บทนำ
บท 1
ตอนที่ 1 แค่หมาข้างถนน
ตุบ กระสอบผ้าใบใหญ่ถูกโยนกลิ้งลงไปบนพื้น ท่ามกลางความมืดของถนนสายเปลี่ยว พายุฝนฟ้ากระหน่ำเทลงมาหนาเม็ดมากขึ้นเรื่อยๆ ชายร่างใหญ่สองคนยกตีนขึ้นมาถีบกระสอบป่านฉ่ำฝนให้มันกลิ้งไปในพงหญ้า จากนั้นจึงวิ่งกลับไปยังรถกระบะคันใหญ่ก่อนจะขับหายไปในความมืด
“อื้อ...” นานครู่ใหญ่กระสอบป่านใบนั้นกลับเริ่มเคลื่อนไหวคล้ายมีอะไรบางอย่างซุกซ่อนอยู่ภายใน หากแต่ปลายด้านหนึ่งมันถูกเชือกมัดเย็บเอาไว้อย่างแน่นหนา สายน้ำหลากลงมาจากถนนลาดยาวสูง ไหลผ่านกระสอบผ้ามากขึ้นเรื่อยๆ แรงถีบ แรงดิ้นทำให้ก้อนกระสอบใหญ่กลิ้งต่ำลงไปค้างอยู่ภายในร่องน้ำซึ่งมีปริมาณน้ำขังท่วมสูงขึ้นเรื่อยๆ
“ช่วยด้วย ช่วยด้วย” เสียงเล็กร้องตะโกนออกมา แขนขาพยายามดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด
ในความมืดอันคับแคบนิ้วเล็กคลำหาทางรอดให้กับตัวเอง จนเจอช่องว่างเล็กๆ ซึ่งเชือกเย็บปากกระสอบไม่สนิทกัน นิ้วเรียวเต็มไปด้วยรอยแผล ถูกใช้คลำหาหัวหาท้ายแล้วพยายามฉีกทึ้งดึงปากกระสอบหยาบให้เปิดกว้างออก
ร่างเปลือยไร้อาภรณ์ผ้าผ่อนปกปิดยืนสั่นตัวซีดอยู่ท่ามกลางสายฝนด้วยความมึนงงจับทิศจับทางจดจำเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ไม่ได้แม้แต่ภาพเดียว แขนขาเต็มไปด้วยร่องรอยเขียวช้ำดำม่วง โหนกแก้ม ซีกหน้า ปาก จมูกเหมือนถูกทุบตีทารุณมาอย่างหนัก
“ช่วยด้วย...” ฝ่าเท้าเปลือยย่ำลงไปบนหินแหลม แขนสองข้างยันค้ำไปบนทางลาดซึ่งมีน้ำฝนหลากเทลงมาราวกับน้ำตกขนาดย่อม
“ช่วยด้วย” ดวงตาปูดโปนจนเกือบปิด มองเห็นไฟสว่างสองดวงกำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้ แขนซ้ายสั่นยืนยาวออกไปเบื้องหน้าร้องหาความช่วยเหลือ หากแต่รถใหญ่ขับผ่านร่างเปลือยริมถนนไปราวกับเห็นเขานั้นเป็นเพียงต้นหญ้าริมทางอันไร้ความหมาย
“นั่นมันอะไรกัน...” ปลายเท้าใหญ่เหยียบเบรกก่อนจะหันไปมองกระจกข้างเพื่อต้องการดูให้ชัดว่าร่างขาวเมื่อครู่ไม่ใช่ภาพลวงตา
“ถอยรถกลับไป” เสียงขรึมร้องสั่งมาจากเบาะคนนั่งด้านข้าง
“มันไม่อันตรายเกินไปหรือครับ คุณเปลว” คนขับรถเอี้ยวหน้าหันไปมองด้านข้าง
“นายพกปืนมาหรือเปล่า” มือหยาบล้วงต่ำลงไปใต้เบาะจากนั้นดึงวัตถุสีดำด้านออกมาจากข้างใต้ชักสำรวจตรวจดูจำนวนกระสุนซึ่งบรรจุอยู่ด้านในแล้วใส่กลับเข้าที่เดิม
“ครับ” มือข้างหนึ่งปรับเบาะเลื่อนถอยหลังเปิดช่องใต้ฝ่าเท้าดึงวัตถุสีดำขึ้นมาถือในมือเช่นกัน
“แล้วจะกลัวอะไร...ถอยหลังไป”
ร่างสั่นยืนมองไปยังไฟท้ายสีแดงอย่างมีความหวัง จนกระทั่งเห็นมันจอดสนิทห่างออกไป เท้าเล็กเต็มไปด้วยรอยแผลค่อยๆ ขยับไปข้างหน้าอย่างยากลำบาก ถึงอย่างนั้นยังไม่ลืมก้มลงไปหยิบกระสอบป่านขึ้นมาใช้มันปกปิดร่างเปลือยให้พ้นตาของคนแปลกหน้า กระจกสีทึบถูกเคลื่อนมาหยุดอยู่ด้านข้างร่างเล็ก ดวงตาคมจับนิ่งมองใบหน้าขาวซีดบวมเป่ง ก่อนที่สันกรามเกร็งจะถูกบดขบขยี้อยู่ภายใน
“นั่นมัน....”
“เธอมายืนทำอะไรตรงนี้” กระจกรถถูกลดระดับให้ต่ำลง สายตามองไล่ตั้งแต่ปลายเส้นผมลงไปจนถึงปลายเล็บเท้า
“ช่วยด้วย...” มือเล็กพุ่งมาเกาะขอบกระจก
“เธอมาที่นี่ได้ยังไง”
“ไม่รู้ ช่วยผมด้วย” แววตาหวาดกลัวกวาดมองไปรอบด้าน ริมฝีปากบางสั่นจนได้ยินเสียงกระดูกฟันกระทบกันดังกึกๆ
เจ้าของร่างสูงเปิดประตูลงมาพร้อมกับร่มคันใหญ่ในมือ สายตาเยาะกับรอยยิ้มหยันเหยียดยกขึ้นตรงมุมปาก เปลือกตาหลุบลงมองร่างขาวอย่างใจเย็น รองเท้าบูทคู่ใหญ่ขยับเดินเข้าไปใกล้ก่อนจะกระชากดึงกระสอบป่านใบหนาให้พ้นไปจากสายตา
"หึ..." เสียงหัวเราะเยาะคำรามดังมาจากลำคอ
“ช่วยผมด้วย” มือเล็กเลื่อนต่ำถูกใช้ปิดบังอวัยวะเล็กส่วนล่าง
“เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบทิศ ท่ามกลางสายฝนและความมืดนั้นเขาไม่เห็นสิ่งผิดปกติอื่นใด ไม่มีใครนอกจากชายหนุ่มในร่างเปลือย
“ผมไม่รู้...”
“ถ้าอย่างนั้น...ใครทำร้ายเธอ” คิ้วเข้มกระตุกเข้าหากัน ขณะเดินวนรอบร่างสั่นอย่างช้าๆ สายตาสำรวจร่องรอยการถูกทรมานเห็นเป็นหลักฐานชัดเจนทั่วร่างกาย
“ผมไม่รู้”
“เธอไม่รู้...ว่าใครทำร้ายอย่างนั้นหรือ” มือหยาบเลื่อนดึงใบหน้าเล็กให้หันกลับไปหา สายตาสำรวจร่องรอยเขียวช้ำ แตกบวมบนใบหน้าก่อนจะขยี้ปลายนิ้วหัวแม่มือลงไปตรงโหนกแก้ม ซึ่งมันปูดโปนปริจนแตกนั้นอย่างจงใจ
“อ๊าก...เจ็บ” มือบางยกขึ้นมากำรวบข้อมือใหญ่ ก่อนจะเอนใบหน้าตัวเองถอยออกมาให้ห่าง
“เฮอะ เจ็บอย่างนั้นหรือ คนอย่างเธอ...เจ็บเป็นเหมือนกันหรือ” แขนยาวคว้าท้ายทอยเล็กบีบไว้จนเต็มกำมือ ข้อมือแกร่งกดศีรษะนั้นให้ก้มต่ำ ก่อนจะใช้ปลายนิ้วควานขยี้ไปตามกลุ่มผมเปียกแฉะเหมือนพยายามตอกย้ำความเชื่อของตัวเอง
“โอ๊ย เจ็บปล่อยนะ” คนตัวเล็กร้องขึ้นด้วยความเจ็บปวด เมื่อนิ้วแข็งขยี้ลงไปถูกแผลใหญ่ใต้หนังหัว เขารับรู้ได้ทันทีว่ามีบาดแผลฉกรรจ์ซุกซ่อนอยู่ใต้เรือนผมฉ่ำน้ำฝนนั้น อันอาจเป็นสาเหตุทำให้ความจำเจ้าของมันเลือนหายไป
“เฮอะ...” ลมหายใจก้อนหนึ่งกระแทกออกมาทางช่องอก
“ปล่อย...ผมเจ็บ”
“ชื่ออะไร” มือหยาบคว้าขากรรไกรกดบีบกรอบคางเรียวไว้ในอุ้งมือ
“เจ็บ”
“ฉันถามว่าเธอ....ชื่ออะไร”
“ชื่อ...ชื่อ...ชื่อ...ผมชื่อ...” เปลือกตาบวมปิดลงพร้อมกับคิ้วเล็กๆ วิ่งเข้าหากันเหมือนพยายามคาดคั้นเค้นสมองนึกชื่อตัวเอง
“จำชื่อตัวเองไม่ได้อย่างนั้นหรือ”
“ชื่อผม...” มือเรียวกำแน่นถูกยกขึ้นมาทุบหัวตัวเองหนักๆ หลายที โดยมีรอยยิ้มพึงพอใจของผู้ชายตัวสูงใหญ่อยู่เบื้องหน้า
“เอาอย่างนี้ดีมั้ย...ถ้าเธอจำชื่อตัวเองไม่ได้ ฉันจะตั้งให้ใหม่ หลงทาง...หลงลืม เอาเป็นชื่อ...หลง หึ ชื่อนี้ดีนะเหมือนหมาข้างถนนดี” มุมปากกระตุกสูงกับสายตาเหยียดมองไปยังใบหน้าช้ำ
“ชื่อผมเหรอ”
“ใช่....ไอ้หลง...ฉันจะเมตตาพาเธอกลับไปเลี้ยงที่บ้าน แบ่งข้าว แบ่งน้ำ ให้พอประทังชีวิต”
“ไอ้หลงเหรอ...ผมชื่อหลงเหรอ” ตาลอยเพราะขาดความจำ มองสูงขึ้นไปสบตากับคนที่ตั้งชื่อให้
“ใช่ต่อไปนี้เธอชื่อหลง...ขึ้นรถ ฉันจะพากลับบ้าน”
“หลง...ผมชื่อหลง” ร่างสะบักสะบอมไร้ผ้าผ่อน พยายามยกขาก้าวขึ้นไปบนกระบะด้านหลังอย่างทุลักทุเล ก่อนจะถูกท่อนแขนใหญ่รวบแล้วเหวี่ยงขึ้นไปกองบนพื้นแข็งเสียงดังโครม เพราะรู้สึกรำคาญตาท่าทางอ่อนแอ
ความเร็วของรถใหญ่ทำให้สายฝนที่ร่วงหล่นตกลงมาจากฟ้าคมราวกับเกล็ดกระจก ยามเมื่อมันตกกระทบลงบนผิวกาย ซ้ำร้ายสายลมหนาวในยามค่ำที่พัดมากรีดผิวจนเจ้าของร่างเปลือยต้องเลื้อยตัวลงไปนอนราบบนพื้นต่ำ
“คุณเปลว...จะไม่เป็นอะไรแน่หรือครับ...ทำกับคุณ....เอ่อ”
“ต่อไปนี้...มันชื่อหลง คนอย่างมันไม่ตายง่ายๆ หรอก”
“ตื่น ตื่นได้แล้ว” ฝ่าเท้าหนักเหยียบลงบนท่อนอกบาง จากนั้นลงน้ำหนักแกว่งร่างเล็กขยับเขย่าไปมา
“หื้อ” เปลือกตาสีม่วงช้ำค่อยๆ เปิดขึ้นทีละน้อย
“จะนอนไปถึงเมื่อไหร่ ลุกขึ้นมาแล้วหัดทำตัวให้มีประโยชน์” หลังเท้าช้อนลงไปใต้ท้ายทอย เกี่ยวเอาคนที่นอนขดอยู่ตรงมุมห้องให้ลุกขึ้นมา ริมฝีปากซีดจนเกือบเขียวเจ่อบวมเผยอขยับคล้ายต้องการพูดอะไรบางอย่าง หากแต่ต้องหุบกลับเพราะถูกหลังเท้าและนิ้วหัวแม่เท้าใหญ่แตะลงน้ำหนักผลักหน้าให้หันซ้าย หันขวาก่อนจะช้อนหลังเท้าแตะปลายคางยกใบหน้าช้ำให้เงยสูง
“อย่าสำออย ลุกขึ้นมา”
“มือไม่มีหรือไง” มือเล็กปัดเท้าใหญ่ออกไปจากใบหน้าตัวเอง
“ฉันไม่อยากให้มือของฉัน...แตะต้องของสกปรก ลุกขึ้น!”
แสงสว่างของช่วงเวลากลางวันทำให้คนความจำสูญหายเห็นว่า คนใจร้ายในคราบคนใจดีที่ช่วยเหลือตัวเองมานั้นนอกจากรูปร่างหน้าตาที่ดีแล้ว เขาก็ไม่มีอะไรเหมือนคนอีก นั่นเพราะคนใจดำโยนเศษกางเกงเก่าขาดๆ กับเสื้อยืดชื้นเชื้อรามาให้สวม ก่อนจะชี้นิ้วสั่งให้ลงไปทำความสะอาดลานกว้างซึ่งเป็นสวนและสนามหญ้า ที่เวลานี้เต็มไปด้วยเศษกิ่งไม้ ใบไม้และดินโคลนเพราะถูกพายุถล่มหนักเมื่อคืน
“เก็บกวาดให้สะอาด”
“ทำไมผมต้องทำ” ใบหน้าช้ำหันมองไปรอบตัว พยายามรื้อฟื้นความจำสีดำมืดในหัวแต่ไม่เป็นผล
“เพราะฉันช่วยชีวิตเธอมาจากข้างถนน อีกอย่างต่อไปนี้...เธอมีหน้าที่ทำงานบ้าน แลกข้าว แลกน้ำ แลกกับเสื้อผ้าและชายคาบ้านฉันที่จะให้เธอซุกหัวนอน...ไปทำงาน”
เจ้าของร่างช้ำเดินก้มหน้ามองต่ำ หยิบไม้กวาดทางมะพร้าวขึ้นมาจากพื้น ก่อนจะค่อยๆ ใช้มันกวาดใบไม้สดที่ถูกลมพัดร่วงหักตกลงมาเกลื่อนพื้น น่องสีม่วงช้ำกับตาตุ่มบวมถูกลากเดินไปทั่วสวน ก่อนที่มือสั่นจะค่อยๆ กอบเก็บเศษกิ่งไม้เล็กๆ ยัดใส่ลงไปในถุงปุ๋ยสีขาวแทนถุงขยะ
“นี่มื้อเช้าของเธอ หมาหลง...” ก้อนข้าวเหนียวปั้นเล็กขนาดครึ่งกำมือถูกยื่นมาให้ตรงหน้า
“มื้อเช้าหรือ”
“ปกติฉันให้อาหารหมาวันละสองมื้อเช้ากับเย็น เธอกินพร้อมหมาของฉันก็แล้วกัน ฉันจะได้จำง่ายๆ”
“แต่ผมไม่ใช่หมาสักหน่อย” ก้อนข้าวเหนียวสีขาวถูกขว้างคืนกลับไป คนที่จดจำอะไรไม่ได้เลย ยกมือขึ้นมาขยุ้มหัวตัวเองอย่างอึดอัด
“ที่นี่...ชีวิตของเธอมีค่าแค่นั้น” รองเท้าคู่ใหญ่เหยียบลงไปบนก้อนข้าวเหนียว จากนั้นฝ่าเท้าถูกยกขึ้นมาเพื่อปาดเช็ดพื้นเรียบเพื่อเขี่ยสิ่งที่เหนียวติดพื้นรองเท้าให้หลุดออก ข้าวเหนียวก้อนเมื่อครู่ถูกขยี้บี้ติดไปบนพื้นเละเป็นรอยพื้นรองเท้าแข็ง
“วันนี้...อาหารหมาของฉันหมดแล้ว เสียใจด้วยนะ”
บทล่าสุด
#43 บทที่ 43 เพียงคุณเท่านั้น (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#42 บทที่ 42 มีความสุขทุกวัน
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#41 บทที่ 41 เริ่มต้นใหม่
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#40 บทที่ 40 จบเกม
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#39 บทที่ 39 เลือกแล้ว
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#38 บทที่ 38 ผู้มาเยือน
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#37 บทที่ 37 วางแผน
