บทนำ
บท 1
บทที่ 1 ผู้หญิงโชคร้าย
ทิพย์พารักษ์รู้สึกว่า หากมีการจัดอันดับผู้หญิงที่โชคร้ายที่สุดในโลกแล้วล่ะก็ เธอจะต้องติดอันดับอย่างแน่นอน
ครอบครัวล้มละลาย สามีนอกใจ ลูกเสียชีวิตตั้งแต่ยังเล็ก พ่อป่วยหนักจนโคม่า และตอนนี้ทิพย์พารักษ์ยังตรวจพบว่าเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารระยะสุดท้ายอีกด้วย
เมื่อใบรายงานผลการวินิจฉัยถูกส่งมาถึงมือของทิพย์พารักษ์ เธอก็รู้สึกว่าทุกสิ่งรอบตัวกำลังหมุนคว้าง นี่เป็นสัญญาณว่าเธอกำลังหน้ามืด ความตกใจอย่างรุนแรงทำให้เธอร่วงลงจากเก้าอี้ คุณหมอที่ตรวจให้เธอถึงกับตกใจ
"ฉันไม่เป็นไรค่ะ" ทิพย์พารักษ์ห้ามภัทรพลที่กำลังจะเข้ามาพยุงเธอ เธอเกาะเก้าอี้แล้วค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นจากพื้น ราวกับว่าต้องการระบายความรู้สึกไม่ยุติธรรมของโชคชะตาผ่านการกระทำนี้
ภัทรพลมองใบหน้าที่ซีดขาวของทิพย์พารักษ์แล้วถอนหายใจ "ตอนนี้ทางที่ดีคุณควรรีบทำเรื่องนอนโรงพยาบาลนะครับ ผมจะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อรักษาคุณ แบบนี้โอกาสที่จะมีชีวิตรอดก็ยังสูงอยู่"
ภัทรพลไม่ได้พูดความจริงออกไปทั้งหมด ดูเหมือนว่าเขาอยากจะให้ความหวังกับทิพย์พารักษ์อยู่บ้าง ที่จริงแล้วในมุมมองของเขา โอกาสรอด 10% กับ 15% ก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก
สิ่งที่ทำให้ภัทรพลประหลาดใจก็คือทิพย์พารักษ์ปฏิเสธแผนการรักษาของเขา
"ขอบคุณสำหรับความเป็นห่วงนะคะรุ่นพี่ แต่ฉันไม่คิดจะรักษาค่ะ" ทิพย์พารักษ์ส่ายหน้าแล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้เตรียมจะจากไป
ภัทรพลและทิพย์พารักษ์จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเดียวกัน ทั้งคู่เรียนวิชาเอกการแพทย์เหมือนกัน เพียงแต่ภัทรพลเป็นรุ่นพี่ของทิพย์พารักษ์
ภัทรพลมองแผ่นหลังที่ซูบผอมของทิพย์พารักษ์ ในใจก็รู้สึกเจ็บปวด ครั้งหนึ่งรุ่นน้องคนนี้เคยเป็นดาวเด่นที่สุดในมหาวิทยาลัย ถึงขนาดที่ว่าพรสวรรค์ด้านการแพทย์ของเธอนั้นเหนือกว่าเขาที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นอัจฉริยะจากศาสตราจารย์เสียอีก น่าเสียดายที่ไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลอะไร เธอถึงได้พักการเรียนไปก่อนกำหนด
ทิพย์พารักษ์เดินไปถึงประตูแล้วก็หยุดกะทันหัน เธอหันกลับมามองภัทรพลแล้วพูดว่า "รบกวนคุณอย่าบอกเรื่องของฉันกับครอบครัวของฉันเลยนะคะ คุณก็รู้ว่าอาการของคุณพ่อฉันเป็นยังไง ฉันไม่อยากให้ครอบครัวต้องมาเป็นห่วงฉันอีกแล้ว"
แววตาของทิพย์พารักษ์แฝงไปด้วยความวิงวอน ภัทรพลพยักหน้าเงียบๆ
ในอดีตครอบครัวของทิพย์พารักษ์ก็เคยเป็นที่รู้จักในเมืองนี้ แต่ไม่รู้ว่าทำไมครอบครัวของพวกเขาถึงได้ล้มละลาย แม้แต่พ่อของทิพย์พารักษ์ก็ทนรับความเสียใจไม่ไหวจนป่วยหนักและหมดสติไป
ทิพย์พารักษ์ใช้เงินก้อนสุดท้ายของบ้านเพื่อรักษาพ่อของเธอ และยังต้องออกไปทำงานพิเศษอีก นั่นจึงทำให้ตอนนี้เธอดูซูบผอมมาก
หลังจากกำชับภัทรพลเสร็จ ทิพย์พารักษ์ก็ออกจากโรงพยาบาล เธอมองใบวินิจฉัยในมือ ขยำมันจนเป็นก้อนแล้วโยนทิ้งลงถังขยะ
ทิพย์พารักษ์รู้สึกว่าชีวิตช่างมืดมน เธอต้องการอ้อมกอดใครสักคนเพื่อเป็นที่พึ่งพิง เธอนึกถึงสามีของเธอ จึงโทรหาอัศวินผู้เป็นสามี
ในตอนนั้นทิพย์พารักษ์ลืมไปว่า สามีของเธอกำลังอยู่กับผู้หญิงอีกคน พร้อมกับลูกของเธอกับผู้หญิงคนนั้นที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจร่างกาย
"คุณอัศวินครับ คุณไพลินครับ นี่คือใบวินิจฉัยของลูกๆ นะครับ ตอนนี้ยังไม่พบปัญหาอะไร ดูเหมือนว่าการรักษาของเราได้ผลดีมาตลอด" แพทย์เจ้าของไข้ยื่นใบรายงานผลให้อัศวินพร้อมกับรอยยิ้ม
เมื่อหลายปีก่อน ทิพย์พารักษ์และไพลินประสบอุบัติเหตุพร้อมกัน บังเอิญว่าตอนนั้นผู้หญิงทั้งสองคนกำลังตั้งครรภ์อยู่ แต่สิ่งที่ทำให้ทิพย์พารักษ์รู้สึกเหมือนถูกหักหลังอย่างแท้จริงคือสามีของเธอ อัศวินไม่ได้เลือกที่จะช่วยเธอเป็นคนแรก แต่กลับเลือกที่จะช่วยไพลิน
ผู้หญิงทั้งสองคนถูกส่งตัวไปโรงพยาบาล และผลคือลูกของทั้งคู่คลอดก่อนกำหนด
ความไม่ยุติธรรมของโชคชะตาได้มาเยือนนับตั้งแต่ตอนนั้น
ลูกของทิพย์พารักษ์เสียชีวิตตั้งแต่แรกเกิด ในขณะที่ไพลินกลับคลอดลูกแฝดออกมา
เนื่องจากเป็นเด็กคลอดก่อนกำหนด ร่างกายของเด็กทั้งสองจึงไม่ค่อยแข็งแรงนัก และต้องมาตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลเป็นประจำ
อัศวินมองใบวินิจฉัยในมือแล้วยิ้มออกมา เขามองทารกน้อยทั้งสองที่กำลังหลับอยู่ อดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปหยอกล้อกับจมูกของพวกเขา เด็กน้อยที่กำลังหลับอยู่ดูเหมือนจะรู้สึกคัน จึงครางออกมาอย่างไม่พอใจและขยับตัวไปมา อัศวินยิ่งยิ้มกว้างขึ้น
ทันใดนั้นโทรศัพท์ในกระเป๋าของอัศวินก็ดังขึ้น เขายกโทรศัพท์ขึ้นมาดูเบอร์ที่โทรเข้า รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็หายไปในทันที
"ผมออกไปรับโทรศัพท์ข้างนอกนะ" อัศวินกระซิบกับไพลิน แล้วหันหลังเดินออกไปที่โถงทางเดินของโรงพยาบาล
อัศวินไม่ทันสังเกตว่าไพลินมองตามหลังเขาไปด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉาและความโกรธ เธอเดาได้แล้วว่าเป็นใครที่โทรหาอัศวิน
'ทั้งๆ ที่ฉันต่างหากคือผู้หญิงที่อัศวินรักที่สุด แต่ทำไมเขาถึงแต่งงานกับทิพย์พารักษ์? นังสารเลวนี่เมื่อไหร่จะตายๆ ไปสักทีนะ?' ไพลินสาปแช่งทิพย์พารักษ์ในใจอย่างร้ายกาจ
ที่โถงทางเดิน อัศวินรับสาย เขาไม่รอให้ทิพย์พารักษ์ได้พูด แต่ชิงพูดขึ้นก่อนว่า "เธอน่าจะรู้นะว่าตอนนี้ฉันกำลังทำอะไรอยู่ อารมณ์ดีๆ ที่มีอยู่ของฉันถูกเธอทำลายหมดแล้ว"
ปลายสายของทิพย์พารักษ์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากพูดว่า "คุณจะทำอะไรฉันไม่สนใจหรอก คุณอยากจะหย่าไม่ใช่เหรอ? ฉันเซ็นใบหย่าให้แล้ว"
อัศวินที่ถือโทรศัพท์อยู่ถึงกับนิ่งอึ้งไป ที่ผ่านมาเขาพยายามบีบบังคับให้ทิพย์พารักษ์หย่า เพื่อที่เขาจะได้แต่งงานกับไพลิน แต่ผู้หญิงคนนี้ก็ไม่เคยยอม แต่ตอนนี้เธอกลับยอมตกลงง่ายๆ ทำให้อัศวินรู้สึกประหลาดใจ ที่สำคัญคือดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้ดีใจอย่างที่คิดไว้
"ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน?" อัศวินถาม
"อยู่ที่บ้าน ถ้าคุณไม่เชื่อก็มาดูที่บ้านได้" น้ำเสียงของทิพย์พารักษ์ฟังดูเนือยๆ ทำให้อัศวินรู้สึกหงุดหงิดใจ เพราะเขารู้สึกเหมือนไม่ได้รับความเคารพ
"ได้ เธอก็รออยู่ที่บ้านแล้วกัน ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้" อัศวินหรี่ตาลง วางสายด้วยความโมโห เขาบอกไพลินสั้นๆ แล้วรีบออกจากโรงพยาบาลไป
จริงๆ แล้วอัศวินเข้าใจทิพย์พารักษ์ผิดไป เธอไม่ได้ไม่เคารพเขา เพียงแต่เธอเพิ่งกินยาแก้ปวด และผลข้างเคียงของยาก็ทำให้สติของเธอเลื่อนลอย อยากจะนอนเท่านั้นเอง
กว่าอัศวินจะกลับถึงบ้าน ท้องฟ้าก็มืดสนิทแล้ว
ฟืนในเตาผิงลุกโชน ทำให้บ้านดูอบอุ่นขึ้นมาบ้าง แต่ทิพย์พารักษ์กลับห่มผ้าห่มผืนหนาขดตัวอยู่บนโซฟา
ภายใต้ผ้าห่มนั้นคือร่างที่ผอมบาง แก้มที่ถูกเส้นผมบดบังดูเหมือนจะมองเห็นโหนกแก้มได้ลางๆ
'ผู้หญิงคนนี้ทำไมดูผอมลงกว่าเมื่อก่อนอีกนะ?' อัศวินละสายตาจากทิพย์พารักษ์แล้วมองไปที่โต๊ะกาแฟ บนนั้นมีเอกสารหย่าที่เซ็นชื่อเรียบร้อยแล้ววางอยู่
อัศวินหยิบเอกสารหย่าขึ้นมาดู เนื้อหาข้างในเหมือนกับที่เขาเคยพูดไว้ แต่มีข้อเรียกร้องเพิ่มขึ้นมาหนึ่งข้อ คืออัศวินจะต้องจ่ายค่าเลี้ยงดู 10 ล้านบาท
เมื่ออัศวินเห็นข้อเรียกร้องค่าเลี้ยงดูข้อสุดท้าย เขาก็หัวเราะออกมาด้วยความโมโห คว้าแก้วบนโต๊ะขึ้นมาแล้วขว้างลงบนพื้นอย่างแรง
เสียงแก้วแตกทำให้ทิพย์พารักษ์สะดุ้งตกใจ ตื่นขึ้นจากการหลับใหล
"ฉันว่าแล้วว่าทำไมเธอถึงยอมหย่า ที่แท้ก็เพื่อเงินสินะ?" อัศวินมองทิพย์พารักษ์ที่ลุกขึ้นนั่งบนโซฟาด้วยรอยยิ้มเย็นชา
บทล่าสุด
#168 บทที่ 169 เขาที่ได้รับบาดเจ็บ
อัปเดตล่าสุด: 5/22/2026#167 บทที่ 168 ประสบการณ์ของมาร์ค
อัปเดตล่าสุด: 5/22/2026#166 บทที่ 167 คุณได้รับบาดเจ็บหรือ?
อัปเดตล่าสุด: 5/22/2026#165 บทที่ 166 ไปต่างประเทศกับฉัน
อัปเดตล่าสุด: 5/22/2026#164 บทที่ 165 เสียใจ
อัปเดตล่าสุด: 5/22/2026#163 บทที่ 164 สุพิภพหายตัวไป
อัปเดตล่าสุด: 5/22/2026#162 บทที่ 163 เธอจะให้อภัยฉันไหม
อัปเดตล่าสุด: 5/22/2026#161 บทที่ 162 อริสาป่วย
อัปเดตล่าสุด: 5/22/2026#160 บทที่ 161 แกล้งตาย
อัปเดตล่าสุด: 5/22/2026#159 บทที่ 160 การหายตัวไปของทิพย์
อัปเดตล่าสุด: 5/22/2026
คุณอาจชอบ 😍
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
ร้อนรักคุณอามาเฟีย
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง













