บทนำ
แต่วันนี้มายอกว่ารัก เพียงเพราะต้องการปกปิดความผิด
ของตัวเองอย่างคนเห็นแก่ตัว เธอไม่อยากจะยอมให้เขาเลย
...แต่หัวใจมันไม่เชื่อฟัง
“นี่เงินค่าตัว ฉันไม่เอาฟรีๆ หรอก...ฉันรู้ว่าคนจนๆ แบบเธอมันต้องการใช้เงิน ถือซะว่าเป็นค่าหมอค่ายาก็แล้วกันนะ เพราะที่โดนไปวันนี้ก็ไม่รู้ว่าจะฉีกหรือเปล่า อีกนานเท่าไหร่ไม่รู้ถึงจะกลับมาใช้งานได้เหมือนเดิม ไปให้หมอตรวจหน่อยก็ดี”
ณัชชาได้แต่กัดริมฝีปากแน่น เหลียวมองปึกเงินที่เขายื่นมาทางด้านข้าง หัวใจเธอมันเจ็บปวดเกินกว่าจะทนได้แล้ว นี่เขาจะดูถูกเหยียดหยามศักดิ์ศรีเธอไปถึงเมื่อไหร่กัน !
“ฉันไม่ต้องการ ! ” เธอพยายามทำเสียงไม่ให้สั่น แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำได้นานแค่ไหน
“เอ...หรือเธอจะไม่ต้องการใช้เงิน เพราะถ้าไปหาหมอแบบใช้ร่างกายแทนค่ารักษาก็ประหยัดไปอีกเยอะเลย” เทวราชพูดกลั้วหัวเราะ
หญิงสาวกำหมัดแน่น อยากรู้จริงๆ ว่าเขาใช้สมองส่วนไหนคิด คำพูดแต่ละคำที่ออกมาถึงได้เลวร้ายขนาดนี้
บท 1
ท่ามกลางสายหมอกยามเช้าในหมู่บ้านดอยช้าง ร่างน้อยสั่นระริกอยู่บนเก้าอี้ไม้สักตรงชานบ้านที่ยื่นออกไปยังทางเดินทอดสู่พื้นที่การเกษตรของครอบครัว ...ทั้งหมดไม่ใช่เพราะหนาว...แต่เพราะความเจ็บปวดที่กลั่นกรองออกมาเป็นน้ำตาอันไหลบ่าอยู่ในขณะนี้ต่างหาก
สายตาพร่าเลือนมองพื้นที่เบื้องล่างอันเป็นแปลงกาแฟอาราบิกาซึ่งเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงรอการเก็บเกี่ยวอย่างไร้จุดหมาย ระยะนี้หัวใจสั่นไหวแปลกๆ มันกำลังระวังบางสิ่งที่ยังมิอาจจะไว้ใจได้เลย
ความปวดร้าวที่กระแทกอัดในใจมานานปี มีสาเหตุมาจากคนๆ เดียวในอดีต ทำให้มือบางคลำหาสิ่งที่ใช้แทนจี้สร้อยคอด้วยความรู้สึกหวาดหวั่น...สวรรค์ หากเจ้าของสิ่งนี้คือต้นเหตุความกลัวทั้งหมดแล้วละก็ ได้โปรดคุ้มครองเธอด้วย
“แม่เล็กจ๋า” เสียงเจื้อยแจ้วดังมาจากทางด้านหลัง เธอรีบเช็ดน้ำตา หันไป ยิ้มหวานให้เจ้าคนที่เดินจูงมือมากับชายวัยกลางคนซึ่งเขาหน้าคล้ายคลึงกัน แล้วลุกจากเก้าอี้ คุกเข่าลงและอ้าแขนออก รอเด็กหญิงโผเข้ามากอด
“ตื่นแล้วหรือคะน้องสร มาให้แม่หอมทีซิ” หญิงสาวหอมแก้มนุ่มนิ่มทั้งซ้ายและขวาก่อนจะพาขึ้นมานั่งบนเก้าอี้ด้วยกัน
ช่วงปิดเทอมแบบนี้เด็กหญิงอัปสรไม่ต้องไปโรงเรียน ทำให้มีเวลานั่งเล่นกับคุณแม่และคุณตามากขึ้น
“วันนี้น้องสรตื่นเช้าแม่เล็กต้องให้น้องสรหอมแม่เล็กจ๋าด้วยนะคะ”
ณัชชายิ้มกว้าง จับปลายจมูกคนตัวเล็กโยกไปมา ก่อนที่มือน้อยจะโอบรอบลำคอของมารดา ออกแรงโน้มศีรษะหอมเข้าหา ลูกสาวคนนี้ฉายแววเจ้าเล่ห์ตั้งแต่ยังเด็ก ไม่รู้ว่าโตขึ้นไปเธอจะตามทันหรือเปล่า
“อ๊ะๆ” คนเป็นแม่ขืนตัวไว้ “ต้องพูดว่ายังไงเอ่ย”
“let me kiss you” สำเนียงภาษาอังกฤษของเด็กหญิงยังไม่ชัดเจนแต่ก็ถือว่ามีพัฒนาการที่ดีกว่าเด็กในวัยเดียวกัน ณัชชาจึงเอียงแก้มให้หอมหนึ่งที หลังจากนั้นจึงได้เห็นเจ้าตัวเล็กย่นจมูกแล้วทำหน้ามุ่ย
“แก้มแม่เล็กจ๋าเหม๊นเหม็น” แกล้งว่าพร้อมตะกายลงตัก ก้าวอาดๆ ไปทางคุณตาซึ่งนั่งลงที่เก้าอี้ตัวข้างๆ แล้วกระตุกชายเสื้อท่านอย่างออดอ้อน
“แก้มคุณตาจะเหม็นไหมน้า...”
ราพณ์หันไปหัวเราะชอบใจกับลูกสาว แบบนี้จะไม่ให้รักหลานสาวคนนี้มากได้ยังไง
“เจ้าเล่ห์นักนะอัปสร” คนเป็นแม่พูดกลั้วเสียงหัวเราะ ขณะที่บิดาเอียงแก้มให้หลานสาวทดสอบ
“เป็นยังไง...แก้มตาหอมหรือว่าเหม็น” ราพณ์ส่งสายตาอย่าผู้ชนะให้ลูกสาว มั่นใจเหลือเกินว่าหลานจะต้องตอบแบบที่ตนหวัง
อัปสรขมวดคิ้วมุ่น ทำท่าครุ่นคิด ไม่นานก็เดินกลับไปซบที่ตักแม่ ทำให้คุณตาหน้าแตกหมอไม่รับเย็บ
“แก้มแม่เล็กจ๋าหอมกว่าแก้มคุณตาค่ะ” เด็กน้อยพูดพลางโอบเอวมารดาไปด้วย ดูสิ ! แบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันชัดๆ
“ถ่อวววว...” คนแก่แกล้งทำเสียงกระเง้ากระงอด ทำท่าว่าน้อยใจเต็มทน แต่ก็อดยิ้มไม่ได้กับความน่ารักน่าชัง ณัชชายิ้มละมุน ลูบศีรษะลูกเบาๆ คิดในใจว่าหากมีใครพาอัปสรไปละก็ เธอคงต้องขาดใจตายแน่นอน
คิดแล้วใจหาย เธอจึงรวบเด็กหญิงเข้ามากอดทั้งตัวเหมือนกลัวว่าร่างน้อยจะอันตรธานหายไป
“I love you baby”
“เป็นอะไรไปยัยแสบ”
เสียงทุ้มของบิดาดังขึ้นตอนที่เห็นท่าทางเช่นนั้น ณัชชาสะอึกนิดหนึ่งแล้วจึงปรับสีหน้าให้เป็นปกติ
“ไม่ได้เป็นอะไรนี่คะพ่อ...แค่คิดถึงน้องสร อยากกอด อยากหอมก็เท่านั้นเอง”
“อย่าเฉไฉน่า ฉันไม่เคยเห็นแกเป็นแบบนี้มานานแล้วนะ เป็นอะไรก็บอก อย่าปิดบัง ก็รู้อยู่ว่าตัวเองปิดไม่มิด”
“อู๊ยยย ! ” ณัชชาครวญกลบเกลื่อนด้วยเสียงสูงๆ จนเด็กหญิงอัปสรหัวเราะใส่หน้า “พ่อนี่ก็...อะไรที่พ่อไม่เคยเห็นใช่ว่ามันจะไม่มีนะคะ”
เธอสาบานแล้วว่าชีวิตนี้จะไม่ยอมให้พ่อไล่บี้ได้ทันแม้แต่เรื่องเดียว ยกเว้นเรื่องลูกสาว เพราะหากไม่มีท่านช่วยเลี้ยงก็ไม่รู้ว่าเธอจะเป็นยังไง
“ยัยลูกคนนี้นี่” ราพณ์แกล้งเอ็ด
ณัชชาจะระเบิดเสียงหัวเราะตามลูกสาวไปอีกคน แล้วจึงตัดสินใจพาเด็กหญิงเข้าไปในบ้านเป็นเชิงตัดบทการสนทนาแต่เพียงเท่านี้ ทว่าก่อนจะทันได้ทำตามใจหญิงสาวก็เป็นอันต้องชะงักเท้าเพราะคำพูดที่ว่า
“ฉันรู้นะว่าแกกำลังกลัว”
ชั่วขณะหนึ่ง ลมหายใจหญิงสาวได้สะดุดลง เช่นเดียวกับเสียงหัวเราะเจื้อยแจ้วจากคนตัวน้อยอ้อมกอด เด็กหญิงเห็นสีหน้ามารดาเปลี่ยนไปคล้ายคนจะร้องไห้จึงพลอยจะเป็นกับมารดาอีกคน
“แม่จ๋า...”
อัปสรเรียกด้วยเสียงสั่นเครือ ณัชชายิ้มขื่นให้ลูก สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ รวบรวมความเข้มแข็งที่ไม่รู้ว่าโบยบินหายไปไหน พร้อมกับตอนที่รับรู้ว่า The green paradise at Doi Chaang ได้ต้อนรับแขกคนสำคัญคนหนึ่งนั่นแล้ว
“มันจะไม่มีวันเกิดขึ้นแน่นอนค่ะ พ่อไม่ต้องห่วงนะคะ...เล็กเข้าใจดีว่าเราสองคนต่างก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด พ่อต้องดูแลโรงแรมและลูกค้า เล็กเองก็จะปกป้องน้องอัปสรให้ดีที่สุดเหมือนกัน”
“ถ้างั้นหลบไปอยู่ที่อื่นก่อนดีไหม” บิดาแสนอแนวทาง
“ไม่ค่ะ ! ” ณัชชาหันไปเผชิญหน้าท่านด้วยแววตาที่กล้าแข็ง แสดงถึงความมั่นใจจัดเจน “เล็กจะไม่ยอมไปไหนอีกแล้ว เพราะถ้านี่มันคือราคาที่เล็กจะต้องจ่ายเพื่อแลกกับหัวใจตัวเอง...เล็กก็ยอมค่ะ”
“งั้นฉันจะบอกไอ้ใหญ่ให้ว่าในสองสามวันนี้แกจะไม่เข้าโรงแรม จนกว่าจะเสร็จงานนี้”
ราพณ์สรุปให้เสร็จสรรพ ณัชชาระบายยิ้ม ค้อมศีรษะรับคำ แล้วพาเด็กหญิงอัปสรเข้าไปในบ้านเพื่อรับประทานอาหารเช้า
บทล่าสุด
#38 บทที่ 38 END
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#37 บทที่ 37 21
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#36 บทที่ 36 20.2
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#35 บทที่ 35 20.1
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#34 บทที่ 34 19
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#33 บทที่ 33 18.2
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#32 บทที่ 32 18.1
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#31 บทที่ 31 17.2
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#30 บทที่ 30 17.1
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#29 บทที่ 29 16.2
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026
คุณอาจชอบ 😍
รักระรินใจ
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
พี่สาวครับรับรักผมด้วย
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
เมียเด็กของท่านประธานร้ายรัก
เธอเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานธรรมดา ส่วนเขาคือท่านประธานผู้สูงส่ง เย็นชา และอันตรายเกินกว่าที่หัวใจดวงเล็ก ๆ ของเธอจะรับมือไหว
น้ำขิงไม่เคยคิดเลยว่า การเข้ามาฝึกงานในบริษัทวัฒนากร กรุ๊ป จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลเพราะเพียงคืนเดียว...เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขา
ภูริช วัฒนากร คือผู้ชายที่ใคร ๆ ก็เกรงกลัว
เขาร้าย เขาเย็นชา เขาไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร แต่กับเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ เขากลับทั้งหวง ทั้งหึง ทั้งร้ายกาจ และไม่ยอมปล่อยมือ
“เธอเป็นของฉัน น้ำขิง จำไว้ให้ดี”คำพูดของเขาเหมือนโซ่ตรวนผูกเธอไว้กับความรักที่ทั้งหวาน ทั้งเจ็บ และหนีไม่พ้น
ทว่าเมื่อความลับและคำกล่าวหาร้ายแรงถาโถมเข้ามาผู้ชายที่เคยกอดเธอแน่น กลับเป็นคนเดียวกันที่ทำให้เธอเจ็บจนแทบขาดใจ เธอไม่ได้ต้องการเงินของเขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งเมีย ท่านประธาน เธอต้องการเพียงความเชื่อใจจากผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจแต่เมื่อเขาไม่ฟัง...เธอจึงเลือกจากไป
พร้อมหัวใจที่แตกสลาย และอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ที่เขายังไม่รู้ว่ามีอยู่จริง
บ่วงรักกับดักแค้น
เมื่อรักแรกที่จบลงด้วยการทรยศอย่างเลือดเย็น กลับวนมาเจอกันอีกครั้งในสถานะประธานบริหารคนใหม่กับพนักงานขายตัวท็อป ภีม (ภีมากร) กลับมาพร้อมความเย็นชาและแผนการทำลายชีวิตคนที่เคยทิ้งเขาไป ขณะที่พริก (พริมา) ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการกลั่นแกล้ง เพราะความลับที่เธอซ่อนไว้ในอดีตนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป