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#36 บทที่ 36 92 ดีกรี
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#35 บทที่ 35 ความเชื่อใจ
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#34 บทที่ 34 ความสัมพันธ์
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026
คุณอาจชอบ 😍
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
แสร้งรักเมียหย่า
เธอยอมบอกลาผู้ชายที่รัก และยอมแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่ได้รัก เพียงเพื่อแลกกับ ‘อิสระ’ ที่พ่อกับแม่สัญญาว่าจะคืนให้หลังจากนี้
แต่เมื่อถึงวันนัดหมาย...
ผู้ชายที่นั่งรอเธออยู่กลับไม่ใช่คิมหันต์
“เอ่อ ... คุณไม่ใช่คิมหันต์”
“แล้ว ...?”
‘เหมันต์ ภูสิทธิ์อุดม’ ลูกชายคนกลางที่หายไปจากครอบครัวนานกว่าหกปี และถูกเรียกตัวกลับมาเพียงเพราะพี่ชายปฏิเสธการแต่งงาน
เมื่อเธอต้องแต่งเพื่อรักษาผลประโยชน์ของครอบครัว
ส่วนเขาต้องแต่งเพราะเป็นเพียง ‘ตัวแทน’ ของใครอีกคน
การแต่งงานที่ไม่มีความรักตั้งแต่แรก
จึงเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับข้อตกลงของคนสองคน
โดยไม่มีใครรู้ว่า เมื่อถึงวันที่ทุกอย่างสิ้นสุดลง
ใครกันแน่ ... ที่จะยังแสร้งทำเป็นว่าไม่รัก
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
Loveless ก็ไม่ได้รักสักนิด
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
เมียเด็กของผู้พันสายดุ
การสูญเสียพ่อผู้เป็นดั่งโลกทั้งใบในภารกิจลับ ทำให้ชีวิตของ ‘ม่านมุก’ เด็กสาววัยยี่สิบปีต้องพลิกผัน เธอถูกโยนเข้ามาอยู่ในความดูแลของ ‘พันเอก รุจิภาส วงศ์เดชา’ ผู้บังคับการกองพันทหารราบสายดุ ผู้ชายที่พ่อเธอเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเขาไว้!
เขาคือเสือร้ายแห่งกองทัพ เย่อหยิ่ง บ้าอำนาจ และไร้ซึ่งความอ่อนโยน
เขาต้อนรับเธอด้วย 'กฎเหล็ก 5 ข้อ' ที่ขีดเส้นแบ่งสถานะระหว่าง 'ผู้ปกครอง' และ 'เด็กในความดูแล' อย่างชัดเจน
ทว่า... ภายใต้ใบหน้าที่ถมึงทึงและคำพูดที่เย็นชา กลับซ่อนความรู้สึกหวงแหนที่ลึกล้ำจนน่ากลัว
ยิ่งเธอพยศ เขาก็ยิ่งอยากปราบให้อยู่หมัด
ยิ่งเธอหนี เขาก็ยิ่งอยากกักขังเธอไว้ในกรงทองของเขาตลอดกาล!
แต่เมื่อความจริงในอดีตถูกเปิดเผย พร้อมกับความลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้รอยแผลเป็น
สมรภูมิแห่งความรักครั้งนี้... ผู้พันสายดุจะยอมคุกเข่าเพื่อสยบหัวใจเด็กพยศได้อย่างไร?
“จำไว้นะม่านมุก... ใครกล้าแตะต้องเธอ... มันต้องตาย!”
คุณหมอ❤️ที่รัก NC18++
"อาหมอกฤษฎิ์"
หนุ่มใหญ่วัย 34 ปี มาเฟียในคราบคุณหมอสูตินรีเวชแห่งโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของประเทศ โหด เหี้ยม รักใครไม่เป็น เปลี่ยนคู่นอนเป็นว่าเล่น สำหรับเขารักแท้ไม่เคยมีรักดีๆ ก็มีให้ใครไม่ได้ แต่สุดท้ายดันมาตกหลุมรักแม่ของลูกอย่างถอนตัวไม่ขึ้น❤️
"เฟียร์สตีนอยู่ดีๆรู้ตัวอีกทีก็มีลูกสาววัย4ขวบแล้วอ่ะครับ แถมแม่ของลูกทำเอาใจเต้นแรงไม่หยุดเลยนี่เรียกว่าตกหลุมรักใช่ไหมครับ"
นลินนิภา อารีย์รักษ์
"ที่รัก"
สาวน้อยวัยแรกแย้มบริสุทธิ์ผุดผ่อง ฐานะยากจนสู้ชีวิต เพราะความจำเป็นทำให้เธอต้องตกเป็นของเขา คนนั้นด้วยความเต็มใจ จนทำให้เธอต้องกลายมาเป็นคุณแม่ยังสาวด้วยวัยเพียง 18 ปี แต่แล้ววันหนึ่งโชคชะตาก็เล่นตลกเหวี่ยงให้เธอกลับมาพบกับเขาคนนั้นอีกครั้ง พ่อของลูกคนที่เธอถวิลหาไม่เคยลืม ❤️
"ตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรก ห่างกันไกลแค่ไหนใจยังคงคิดถึงเธอเสมอ ❤️พ่อของลูก"
หนูน้อยแก้มใส
กมลชนก อารีย์รักษ์
สาวน้อยวัย 4 ขวบ สดใสร่าเริง ฉลาดมาก ซนมาก แสบมาก เซี้ยวมาก เฟียสมาก ใครเห็นเป็นต้องหลงรักในความช่างพูดและขี้อ้อนของน้อง
"ลุงหมอเป็นพ่อขาของแก้มใสเหรอคะ"
หนูเป็นลูกของคุณพ่อกฤษฎิ์กับคุณแม่ที่รักค่ะ
หนูจะเป็นกามเทพตัวจิ๋วที่จะมาแผลงศรให้คุณพ่อกับคุณแม่รักกัน❤️มาเอาใจช่วยหนูกันด้วยนะคะ
My Husband คุณสามีเมื่อไหร่จะหย่า?
ว่าที่เจ้าบ่าวรู้เรื่องก็กับรีบเอ่ยปากตั้งเงื่อนไขการหย่าตั้งแต่ยังไม่ทันได้แต่งงาน
แล้วแบบนี้เธอจะใช้ชีวิตหลังแต่งงานกับเขาได้ยังไงกัน?
เมื่อเขาปากร้าย ส่วนเธอไม่ชอบพูด
แต่เมื่อเธอเลือกพูด สิ่งที่พูดออกไปคือ “กลับมาแล้วเราไปหย่ากัน! ไม่ต้องรอแล้ว หย่ากันเลย!!” เพียงประโยคเดียวสั้น ๆ
ทำให้ชายหนุ่มที่อยู่ไกลเริ่มร้อนลน ทั้งเคยพูดเรื่องหย่าอยู่บ่อยครั้ง ได้ยินคำจริงจังนั่นถึงกับรีบแจ้นกลับมา
แล้วตกลงคุณสามี ตกลงอยากหย่า หรือ ไม่อยากหย่านะ?













