บทนำ
“เฮ้ย..” เสียงหวานร้องอกมาอย่างตกใจเซถลาไปจะล้มจึงคว้าของใกล้มือเพื่อรั้งตัวเองไว้ไม่ให้ล้ม
“คุณ..” กรันต์ปล่อยแก้วกาแฟในมือแล้วตวัดเอวบางมากอดไว้ทันก่อนที่เธอจะล้มลงไปกองกับพื้นแล้วมองผู้หญิงแปลกหน้าในอ้อมแขนที่แว่นกันแดดเองกระเท่เร่
“ปล่อยฉัน” น้ำหนึ่งดันแว่นกันแดดขึ้นบนจมูกแล้วผลักร่างสูงออกอย่างแรงและใช้ภาษาอังกฤษที่เธอถนัด
“ระวังครับคุณ”
“มีอะไรให้ช่วยมั้ยครับ” เจ้าหน้าที่สนามบินถามทั้งสองแล้วยืนกันไม่ให้นักท่องเที่ยวเหยียบน้ำกาแฟที่หกเลอะพื้น
“ไม่มีค่ะ พอดีฉันซุ่มซ่ามเดินชนผู้ชายคนนี้ ขอโทษนะคะ” น้ำหนึ่งพูดจบก็เดินไปหาเพื่อนเพราะเธอรู้ตัวว่าผิดเพราะกำลังดูข้อความจากน้องชายส่งมาต่อว่ายาวเหยียดที่มาเมืองไทยไม่บอก
“เดี๋ยวคุณ กาแฟผมล่ะ”
น้ำหนึ่งชะงักก่อนจะหันกลับไปมองชายร่างสูงแล้วมองแก้วกาแฟยี่ห้อดังบนพื้นมีน้ำกาแฟหกไปทั่วบริเวรก่อนจะก้มดูตัวเองแล้วเดินกลับไปหาหนุ่มหล่อคมเข้ม
บท 1
คฤหาสน์หลังใหญ่ย่านสาธรบนพื้นที่สิบไร่ของตระกูลศิริพงษ์พิสุทธิ์ ซึ่งเป็นตระกูลเก่าแก่ที่มีฐานะมั่งคั่งมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษมีที่ดินแถวนี้กว่าสองร้อยไร่ก็ขายให้นักธุรกิจไปห้าสิบไร่เพื่อสร้างโรงแรมหรูแต่สุดท้ายไปไม่รอดจึงซื้อคืนและบริหารเองจนกระทั่งกลับมาปกติจึงขยายสร้างบ้านและคอนโดขายจนเหลือพื้นที่ไว้สำหรับครอบครัวสิบไร่เพื่อสร้างบ้านให้ลูกๆทั้งสองอยู่ในละแวกเดียวกันและแบ่งเขตกันชัดเจนแต่มีรั้วเปิดหากันได้และวันนี้เป็นวันเกิดของเจ้าสัวกำจร ศิริพงษ์พิสุทธิ์ ทายาทสายตรงของตระกูลศิริพงษ์พิสุทธิ์ที่แต่งานกับคุณผกามาศ พิมานรังสรรค์ ลูกสาวของมล.กาบและคุณทรงชัย พิมานรังสรรค์ มีเชื้อมีสายแต่ก็ปลายแถวแต่มีฐานะมั่งคั่งเหมือนกันพอแต่งงานกันก็ยิ่งทำให้สองตระกูลยิ่งใหญ่และเกื้อหนุนธุรกิจกันจนเจริญรุ่งเรืองจากรุ่นสู่รุ่น
“นี่เจ้ากรันต์ยังไม่มาอีกหรือไงแม่วนีย์” เจ้าสัวกำจรถามถึงหลานชายคนโตที่กลับมาจากอเมริกาหลังจากไปเรียนต่อที่บอสตันตั้งแต่อายุสิบสองปีและกลับมาวันเกิดท่านกับภรรยาทุกปีและตอนนี้อายุสิบห้าโตเป็นหนุ่มแล้ว
“เดี๋ยวคงมาค่ะ เห็นว่ากำลังรื้อกระเป๋าหาของขวัญให้คุณพ่ออยู่ค่ะ” คุณเยาวนีย์ตอบพ่อยิ้มๆเพราะลูกชายบอกว่าซื้อของขวัญให้ตาแต่ก็ใช้เงินของตาซื้อเพราะเขายังเรียนอยู่หาเงินไม่ได้ คุณเยาวนีย์หรือ วนีย์เป็นลูกสาวคนโตแต่งงานกับอีริค บอนเน็ตนักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งสเปนกับฮ่องกงมีลูกชายด้วยกันสองคน
“สุขสันวันเกิดคร้าบคุณตา” เด็กชายฉัตรชัยวัยเก้าขวบถือกล่องของขวัญขนาดเท่าฝ่ามือมาให้ตา
“ขอบใจมากลูก” เจ้าสัวกำจรยิ้มให้หลานชายคนที่สามก่อนจะแจกซองสีแดงซึ่งเป็นสีมงคลเพราะท่านมีเชื้อสายจีน
“ขอบคุณครับคุณตา” เด็กชายฉัตรชัยรับซองแดงจากคุณตาด้วยความดีใจ
“ของผมล่ะครับคุณตา” เด็กชายอนุวัตวัยเจ็ดขวบเดินตามหลังพี่ชายมาแล้วทวงซองแดงจากตา
“แล้วไหนของขวัญตาล่ะ” เจ้าสัวทวงของขวัญจากหลานชายขำๆ
“นี่ครับคุณตา” อนุวัตยื่นกระดาษเอสีให้ตา
“อะไรล่ะเนี่ย” เจ้าสัวรับกระดาษไปดูแล้วยิ้ม
“ครอบครัวของเราไงครับคุณตา ป้องวาดรูปครอบครัวของเราทุกคนครับ” อนุวัตบอกตาแล้วชี้ให้ดูว่ามีใครบ้างและครบทุกคนจริงอย่างที่เจ้าตัวพูด
“เดี๋ยวตาให้เลขาเอาไปใส่กรอบแล้วติดไว้บนผนังห้องรับแขกเลยดีกว่า นี่ของป้องนะลูก” คุณตาของหลานยื่นซองแดงให้หลานชายคนเล็ก
“ขอบคุณครับคุณตา” เมื่อได้ซองรางวัลเหมือนพี่ชายก็ยิ้มมดีใจแล้วเดินออกไปเล่นหน้าบ้านกับพี่ชาย
“ถ้าตาป้องโตมาพี่ว่าต้องรีบเก็บรูปลงแทบไม่ทันแน่เลยนะวภา” เยาวนีย์พูดกับน้องสาวยิ้มๆ
“วภาก็ว่าอย่างนั้นแหละค่ะพี่วนีย์ คิกๆๆ..” คนเป็นแม่อดขำลูกชายไม่ได้ เยาวภาเป็นลูกสาวคนเล็กของเจ้าสัวกำจรกับคุณหญิงผกามาศและแต่งงานกับชัยกรคนสนิทของสามีของพี่สาวและเขาเป็นลูกกำพร้าแต่ขยันเรียนเก่งสอบชิงทุนได้ไปเรียนที่ประเทศอังกฤษและรูจักรุ่นพี่หนุ่มหล่อทายาทนักธุรกิจชื่อดังจึงได้ทำงานด้วยตั้งแต่สมันเรียนพอเรียนจบก็เป็นเลขาให้อีริคจนกระทั่งเจ้านายหนุ่มแต่งงานก็มาช่วยงานที่เมืองไทยพบรักกับดอกฟ้า และโชคดีที่พ่อแม่ของเยาวภาไม่มีใครรังเกียจเพราะเขาขยันสร้างบริษัทสื่อสารร่วมหุ้นกับพี่เขยเพื่อให้พ่อตาเห็นว่าเขาไม่ได้เกาะลูกสาวและทั้งสองมีลูกชายด้วยกันสองคนคือฉัตรชัยหรือปกวัยเก้าขวบและอนุวัตรหรือป้องวัยเจ็ดขวบ และวันนี้ทุกคนมาร่วมงานวันเกิดของเจ้าสัวกำจรลูกหลานจึงอยู่กันพร้อมหน้า
“คุณวนีย์คะ คุณโตกับคุณดุจมาถึงแล้วค่ะ” สาวใช้เดินมาบอกเจ้านายสาวตามที่ได้รับแจ้งจากรปภ.ว่าเพื่อนของเจ้านายสาวมาถึงแล้วและจอดรถที่บ้านของเธอ
“เดียววนีย์มานะคะ” เยาวนีย์ลุกขึ้นเดินออกจากห้องรับแขกไปที่บ้านของเธอเพราะเพื่อนทั้งสองมาถึงแล้วงานนี่เธอไม่ได้เชิญแขกมากจะมีก็แค่ญาติๆและเพื่อนสนิทของเธอที่รู้จักกันมานานเท่านั้น
“งั้นวภาไปดูอาหารก่อนนะคะ” เยาวภาลุกเดินไปในครัวเพื่อดูแม่บ้านแม่ครัวจัดเตรียมอาหารสำหรับคืนนี้และเรียกเชฟจากโรงแรมมาทำให้โดยเฉพาะ
เยาวนีย์เดินผ่านประตูรั้วเข้าไปบ้านของเธอที่อยู่ติดกับคฤหาสน์หลังใหญ่ที่พ่อแม่อยู่กับครอบครัวของน้องสาวเพราะเธอขอออกมาสร้างบ้านเองพ่อจึงแบ่งที่ดินให้ห้าไร่และสร้างบ้านให้ใหญ่พอกับบ้านของท่านเพื่อให้เท่าเทียมกัน
“สวัสดีค่ะคุณป้าวนีย์” เสียงเล็กพูดขึ้นแล้วยกมือไหว้ป้าวนีย์แสนใจดีของเธอ
“สวัสดีจ้ะน้ำหนึ่ง น้ำริน มาให้ป้ากอดหน่อยสิลูกไม่เจอกันแป๊บเดียวโตขึ้นเยอะเลยนะจ้ะ” เยาวนีย์กอดหลานสาวทั้งสองอย่างรักใคร่เอ็นดู
“นานที่ไหนกันล่ะวนีย์ เราเพิ่งเจอกันเมื่อต้นเดือนเองนะจ้ะ” ดุจเดือนท้วงเพื่อนที่เจอกันทุกเดือนแล้วเยาวนีย์รักและเอ็นดูลูกสาวทั้งสองของเธอมากเพราะเพื่อนมีแต่ลูกชายสองคน ไม่มีลูกสาวส่วนน้องสาวก็มีลูกชายเหมือนกันทำให้พ่อแม่ของเพื่อนรักและเอ็นดูลูกสาวของเธอ
ดุจเดือนเป็นเด็กบ้านนอกเข้ามาเรียนโรงเรียนในกรุงเทพอาศัยอยู่กับลุงที่เป็นข้าราชการในกระทรวงต่างประเทศและเป็นเพื่อนกับเยาวนีย์มาตั้งแต่สมัยมัธยมต้นที่เรียนโรงเรียนสตรีชื่อดังจนกระทั่งเรียนมหาวิทยาลัยด้วยกันแล้วรู้จักชลิตที่มาตามจีบเธอจนกระทั่งคบหาเป็นแฟนกันและสัญญาจะแต่งงานกันหลังจากเรียนจบกลับมาจากต่างประเทศแล้วชลิตก็ไปเรียนต่อปริญญาโทที่ประเทศอังกฤษ ส่วนเยาวนีย์ก็ไปต่อปริญญาโทที่อังกฤษแต่คนละมหาวิทยาลัยแล้วพบรักกับนักธุรกิจหนุ่มหล่อชาวสเปนพอเรียนจบกลับมาช่วยงานครอบครัวแล้วอีริคก็มาทำธุรกิจที่เมืองไทยจนกระทั่งแต่งงาน ส่วนดุจเดือนจบปริญาโทจากประเทศออสเตรเลียก็ทำงานบริษัทในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการในบริษัทของชลิตและแอบคบหากับลูกชายท่านประธานบริษัทแต่ไม่มีใครรู้จนกระทั่งความรักสุกงอมทั้งสองก็เปิดตัวแล้วแม่สามีไม่ยอมเธอเพราะได้ทาบทามไฮโซสาวเป็นลูกสะใภ้ไว้แล้ว แต่ขัดลูกชายคนโตกับสามีไม่ได้เพราะดุจเดือนท้องจึงยอมให้แต่งงานแต่ไม่ให้อยู่ร่วมบ้านและยังไม่ให้สร้างบ้านใกล้บ้านของเธอ เจ้าสัวธีระก็ซื้อบ้านให้ลูกชายซึ่งอยู่ไม่ไกลกันจากบ้านของท่านและทุกวันนี้แม่ของสามีก็ยังไม่ยอมรับเธอกับลูกสาวและพูดตลอดว่าเธอกับลูกสาวเป็นตัวกาลกินีทำให้แม่ลูกทะเลาะกัน
“แหมดุจก็ ฉันมีแต่ลูกชายนะเธอแล้วไปเรียนกันหมดฉันก็เหงาน่ะสิก็มีแต่น้ำหนึ่งกับน้ำรินนี่แหละที่ทำให้ฉันหายเหงาจริงมั้ยคะที่รัก” เยาวนีย์หันไปพูดกับสามีที่คุยกับสามีของเพื่อนอยู่ที่บาร์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดแม้จะสงสัยแต่ไม่พูดอะไรเพราะมีเด็กๆอยู่ด้วย
“งั้นเรามีลูกกันอีกสักคนดีมั้ยครับที่รัก จะได้มาเป็นน้องของน้ำหนึ่งกับน้ำริน” อีริคพูดหยอกเย้าภรรยาที่บอกว่าขอมีลูกแค่สองคนและเลี้ยงดูให้ความรักเต็มที่ก็พอ ส่วนเขาก็ตามใจภรรยาอยากมีกี่คนเขาก็พร้อมเสมอ
“ดีค่ะคุณลุงอีริค น้ำอยากมีน้องสาวอีกหลายๆคนค่ะ” เด็กหญิงน้ำหนึ่งพูดขึ้นทำให้ผู้ใหญ่ยิ้ม
“สงสัยต้องรอลูกของพี่กรันต์แล้วล่ะลูก” เยาวนีย์ตอบหลานสาวหากเธอมีลูกตอนนี้คงไม่ทันเห็นลูกสาวโตเป็นสาวแน่
“มัมต้องรออีกนานครับ เพราะผมเพิ่งสิบห้าเองเอาไว้สามสิบเมื่อไหร่ผมถึงจะแต่งงานครับ” หนุ่มหล่อลูกเสี้ยวที่ได้เลือดพ่อมาเยอะลงมาได้ยินก็ตอบแม่ทันที กรันต์ เดนิส บอนเน็ต ลูกชายคนโตของอีริคกับเยาวนีย์ บอนเน็ต วัย15ปีกำลังแตกเนื้อหนุ่มและดูท่าในอนาคตจะหล่อมากด้วย
“ผมก็จะแต่งงานอายุสามสิบเหมือนพี่กรันต์ครับ” คนเป็นน้องก็พูดเหมือนพี่ชายเพราะพี่ชายเป็นไอดอลของเขาและไปเรียนที่อเมริกากับพี่ชายได้หนึ่งปี กวิน เดวิน บอนเน็ต วัย13ปีลูกชายคนเล็กที่ได้เลือดพ่อมามากกว่าพี่ชายมีผมสีทองส่วนผมของกรัตน์สีน้ำตาลเข้มตาสีเฮเซลซึ่งจะรวมสีน้ำตาลอ่อน น้ำตาลเข้มและสีฟ้าพอเจอแสงแดดก็จะเปล่งประกายโดดเด่นเจิดจ้าน่าหลงใหล
“พี่กรันต์ พี่กวิน” น้ำหนึ่งเรียกพี่ชายใจดีของเธอด้วยความคิดถึงเพราะพี่กรันต์ของเธอไปเรียนอเมริกากว่าจะได้เจอกันตอนวันเกิดของคุณตาคุณยายของพี่กรันต์ทุกปี
“เป็นไงยัยตัวเล็กปีนี้สูงขึ้นหรือเปล่าเนี่ย พี่มีของฝากมาให้น้ำหนึ่งกับน้ำรินด้วยแต่พี่ยังไม่ได้รื้อกระเป๋าเลยเดี๋ยวค่อยเอาวันพรุ่งนี้นะ” กรันต์บอกสาวน้อยทั้งสองที่เขารักและเอ็นดูเหมือนน้องสาวเพราะพ่อแม่เป็นเพื่อนกันไปมาหาสู่กันตลอด
“ขอบคุณค่ะ หนึ่งจะรอของฝากของพี่กรันต์นะคะ” น้ำหนึ่งยกมือไหว้ขอบคุณพี่ชายใจดีและน้ำรินก็ยกมือไหว้ตามพี่สาว
“ฉันว่าเราไปบ้านใหญ่กันดีกว่านะดุจ โต ไปจ้ะเด็กๆตอนนี้คุณตาคุณยายรอนานแล้วลูก” เยาวนีย์พูดกับเพื่อนและลูกหลานก่อนจะจูงมือเด็กหญิงทั้งสองเดินไปพร้อมกับเพื่อน
กรันต์กับกวินเดินตามแม่และอาดุจกันน้องสาวทั้งสองไปบ้านของตาที่ไฟสนามหน้าบ้านสว่างจ้าเพราะเป็นวันเกิดของท่านจึงมีลูกหลานและญาติสนิทมาร่วมอวยพรและสังสรรค์ร่วมกันเหมือนทุกปี ส่วนอีริคกับชลิตเดินรั้งท้าย
“ผมจะให้คนของผมตามดูแลอยู่ห่างๆนะโต ช่วงนี้ก็ทำตัวปกติก่อนหากมีคนคิดร้ายจริงเดี๋ยวพวกเขาจะไหวตัวทัน” อีริคไม่อยากพูดว่าญาติพี่น้องของชลิตปองร้ายเขาเพราะผลประโยชน์และความโลภและยังมีคนนอกร่วมด้วยก็คือญาติของภรรยาและน้องเขยที่ต้องการร่วมหุ้นด้วย แต่เจ้าสัวธีระยกให้ลูกชายคนโตบริหารเต็มตัวมาตั้งแต่เปิดบริษัทจนกระทั่งติดตลาดและชลิตก็ชวนเขาร่วมหุ้น จากนั้นก็ขยายตลายส่งออกไปหลายประเทศและยังมีฐานผลิตอยู่ประเทศเพื่อนบ้านทำกำไรแต่ละปีหลักพันล้านจนเข้าตลาดหลักทรัพย์ทำให้มีคนอยากร่วมหุ้นแต่เจ้าสัวอยากให้เป็นธุรกิจของครอบครัวแม้จะมีคนนอกอย่างอีริคแต่เขาก็ไม่ด้มายุ่งเกี่ยวแค่รอรับผลประโยชน์เท่านั้นและเจ้าสัวก็รักษาการประธานบริษัทเพื่อคานอำนาจไว้ให้ลูกชายคนโตทำให้ลูกชายคนรองกับลูกสาวคนเล็กไม่พอใจเพราะพวกเขาได้ดูแลบริษัทเล็กๆแม้จะได้เงินปันผลทุกปีแต่มันไม่พอเพราะเม็ดเงินในบริษัทKKวันซ์คอร์เปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) มากมายจนทำให้พี่น้องอิจฉาริษยากัน
“ขอบคุณมากนะอีริค” ชลิตขอบคุณอีริคที่ช่วยเหลือเพราะเขาห่วงภรรยากับลูกสาวที่เป็นแก้วตาดวงใจของเขาซึ่งพ่อของเขาก็ได้ทำพินัยกรรมไว้เรียบร้อยหากท่านเป็นอะไรไปเขาจะมีอำนาจสูงสุดและถ้าเขากับภรรยาเป็นอะไรไปทุกอย่างของเขาจะตกเป็นของลูกสาวทั้งสองเช่นกันคนอื่นไม่มีสิทธิ์เช่นกันและถ้าเขากับพ่อไม่อยู่ก็ให้อีริคเป็นที่ปรึกษาและรักษาการตำแหน่งประธานบริษัทแทนลูกสาวจนกว่าจะบรรลุนิติภาวะเพราะเขาไว้ใจอีริคกับเยาวนีย์มากกว่าพี่น้องส่วนพ่อตาแม่ยายเขาไม่อยากดึงท่านมายุ่งด้วยเพราะห่วงความปลอดภัยของพวกท่าน
“จะขอบคุณทำไมโต เราเป็นเพื่อนกันนะถ้าเพื่อนไม่ช่วยเพื่อนแล้วจะเรียกว่าเพื่อนหรือไง” อีริคตบไหล่ลิตเบาๆเขากับชลิตสนิทกันเพราะภรรยาเป็นเพื่อนรักกันทำให้เขากับชลิตกลายมาเป็นเพื่อนรักกันแต่เขาแก่กว่าแต่ให้ชลิตเรียกแค่ชื่อ
“ถ้าผมเป็นอะไรไปก็ฝากลูกเมียผมด้วยนะอีริค”
“เฮ้ย อย่าพูดอย่างนี้สิโต ลูกเมียนายก็ต้องดูแลเองสิ”
“ผมแค่พูดเผื่อไว้น่ะ” ชลิตยิ้มให้เพื่อนที่เป็นที่ปรึกษาให้เขารองจากพ่อเพราะเขาไม่ไว้ใจใครแม้แต่แม่ที่เข้าข้างน้องชายน้องสาวทั้งที่เมื่อก่อนเขาเป็นลูกรักแต่พอเขาเลือกคู่ชีวิตเองกลับกลายเป็นลูกชังและยังเกลียดชังไปถึงลูกสาวทั้งสองของเขานั่นทำให้เขาเสียใจ
ทั้งสองเดินตามทุกคนไปถึงบ้านใหญ่และทักทายพ่อแม่ของเยาวนีย์และน้องสาวน้องเขยรวมถึงญาติพี่น้องที่ทยอยมากันมากว่าสิบคนและรู้จักกันดีทำให้เขาอดอิจฉาครอบครัวของเยาวนีย์ไม่ได้ที่พี่น้องสนิทสนมรักใคร่กันดี จากนั้นก็มีญาติสนิทและคนที่รักเคารพเจ้าสัวกำจรก็มาร่วมงานมากกว่าห้าสิบคนแล้วทุกคนก็ร่วมรับประทานอาหารและตัดเค้กตอนสองทุ่มซึ่งผู้ใหญ่ก็ดื่มกันส่วนเด็กๆก็กินข้าวกินขนมแล้วก็วิ่งเล่นในสนามหญ้ากันอย่างสนุกสนานมีกรันต์พี่ใหญ่นั่งมองน้องๆวิ่งเล่นกัน
“เป็นไงเราเหนื่อยแล้วเหรอ ดื่มช้าๆเดี๋วสำลัก” น้ำหนึ่งเดินเหงื่อแตกกลับมานั่งที่โต้ะแล้วยกแก้วน้ำขึ้นดื่มด้วยความกระหายแล้วพยักหน้าให้พี่กรันต์
“แค่กกๆๆ..”
“พูดยังไม่ทันขาดคำเลยยัยเด็กดื้อ” กรันต์ว่าสาวน้อยน่ารักแล้วลูบหลังไปมาเบาๆ
“ก็ แค่กๆๆ..”
“อย่าเพิ่งพูดสิ หายใจเข้าลึกๆก่อน”
“ขอบคุณค่ะพี่กรันต์ หนึ่งรักพี่กรันต์ค่ะ พี่กรันต์ใจดีที่สุดในโลกเลยค่ะ” น้ำหนึ่งยิ้มตาหยีให้พี่กรันต์แต่เธอก็มีลูกพี่ลูกน้องหลายคนแต่ไม่มีใครเล่นกับเธอและน้องสาวทุกคนเกลียดเธอกับน้องสาวยกเว้นคุณปู่ที่รักเธอกับน้องสาว
“รักพี่เพราะใจดีนี่นะ” กรันต์แกล้งสาวน้อยที่ยิ้มตาหยีน่ารักน่าชังยิ่งเหมือนเจ้าหญิงน้อยอย่างหั่นเขี้ยว
“ก็พี่รันใจดีกว่าพี่พริมพี่มาร์คและเมย์อีกค่ะ” เสียงใสเบาลงเมื่อพูดถึงญาติพี่น้องของตัวเอง
“พวกนั้นแกล้งน้ำหนึ่งเหรอ” กรันต์รู้ว่าญาติของน้ำหนึ่งมักจะแก้งเธอและถ้าเขาอยู่ไม่มีใครแกล้ง
“ค่ะ”
“ถ้าแกล้งอีกให้มาฟ้องพี่ เดี๋ยวพี่จัดการให้เอง”
“จริงนะคะ แต่ว่าพี่กรันต์ต้องไปเรียนเมกานี่คะจะช่วยหนึ่งได้ยังไงคะ”
“พี่ก็โทรบอกคุณปู่ธีระให้ไง ไม่ต้องกลัวนะพี่จะปกป้องน้ำหนึ่งกับน้ำรินไม่ให้ใครมารังแกอีกนะครับ” กรันต์ให้สัญญากับน้องสาวตัวน้อยเขารู้เรื่องที่ย่าอาและลูกไม่ชอบน้ำหนึ่งกับน้ำรินและอาดุจแค่อาดุจไม่ได้อยู่ในสังคมไม่มีชื่อเสียงเป็นแค่ลูกสาวกำนันบ้านนอกไม่เหมาสมกับลูกชายเจ้าสัวกับคุณหญิงตราตั้งอย่างคุณหญิงพิราอร
"พี่กรันต์สัญญานะคะ"
"สัญญาครับ"
"งั้นเรามาทำสัญญากันนะคะ" น้ำหนึ่งยกมือขึ้นยื่นนิิ้วก้อยให้พี่กรันต์
"สัญญาครับ พี่จะดูแลน้ำหนึ่งครับ" กรันต์ยิ้มให้น้องสาวแล้วยกนิ้วก้อยเกี่ยวนิ้วก้อยเล็กแล้วเอานิ้วโป้งชนกันเป็นสัญญาของพวกเขาสองคน
“ขอบคุณค่ะพี่กรันต์” น้ำหนึ่งดีใจที่พี่กรันต์สัญญาจะปกป้องเธอ
“คุยอะไรกันอยู่ลูก ดูสิน้ำหนึ่งเหงื่อเต็มเลยสนุกล่ะสิเรา” คุณเยาวนีย์ยิ้มให้ลูกชายกับหลานสาวตัวน้อย
“พี่กรันต์สัญญาว่าจะปกป้องน้ำหนึ่งค่ะคุณป้า” น้ำหนึ่งบอกคุณป้าวนีย์ด้วยความดีใจที่มีพี่ชายปกป้องเธอ
“งั้นเหรอลูก แต่ว่าพี่กรันต์ไปเรียนที่เมกาแล้วจะปกป้องน้ำหนึ่งยังไงล่ะลูก”
“พี่กรันต์บอกว่าถ้ามีใครรังแกหนึ่งกับน้ำรินให้บอกพี่กรันต์แล้วพี่กรันต์จะโทรบอกคุณปู่จัดการให้ค่ะ” เสียงใสตอบคุณป้าวนียแล้วยิ้มตาหยีอย่างน่ารัก
“ดีลูก แต่ถ้าใครรังแกน้ำหนึ่งกับน้ำรินก็มาบอกป้ากับลุงอีริคได้เลยนะลูกเดี๋ยวลุงกับป้าจะจัดการให้” คุณเยาวนีย์พูดเอาใจหลานสาวเพราะรู้ว่าน้ำหนึ่งกับน้ำรินไม่ได้รับความรักจากย่าและอารวมถึงลูกพี่ลูกน้องที่ถูกย่าและพ่อแม่สอนมาให้เกลียดกันซึ่งมันไม่ถูกต้องและเธอไม่ได้สนิทกับคนบ้านนั้นแต่พ่อของเธอสนิทกับเจ้าสัวธีระส่วนแม่ของเธอก็รู้จักับคุณหญิงพีรยาแต่ไม่ได้สนิทกัน
“ค่ะคุณป้าวนีย์ หนึ่งรักคุณป้าวนีย์ม้ากมากค่า” น้ำหนึ่งกอดผู้เป็นป้าที่ไม่ได้มีสายเลือดเดียวกันด้วยความรักเพราะท่านดีกับเธอมากกว่าญาติพี่น้องของเธอและคุณย่า
“อ้อนเก่งนะเราเนี่ย” กรันต์บีบแก้มสาวน้อยอย่างหมั่นเขี้ยว
“พี่กรันต์ หนึ่งเจ็บนะคะ คุณป้าขาพี่กรันต์แกล้งหนึ่งค่า”
“ยัยเด็กขี้ฟ้อง ทีเมื่อกี้ใครกันอ้อนพี่เดี๋ยวได้อดของฝากแน่ๆ”
“ไม่ได้นะคะพี่กรันต์ขา หนึ่งล้อเล่นค่า คุณป้ายังไม่ได้ดุพี่กรันต์เลยนะคะ” เด็กหญิงน้ำหนึ่งอ้อนพี่ชายทำให้เสองแม่ลูกหัวเราะ
“อ้อนพี่กรันต์อีกแล้วนะลูก ดึกแล้วเราต้องกลับบ้านแล้วจ้ะ” ดุจเดือนเดินมาตามลูกสาวทั้งสองกลับบ้านเพราะตอนนี้เลยเวลานอนของลูกสาวทั้งสองแต่พรุ่งนี้เป็นวันหยุดเธอจึงหยวนๆให้และนานๆลูกๆจะได้สนุกสนานจึงปล่อยให้วิ่งเล่นเต็มที่
“ค่ะคุณแม่ งั้นหนึ่งไปตามน้ำรินก่อนนะคะ” น้ำหนึ่งบอกแม่แล้ววิ่งไปหาน้องสาวที่เล่นวิ่งไล่จับกับพี่ปกพี่ป้องและพี่น้องอีกสามสี่คนหลานของเจ้าสัวกำจรและคุณผกามาศ
“ช่วงปิดเทอมเธอก็ให้เด็กๆมาเล่นกับตากรันต์ตากวินที่นี่ก็ได้นะดุจ เดี๋ยวพี่ๆไปเรียนต่อแล้วน้ำหนึ่งกับน้ำรินคงจะเหงา” คุณเยาวนีย์บอกเพื่อนเพราะสงสารหลานที่ไม่มีเพื่อนเล่น
“รบกวนเธอกับหลานกรันต์หลานกวินน่ะสิ”
“ไม่เป็นไรครับอาดุจ น้องมาเล่นด้วยก็สนุกดีเหมือนกันครับ” เขาก็ไม่ได้ไปหนอยู่แล้วเพราะเพื่อนๆก็ไปเรียนต่างประเทศกันหมดและกลับบ้านไม่ตรงกันแต่คุยกันตลอดมีแค่ดนุรุทที่เรียนบอสตันด้วยกันแต่เพื่อนไม่กลับบ้านเพราะครอบครัวมีปัญหา
“แต่ช่วงเช้าน้ำหนึ่งกับน้ำรินมีเรียนดนตรีสองชั่วโมงเสร็จสิบเอ็ดโมง ถ้าไม่รบกวนหลานกรันต์อาจะพามาน้องมาฝากนะจ้ะ” ดุจเดือนมองเพื่อนกับลูกชายอย่างขอบคุณที่รักใคร่เอ็นดูลูกสาวของเธอทั้งสอง
“ฉันจะให้แม่บ้านเตรียมอาหารกลางวันให้เด็กละกัน”
“ขอบใจมากนะวนีย์” คุณดุจเดือนขอบใจเพื่อนที่อยู่เคียงข้างเธอมาตลอดเป็นโชคดีของเธอที่ได้รู้จักเยาวนีย์กับเยาวภาทั้งสองคบกับเธอด้วยความจริงใจไม่ได้ดูถูกว่าเธอเป็นเด็กบ้านนอกแม้พ่อแม่จะมีฐานะดีสามารถส่งเสียเธอมาเรียนในโรงเรียนสตรีชื่อดังในเมืองหลวงได้ แต่ในสังคมก็มีแบ่งชั้นวรรณะกันแยกแยะระหว่างคนจนคนรวยไฮโซและลูกท่านหลานเธอแต่กลุ่มของเธอก็คบกันอย่างเหนียวแน่นยังมีเพื่อนอีกสามคนที่แต่งงานมีครอบครัวและย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดและต่างประเทศนานๆจะเจอกันแต่เล่นเฟสเล่นไลน์พูดคุยทักทายกันตลอด
“คุณแม่ขาน้ำรินกำลังสนุกเลยค่ะ ยังไม่กลับได้มั้ยคะ” น้ำรินอ้อนแม่เพราะกำลังสนุกนานๆเด็กหญิงจะได้วิ่งเล่นเต็มที่กับพี่ๆ
“ตอนนี้ดึกแล้วจ้ะ เดี๋ยวพี่ๆก็ต้องไปนอนเหมือนกันเอาไว้พรุ่งนี้น้ำหนึ่งกับน้ำรินเรียนพิเศษเสร็จแล้วแม่จะมาส่งเล่นกับพี่กรันต์พี่กวินดีมั้ยคะ” ดุจเดือนพูดกับลูกสาวอย่างอ่อนโยนเพราะญาติพี่น้องไม่เล่นด้วยเธอจึงหากิจกรรมให้ลูกทำในวันหยุดและให้ลูกเลือกทำให้สิ่งที่ชอบและลุกทั้งสองก็เลือกเรียนดนตรีในวันหยุด
“ดีค่าคุณแม่ งั้นน้ำกลับบ้านก่อนนะคะพี่กรันต์พี่กวินพรุ่งนี้น้ำรินกับพี่น้ำหนึ่งจะมาเล่นด้วยนะคะ” เด็กหญิงน้ำรินยิ้มให้พี่ชายใจดีทั้งสองที่เล่นกับเธอรวมถึงพี่ปกพี่ป้อง
“งั้นบอกลาคุณป้ากับพี่กรันต์พี่กวินและคุณตาคุณยายคุณน้าด้วยจ้ะ” ดุจเดือนบอกลูกสาวทั้งสองที่บอกราตรีสวัสดิ์ทุกคนก่อนกลับบ้าน
รถตูคันใหญ่ของครอบครัวชลิตกับดุดเดือนแล่นออกไปจากบ้านของเยาวนีย์แล้วเจ้าของบ้านทั้งสองก็เดินเข้าบ้านเพราะลูกชายทั้งสองยังอยู่ที่บ้านตายาย
บทล่าสุด
#149 บทที่ 149 ครอบครัวสุขสันต์
อัปเดตล่าสุด: 8/24/2026#148 บทที่ 148 น้องน้ำมนต์
อัปเดตล่าสุด: 8/24/2026#147 บทที่ 147 เจ็บท้องคลอด
อัปเดตล่าสุด: 8/24/2026#146 บทที่ 146 สะใภ้คนโปรด
อัปเดตล่าสุด: 8/24/2026#145 บทที่ 145 รอยรัก
อัปเดตล่าสุด: 8/24/2026#144 บทที่ 144 คู่รักแห่งปี
อัปเดตล่าสุด: 8/24/2026#143 บทที่ 143 รักเธอสุดหัวใจ
อัปเดตล่าสุด: 8/24/2026#142 บทที่ 142 วิวาห์แสนหวาน
อัปเดตล่าสุด: 8/24/2026#141 บทที่ 141 แห่ขันหมาก
อัปเดตล่าสุด: 8/24/2026#140 บทที่ 140 วันแต่งงาน
อัปเดตล่าสุด: 8/24/2026
คุณอาจชอบ 😍
รักซึมร้าย NC 25++
ห้องที่หญิงสาวกำลังขึ้นไปนี้มีลักษณะเป็นห้องชุดรอยัลสวีท สุดหรู มีสองห้องนอน ห้องนอนใหญ่เป็นห้องส่วนตัวของเจ้านายใหญ่ยามที่ต้องมาค้างที่นี่ อีกห้องเป็นห้องนอนขนาดเล็กกว่าหน่อย เอาไว้สำหรับพาสาวๆ มาหาความสำราญ ด้านนอกมีห้องนั่งเล่นที่มีโซฟาชุดใหญ่วางอยู่ เมื่อไปถึงเจ้าตัวก็ยกมือขึ้นเคาะประตูสองครั้งก่อนจะผลักเข้าไปทันทีโดยไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องอนุญาต
เมียเด็กของผู้พันสายดุ
การสูญเสียพ่อผู้เป็นดั่งโลกทั้งใบในภารกิจลับ ทำให้ชีวิตของ ‘ม่านมุก’ เด็กสาววัยยี่สิบปีต้องพลิกผัน เธอถูกโยนเข้ามาอยู่ในความดูแลของ ‘พันเอก รุจิภาส วงศ์เดชา’ ผู้บังคับการกองพันทหารราบสายดุ ผู้ชายที่พ่อเธอเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเขาไว้!
เขาคือเสือร้ายแห่งกองทัพ เย่อหยิ่ง บ้าอำนาจ และไร้ซึ่งความอ่อนโยน
เขาต้อนรับเธอด้วย 'กฎเหล็ก 5 ข้อ' ที่ขีดเส้นแบ่งสถานะระหว่าง 'ผู้ปกครอง' และ 'เด็กในความดูแล' อย่างชัดเจน
ทว่า... ภายใต้ใบหน้าที่ถมึงทึงและคำพูดที่เย็นชา กลับซ่อนความรู้สึกหวงแหนที่ลึกล้ำจนน่ากลัว
ยิ่งเธอพยศ เขาก็ยิ่งอยากปราบให้อยู่หมัด
ยิ่งเธอหนี เขาก็ยิ่งอยากกักขังเธอไว้ในกรงทองของเขาตลอดกาล!
แต่เมื่อความจริงในอดีตถูกเปิดเผย พร้อมกับความลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้รอยแผลเป็น
สมรภูมิแห่งความรักครั้งนี้... ผู้พันสายดุจะยอมคุกเข่าเพื่อสยบหัวใจเด็กพยศได้อย่างไร?
“จำไว้นะม่านมุก... ใครกล้าแตะต้องเธอ... มันต้องตาย!”
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
คลั่งรักลูกหนี้
กลางวันเธอจึงต้องทำงานในไร่
ส่วนกลางคืน
เธอต้องทำงานบนเตียง
จนกว่าเจ้าของเงินกู้ก้อนใหญ่อย่างเขา
‘จะพอใจ’
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
เล่ห์รักซ่อนชู้
“ทำไมจะไม่เกี่ยว ธิชารู้เห็นเรื่องที่ไหมเขามีชู้ แล้วธิชาก็ปิดบังพี่เรื่องนี้…ทำให้พี่เป็นไอ้โง่ถูกไหมเขาสวมเขาให้ แล้วไหนจะลูกของไอ้ชู้นั่นที่ไหมเอามายัดเหยียดให้เป็นลูกของพี่อีก…เพราะฉะนั้นธิชาก็ลองมาปิดบังไหมเขาเรื่องที่เราเป็นชู้กันให้มิดละกัน…ไม่งั้นไหมเขาคงจะเสียใจน่าดู ถ้ารู้ว่าน้องสาวมาเป็นชู้กับผัวตัวเองแบบอย่างนี้..”
“พี่มันเลว…พี่มันชั่ว…ปล่อยนะคะ ธิชาไม่อยากจะให้คนเลวๆอย่างพี่มาแตะเนื้อต้องตัวธิชาอีก…”
“ด่าผัวตัวเองอย่างนี้น่ารักเลยนะ…สงสัยต้องทำโทษสักหน่อยแล้ว…แต่พวกเขาจะสงสัยไหมว่าทำไมเราสองคนถึงได้ออกมานานแบบนี้…”
“พี่ไม่มีวันได้….อื้อ….อือ….อื้อ….ปึก เพี๊ยะ….อย่าทำแบบนี้กับธิชาอีกนะคะ ไม่งั้นอย่าหาว่าธิชาไม่เตือน”
“หึๆ…ชอบแบบตบจูบก็ไม่บอก งั้นเดี๋ยวพี่จัดให้ อยากตบพี่นักใช่ไหมหึ…จุ๊บ….อื้อ….อืม…อือ…”
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
คุณหมอ❤️ที่รัก NC18++
"อาหมอกฤษฎิ์"
หนุ่มใหญ่วัย 34 ปี มาเฟียในคราบคุณหมอสูตินรีเวชแห่งโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของประเทศ โหด เหี้ยม รักใครไม่เป็น เปลี่ยนคู่นอนเป็นว่าเล่น สำหรับเขารักแท้ไม่เคยมีรักดีๆ ก็มีให้ใครไม่ได้ แต่สุดท้ายดันมาตกหลุมรักแม่ของลูกอย่างถอนตัวไม่ขึ้น❤️
"เฟียร์สตีนอยู่ดีๆรู้ตัวอีกทีก็มีลูกสาววัย4ขวบแล้วอ่ะครับ แถมแม่ของลูกทำเอาใจเต้นแรงไม่หยุดเลยนี่เรียกว่าตกหลุมรักใช่ไหมครับ"
นลินนิภา อารีย์รักษ์
"ที่รัก"
สาวน้อยวัยแรกแย้มบริสุทธิ์ผุดผ่อง ฐานะยากจนสู้ชีวิต เพราะความจำเป็นทำให้เธอต้องตกเป็นของเขา คนนั้นด้วยความเต็มใจ จนทำให้เธอต้องกลายมาเป็นคุณแม่ยังสาวด้วยวัยเพียง 18 ปี แต่แล้ววันหนึ่งโชคชะตาก็เล่นตลกเหวี่ยงให้เธอกลับมาพบกับเขาคนนั้นอีกครั้ง พ่อของลูกคนที่เธอถวิลหาไม่เคยลืม ❤️
"ตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรก ห่างกันไกลแค่ไหนใจยังคงคิดถึงเธอเสมอ ❤️พ่อของลูก"
หนูน้อยแก้มใส
กมลชนก อารีย์รักษ์
สาวน้อยวัย 4 ขวบ สดใสร่าเริง ฉลาดมาก ซนมาก แสบมาก เซี้ยวมาก เฟียสมาก ใครเห็นเป็นต้องหลงรักในความช่างพูดและขี้อ้อนของน้อง
"ลุงหมอเป็นพ่อขาของแก้มใสเหรอคะ"
หนูเป็นลูกของคุณพ่อกฤษฎิ์กับคุณแม่ที่รักค่ะ
หนูจะเป็นกามเทพตัวจิ๋วที่จะมาแผลงศรให้คุณพ่อกับคุณแม่รักกัน❤️มาเอาใจช่วยหนูกันด้วยนะคะ
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
Loveless ก็ไม่ได้รักสักนิด
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด













