บทนำ
เธอไม่รู้ว่าตัวเองเป็นภาระกิจรักของเขาแต่เพราะรักจึงยินยอมจบภาระกิจของเขาด้วยความรัก
บท 1
ที่เกาะฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา เดือนธันวาคม62
ชายหนุ่มร่างสูงนั่งจ้องหน้าจอโน้ตบุ๊คอยู่ในห้องได้ยินเสียงเคาะประตูจึงเดินไปดูตาแมวก็เห็นเพื่อร่วมงานยืนอยู่หน้าห้องจึงเปิดประตูห้องให้
“มันเกิดอะไรขึ้นพิตต์”
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันอลัน นายต้องถามอีลอน” พิตต์ตอบเพื่อนเมื่อวานเขาแจ้งหัวหน้าทีมไปว่าแกะรอยกลุ่มผู้ก่อการร้ายได้แล้วแจ้งให้หน่วยเหนือส่งทีมพิฆาตมาจัดการแต่พอมาถึงไม่มีร่องรอยของผู้ก่อการร้ายทั้งที่เขาเฝ้าติดตามมันอยู่อย่างไม่คลาดสายตาแท้ๆ และเขารู้ว่ามีเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานเป็นหนอนรู้เห็นเป็นใจกับผู้ก่อการร้ายและมันเป็นแบบนี้มาสองครั้งแล้วและนี่ก็ครั้งที่สามที่ทำให้เขาถูกหน่วยเหนือตำหนิที่ทำงานผิดพลาดทั้งที่เขาทำมันได้ดีมาตลอด ที่เขาต้องบินมาอยู่ฮาวายได้สองอาทิตย์ก็เพื่องานนี้หากไม่มีคนบอกมันไม่มีทางรู้แน่และมันก็ไหวตัวทันทุกครั้งทำให้เขาต้องเริ่มใหม่จนน่าโมโหจึงตอบเพื่อนร่วมงานอย่างหงุดหงิด
“แล้วอีลอนไปไหนล่ะ” อลันถามเพื่อนที่ก้มหน้าก้มตาอยู่กับหน้าจอโน๊ตบุ๊คไม่สนใจจะเงยหน้ามาพูดกับเขาเพราะเขาเพิ่งกลับมาหลังจากไปรายงานตัวที่หน่วยเหนือเพราะเรื่องเดียวกับเพื่อนหงุดหงิดนี่แหละ
“กำลังตามอยู่น่ะ”
“ตามอีลอนเหรอ ทำไมต้องตาม” ก็อีลอนเป็นหัวหน้าพวกเขานี่นาจะตามทำไมหรือว่าพิตต์สงสัยเหมือนเขางานนี้มาทำแค่สามคนเท่านั้นและเขาเชื่อใจพิตต์มากกว่าหัวหน้าทีม
“ไม่รู้ว่ะแต่ฉันสงสัยว่าทำไมพวกไอ้บ้านั่นถึงได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยทุกครั้งที่ฉันแกะรอยเจอพวกมันต้องมีคนในเป็นหนอน”
“แกเลยสงสัยอีลอน”
“ใช่” พิตต์ตอบเพื่อนที่ทำงานร่วมกันมาเกือบสิบปีและเขาก็ไว้ใจอลันเหมือนกับที่อลันไว้ใจเขา
“ขอเหตุผล” อลันก็สงสัยหัวหน้าเหมือนกันแต่เขายังไม่ฟันธงพอเขารายงานตัวที่หน่วยเหนือเสร็จเขาก็ขอมาทำภาระกิจนี้ให้เสร็จหากผิดพลาดอีกเขาเอาตำแหน่งเป็นประกัน
“เราแกะรอยไอ้บ้านั่นได้สามครั้งในรอบสองอาทิตย์ที่ผ่านมาแต่มันล่องหนไปทุกครั้งและมีคนรู้แค่นายกับฉันและเขาเท่านั้นพอแจ้งหน่วยเหนือไปมันก็ไม่เหลือร่องรอยให้เห็นนายคิดว่าคนที่หน่วยจะบอกไอ้บ้านั่นให้หนีทันเหรอวะ” พิตต์ตอบเพื่อนเพราะมีคนรู้แค่สามคนแล้วอลันก็เพิ่งเข้าไปรายงานตัวเรื่องนี้มาและเขาก็เจอครั้งที่สามแล้วถูกหน่วยเหนือตำหนิ
“แล้วตอนนี้อีลอนอยู่ไหนล่ะ” อลันถามเพื่อน
“ดูนี่แล้วนายลองโทรหาสิ” พิตต์หันโน๊ตบุ๊คไปทางเพื่อนแล้วบอกให้อลันโทรถามว่าอีลอนอยู่ไหนแล้วจะได้คำตอบชายหนุ่มลองแล้วสองครั้งแต่อีลอนตอบไม่ตรงกับที่ตัวเองอยู่และครั้งแรกที่แอบติดเครื่องติดตามที่ก้นกระเป๋าสะพายของหัวหน้าทีมอีลอนก็อยู่ใกล้กับไอ้บ้านั่นและวันนี้ก็ไปอีกแล้วเขายังไม่ได้บอกว่าแกะรอยมันได้อีกครั้งและครั้งนี้พิตต์จะไม่ยอมพลาดแน่
อลันมองหนาจอโน๊ตบุ๊คของเพื่อนแล้วยกโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาอีลอนทันที
"กริ้งๆๆ.."
“ว่าไงอลันได้เรื่องว่ายังไงบ้าง” อีลอนรับโทรศัพท์ของลูกน้องที่เขาเลือกมาทำงานนี้เพราะมีแผนในใจและรู้ว่าอลันเพิ่งกลับมาถึง
“ใกล้เจอพวกมันแล้วล่ะ แล้วคุณอยู่ที่ห้องหรือเปล่าอีลอนผมมีเรื่องจะปรึกษาน่ะเดี๋ยวผมกับพิตต์จะไปหานะ” อลันแกล้งถามทั้งที่รู้ว่าอีลอนอยู่ห่างจากโรงแรมเล็กๆที่พวกเขาพักไปไกลพอสมควรและเป็นร้านกาแฟเล็กๆเก่าๆในตรอกที่อีลอนไม่น่าจะไปดื่มกาแฟไกลถึงที่นั่น
“พอดีผมออกมาว่ายน้ำที่ชายหาดน่ะ อีกสิบนาทีเจอกันนะ” อีลอนพูดจบก็วางสายทันที “ผมต้องกลับก่อนมีอะไรเพิ่มเติมจะส่งข่าวมาให้” ร่างสูงใหญ่ของอีลอนลุกขึ้นแล้วดึงฮู้ดขึ้นมาคลุมศีรษะแล้วเดินออกไปจากร้านกาแฟอย่างรวดเร็วเรียกรถแท็กซี่กลับโรงแรมทันที
ส่วนอิมรานมองตามหลังอีลอนไปอย่างดูถูกเหยียดหยามที่ยอมหักหลังเพื่อนร่วมงานและประเทศเพื่อเงินก้อนใหญ่ที่เขาเสนอให้แลกกับข่าวกรองจากหน่วยงานลับซีไอเอแม้จะแค่นิดเดียวแต่เขาก็เดาเกมออก
“นายรอดูต่อไปนะอลัน” พิตต์พูดจบสองหนุ่มก็นั่งจ้องหน้าจอโน๊ตบุ๊คที่มีจุดสีแดงเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วตรงมาทางชายหาดที่ห่างจากโรงแรมไปห้าร้อยเมตรผ่านไปสิบนาทีจุดสีแดงก็มาหยุดหน้าห้องของพวกเขา
“ก๊อกๆๆ..”
เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นพิตต์ก็เดินไปเปิดประตูก็เห็นร่างสูงของหัวหน้าทีมอีเกิ้ลในชุดกางเกงขาสั้นเปียกน้ำเปลือยอกผมเปียกซกยืนอยู่หน้าห้อง
“มีอะไรด่วนมั้ย พิตต์ อลัน”
“ไม่ด่วนมากเท่าไหร่คุณไปอาบน้ำก่อนก็ได้” พิตต์ตอบหัวหน้าที่ทำเหมือนไปว่ายน้ำมาจริงๆ
“โอเค,เดี๋ยวเจอกันที่ห้องของผมนะ” อีลอนบอกลูกน้องแล้วเดินไปทางห้องพักของเขาที่อยู่ในสุด
พิตต์ปิดประตูห้องแล้วเดินกลับไปหาเพื่อนที่นั่งเกาคางอยู่หน้าจอโน๊ตบุ๊คของเขา
“จะทำยังไงต่อ”
“ก็คงต้องสายตรงถึงเดอะคิงส์ก่อนที่จะมีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้น” พิตต์ตอบเพื่อนที่พยักหน้าเห็นด้วย
“งั้นบอกอีลอนว่าหาเป้าหมายไม่เจอดีมั้ย”
“ก็คงต้องเป็นอย่างนั้นแล้วกลับเวอร์จิเนียเพื่อให้พวกมันตายใจแล้วเราค่อยกลับมาใหม่” พิตต์ตอบเพื่อนเพราะเขาต้องกลับไปรายงานที่หน่วยเหนือก่อนแล้วจะกลับมาอีกครั้งเขาไม่อยากพลาดทุกอย่างต้องทำอย่างรัดกุมเขาไม่รู้ว่ามีเจ้าหน้าที่มากน้อยแค่ไหนที่ยอมขายชีวิตตัวเองให้กับกลุ่มก่อการร้าย
“ว่าไงว่ากันเพื่อน” อลันพูดกับเพื่อนแล้วเดินไปหยิบโน๊ตบุ๊คของเขามาเปิดสแกนใบหน้าก็เข้าไปค้นหาข้อมูลทางการเงินของอีลอนกับครอบครัวและคนใกล้ชิดของเขาทุกคน
“ทำไมนายไม่บอกว่าทางหน่วยเหนือจะเรียกตัวพวกเรากลับล่ะอลัน” อีลอนถามลูกน้องที่ไปรายงานตัวมาเพราะทำงานพลาด
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ถ้ารู้คงไม่นั่งเครื่องบินมาให้เมื่อยก้นหรอกอีลอน” อลันตอบเจ้านายหลังจากพิตต์รายงานโดยตรงกับคิงส์เจ้าหน้าที่ระดับสูงหมายเลขหนึ่งขององค์กร
“แล้วนายล่ะพิตต์ ทางหน่วยเหนือบอกเหตุผลหรือเปล่าว่าทำไมถึงได้สั่งให้นายสองคนถอนตัวจากงานนี้” อีลอนไม่เป็นกังวลเพราะเขาสามารถเลือกทีมงานใหม่ได้เองและเป็นคนของเขาก็จะทำงานด้วยกันง่ายกว่าสองหนุ่มนี่ที่ไม่ยอมให้เขามีส่วนร่วมอะไรเลยแค่ส่งข่าวให้อย่างเดียวและแต่ละครั้งก็กระชั้นชิดมากจนทำให้เขาส่งข่าวให้เพื่อนหลบหนีแทบไม่ทันและสองคนนี่เก่งที่สุดในหน่วยอีเกิ้ล
“เพราะทำงานพลาดไงล่ะอีลอน ผมทำงานมาเกือบสิบปีไม่เคยผิดพลาด นี่เป็นงานแรกที่ผมแกะรอยไอ้บ้านั่นแล้วพลาด คุณคิดว่าพวกเขาจะให้ผมกับอลันทำต่อเหรอ” พิตต์ตอบหัวหน้าทีมเสียงเรียบแต่ในใจอยากจะตะบันหน้าคนทรยศหักหลังเพื่อนร่วมงานและประเทศชาติเพื่อเงินโดยปล่อยให้ผู้ก่อการร้ายกลุ่มนี้เข้าประเทศมากกว่า
“ผมรู้ว่าคุณสองคนเก่งทำงานมาไม่เคยพลาดแต่พวกไอ้บ้านั่นมันก็เก่งไม่แพ้กันไม่งั้นมันจะเข้าประเทศของเรามาได้ง่ายๆแบบนี้เหรอ ผมว่าคุณสองคนมั่นใจในตัวเองมากเกินไปมันอาจจะเป็นกลลวงก็ได้จึงทำให้คุณสองคนหลงทาง” อีลอนว่าให้ลูกน้องด้วยความหมั่นไส้เพราะความเก่งของพวกเขานี่แหละทำให้เขาทำงานยากจึงต้องกำจัด
“นายว่าเราจะได้กลับมาทำงานนี้ต่อมั้ยพิตต์” อลันแกล้งถามเพื่อนทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าพวกเขาจะกลับมาอีกครั้งแต่ไม่ได้ร่วมทีมกับอีลอนแต่พวกเขาสองขึ้นตรงกับหน่วยเหนือ
“ไม่รู้เหมือนกันว่ะ ไปเก็บของกลับกันดีกว่าอยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์” พิตต์ตอบเพื่อนก่อนจะเดินออกจากห้องของอีลอนเพื่อไปเก็บกระเป๋าที่เป็นเป้สะพายเหมือนนักท่องเที่ยวแบ็คแพ็คเกอร์ เมื่อเสร็จก็เดินทางไปสนามบินพร้อมกับอลันส่วนอีลอนก็เดินทางแยกกันไปเพื่อไม่ให้เป็นจุดสนใจ
พิตต์กับอลันเดินทางถึงเวอร์จิเนียร์เวลาบ่ายสองโมงหลังจากเดินทางสิบกว่าชั่วโมงแล้วเดินทางไปรายงานตัวที่หน่วยเหนือคุยรายระเอียดเรื่องงานเสร็จก็กลับบ้านที่เวอร์จิเนียร์บีช
“แล้วเจอกันเพื่อน” พิตต์ไฟว์มือกับอลันก่อนจะแยกกันไปขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซคันใหญ่แล้วขี่แยกกันออกไปคนละทางเพราะอลันอยู่ที่นอร์ฟอล์กแม้อากาศจะหนาวเย็นแต่พวกเขาก็เลือกขี่มอเตอร์ไซค์คู่ใจกลับบ้าน
Harlay Davidson Ultra Limited (ฮาเร่ย์เดวิสัน) คันใหญ่สีดำทะมึนแล่นช้าไปตามถนนเลียบชายหาดเวอร์จิเนียร์บีชสถานที่เขาคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็กเพราะเขาเกิดและโตที่นี่ก่อนจะเลี้ยวรถเข้าไปในบ้านอิฐหลังใหญ่ที่ครอบครัวของเขาอาศัยอยู่แล้วขี่มอเตอร์ไซค์คันเก่งเข้าไปจอดในโรงรถก่อนจะหิ้วกระเป๋าเป้ใบใหญ่เดินเข้าไปในบ้าน
“หวัดดีครับแม่ ย่า” ร่างสูงเดินเข้าไปในบ้านก็เจอแม่กับย่านั่งอยู่ที่หน้าเตาผิงดื่มชาคุยกันสองคน
“เหนื่อยมั้ยลูก ไปพักก่อนมั้ยจ้ะ” เพชรมณีกอดลูกชายแล้วหอมแก้มเบาๆแล้วปล่อยร่างสูงเดินไปกอดย่าซึ่งเขาทำแบบนี้มาตั้งแต่เด็กส่วนปู่เป็นทหารนาวิกโยธินและเสียชีวิตในหน้าที่เมื่อยี่สิบปีก่อน
“ไม่เหนื่อยหรอกครับแม่ นี่แด๊ดยังไม่กลับอีกเหรอครับ” ชายหนุ่มถามหาพ่อตอนนี้น่าจะเลิกงานแล้ว
“ยังไม่กลับจ้ะ เห็นว่าจะไปมีธุระคุยกับเพื่อนจะกลับช้าหน่อยจ้ะ” เพชรมณีตอบลูกชายเบาๆแล้วยิ้มให้เธอไม่เสียใจเลยที่เลือกแต่งงานกับเลน่อนนักการทูตหนุ่มอเมริกันและใช้ชีวิตที่อเมริกาหลังจากพ่อแม่ห้ามไม่ให้เธอแต่งงานกับหนุ่มฝรั่งเพราะได้เลือกคู่ให้ลูกสาวแล้วแต่เธอไม่ได้รักชัยพลจึงปฏิเสธและแต่งงานกับเลน่อนใช้ชีวิตอยู่ที่อเมริกาจึงทำให้พ่อแม่โกรธแต่ไม่ถึงขนาดตัดพ่อตัดลูกเธอก็พาครอบครัวกลับเมืองไทยทุกปีในวันเกิดพ่อแม่
“งั้นผมไปอาบน้ำก่อนนะครับแม่ เดี๋ยวผมลงมากินข้าวนะครับ” พิตต์พูดจบก็เดินขึ้นไปชั้นบนที่ห้องนอนส่วนตัวของเขา ตอนแรกเขาก็อยากเป็นทหารเหมือนปู่แต่แม่ขอไว้จึงทำงานกับรัฐบาลแทนเขาไม่อยากเป็นนักการทูตเหมือนพ่อจึงเลือกสายงานเดียวกับลุงสเวนพี่ชายของพ่อที่เป็นผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานซีไอเอหรือเดอะคิงส์
เพชรมณีมองตามหลังลูกชายแล้วยิ้มอย่างมีความสุขเธอตัดสินใจไม่ผิดที่แต่งงานกับคนรักทิ้งชีวิตคุณหนูสังคมไฮโซมาเป็นแม่บ้านให้สามีและเลี้ยงลูกแม้ไม่ได้ออกสังคมเฉิดฉายเหมือนอยู่เมืองไทยแต่เธอก็พอใจกับชีวิตครอบครัวเรียบง่าย เมื่อก่อนออกงานกับสามีบ้างเพราะหน้าที่การงานและย้ายตามสามีไปทำงานหลายประเทศในยุโรปพร้อมกับลูกๆก็ติดตามไปด้วยจนกระทั่งลูกชายลูกสาวเข้าโรงเรียนจึงอยู่กับปู่ย่าที่เวอร์จิเนียเมื่อสิบปีก่อนสามีก็ย้ายกลับมาทำงานประจำที่นอร์ฟอล์กจึงทำให้ไม่ต้องเดินทางบ่อย
พิตต์ คอร์ราดส์ วัย 33ปี หนุ่มลูกครึ่งไทยอเมริกันสุดหล่อคมเข้มเป็นเลือดผสมอย่างลงตัวรูปร่างเฟอร์เฟค สูง185เซนติเมตร ผิวสีแทนเหมือนย่าที่เป็นอเมริกันผมดกดำตาสีอำพันดูเซ็กซี่และดุดันน่าค้นหาแม้หนวดเครารุงรังก็ไม่สามารถกลบความดุดันดิบเถื่อนของเขาได้ ชายหนุ่มจะชอบอยู่เงียบๆกับโน้ตบุ๊คอันเล็กคู่ใจแต่ประสิทธิภาพของมันคือสุดยอดไฮเทคที่สามารถค้นหาหรือแฮ็กข้อมูลต่างๆได้อย่างง่ายดาย พิตต์จบปริญญาตรีและโทสาขาเศรษฐศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและบริหารธุรกิจระหว่างประเทศทำงานที่บริษัทเงินทุนระหว่างประเทศบังหน้าแต่งานหลักของเขาคือหน่วยสืบราชการลับแห่งสหรัฐฯทำหน้าที่หน่วยข่าวด้านไอทีของทีมอีเกิ้ลที่มีเพื่อนร่วมงานที่ไม่รู้จักหน้าตากันเยอะแยะมากมายส่วนงานก็แล้วแต่ทางหน่วยเหนือจะมอบหมายภารกิจมาให้ติดตามเรื่องไหน
“ก๊อกๆ ก๊อกๆๆ..”
“พี่พิตต์ พีบีเองค่ะ” เบลินดา สาวลูกครึ่งแสนสวยวัย30ปี รูปร่างอวบอิ่มตามสไตล์สาวอเมริกันสะโพกผายขายาวสูง175เซ็นติเมตรเป็นดารานางแบบได้สบายเพราะเป็นลูกครึ่งเลือดผสมอย่างลงตัวเหมือนพี่ชายถ้าโกนหนวดโกนเคราออกก็หล่อระดับดาราฮอลีวูด น้องสาวก็สวยเซ็กซี่หาตัวจับยากหากอยู่เมืองไทยคงถูกทาบทามไปเป็นดาราแน่
ตอนแรกตายายไม่ได้ชอบพ่อพวกท่านไม่อยากได้ลูกเขยฝรั่งแต่ในเมื่อลูกสาวเลือกจะแต่งงานกับหนุ่มอเมริกันก็ขัดไม่ได้จึงจำใจยอมรับแม้จะขุ้นเคืองใจ เมื่อได้เจอหลานๆก็ยอมรับลูกเขยแต่โดยดีและคอยถามข่าวของหลานทั้งสองจากลูกสาวตลอดและพวกเธอก็ไร่วมงานวันเกิดตายายทุกปีพร้อมกับพ่อแม่
“มีอะไรเหรอพีบี” เสียงห้าวถามน้องสาวที่ยืนหน้าห้อง
“พีบีจะมาชวนพี่พิตต์ไปปาร์ตี้วันเกิดของอีฟค่ะ” เบลินดาบอกพี่ชาย
“ที่ไหนล่ะ พอดีพี่นัดอาเธอร์กับฮิวจ์ไว้น่ะ”
“ดีเลยค่ะ พี่พิตต์ก็ชวนพี่อาเธอร์กับพี่ฮิวจ์ไปด้วยเลยค่ะ จัดที่บ้านของพีบีค่ะ” เบลินดาบอกพี่ชายที่ไม่รู้ว่าเธอกับเอ็ดดี้น้องชายของฮิวจ์แอบคบกันอยู่
“แล้วเรากับเอ็ดดี้ล่ะคบกันไปถึงไหนแล้ว” พิตต์ถามน้องสาวที่หน้าตื่นไม่คิดว่าพี่ชายจะรู้เรื่องของเธอกับน้องชายของเพื่อนแอบคบกันมาได้ครึ่งปีแล้ว
“พี่พิตต์รู้ได้ยังไงอ่ะ” คนเป็นน้องมองพี่ชายตาโตเขารู้เรื่องของเธอกับเอ็ดดี้ได้ยังไงส่วนมากคุยกันทางโทรศัพท์มากกว่าจะเจอกันเธอยังไม่ไว้ใจเอ็ดดี้ว่าจะหยุดเจ้าชู้ได้หรือเปล่าเมื่อเขาขอโอกาสเธอก็ให้เพราะแอบชอบเขามาตั้งแต่เรียนเกรดสิบสองแล้วแต่เขามีผู้หญิงเยอะเกินไปเธอจึงถอดใจแล้วเขาก็ไปเรียนต่อที่แคลิฟอร์เนียพร้อมพี่ชายนานๆจะเจอกัน เมื่อเรียนจบก็กลับมาช่วยงานของครอบครัวฐานะของเขาระดับเศรษฐีมีธุรกิจท่องเที่ยวของครอบครัวที่มีทั้งเครื่องบินเล็กเรือท่องเที่ยวและโรงแรมร้านอาหารอยู่ที่นอร์ฟอล์กทำให้ได้เจอกันอีกครั้งในขณะที่เธอโสดและเอ็ดดี้ก็โสดจึงตกลงลองคบกับเขา
“ทำไมถึงคิดว่าปิดพี่ได้ล่ะก็พีบีเป็นน้องสาวของพี่นี่” พิตต์ตอบน้องสาวหลังจากเขาเห็นน้องสาวทำลับๆล่อเวลาคุยโทรศัพท์หรือคอลเฟสไทม์หากเป็นเพื่อนก็จะคุยปกติแต่เวลาคุยกับเอ็ดดี้ต้องแอบไปคุยและเขาจับได้เองเพียงแต่ไม่พูดและดูอยู่ห่างๆถึงแม้เขาจะสามารถแฮกข้อมูลของใครก็ได้แต่เขาก็มีจรรยาบรรณไม่ทำนอกเหนือจากงานแม้แต่คนในครอบครัว
“พีบีคบกับเอ็ดดี้จริงค่ะ” เบลินดายอมรับกับพี่ชายในเมื่อปิดไม่ได้แล้วก็บอกให้รู้เลย
“แล้วรู้ใช่มั้ยว่าเอ็ดดี้มันเจ้าชู้ เราจะยอมรับมันได้หรือเปล่าหากมันไม่ได้มีเราคนเดียว” คนเป็นพี่ถามน้องสาวถามว่าเขาหวงห่วงน้องสาวมั้ยก็ต้องเป็นห่วงอยู่แล้ว พ่อแม่ของเขาเลี้ยงดูเหมือนเด็กอเมริกันมีอิสระแต่ยังมีความเป็นไทยปะปนอยู่บ้างและเขาก็คิดว่าน้องสาวโตพอที่จะจัดการชีวิตของตัวเองได้
“รู้ค่ะ,พีบีบอกเอ็ดดี้แล้วว่าถ้าเขามีคนอื่นเมื่อไหร่ข้อตกลงของเราก็ยกเลิกค่ะ พีบีก็อยากมีครอบครัวที่อบอุ่นเหมือนครอบครัวของเรามีสามีที่น่ารักเหมือนแด๊ดสักครึ่งหนึ่งก็ยังดีค่ะ” เบลินดาตอบพี่ชายและเธอก็ไม่ได้หวังเต็มร้อยในเมื่อตัวเองก็มีข้อบกพร่องอยู่แต่ข้อดีคือยังรักษาความบริสุทธิ์ไว้อย่างเหนียวแน่นยกเว้นแค่จูบเท่านั้นซึ่งมันไม่เพียงพอสำหรับคาสโนว่าหนุ่มคนดังแห่งนอร์ฟอล์กอย่างเอ็ดดี้
“เรื่องของพีบีพี่จะไม่ยุ่ง แต่เราต้องดูแลตัวเองเข้าใจมั้ย” พิตต์บอกน้องสาวเขารู้จักน้องชายของเพื่อนรักดีถ้ามันรักน้องสาวของเขาจริงมันจะหยุดทุกอย่างได้
“ขอบคุณค่ะพี่พิตต์ที่เชื่อใจพีบี” เบลินดากอดพี่ชายแล้วยิ้ม “งั้นพีบีไปอาบน้ำก่อนพี่พิตต์ไปแต่งตัวรอเลยนะคะ” คนเป็นน้องบอกพี่ชายแล้วก็รีบกลับไปอาบน้ำแต่งตัวที่ห้อง
สองพี่น้องแต่งตัวเสร็จแล้วก็ลงมาจากชั้นบนก็เจอแด๊ดแม่ย่านั่งคุยกันที่ห้องรับแขก
“เพิ่งกลับมาถึงจะไปไหนกันอีกล่ะ” เลน่อนถามลูกชายที่เพิ่งกลับมาถึงบ้านหลังจากไปทำงานที่ฮาวายมา
“พอดีนัดกับฮิวจ์และคูลนี่ย์ไว้แล้วพีบีชวนไปงานวันเกิดของอีฟครับแด๊ด” ชายหนุ่มเดินเข้าไปกอดทักทายพ่อของเขาแล้วตอบท่าน
“อย่าดื่มเยอะล่ะ พีบีก็เหมือนกันนะลูก” เลน่อนบอกลูกสาวลูกชายที่เขารักและภูมิใจมากทั้งสองไม่เคยทำให้ผิดหวังเลยต้องยกความดีให้ภรรยาสุดที่รักที่ยอมแต่งงานกับผู้ชายธรรมดาละทิ้งสังคมไฮโซชีวิตคุณหนูที่เกิดมาสมบูรณ์เพียบพร้อมทุกอย่างมาใช้ชีวิตธรรมดากับเขาและเลี้ยงดูลูกๆทั้งสองได้เป็นอย่างดี
“ครับแด๊ด/ค่ะแด๊ด”
สองพี่น้องตอบพ่อแล้วพากันออกไปจากบ้านไปที่บ้านของอีฟที่นอร์ฟอล์กสถานที่จัดปาร์ตี้วันเกิดมีแต่เพื่อนๆมาร่วมงาน
“แกอยู่ไหนฮิวจ์” พิตต์โทรหาเพื่อน
“กำลังจะไปที่ร้านน่ะแล้วแกล่ะออกมาหือยัง”
“กำลังไปแต่เราไปปาร์ตี้ที่บ้านอีฟเพื่อนของพีบีนะฮิวจ์ แกโทรบอกคูลนี่ย์ด้วยนะ”
“ได้สิงั้นเดี๋ยวเจอกันนะเพื่อน” ฮิวจ์รับปากเพื่อนแล้ววางสายจากพิตต์ก่อนจะโทรบอกเพื่อนอีกคนให้ไปงานปาร์ตี้ที่บ้านของอีฟเพื่อนสนิทของเบลินดาที่รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียน
สองพี่น้องคอร์ราดส์ใช้เวลายี่สิบนาทีก็มาถึงบ้านของอีฟไฮโซสาวเพื่อนของเบลินดาที่ผันตัวไปเป็นนางแบบตามที่ใฝ่ฝันจนได้เป็นนางแบบแถวหน้า
“ไฮ้พิตต์ พีบี” อีฟเดินนวยนาดอวดสรีระผอมเพรียวในชุดบิกินี่สีส้มเยื้องย่างราวกับอยู่บนแคทวอล์คมาต้อนรับเพื่อนรักสวมกอดแน่นแล้วหันไปกอดพิตต์แล้วเขย่งขึ้นจูบปากเขา
บทล่าสุด
#40 บทที่ 40 คิดถึงสาว
อัปเดตล่าสุด: 8/19/2026#39 บทที่ 39 ปฏิบัติภารกิจ
อัปเดตล่าสุด: 8/19/2026#38 บทที่ 38 เลือกทางเดินผิด
อัปเดตล่าสุด: 8/19/2026#37 บทที่ 37 แรงริษยา
อัปเดตล่าสุด: 8/19/2026#36 บทที่ 36 อิจฉา
อัปเดตล่าสุด: 8/19/2026#35 บทที่ 35 ผู้ชายมักง่าย
อัปเดตล่าสุด: 8/19/2026#34 บทที่ 34 หยอดวันละนิด
อัปเดตล่าสุด: 8/19/2026#33 บทที่ 33 พูดคำไหนคำนั้น
อัปเดตล่าสุด: 8/19/2026#32 บทที่ 32 จบคือจบ
อัปเดตล่าสุด: 8/19/2026#31 บทที่ 31 เอาใจเมีย
อัปเดตล่าสุด: 8/19/2026
คุณอาจชอบ 😍
