ทาสแค้นแสนรัก

ทาสแค้นแสนรัก

Feel The Sun · เสร็จสิ้น · 92.4k คำ

981
ยอดนิยม
7.7k
การดู
213
เพิ่มเมื่อ
เพิ่มไปยังชั้นวาง
เริ่มอ่าน
แชร์:facebooktwitterpinterestwhatsappreddit

บทนำ

เด็กที่ถูกอุปการะอย่างเธอก็แค่ส่วนเกินสำหรับเขา คนที่เข้ามาแย่งความรักจากครอบครัวจนทำให้เขาไม่พอใจ นั่นจึงต้องเป็นคนที่ถูกเกลียดและรังแกมาตั้งแต่เด็กจนโต ถูกควบคุมชีวิตทุกอย่างในฐานะ ทาส ของเขา
ทาสที่ไม่มีทางหนีเขาไปไหนพ้นด้วยคำว่าบุณคุณ และความรัก

บท 1

“เอามานี่!” เด็กชายวัยแปดขวบกระชากของเล่นชิ้นใหม่ในมือของเด็กสาวออกไปทันที

“นั่นของน้ำมนต์นะคะ” เด็กหญิงในวัยหกขวบร้องบอกเมื่อของเล่นตัวเองถูกแย่งไป

“แต่นี่มันเงินแม่ฉัน” เสียงเอาแต่ใจดังขึ้นบอกความจริงของเด็กไม่รู้ภาษา

“แต่คุณท่านซื้อให้น้ำมนต์” เสียงแผ่วเบาดังขึ้นอย่างหวาดกลัว

“แต่ฉันไม่ให้เล่น!” ใบหน้าดื้อรั้นเอาแต่ใจปรากฏขึ้นอย่างไม่ยอมสนใจสิ่งใด

“พี่ภีม น้ำมนต์ขอคืน” เด็กน้อยร้องขอหวังให้อีกฝ่ายเห็นใจและคืนของเล่นให้กับเธอ

“อยากได้เหรอ” แล้วท่าทีกับน้ำเสียงก็เปลี่ยนขณะถาม

“ค่ะ น้ำมนต์อยากได้” เด็กน้อยรีบตอบกลับไปอย่างไม่รอช้า ดีใจที่จะได้ของเล่นกลับคืนมา

“งั้นฉันคืนให้ก็ได้”

“พี่ภีม! ฮึก!!” เด็กหญิงร้องไห้ออกมาทันที ที่ตุ๊กตาตัวใหม่ของเธอถูกดึงผมจนหลุดออกหมดด้วยฝีมือลูกชายเข้าของบ้าน

“ฮ่า!!  ๆ ๆ  อยากได้ก็เอาไปเลย ยัยเด็กไม่มีแม่ ฮ่า!!  ๆ ๆ” เสียงหัวเราะชอบใจดังขึ้นพร้อมกับเรียกขานเด็กน้อยตรงหน้าอย่างที่ตนรับรู้มาตลอด

เด็กไม่มีแม่

“ตาภีมแกล้งน้องทำไม” คุณหญิงผกามาศที่ลงมาจากด้านบนของบ้านได้ยินเสียงร้องไห้ของเด็กหญิงน้ำมนต์ก็รีบเดินเข้าไปดู ก่อนจะได้เห็นว่าลูกชายตนแกล้งเด็กหญิงคนนั้นจนร้องไห้

“ไม่ได้แกล้งสักหน่อยครับ” เด็กชายตอบกลับอย่างไม่ยอมรับความผิดของตัวเอง

“ก็แม่เห็นอยู่ว่าเราทำตุ๊กตาน้องพัง”

“ภีมก็แค่อยากเล่นตุ๊กตาดูบ้างก็แค่นั้นเอง” คำแก้ตัวฟังไม่ขึ้นดังออกอย่างไม่คิดยอมรับง่าย ๆ

“เหรอลูก งั้นแม่หักค่าขนมลูกอาทิตย์นี้เอาไปซื้อตุ๊กตาให้น้องคืนแล้วกัน น้ำมนต์ไปหาป้าสำรวมไปลูก” คุณหญิงผกามาศไม่ได้เข้าข้างลูกชายตัวเองสักนิด ในเมื่อทำผิดแล้วไม่ยอมรับก็ต้องถูกลงโทษไม่ให้เสียคน

“ค่ะ” เด็กน้อยตอบรับอย่างรู้ภาษา เดินก้มหน้าเจียมตัวออกไปทันที

“ทำไมคุณแม่ต้องเอาเงินภีมไปซื้อของเล่นให้เด็กบ้านั่นด้วย!” เสียงโวยวายของลูกชายดังขึ้นอย่างไม่ยอมรับกับสิ่งที่แม่ทำ ไม่มีเหตุผลเลยสักนิดที่เขาต้องเสียเงินให้ค่าของเล่นเด็กไม่มีแม่นั่น

“ตาภีม! แม่ไม่เคยสอนให้ลูกพูดไม่เพราะแบบนี้นะ” คุณผกามาศดุลูกชายออกมาอีกครั้งกับนิสัยเอาแต่ใจจนก้าวร้าวขึ้นทุกวันทั้งที่ตนไม่เคยสอนให้ลูกเป็นแบบนี้

“ก็แม่จะเอาเงินภีมไปซื้อของให้คนอื่น!” เขายังโต้เถียงแม่ตัวเองอย่างไม่ยอมรับเพราะคิดว่าไม่ผิด

“ก็เราเกเรก่อน แม่ต้องลงโทษ”

“ภีมโกรธแม่แล้ว!” ว่าจบภีมก็วิ่งหนีขึ้นห้องนอนของตนไปด้วยความโกรธและน้อยใจ

ตกเย็นภีมที่ออกมาเล่นสนามหลังบ้านอีกครั้งตามประสาเด็ก ก็เห็นน้ำมนต์นั่งซ่อมตุ๊กตาตัวนั้นอยู่ จึงเดินเข้าไปหาอย่างไม่รอช้า

พลั่ก! ตุบ!

“ฮึก! พี่ภีมผลักน้ำมนต์ทำไมคะ ฮึก!” น้ำมนต์ตกจากเก้าอี้เพราะฝีมือของภีมก่อนจะถามเสียงสะอื้นด้วยความรู้สึกเจ็บ

“ฉันไม่มีน้อง อย่าสะเออะมาเรียกฉันว่าพี่!” เสียงดังของเด็กชายภีมดังขึ้นอย่างไม่ยอมรับน้องสาวตรงหน้า

“แต่คุณท่านบอกให้น้ำมนต์เรียกพี่ภีม ฮึก!” เด็กน้อยบอกออกไปตามที่ได้ถูกสอนมา

“แต่ฉันไม่ให้เธอเรียก!” เด็กชายภีมย้อนกลับในทันที ยิ่งกับคนที่เขาไม่ชอบไม่มีทางให้เธอเรียกเขาแบบนี้เด็ดขาด

“แล้วพี่ภีมจะให้น้ำมนต์เรียกว่าอะไร” เด็กน้อยไร้เดียงสาถามขึ้นอย่างไม่รู้

“เรียกฉันว่าคุณ แล้วอย่าให้ฉันได้ยินเธอเรียกว่าพี่อีก ยัยเด็กไม่มีแม่!” คำสั่งเอาแต่ใจดังขึ้นตามแบบที่ได้ยินแม่บ้านเรียกแม่ของเขา แล้วภีมก็เดินหนีเข้าบ้านไปทันทีอย่างไม่สนใจ

“ฮึก! ฮือ!!” น้ำมนต์ได้แต่นั่งร้องไห้อยู่ที่สนามหญ้าหลังบ้านคนเดียวอย่างไม่เข้าใจกับอะไรสักอย่าง

ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติที่เธอเจอมาตั้งแต่จำความได้ว่าเธอจะถูกพี่ภีมแกล้งเธอมาตลอดเวลาทั้งที่หลายครั้งเธอก็อยู่ของเธอดี ๆ ไม่ว่าเขาจะเข้ามาดึงผม ผลักเธอแรง ๆ แย่งของเล่นที่เขาไม่ได้อยกาเล่น หรือแม้แต่ขนมที่เขาไม่ได้อยากกินด้วยซ้ำ

ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณท่านทั้งสองของบ้านอยู่พี่ภีมจะไม่ค่อยกล้าแกล้งเธอเท่าไหร่ แต่ส่วนมากท่านก็ไม่ค่อยอยู่เพราะท่านมีงานที่ต้องดูแล นั่นเลยทำให้น้ำมนต์มักถูกภีมแกล้งบ่อย ๆ

สิบสามปีต่อมา...

“คุณแม่ทำแบบนี้ไม่ได้นะครับ! ผมไม่ยอม!!” ร่างสูงสมส่วนของชายหนุ่มในวัยยี่สิบเอ็ดปีเถียงกับผู้เป็นแม่ของตนอย่างไม่พอใจกับสิ่งที่ท่านทำโดยไม่ถามเขา

“แล้วทำไมแม่จะทำไม่ได้ ห้องเราตั้งใหญ่ ให้น้องไปอยู่ด้วยคนจะเป็นอะไร” คุณผกามาสเอ่ยขึ้นอย่างไม่เกรงกลัวกับท่าทางของลูกชายผู้เอาแต่ใจของตนเลยสักนิด

“ก็ผมอยากอยู่คนเดียว ทำไมต้องให้คนอื่นมาอยู่ด้วย!” เขายังคงโต้แย้งออกมาอย่างไม่ยอม พื้นที่ส่วนตัวของเขาไม่ต้อนรับใครที่เขาไม่ชอบขี้หน้า

“น้ำมนต์ก็เป็นน้องเรานะลูก ไม่ใช่คนอื่น” แต่คุณผกามาศก็แย้งลูกชายออกไป สอนให้ลูกชายเห็นเด็กสาวเป็นน้องมาตลอด แต่อีกฝ่ายกลับไม่เปิดใจสักครั้ง

“แต่ผมไม่นับเด็กนั่นเป็นน้อง!” ร่างสูงว่าพลางหันไปหาร่างบางที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ผู้เป็นแม่ของตนด้วยสายตาดุดันและเกลียดชัง ไม่ชอบขี้หน้ายังไงก็ยังไม่ชอบแบบนั้นมาตลอด

“ถ้าภีมไม่ให้น้องไปอยู่ด้วย งั้นแม่ก็จะซื้อคอนโดให้น้องใหม่อีกห้อง” คุณผกามาศสรุปขึ้นอย่างเด็ดขาดตามที่ลูกชายต้องการ

“คุณแม่!” แต่พอภีมได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับร้องเรียกแม่เสียงหลง ไม่คิดว่าแม่จะเสียเงินเพราะเด็กนี่ไม่หยุดแบบนี้

“จะเอายังไงบอกแม่มา แม่จะได้จัดการเรื่องทุกอย่างให้เสร็จก่อนจะเปิดเทอม” คุณผกามาศไม่สนใจท่าทางของลูกชาย ให้เลือกตามที่ต้องการและตนจะแก้ไขปัญหาตามที่ลงตัวในแบบของตน

“คุณแม่อยากให้ไปอยู่ก็แล้วแต่คุณแม่เลยครับ ผมจะทำอะไรได้!” คำประชดประชันดังขึ้นอย่างไม่พอใจ ว่าจบภีมก็เดินหนีแม่ขึ้นห้องเหมือนอย่างเคย

“คุณท่านไม่ต้องลำบากก็ได้ค่ะ น้ำมนต์อยู่บ้านก็ได้” น้ำมนต์ไม่อยากเห็นทุกคนในบ้านมีปัญหากันเพราะตัวเอง เธอจึงหันไปพูดกับคุณผู้หญิงขึ้นอย่างเกรงใจ

“บ้านกับมหาลัยมันไกลกัน น้ำมนต์ไปอยู่กับพี่เค้าน่ะดีแล้ว จะได้ไม่เหนื่อยด้วย” ถ้ามันใกล้กว่านี้เธอก็คงไม่ขัด แต่ด้วยระยะทางที่ค่อนข้างไกลเลยไม่อยากให้เด็กสาวลำบากกับการเดินทาง กลัววันไหนเลิกดึกกว่าจะถึงบ้านก็อันตรายได้

“แต่...”

“ไม่ต้องแต่หรอก ฉันจัดการทุกอย่างให้แล้ว น้ำมนต์ไม่ต้องกังวล” รู้ดีว่าเด็กสาวตรงหน้าเจียมเนื้อเจียมตัวแค่ไหนจึงตัดบทขึ้นอย่างเอ็นดูสงสาร

“ขอบคุณค่ะ” น้ำมนต์ยกมือไหว้ผู้มือพระคุณของตนเองด้วยความรักและเคารพ

หนึ่งปีต่อมา...

น้ำมนต์

“น้ำมนต์วันนี้ไปกินไอติมกับพวกฉันก่อนแล้วค่อยกลับนะ” กัสจังเพื่อนสนิทของฉันเอ่ยชวนเมื่อหมดคาบเรียนในเวลาบ่าย

“แต่เรา...”

“ไปเหอะ นี่พึ่งจะบ่ายสามเอง กลับห้องก่อนห้าโมงเย็นแน่” หมวยชวนอีกคน

“อืมงั้นก็ได้” ฉันตอบตกลงเพื่อนออกไปด้วยความเกรงใจ เพราะฉันไม่ค่อยได้ไปไหนกับเพื่อนเท่าไหร่ ครั้งนี้ก็เลยไม่อยากปฏิเสธเพราะเพื่อนชวนตลอด อีกอย่างวันนี้เค้าคนนั้นเลิกเรียนตอนห้าโมงเย็นด้วยคงจะทัน

“ดีมาก งั้นไปกัน!” แล้วเพื่อนทั้งสองก็ชวนฉันไปร้านเบเกอรี่ใกล้ ๆ มหาลัยทันที

สวัสดีค่ะ ฉันชื่อน้ำมนต์ ตอนนี้เรียนปี2 มหาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง นิสัยฉันเป็นคนไม่ค่อยสู้คน ไม่ค่อยทันคนเท่าไหร่ ก็เลยมักถูกรังแกอยู่บ่อย ๆ โดยเฉพาะจากเค้าคนนั้น

ฉันเป็นเด็กกำพร้า พ่อกับแม่แยกทางกันตอนที่แม่ท้องฉัน แต่พอวันที่แม่คลอดฉันท่านก็จากไปเพราะท่านร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงอยู่แล้ว คุณท่านเจ้าของบ้าน(พ่อแม่ของภีม)ที่แม่ฉันเป็นแม่บ้านอยู่ ท่านก็เลยรับเลี้ยงฉัน เพราะท่านมีลูกชายคนเดียว ท่านอยากได้ลูกสาวอีกคน ฉันก็เลยได้เรียนที่ดี ๆ รับสิ่งของดีๆ แบบนี้มาตลอด

“วันนี้คนเยอะจัง” กัสจังพูดเมื่อเดินมาถึงในร้านที่ส่วนใหญ่ก็มีแต่นักศึกษามหาลัยฉันนั่นแหละ เพราะที่นี่เป็นร้านที่น่านั่งมาก มีมุมให้เลือกนั่งทั้งนั่งเล่น ติวหนังสือ หรือเม้ามอยส์

“อืม ไปนั่งตรงนั้นดีกว่า ว่างพอดี” แล้วหมวยก็เดินนำไปที่ว่างที่มองเห็นทันที แต่ใครจะรู้ว่าโลกมันแคบจริง ๆ

“นั่นลูกคนใช้บ้านภีมนี่คะ” เสียงพี่โบว์รุ่นพี่ฉันหนึ่งปีและยังเป็นคนสำคัญของคุณภีมดังขึ้น ทำให้ฉันชะงักและยืนก้มหน้าไม่กล้าเดินไม่กล้าสบตาหรือเถียงเค้าต่อตามสัญชาตญาณ

“อืม” เสียงตอบรับเรียบนิ่งที่ฉันจำได้ดีแม้ไม่ต้องมองหน้า นั่นยิ่งทำให้หัวใจฉันเต้นแรงกว่าเดิม

“ไม่คิดว่าเลิกเรียนแล้วจะอู้งานมาเที่ยวเล่นแบบนี้นะคะ” พี่โบว์ยังคงพูดออกมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยชอบฉันเท่าไหร่

“หมวยน้ำมนต์มันยืนอยู่นี่แล้วมึงปวดคอบ้างไหมวะ” เสียงกัสจังถามหมวยออกไปโดยที่ฉันก็ไม่เข้าใจเท่าไหร่

“ก็ไม่นะมึง” หมวยตอบกลับมา

“ก็แสดงว่าไม่ได้หนักหัวมึงไง งั้นกูว่ามันไปหนักหัวคนอื่นเข้าแล้วว่ะ” แล้วกัสจังก็พูดออกมา พอพูดแบบนี้ฉันก็เริ่มเข้าใจความหมายที่กัสจังกำลังสื่ออยู่

“คงงั้น ไม่งั้นไม่เสือก” หมวยตอบกัสจังแล้วหันไปส่งยิ้มให้พี่โบว์ สองคนนี้จริง ๆ ก็เป็นคนตรง ๆ แรง ๆ นั่นแหละ ถ้าฉันไม่มีหมวยกับกัสจังคงแย่กว่านี้

“เราไปนั่งกันเถอะ” ฉันไม่อยากให้เพื่อนมีปัญหาเพราะฉัน ก็เลยชวนเพื่อนเดินออกจากตรงนี้เพื่อเป็นการสงบศึก และเพื่อนฉันก็รู้ว่าฉันลำบากใจก็เลยยอมเดินมานั่งด้วยกันโดยไม่ได้พูดอะไรต่อ

“ไม่น่ารีบมาเลย”

“เราไม่อยากให้มีเรื่อง” ฉันบอกเพื่อนออกไปอย่างลำบากใจ

“แต่มันหาเรื่องแกก่อน”

“แกก็รู้ว่าตอนนี้เรามีแกสองคนช่วย แต่เรากลับคอนโดไปเราไม่มีใครช่วย” ฉันอธิบายให้เพื่อนได้ฟัง เพราะหลายครั้งอยู่กับเพื่อนฉันสามารถผ่านเหตุการณ์ลำบากใจมาได้ง่าย ๆ แต่พออยู่คนเดียว ก็แค่คนขี้ขลาดคนหนึ่ง

“เออ! มันก็ถูกของแก” หมวยพูดอย่างเถียงไม่ออก

“ฉันบอกแกกี่ครั้งแล้วว่าให้สู้กลับไปบ้าง” กัสจังเลยพูดอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่เพราะรู้ว่าฉันนิสัยยังไง

“พวกแกก็รู้ว่าเราไม่กล้า” ฉันอยากกล้า แต่มันไม่มีเลยสักนิดหรือเศษเสี้ยวเดียว อาจเพราะฉันเติบโตมาอย่างที่รู้ตัวว่าไม่มีครอบครัวหรือใคร อีกทั้งฐานะตัวเองก็ต่ำต้อย มันเลยทำให้ฉันรู้ว่าบางครั้งการสู้ ก็จะยิ่งส่งผลร้ายแรงให้ตัวเองอย่างจัดการไม่ได้

“แกต้องสู้บ้าง พวกแบบนี้ยิ่งไม่ตอบโต้มันยิ่งได้ใจ อีกอย่างถ้าพวกนั้นทำอะไร แกก็ฟ้องคุณท่านเลยสิ ยังไงพวกท่านก็เอ็นดูแกอยู่แล้ว” กัสจังพูดสอนอย่างเป็นห่วง เรื่องของฉันเพื่อนรู้หมดแหละ เพราะฉันไม่ได้ปิดบังอะไร

“เราไม่อยากทำให้คุณท่านไม่สบายใจ” นี่คือคนที่ฉันให้ความสำคัญที่สุดในชีวิต ฉันไม่อยากให้พวกท่านต้องกังวลหรือลำบากใจอะไร

“แต่ตัวเองก็ต้องทุกข์ใจเนี่ยเหรอ” หมวยว่าออกมาอย่างเหนื่อยใจ

“ฉันไม่เป็นไร แค่นี้เอง” ฉันชินแล้ว อีกอย่างมันก็ไม่ได้หนักหนาหรือร้ายแรงจนถึงขั้นเลือกตกยางออกหรือทำให้อับอายจนไม่มีที่ยืน

“เห้อ! ถ้าเค้าชอบรังแกแกมาก แกมาอยู่กับฉันก็ได้นะ ที่คอนโดฉันมีห้องว่าอีกตั้งสองห้อง” หมวยพูดอย่างเสนอทางเลือกที่เคยเสนอแล้วแต่ฉันปฏิเสธ

“ขอบใจพวกแกมากนะ ตอนนี้ฉันยังโอเค” ฉันปฏิเสธออกมาด้วยรอยยิ้มให้เพื่อน ฉันไม่อยากรบกวนหรือทำให้ใครลำบาก อีกอย่างเรื่องที่ฉันเจอฉันก็ยังทนไหว

“อืม ๆ  งั้นกินไอติมดับอารมณ์กันดีกว่า”

“ป่ะกลับกัน” หลังจากกินไอติมกันเสร็จ กัสจังก็พูดขึ้น

“อืม” แล้วพวกเราก็เดินออกจากร้านเพื่อแยกย้ายกลับบ้าน แต่ตอนฉันเดินออกมาไม่เห็นคุณภีมนั่งอยู่ในร้านแล้ว เค้าคงจะกลับไปแล้วนั่นแหละ

“ป่ะน้ำมนต์ เจอกันนะหมวย” กัสจังเรียกฉันขึ้นรถก่อนจะหันไปโบกมือลาหมวย

“ขับรถดี ๆ นะ” ฉันลาหมวยอีกคน

“เค ไว้เจอกัน” แล้วพวกเราก็แยกย้ายกันขึ้นรถ โดยฉันจะกลับกับกัสจังเกือบทุกวัน เพราะคอนโดกัสจังผ่านคอนโดที่ฉันอยู่

จริง ๆ แล้วคุณท่านก็ให้คุณภีมรับส่งฉันด้วยแหละ แต่ก็อย่างว่าคุณภีมเกลียดฉันอย่างกับอะไร เค้าไม่เคยให้ฉันนั่งรถเค้าหรอก แต่ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรเค้าหรอกนะ ฉันเองก็ไม่อยากรบกวนหรือลำบากใจไปเหมือนกันถ้าต้องรับความช่วยเหลือจากเขา ฉันเข้าใจว่าเค้าเกลียดฉันมาก ฉันก็ได้แต่ทำใจยอมรับกับสถานะที่เค้าให้ฉันแบบนี้

บทล่าสุด

คุณอาจชอบ 😍

Loveless ก็ไม่ได้รักสักนิด

Loveless ก็ไม่ได้รักสักนิด

39.9k การดู · เสร็จสิ้น · ณดารินทร์
“ถ้าไม่ยอมแต่งงานกับผมแทนพี่สาวคุณ ก็เตรียมตัวล้มละลายกันได้เลย”
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ

รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ

790.8k การดู · เสร็จสิ้น · พราวนภา
‘ต่อให้มึงสลัดคราบทอม แล้วแต่งหญิงให้สวยกว่านี้ร้อยเท่า กูก็ไม่เหลือบตาแล เกลียดก็คือเกลียด…ชัดนะ!’

ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
คลั่งรักลูกหนี้

คลั่งรักลูกหนี้

41.1k การดู · เสร็จสิ้น · ฟินน่า
เพราะถูกแม่แท้ๆ หลอกมาใช้หนี้ขัดดอก
กลางวันเธอจึงต้องทำงานในไร่
ส่วนกลางคืน
เธอต้องทำงานบนเตียง
จนกว่าเจ้าของเงินกู้ก้อนใหญ่อย่างเขา
‘จะพอใจ’
สูตรรักศาสตราจารย์

สูตรรักศาสตราจารย์

14.5k การดู · เสร็จสิ้น · oiloiloil253
"ตำน้ำพริก กรุณารองครกด้วยค่ะ"

ในวันที่คุณหมอออกเวรตอนเช้า แล้วเพิ่งจะคล้อยหลับไปไม่ทันได้หนึ่งชั่วโมง เสียง ปัก ปัก จากข้างห้องดังจนหัวเตียงเธอแทบจะคลอนตาม ด้วยความโมโห หมอปรางถึงขั้นเอากระดาษที่เขียนด้วยลายมือหมอ ไปแปะไว้ที่หน้าห้องข้างๆ

"ตำน้ำพริก กรุณารองครกด้วยค่ะ"

พร้อมคำสาบแช่งเล็กๆ น้อยๆ
"สาธุ ขอให้มันอักเสบ หรือไม่ก็ให้เตียงมันหักไปซะจะได้ไม่ต้องเสียงดัง"

️️️️~~~~~~~\~~~~~~~

"คุณไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล เชิญห้องตรวจหนึ่งค่ะ"
"ตุ่มคล้ายสิวหรือหนองขึ้นที่โคนอวัยวะเพศใช่ไหมคะ"

️️️️~~~~~~~\~~~~~~~

"ฉิบหายแล้วแกนังปราง มีเรื่องกับใครไม่มี นั่นน่ะหรือตาบ้าข้างห้องแกอ่ะ"

"อื้อ แกรู้จักหรือ"

"เรียกว่าทั้งมหาวิทยาลัยใครบ้างไม่รู้จักเขาดีกว่า"

"ตอนนั้นฉันอยู่ไม่เห็นรู้จัก"

"ก็แก มันสนใจอะไรรอบตัวบ้าง นั่นน่ะ อาจารย์วิทย์ รองศาสตราจารย์ไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล กำลังจะได้เป็นศาสตราจารย์อยู่รอมร่อ จนเขาว่ากันว่าจะเป็นศาตราจารย์ที่หนุ่มและหล่อที่สุด ที่สำคัญเขาเป็นอาจารย์อยู่คณะนิติศาสตร์ ฉิบหายไหมคราวนี้"

"ฉิบหายล่ะ"

️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า

ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า

615.3k การดู · เสร็จสิ้น · ชาไทยเย็น
“ทีตอนที่ไปคลินิกแล้วขึ้นขาหยั่งไม่คิดจะอายบ้างเหรอ แล้วถ้าวันนี้คนที่ตรวจคุณเป็นผู้ชายคนอื่นล่ะคุณจะทำยังไง”

เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"

เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา

เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ

แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต

ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน

ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!

** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ

นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด

ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
หยุดเสือ

หยุดเสือ

217.3k การดู · เสร็จสิ้น · สาวน้อย.ช่างฝัน
เขาเป็นเสือที่ไม่เคยจริงใจกับผู้หญิงคนไหนไม่พร้อมที่จะถอดเขี้ยวเล็บเพื่อใคร
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
กลรักเมียแต่ง

กลรักเมียแต่ง

10.5k การดู · เสร็จสิ้น · ทิพย์วารี
เป็นการแต่งงานระหว่างพระเอกนางเอกเพื่อจุดประสงค์บางอย่างที่พวกเขาต้องปกปิดไว้ไม่ให้ใครรู้นอกจากพวกเขาทั้งสองเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการและมีข้อตกลงทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อจะได้ไม่มีใครได้เปรียบและเสียเปรียบและทำผิดสัญญาและข้อตกลงที่ทำไว้ แต่มันไม่ได้ง่ายอย่างที่พวกเขาคิดเพราะและการจะมีทายาทเพื่อจะได้รับมรดกนั้นมันไม่ง่ายเพราะต่างก็ไม่อยากมีพัธะผูกพักกันและกันและพระอกก็มีแฟนแล้วเขาก็ไม่ได้รักเธอและวางแผนไว้จะแต่งงานกันก่อนที่พวกเขาจะแต่งงานกัน ส่วนนางเอกก็ไม่อยากมีลูกที่ไม่ได้เกิดจากความรักแต่มีเวลาจำกัดไว้หากถึงเวลาเมื่อไหร่แล้วพระเอกนางเอกยังไม่มีทายาท ทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลที่ตายายสร้างมาก็จะตกเป็นของฝ่ายพระเอกและข้อนี้ที่ทำให้นางเอกยอมไม่ได้ยังไงก็ต้องมีลูกกับพระเอกให้ได้
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย)  BAD

เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD

546.7k การดู · เสร็จสิ้น · ลำเจียก
ลีวาย
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”

มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
พี่ชายที่รัก

พี่ชายที่รัก

295.1k การดู · เสร็จสิ้น · สาวน้อย.ช่างฝัน
พี่กัส 'ออกัส' เป็นพี่ชายของฉัน 'อลิน' เราเป็นพี่น้องบุญธรรมกัน แต่เขากลับไม่เคยทำดีกับฉันเลยสักครั้ง เอาแต่คอยทำร้ายจิตใจและร่างกายของฉัน
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก

So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก

347.4k การดู · เสร็จสิ้น · Phat_sara
ทั้งที่เธอแค่แอบรักเขาที่เป็นเหมือนเพื่อนสนิทแต่แล้ววันหนึ่งเขากลับย่ำยีเธอจนแหลกละเอียด
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
รักร้าย ลูกชายมาเฟีย 《อาชิ..My Hero》

รักร้าย ลูกชายมาเฟีย 《อาชิ..My Hero》

20.2k การดู · เสร็จสิ้น · Melyssa
อาชิ ลูกชายคนโตของแทนไท เขากลายเป็นฮีโร่ของเด็กผู้หญิงรุ่นน้อง เพราะเข้าไปช่วยตอนเธอถูกรุ่นพี่กลั่นแกล้ง แต่แล้ววันหนึ่งเธอกลายมาเป็นเพื่อนร่วมชั้น ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหนก็มักจะมีเธอ

เพราะ ‘อาชิ’ เคยช่วยเหลือเด็กสาวอย่าง ‘ชะเอม’ ที่โดนเพื่อนรังแกตั้งแต่ตอนเด็กๆ เธอเลยติดเขาแจมาตั้งแต่ตอนนั้น เขาไปไหนเธอไปด้วย จนกลายเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันทั้งที่เธอเป็นเด็กสาวคนเดียวในแก๊ง แม้ในตอนแรกอาชิสุดแสนจะรำคาญชะเอม แต่ไม่รู้ทำไมไปๆ มาๆ พอมีคนมายุ่งวุ่นวายกับเธอก็ออกอาการหวงก้างซะงั้น แถมยังแสดงมุมอ่อนโยนออกมาให้เห็นอีกต่างหาก
My Husband คุณสามีเมื่อไหร่จะหย่า?

My Husband คุณสามีเมื่อไหร่จะหย่า?

439.7k การดู · เสร็จสิ้น · Nanaกะหอยทาก
เมื่อ พฤกษา ต้องแต่งงานกับ น่านบงกช จากเงื่อนไขที่ผู้ใหญ่ตั้งขึ้น และต้องแต่งโดยไม่มีข้อแม้
ว่าที่เจ้าบ่าวรู้เรื่องก็กับรีบเอ่ยปากตั้งเงื่อนไขการหย่าตั้งแต่ยังไม่ทันได้แต่งงาน
แล้วแบบนี้เธอจะใช้ชีวิตหลังแต่งงานกับเขาได้ยังไงกัน?
เมื่อเขาปากร้าย ส่วนเธอไม่ชอบพูด
แต่เมื่อเธอเลือกพูด สิ่งที่พูดออกไปคือ “กลับมาแล้วเราไปหย่ากัน! ไม่ต้องรอแล้ว หย่ากันเลย!!” เพียงประโยคเดียวสั้น ๆ
ทำให้ชายหนุ่มที่อยู่ไกลเริ่มร้อนลน ทั้งเคยพูดเรื่องหย่าอยู่บ่อยครั้ง ได้ยินคำจริงจังนั่นถึงกับรีบแจ้นกลับมา
แล้วตกลงคุณสามี ตกลงอยากหย่า หรือ ไม่อยากหย่านะ?