าชู้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับศรันย์ที่เขาจะใช้สายตาแบบนี้มองผู้หญิงสวยๆ
“ค่ะ” เธอตอบ ก่อนจะเดินตามเขาไปยังร้านอาหารสุดหรูร้านหนึ่ง
อีก 1 เดือนข้างหน้างานมงคลสมรสของลูกชายเจ้าสัวชื่อดัง กับลูกสาวเชฟอาหารไทยที่มีชื่อเสียงก็จะถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ เป็นงานแต่งที่ญาติมิตรคนสนิทของทั้งสองรู้ดีว่าเป็นการคลุมถุงชน ทางพ่อแม่เจ้าบ่าวอย่าง เจ้าสัวศิวะ กับ คุณ นาริน ที่บังคับให้ลูกแต่งงานกับลูกสาวเพื่อนสนิทก็เพราะอยากจะให้ลูกมีครอบครัวสักที
ปีนี้ศรันย์ก็อายุครบ32 ปีแล้ว มันถึงเวลาที่ลูกชายควรจะมีคู่มีครอบครัว อันที่จริงท่านทั้งสองก็ไม่ได้บังคับว่าลูกจะต้องเลือกรสรินมาเป็นเจ้าสาว พวกท่านให้อิสระในการเลือกคู่ชีวิตของลูกเสมอ แต่ทว่า...ตั้งแต่เด็กจนโตศรันย์ไม่เคยพบเจอกับรักแท้ ไม่เคยรักใครจริงๆ สักที เจ้าชู้มาตั้งแต่เด็ก ใช้ชีวิตบนคำว่า ‘รักสนุกแต่ไม่ผูกพัน’ มาตั้งแต่ตอนเป็นวัยรุ่นจนถึงตอนนี้ ทั้งที่พ่อก็รักแม่มากและแม่ก็ไม่ใช่ผู้หญิงเจ้าชู้ แต่เขาดันกลายเป็นคาสโนว่าได้ฉายา ‘เสือ’ มาตั้งแต่วัยรุ่น
จนถึงตอนนี้ชายหนุ่มก็ยังไม่รู้สาเหตุเลยว่าทำไมตัวเองกลายเป็นคนเจ้าชู้ หรือว่าเป็นเพราะเขาไม่เคยมีความรักในเชิงชู้สาวกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน ไม่เคยได้สัมผัสความรู้สึกนั้น ทุกวันนี้จึงกลายเป็นคนที่ทำงานหนักเพื่อครอบครัวและวิธีผ่อนคลายความเครียดหลังเลิกงานก็คือการดื่มสุราเคล้านารี
ซึ่งแน่นอนว่าการแต่งงานมีครอบครัวนั้นจะทำให้ชีวิตของเขาหมดความสนุก ในคราแรกชายหนุ่มก็ปฏิเสธท่าเดียว่าไม่แต่ง ถึงแม้จะรู้ว่ารสรินเป็นคนสวย เป็นกุมารแพทย์แถมยังพ่วงด้วยตำแหน่งลูกสาวคนโตเชฟอาหารไทยชื่อดัง ที่ปัจจุบันทำธุรกิจเปิดร้านอาหารที่มีหลายสาขาในประเทศ เรียกได้ว่าเป็นผู้หญิงที่เพอร์เฟคมากๆ คนหนึ่ง
และเหตุผลที่ศรันย์ยอมทิ้งความโสดและตกลงแต่งงานกับเธอก็เพราะอยากจะช่วยเหลือครอบครัวและช่วยเหลือชีวิตของ คุณบุรินทร์ พ่อของรสรินที่ตอนนี้ป่วยเป็นโรคร้ายมากกว่า 1 โรค เรียกได้ว่าชีวิตของท่านแขวนอยู่บนเส้นด้ายบางๆ และเป็นเพราะต้องใช้เงินค่ารักษาโรคหลายบาทต่อหนึ่งเดือน หนำซ้ำช่วงนี้เศรษฐกิจก็ไม่ค่อยดี ร้านอาหารไม่ได้มีลูกค้าเข้ามาเยอะเหมือนเมื่อก่อน พอขาดกำไรและต้องใช้เงินเยอะ ตอนนี้การเงินของครอบครัว ศิริพัตรา จึงอยู่ในขั้นวิกฤต แต่วิธีที่จะทำให้การเงินของครอบครัวนี้ดีขึ้นก็มีอยู่วิธีเดียว นั่นก็คือเธอจะต้องแต่งงานกับลูกชายคุณศิวะ
ต้องแต่งงานกับผู้ชายเจ้าชู้ที่เจอหน้าเธอทีไรเขาก็มักจะมองเธอด้วยสายตาโลมเลียไร้มารยาทแบบนี้ทุกครั้ง แม้จะไม่ได้อยากแต่งแต่นาทีนี้สิ่งที่รสรินควรทำที่สุดในฐานะคนที่เป็นลูกสาวคนโต ก็คือการช่วยชีวิตพ่อและค้ำจุนครอบครัวให้อยู่รอด...
ตอนนี้ทั้งสองกำลังนั่งรับประทานอาหารเที่ยงกันอยู่
“จำได้มั้ยว่าตอนเด็กๆ เราเคยเล่นขายของกันด้วย” เพราะเห็นว่าบรรยากาศมันตึงเครียดเกินไป เนื่องจากฝ่ายหญิงเอาแต่ก้มหน้าก้มตาทานอยู่เงียบๆ ศรันย์จึงอยากชวนคุย
“จำได้ค่ะ” เธอยังคงเป็นคนที่ถามคำตอบคำเหมือนทุกครั้ง พอได้นึกถึงเรื่องราวในตอนที่ยังเป็นเด็ก ศรันย์ก็รับรู้ได้โดยทันทีว่าผู้หญิงตรงหน้าช่างแตกต่างจากเด็กผู้หญิงในวันนั้นอย่างมากโข
สิ่งที่เปลี่ยนไปมากนั้นไม่ใช่หน้าตาของเธอ แต่เป็นนิสัยกับการแสดงออกต่างหาก เด็กหญิงรสรินที่เขาเคยเล่นด้วยคนนั้นค่อนข้างจะเป็นเด็กร่าเริงยิ้มเก่ง ช่างเจรจาต่างจากเธอคนนี้โดยสิ้นเชิง
ก่อนหน้านี้ก็เคยไปเที่ยว ไปเดต ด้วยกันตั้งหลายครั้ง แต่เธอก็ตอบสนองเขาอย่างเย็นชาไม่ให้จับเนื้อต้องตัวเลยด้วยซ้ำ และเขาก็เป็นพวกที่รักอิสระ ไม่ชอบบังคับใครเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ดังนั้นเพื่อที่จะทำให้ทุกอย่างมันดีขึ้น ชายหนุ่มก็คิดว่าเขาควรจะตั้งกฎเกณฑ์ในการใช้ชีวิตคู่ แบบคู่สามีภรรยาที่ไม่ได้เต็มใจจะอยู่ด้วยกัน
"ผมคิดว่า ในเมื่อเราสองคนต่างก็ไม่ได้เต็มใจที่จะแต่งงานกัน เราก็ควรที่จะมีกฏเกณฑ์ในการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน คุณโอเคมั้ยถ้าผมจะตั้งกฏ" เขาคิดว่านี่คือสิ่งที่ควรจะทำที่สุดก่อนที่จะแต่งงานกัน
“โอเคค่ะ แล้วแต่คุณ” เพราะไม่ได้วาดแผนผังอนาคตไว้ในหัวเลย ไม่ได้คิดว่าชีวิตหลังแต่งงานจะหอมหวานหรือไม่ ที่เธอต้องการมากที่สุดก็คือเงินเท่านั้น เพราะแบบนี้หญิงสาวจึงไม่ได้มีท่าทีตื่นเต้นหรือกระตือรือร้นสักนิด ถ้ากฎเกณฑ์ที่เขาตั้งขึ้นมันไม่ยากเกินไปเธอก็พร้อมที่จะทำตามกฏ
"ผมจะตั้งกฎแค่ข้อเดียวเท่านั้นกฎข้อนี้ก็มีอยู่ว่า ถ้าคุณไม่อยากนอนกับผม ไม่อยากจะทำหน้าที่เมียบนเตียงผมก็จะไม่บังคับ แต่...ถ้าผมออกไปเที่ยวหรือไปนอนกับผู้หญิงอื่น คุณก็ไม่มีสิทธิ์มาโวยวายเช่นกัน เพราะคุณไม่ยอมทำหน้าที่นั้นเอง"
สำหรับหญิงสาวแล้วเธอคิดว่ามันเป็นกฎที่ดีต่อตัวเธอเอง แล้วก็ดีต่อตัวเขาด้วย
“ตกลงค่ะ” เธอตอบตกลงที พอเงยหน้าขึ้นมาก็พบว่าอีกฝ่ายก็กำลังยิ้มกริ่ม เขาเองก็ดีใจที่เธอยอมตอบตกลงง่ายๆ เช่นกัน
‘อยู่มันไปแบบนี้แหละ ดีที่สุดแล้ว’ แม้รสรินจะคิดเช่นนั้นแต่จริงๆ แล้ว เธอก็เป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่ปรารถนาอยากจะมีชีวิตหลังแต่งงานที่หวานชื่นและได้แต่งงานกับคนที่ตัวเองรัก แต่ก็คงจะทำได้แค่เพ้อฝันต่อไป เพราะผู้ชายคนนี้คือศรันย์ เขาไม่มีวันที่จะทำให้เธอมีความสุขได้อย่างแน่นอน
ณ โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง
“ผมกลับก่อนนะครับคณลุง แล้ววันหลังจะมาเยี่ยมใหม่” หลังจากทำธุระที่ห้างเสร็จแล้วศรันย์ก็พาว่าที่ภรรยามาส่งที่โรงพยาบาล และก็แวะไปเยี่ยมคุณบุรินทร์ด้วย
“อืม...ขอบใจมากนะลูก ขับรถดีๆ นะ”
และศรันย์ก็เดินออกจากห้องพักฟื้นของว่าที่พ่อตาไปด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเปิดประตูออกไปเขาก็แอบส่งยิ้มให้รสรินด้วยแต่เธอยังคงตอบสนองด้วยสีหน้าเรียบเฉยเช่นเดิม ไม่รู้สึกหวั่นไหวกับใบหน้าหล่อเหลาทรงเสน่ห์ของเขาเลยสักนิด
“ยอร์ชเขาก็ดูเป็นคนดีนะคะ ดูสิ ซื้อของมาฝากเราเยอะเลย แถมยังนั่งคุยกับพ่อตั้งนาน” คุณสีดา หันมาคุยกับสามีพลางมองอาหารที่ศรันย์ซื้อมาฝาก
“นั่นสิ เห็นแบบนี้พ่อก็สบายใจแล้ว โรสล่ะ หนูโอเคใช่มั้ยลูก” ภาพที่ผู้หลักผู้ใหญ่เห็นเป็นประจำมักจะเป็นด้านดีของศรันย์ซะส่วนใหญ่ ดังนั้นท่านทั้งสองจึงค่อนข้างจะมั่นใจว่าศรันย์จะดูแลรสรินได้
“ค่ะ หนูโอเคค่ะพ่อ เขาก็นิสัยดี” เธอโกหก
“อืม...ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้วล่ะ ขอบคุณนะลูกที่ทำเพื่อพ่อ ทำเพื่อบ้านของเรา” ผู้สูงวัยที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งหลังโพรงจมูก โรคความดันและโรคนิ่วในไต ราวกับว่าร่างกายของท่านในตอนนี้กำลังเป็นแหล่งรวมโรคร้าย ท่านเคยเกือบจะจากไปแล้วครั้งหนึ่งแต่ก็เป็นเพราะว่าชะตายังไม่ถึงฆาต แถมท่านยังมีความใจสู้ แม้กายจะป่วยแต่ใจสู้จึงทำให้คุณบุรินทร์ยังมีลมหายใจอยู่จนถึงวันนี้
“ไม่เป็นไรค่ะพ่อ มันเป็นหน้าที่ของหนูอยู่แล้ว” เธอตอบพร้อมกับรอยยิ้ม มันเป็นทั้งรอยยิ้มที่โกหกและคำพูดที่โกหก...
บทล่าสุด
#38 บทที่ 38 ไม่มีวัน
อัปเดตล่าสุด: 6/10/2026#37 บทที่ 37 ทำทุกอย่าง
อัปเดตล่าสุด: 6/10/2026#36 บทที่ 36 ไร้รัก
อัปเดตล่าสุด: 6/10/2026#35 บทที่ 35 สักวันหนึ่ง
อัปเดตล่าสุด: 6/10/2026#34 บทที่ 34 เจ้าสาว 100 ล้าน
อัปเดตล่าสุด: 6/10/2026#33 บทที่ 33 เวคินทร์
อัปเดตล่าสุด: 6/10/2026#32 บทที่ 32 สถานะเปลี่ยน
อัปเดตล่าสุด: 6/10/2026#31 บทที่ 31 ทำสำเร็จ
อัปเดตล่าสุด: 6/10/2026#30 บทที่ 29 กำลังจะตาย
อัปเดตล่าสุด: 6/10/2026#29 บทที่ 29 คำอธิษฐานที่ไม่มีวันเป็นจริง
อัปเดตล่าสุด: 6/10/2026
คุณอาจชอบ 😍
ภรรยา(เก่า)ของมาเฟีย - เมีย (น้อย) ของมาเฟีย
"ไง ไม่ได้เจอกันหลายปี" เสียงทักทายแสนเย็นชานั้นทำเอาเธอยืนขาแข็งไปหมด
"ทำไมถึงจับฉันมาล่ะ"
"ไม่รู้สินะ ก็แค่มีเรื่อง...อยากเคลียร์นิดหน่อย"
เมื่อวิศวะดุหวงเด็ก
คลั่งรักแค่เธอ (มาวิน X อบิเกล)
ปากบอกไม่รักไม่ชอบ แค่ของเล่นที่ยังไม่เบื่อแต่ตามติดเป็นเงาแบบนี้เขาเรียกว่าอะไรกัน
ลุงคนนี้เป็นมาเฟีย
"ฉันบอกบอกไง"
"ก็หนูชอบลุง"
"กลับไปตั้งใจเรียนซะ"
เธอไม่ได้หันไปตอบอะไร เธอแค่คิดว่า น้ำหยดลงหินทุกวัน หินบอกโอเค"
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
ดวงใจรักนักรบ
Vs
หฤทัย สิริโสกุล สาวน้อยวัยกระเตาะเจ้าของโรงเรียนอนุบาลป้ายแดง ชีวิตของเธอเหมือนจะดี๊ดี ชอบมองโลกในแง่บวกเสมือนเจ้าของทุ่งดอกลาเวนเดอร์มาเอง หากหัวใจเจ้ากรรมต้องกระตุกเต้นแรง เมื่อดันมาสปาร์กกับพ่อลูกอ่อนจอมเย็นชาเข้าเต็มเปา ทว่าอ่อยเบอร์แรงสักแค่ไหน เขาก็เฉยซะจนน่าระเหี่ยใจ แต่อย่าหวังว่าเธอจะถอย ก็เจ้าลูกชายก็น่ารักน่าฟัด น่าสมัครเป็นแม่เลี้ยงเป็นที่สุด ส่วนคนเป็นพ่อก็มีเสน่ห์เหลือล้นน่าดามใจซะขนาดนี้ มารยาทุกเล่มเกวียนที่มีเธอจะขุดขึ้นมาใช้ให้หมด อยากรู้นักว่าเขาจะเป็นเจ้าพ่อน้ำแข็งไปได้นานสักแค่ไหน!
เสี่ยงรักร้ายนายเพื่อนไม่สนิท
“แล้วฉันจะได้อะไรจากนาย” พรีนต่อลองกับเขาคนหน้าขรึม
“เธอ....” สายตาคมคู่ดุจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่พอใจ เขาเสียเวลาที่เธอต่อลองกับเขามากพอแล้ว
“เหอะ คิดว่าหล่อ เป็นไอดอลแล้วไง ใช่ว่าสาวๆ จะชอบนายจะทุกคนหรอกนะ” พรีนเอ่ยพร้อมเชิดหน้าใส่แทคิณ ไอดอลแล้วไง ถึงนายนี้จะหล่อตรงสเปกฉันมากก็เถอะ เล่น ตัวไปสิคะ ใบหน้าอันหล่อเหลาโน้มเข้าหาคนตรงหน้า พร้อมกับหลุดรอยยิ้มที่มุมปาก
“ไม่ชอบ เกลียดฉัน” เขาแสยิ้มถามคนตรงหน้า
“ก็ไม่ขนาดนั้น”
“จะช่วยไม่ช่วย” เขาเอ่ยเสียงเข้ม แต่นั้นภายในหัวของพรีนกับคิดอะไรขึ้นมา
“ฉันไม่เคยช่วยใครฟรี อะไรดีน๊า นาฬิกานั้นก็แบรนด์หรู แหวนที่นิ้วนายนั้นก็สวย” นัยน์ตาเจ้าเล่ห์ของคนใบหน้าสวยจงใจเหลือบมองที่แขนและข้อมือของเขามาอย่างตั้งใจ นาฬิกานั้นก็สวย แหวนที่ใส่ในนิ้วนั้นก็แบรนด์ดังด้วยสิ แต่น่าเสียดายที่เธอมีมันหมดแล้ว
“อะไร ดีน๊า ที่สาวๆ ทั้งประเทศอยากได้จากนายกัน” เธอเอ่ยอย่างเชิดหน้า เหอะเขาคงคิดว่าฉันอยากได้ อย่างสาวๆ คนอื่นๆ อยากได้ละสิ ในเมื่อเขาให้โอกาสแล้ว แต่เธอกับไม่เลือกมัน ได้เขานี้แหละจะยัดเยือดสิ่งนี้ให้เธอเอง
พิษรักร้าย Toxic love
"ออกไป ถ้าไม่อยากโดนข้อหาบุกรุกห้องคนอื่นในยามวิกาล" นินิวบอกริกมาเสียดังด้วยสีหน้าโกรธจัด ที่ริกเข้าห้องเธออย่างถือวิสะ
"ไม่ไป ในเมื่อที่นี่คือห้องเมียฉัน ทำไมฉันต้องออก" ร่างสูงบอกมาด้วยเสียงแข็งด้วยความไม่พอใจ
"ห้องฉันไม่ใช่ห้องของยัยโมเน่ เมียคนปัจจุบันของพี่ ถ้าพี่ยังหลงเหลือความเป็นคนอยู่บ้างก็ออกไปจากห้องฉันคะ" แต่ริกกับไม่สนใจคำพูดนินิวเลยซักนิด ร่างสูงเดินเข้ามาหาคนตรงหน้า นินิวที่เห็นเช่นนั้นถึงกับจับที่ชายผ้าขนหนูเอาไว้แน่นขึ้น เพราะคนตรงหน้านั่นดูอันตรายสำหรับเธอ
"อย่านะพี่ริก เรื่องของเรามันจบไปแล้ว" นินิวบอกมาด้วยเสียงสั่นเพราะสายตาที่เขามองเธอมามันน่ากลัวมากจริงๆ
"ชอบฉันไม่ใช่เหรอ เอาฉันแล้วจะไปอ่อยคนอื่น อีกทำไม ฉันเห็นเต็มสองตาว่าเธอจูบกับไอ้ไทม์"
"ในเมื่อพี่เห็นเช่นนั้น พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียสิ ฉันจะอ่อยจะจูบกับใครมันก็เรื่องของฉันไหม ฉันบอกพี่ไม่กี่ร้อยครั้งแล้วว่าเราเลิกกันแล้ว เพราะพี่มันเลว ฉันเลยไม่อยากได้พี่แล้ว "
อริรักท่านประธาน
ส่วนเธอ...คู่แข่งตัวเล็กๆที่เกลียดชังเขาเพราะถูกเขากลั่นแกล้ง
เมื่อคู่อริอย่างเธอและเขาที่ชังกันมาตลอด....แต่จู่ๆในวันหนึ่งต้องมานอนเตียงเดียวกัน...เรื่องราวต่อไปจะเป็นเช่นใด!?
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
เด็กเนิร์ด - มาเฟียกับเมียเด็กแว่น
แต่ใครจะไปรู้ภายใต้เด็กหนุ่มใส่แว่นถ้าเป็นผู้ชายที่ทั้งหุ่นดีและเซ็กซ์จัด
"ปากดีนัก ทีนี้จะกล้าล้อฉันว่าเป็นเด็กเนิร์ดอีกมั้ย หื้มม...."