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
รักไม่หลอก
พี่สาวครับรับรักผมด้วย
(เซ็ท Three Flags) อาณัติร้ายนายวิศวะ
เมื่อค่ำคืนที่แสนธรรมดา กลับกลายเป็นตราบาปที่ไม่อาจลบเลือน
'น้ำพิง' หญิงสาวสู้ชีวิตที่ดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ ตื่นขึ้นมาในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงเดียวกับ 'เรด' ทายาทเจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล โดยที่ทั้งคู่ต่างถูกวางยา!
แต่โชคชะตากลับต้อนเธอให้จนมุม เมื่อรูปถ่ายหลุดว่อน และเรดปักใจเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงหิวเงินที่จัดฉากเพื่อจับเขาหวังรวยทางลัด
เพื่อปกปิดข่าวฉาว ผู้ใหญ่จึงยื่นคำขาดให้ทั้งคู่ต้องรับบทแฟนกำมะลอ
สำหรับน้ำพิง... มันคือทางออกเพื่อเอาชีวิตรอด
แต่สำหรับเรด... มันคือจุดเริ่มต้นของการจองจำและเอาคืน
เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!
..................................................................
พระเอก: ราฟาเอล มิลเลอร์
มาเฟียหน้าหล่อ แต่นิสัยโหด ไม่เคยได้รับบาดแผลใจอะไรในวัยเด็ก แต่กลับมีนิสัยบิดเบี้ยวอันน่ากลัว เพราะความทะนงตัวทำให้อยากได้อะไรก็ต้องได้ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ใครกล้าขัดใจมีอันต้องอันตรธานหายไปจากสายตา สุขุม ซ่อนความใจร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง แค่เพียงปรายตามองก็ทำเอาคนหายใจแทบไม่ออก
นางเอก: เกรซ โคปา (สีน้ำ)
บอดี้การ์ดสาวสวยฝีมือดี ถูกลักพาตัวมาฝึกเป็นทหารตั้งแต่เด็ก ถูกสอนให้ใช้อาวุธ เรียนศิลปะป้องกันตัว เรียนรู้การอารักขา และลอบฆ่า
นิสัย (เดิม) เงียบขรึม จริงจัง ทะเยอทะยาน
..................................................................
เรื่องย่อ
สีน้ำทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่อ่านอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากสอบเข้ามหาลัยเสร็จหมาด ๆ นิยายเรื่องที่เธออ่านก็คือ 'กรงขังของนายมาเฟีย' นิยายอีโรติกสิบแปดบวกที่พระเอกเป็นมาเฟียจอมยึดติด ราฟาเอล มิลเลอร์ มาเฟียจอมโหดเขาหลงรักนางเอกที่เป็นคนธรรมดา เขาถูกใจในหน้าตาสะสวยของนางเอกของเรื่องอย่าง นาตาลี ตั้งแต่แรกเห็น เขาตกหลุมรักนางเอกในเรื่องอย่างนาตาลีแบบหัวปักหัวปำ แต่เลือกที่จะเข้าหาอีกฝ่ายด้วยวิธีผิด ๆ ซึ่งตัวละครที่สีน้ำทะลุเข้ามาสวมร่างไม่ใช่นางเอก แต่ทว่ากลับเป็นนางร้าย!
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า













