บทนำ
บท 1
ตอนที่ 1 แค่หมาข้างถนน
ตุบ กระสอบผ้าใบใหญ่ถูกโยนกลิ้งลงไปบนพื้น ท่ามกลางความมืดของถนนสายเปลี่ยว พายุฝนฟ้ากระหน่ำเทลงมาหนาเม็ดมากขึ้นเรื่อยๆ ชายร่างใหญ่สองคนยกตีนขึ้นมาถีบกระสอบป่านฉ่ำฝนให้มันกลิ้งไปในพงหญ้า จากนั้นจึงวิ่งกลับไปยังรถกระบะคันใหญ่ก่อนจะขับหายไปในความมืด
“อื้อ...” นานครู่ใหญ่กระสอบป่านใบนั้นกลับเริ่มเคลื่อนไหวคล้ายมีอะไรบางอย่างซุกซ่อนอยู่ภายใน หากแต่ปลายด้านหนึ่งมันถูกเชือกมัดเย็บเอาไว้อย่างแน่นหนา สายน้ำหลากลงมาจากถนนลาดยาวสูง ไหลผ่านกระสอบผ้ามากขึ้นเรื่อยๆ แรงถีบ แรงดิ้นทำให้ก้อนกระสอบใหญ่กลิ้งต่ำลงไปค้างอยู่ภายในร่องน้ำซึ่งมีปริมาณน้ำขังท่วมสูงขึ้นเรื่อยๆ
“ช่วยด้วย ช่วยด้วย” เสียงเล็กร้องตะโกนออกมา แขนขาพยายามดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด
ในความมืดอันคับแคบนิ้วเล็กคลำหาทางรอดให้กับตัวเอง จนเจอช่องว่างเล็กๆ ซึ่งเชือกเย็บปากกระสอบไม่สนิทกัน นิ้วเรียวเต็มไปด้วยรอยแผล ถูกใช้คลำหาหัวหาท้ายแล้วพยายามฉีกทึ้งดึงปากกระสอบหยาบให้เปิดกว้างออก
ร่างเปลือยไร้อาภรณ์ผ้าผ่อนปกปิดยืนสั่นตัวซีดอยู่ท่ามกลางสายฝนด้วยความมึนงงจับทิศจับทางจดจำเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ไม่ได้แม้แต่ภาพเดียว แขนขาเต็มไปด้วยร่องรอยเขียวช้ำดำม่วง โหนกแก้ม ซีกหน้า ปาก จมูกเหมือนถูกทุบตีทารุณมาอย่างหนัก
“ช่วยด้วย...” ฝ่าเท้าเปลือยย่ำลงไปบนหินแหลม แขนสองข้างยันค้ำไปบนทางลาดซึ่งมีน้ำฝนหลากเทลงมาราวกับน้ำตกขนาดย่อม
“ช่วยด้วย” ดวงตาปูดโปนจนเกือบปิด มองเห็นไฟสว่างสองดวงกำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้ แขนซ้ายสั่นยืนยาวออกไปเบื้องหน้าร้องหาความช่วยเหลือ หากแต่รถใหญ่ขับผ่านร่างเปลือยริมถนนไปราวกับเห็นเขานั้นเป็นเพียงต้นหญ้าริมทางอันไร้ความหมาย
“นั่นมันอะไรกัน...” ปลายเท้าใหญ่เหยียบเบรกก่อนจะหันไปมองกระจกข้างเพื่อต้องการดูให้ชัดว่าร่างขาวเมื่อครู่ไม่ใช่ภาพลวงตา
“ถอยรถกลับไป” เสียงขรึมร้องสั่งมาจากเบาะคนนั่งด้านข้าง
“มันไม่อันตรายเกินไปหรือครับ คุณเปลว” คนขับรถเอี้ยวหน้าหันไปมองด้านข้าง
“นายพกปืนมาหรือเปล่า” มือหยาบล้วงต่ำลงไปใต้เบาะจากนั้นดึงวัตถุสีดำด้านออกมาจากข้างใต้ชักสำรวจตรวจดูจำนวนกระสุนซึ่งบรรจุอยู่ด้านในแล้วใส่กลับเข้าที่เดิม
“ครับ” มือข้างหนึ่งปรับเบาะเลื่อนถอยหลังเปิดช่องใต้ฝ่าเท้าดึงวัตถุสีดำขึ้นมาถือในมือเช่นกัน
“แล้วจะกลัวอะไร...ถอยหลังไป”
ร่างสั่นยืนมองไปยังไฟท้ายสีแดงอย่างมีความหวัง จนกระทั่งเห็นมันจอดสนิทห่างออกไป เท้าเล็กเต็มไปด้วยรอยแผลค่อยๆ ขยับไปข้างหน้าอย่างยากลำบาก ถึงอย่างนั้นยังไม่ลืมก้มลงไปหยิบกระสอบป่านขึ้นมาใช้มันปกปิดร่างเปลือยให้พ้นตาของคนแปลกหน้า กระจกสีทึบถูกเคลื่อนมาหยุดอยู่ด้านข้างร่างเล็ก ดวงตาคมจับนิ่งมองใบหน้าขาวซีดบวมเป่ง ก่อนที่สันกรามเกร็งจะถูกบดขบขยี้อยู่ภายใน
“นั่นมัน....”
“เธอมายืนทำอะไรตรงนี้” กระจกรถถูกลดระดับให้ต่ำลง สายตามองไล่ตั้งแต่ปลายเส้นผมลงไปจนถึงปลายเล็บเท้า
“ช่วยด้วย...” มือเล็กพุ่งมาเกาะขอบกระจก
“เธอมาที่นี่ได้ยังไง”
“ไม่รู้ ช่วยผมด้วย” แววตาหวาดกลัวกวาดมองไปรอบด้าน ริมฝีปากบางสั่นจนได้ยินเสียงกระดูกฟันกระทบกันดังกึกๆ
เจ้าของร่างสูงเปิดประตูลงมาพร้อมกับร่มคันใหญ่ในมือ สายตาเยาะกับรอยยิ้มหยันเหยียดยกขึ้นตรงมุมปาก เปลือกตาหลุบลงมองร่างขาวอย่างใจเย็น รองเท้าบูทคู่ใหญ่ขยับเดินเข้าไปใกล้ก่อนจะกระชากดึงกระสอบป่านใบหนาให้พ้นไปจากสายตา
"หึ..." เสียงหัวเราะเยาะคำรามดังมาจากลำคอ
“ช่วยผมด้วย” มือเล็กเลื่อนต่ำถูกใช้ปิดบังอวัยวะเล็กส่วนล่าง
“เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบทิศ ท่ามกลางสายฝนและความมืดนั้นเขาไม่เห็นสิ่งผิดปกติอื่นใด ไม่มีใครนอกจากชายหนุ่มในร่างเปลือย
“ผมไม่รู้...”
“ถ้าอย่างนั้น...ใครทำร้ายเธอ” คิ้วเข้มกระตุกเข้าหากัน ขณะเดินวนรอบร่างสั่นอย่างช้าๆ สายตาสำรวจร่องรอยการถูกทรมานเห็นเป็นหลักฐานชัดเจนทั่วร่างกาย
“ผมไม่รู้”
“เธอไม่รู้...ว่าใครทำร้ายอย่างนั้นหรือ” มือหยาบเลื่อนดึงใบหน้าเล็กให้หันกลับไปหา สายตาสำรวจร่องรอยเขียวช้ำ แตกบวมบนใบหน้าก่อนจะขยี้ปลายนิ้วหัวแม่มือลงไปตรงโหนกแก้ม ซึ่งมันปูดโปนปริจนแตกนั้นอย่างจงใจ
“อ๊าก...เจ็บ” มือบางยกขึ้นมากำรวบข้อมือใหญ่ ก่อนจะเอนใบหน้าตัวเองถอยออกมาให้ห่าง
“เฮอะ เจ็บอย่างนั้นหรือ คนอย่างเธอ...เจ็บเป็นเหมือนกันหรือ” แขนยาวคว้าท้ายทอยเล็กบีบไว้จนเต็มกำมือ ข้อมือแกร่งกดศีรษะนั้นให้ก้มต่ำ ก่อนจะใช้ปลายนิ้วควานขยี้ไปตามกลุ่มผมเปียกแฉะเหมือนพยายามตอกย้ำความเชื่อของตัวเอง
“โอ๊ย เจ็บปล่อยนะ” คนตัวเล็กร้องขึ้นด้วยความเจ็บปวด เมื่อนิ้วแข็งขยี้ลงไปถูกแผลใหญ่ใต้หนังหัว เขารับรู้ได้ทันทีว่ามีบาดแผลฉกรรจ์ซุกซ่อนอยู่ใต้เรือนผมฉ่ำน้ำฝนนั้น อันอาจเป็นสาเหตุทำให้ความจำเจ้าของมันเลือนหายไป
“เฮอะ...” ลมหายใจก้อนหนึ่งกระแทกออกมาทางช่องอก
“ปล่อย...ผมเจ็บ”
“ชื่ออะไร” มือหยาบคว้าขากรรไกรกดบีบกรอบคางเรียวไว้ในอุ้งมือ
“เจ็บ”
“ฉันถามว่าเธอ....ชื่ออะไร”
“ชื่อ...ชื่อ...ชื่อ...ผมชื่อ...” เปลือกตาบวมปิดลงพร้อมกับคิ้วเล็กๆ วิ่งเข้าหากันเหมือนพยายามคาดคั้นเค้นสมองนึกชื่อตัวเอง
“จำชื่อตัวเองไม่ได้อย่างนั้นหรือ”
“ชื่อผม...” มือเรียวกำแน่นถูกยกขึ้นมาทุบหัวตัวเองหนักๆ หลายที โดยมีรอยยิ้มพึงพอใจของผู้ชายตัวสูงใหญ่อยู่เบื้องหน้า
“เอาอย่างนี้ดีมั้ย...ถ้าเธอจำชื่อตัวเองไม่ได้ ฉันจะตั้งให้ใหม่ หลงทาง...หลงลืม เอาเป็นชื่อ...หลง หึ ชื่อนี้ดีนะเหมือนหมาข้างถนนดี” มุมปากกระตุกสูงกับสายตาเหยียดมองไปยังใบหน้าช้ำ
“ชื่อผมเหรอ”
“ใช่....ไอ้หลง...ฉันจะเมตตาพาเธอกลับไปเลี้ยงที่บ้าน แบ่งข้าว แบ่งน้ำ ให้พอประทังชีวิต”
“ไอ้หลงเหรอ...ผมชื่อหลงเหรอ” ตาลอยเพราะขาดความจำ มองสูงขึ้นไปสบตากับคนที่ตั้งชื่อให้
“ใช่ต่อไปนี้เธอชื่อหลง...ขึ้นรถ ฉันจะพากลับบ้าน”
“หลง...ผมชื่อหลง” ร่างสะบักสะบอมไร้ผ้าผ่อน พยายามยกขาก้าวขึ้นไปบนกระบะด้านหลังอย่างทุลักทุเล ก่อนจะถูกท่อนแขนใหญ่รวบแล้วเหวี่ยงขึ้นไปกองบนพื้นแข็งเสียงดังโครม เพราะรู้สึกรำคาญตาท่าทางอ่อนแอ
ความเร็วของรถใหญ่ทำให้สายฝนที่ร่วงหล่นตกลงมาจากฟ้าคมราวกับเกล็ดกระจก ยามเมื่อมันตกกระทบลงบนผิวกาย ซ้ำร้ายสายลมหนาวในยามค่ำที่พัดมากรีดผิวจนเจ้าของร่างเปลือยต้องเลื้อยตัวลงไปนอนราบบนพื้นต่ำ
“คุณเปลว...จะไม่เป็นอะไรแน่หรือครับ...ทำกับคุณ....เอ่อ”
“ต่อไปนี้...มันชื่อหลง คนอย่างมันไม่ตายง่ายๆ หรอก”
“ตื่น ตื่นได้แล้ว” ฝ่าเท้าหนักเหยียบลงบนท่อนอกบาง จากนั้นลงน้ำหนักแกว่งร่างเล็กขยับเขย่าไปมา
“หื้อ” เปลือกตาสีม่วงช้ำค่อยๆ เปิดขึ้นทีละน้อย
“จะนอนไปถึงเมื่อไหร่ ลุกขึ้นมาแล้วหัดทำตัวให้มีประโยชน์” หลังเท้าช้อนลงไปใต้ท้ายทอย เกี่ยวเอาคนที่นอนขดอยู่ตรงมุมห้องให้ลุกขึ้นมา ริมฝีปากซีดจนเกือบเขียวเจ่อบวมเผยอขยับคล้ายต้องการพูดอะไรบางอย่าง หากแต่ต้องหุบกลับเพราะถูกหลังเท้าและนิ้วหัวแม่เท้าใหญ่แตะลงน้ำหนักผลักหน้าให้หันซ้าย หันขวาก่อนจะช้อนหลังเท้าแตะปลายคางยกใบหน้าช้ำให้เงยสูง
“อย่าสำออย ลุกขึ้นมา”
“มือไม่มีหรือไง” มือเล็กปัดเท้าใหญ่ออกไปจากใบหน้าตัวเอง
“ฉันไม่อยากให้มือของฉัน...แตะต้องของสกปรก ลุกขึ้น!”
แสงสว่างของช่วงเวลากลางวันทำให้คนความจำสูญหายเห็นว่า คนใจร้ายในคราบคนใจดีที่ช่วยเหลือตัวเองมานั้นนอกจากรูปร่างหน้าตาที่ดีแล้ว เขาก็ไม่มีอะไรเหมือนคนอีก นั่นเพราะคนใจดำโยนเศษกางเกงเก่าขาดๆ กับเสื้อยืดชื้นเชื้อรามาให้สวม ก่อนจะชี้นิ้วสั่งให้ลงไปทำความสะอาดลานกว้างซึ่งเป็นสวนและสนามหญ้า ที่เวลานี้เต็มไปด้วยเศษกิ่งไม้ ใบไม้และดินโคลนเพราะถูกพายุถล่มหนักเมื่อคืน
“เก็บกวาดให้สะอาด”
“ทำไมผมต้องทำ” ใบหน้าช้ำหันมองไปรอบตัว พยายามรื้อฟื้นความจำสีดำมืดในหัวแต่ไม่เป็นผล
“เพราะฉันช่วยชีวิตเธอมาจากข้างถนน อีกอย่างต่อไปนี้...เธอมีหน้าที่ทำงานบ้าน แลกข้าว แลกน้ำ แลกกับเสื้อผ้าและชายคาบ้านฉันที่จะให้เธอซุกหัวนอน...ไปทำงาน”
เจ้าของร่างช้ำเดินก้มหน้ามองต่ำ หยิบไม้กวาดทางมะพร้าวขึ้นมาจากพื้น ก่อนจะค่อยๆ ใช้มันกวาดใบไม้สดที่ถูกลมพัดร่วงหักตกลงมาเกลื่อนพื้น น่องสีม่วงช้ำกับตาตุ่มบวมถูกลากเดินไปทั่วสวน ก่อนที่มือสั่นจะค่อยๆ กอบเก็บเศษกิ่งไม้เล็กๆ ยัดใส่ลงไปในถุงปุ๋ยสีขาวแทนถุงขยะ
“นี่มื้อเช้าของเธอ หมาหลง...” ก้อนข้าวเหนียวปั้นเล็กขนาดครึ่งกำมือถูกยื่นมาให้ตรงหน้า
“มื้อเช้าหรือ”
“ปกติฉันให้อาหารหมาวันละสองมื้อเช้ากับเย็น เธอกินพร้อมหมาของฉันก็แล้วกัน ฉันจะได้จำง่ายๆ”
“แต่ผมไม่ใช่หมาสักหน่อย” ก้อนข้าวเหนียวสีขาวถูกขว้างคืนกลับไป คนที่จดจำอะไรไม่ได้เลย ยกมือขึ้นมาขยุ้มหัวตัวเองอย่างอึดอัด
“ที่นี่...ชีวิตของเธอมีค่าแค่นั้น” รองเท้าคู่ใหญ่เหยียบลงไปบนก้อนข้าวเหนียว จากนั้นฝ่าเท้าถูกยกขึ้นมาเพื่อปาดเช็ดพื้นเรียบเพื่อเขี่ยสิ่งที่เหนียวติดพื้นรองเท้าให้หลุดออก ข้าวเหนียวก้อนเมื่อครู่ถูกขยี้บี้ติดไปบนพื้นเละเป็นรอยพื้นรองเท้าแข็ง
“วันนี้...อาหารหมาของฉันหมดแล้ว เสียใจด้วยนะ”
บทล่าสุด
#43 บทที่ 43 เพียงคุณเท่านั้น (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#42 บทที่ 42 มีความสุขทุกวัน
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#41 บทที่ 41 เริ่มต้นใหม่
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#40 บทที่ 40 จบเกม
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#39 บทที่ 39 เลือกแล้ว
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#38 บทที่ 38 ผู้มาเยือน
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#37 บทที่ 37 วางแผน
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#36 บทที่ 36 92 ดีกรี
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#35 บทที่ 35 ความเชื่อใจ
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#34 บทที่ 34 ความสัมพันธ์
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026
คุณอาจชอบ 😍
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
เมียเด็กของท่านประธานร้ายรัก
เธอเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานธรรมดา ส่วนเขาคือท่านประธานผู้สูงส่ง เย็นชา และอันตรายเกินกว่าที่หัวใจดวงเล็ก ๆ ของเธอจะรับมือไหว
น้ำขิงไม่เคยคิดเลยว่า การเข้ามาฝึกงานในบริษัทวัฒนากร กรุ๊ป จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลเพราะเพียงคืนเดียว...เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขา
ภูริช วัฒนากร คือผู้ชายที่ใคร ๆ ก็เกรงกลัว
เขาร้าย เขาเย็นชา เขาไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร แต่กับเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ เขากลับทั้งหวง ทั้งหึง ทั้งร้ายกาจ และไม่ยอมปล่อยมือ
“เธอเป็นของฉัน น้ำขิง จำไว้ให้ดี”คำพูดของเขาเหมือนโซ่ตรวนผูกเธอไว้กับความรักที่ทั้งหวาน ทั้งเจ็บ และหนีไม่พ้น
ทว่าเมื่อความลับและคำกล่าวหาร้ายแรงถาโถมเข้ามาผู้ชายที่เคยกอดเธอแน่น กลับเป็นคนเดียวกันที่ทำให้เธอเจ็บจนแทบขาดใจ เธอไม่ได้ต้องการเงินของเขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งเมีย ท่านประธาน เธอต้องการเพียงความเชื่อใจจากผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจแต่เมื่อเขาไม่ฟัง...เธอจึงเลือกจากไป
พร้อมหัวใจที่แตกสลาย และอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ที่เขายังไม่รู้ว่ามีอยู่จริง
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!













