บทนำ
บท 1
ตอนที่ 1 ภักดีศัตรู
ค่ำคืนที่พายุกระหน่ำสาดซัดสายฝนลงมาอย่างหนัก หยดน้ำจากฟ้าอันเย็นเฉียบ ละเลียดชะละลายน้ำตาของผมปนไปด้วยกัน เสียงร้องไห้คร่ำครวญอันเกิดจากหัวใจเจ็บแค้นแสนสาหัส ถูกเสียงฟ้าคำรามกลืนกลบไปจนสิ้น สูงขึ้นไปเหนือท้องฟ้ากรุงเทพมหานคร เงาทะมึนมืดครึ้มของเมฆดำบดบังแสงจันทร์อันริบหรี่ของคืนวันเพ็ญพระจันทร์เต็มดวง หากแต่ชีวิตผม คืนนี้มันไม่ต่างอะไรจากค่ำคืนมืดมนอันแสนโหดร้าย แม้รอบกายจะเต็มไปด้วยแสงไฟจากดวงโคมมากมาย แต่ผมกลับมองไม่เห็นหนทางที่ตัวเองจะย่างเดิน
“จุ๊ จุ๊ จุ๊ ดูสิเราเจอใคร” ปลายรองเท้าคัทชูสีดำมันเลื่อมขยับก้าวเข้ามายืนใกล้ เสียงหยันเยาะเย้ยน่ารังเกียจอันคุ้นเคยเอ่ยทักทาย เป็นปกติเช่นนี้ทุกครั้ง ยามเมื่อเราสองคนเจอหน้ากัน
“ฮึ” ผมพ่นลมก้อนหนึ่งออกมาทางรูจมูก ขนาดไม่ได้แหงนคอขึ้นไปมองหน้ามัน เห็นแค่ปลายรองเท้าเท่านั้นผมยังรู้สึกเกลียดมันนักหนา
“ทิวา ฉันได้ข่าวว่าเธอตายแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงฟื้นตื่นจากหลุมเร็วนักล่ะ”
ทิวา นั่นคือชื่อผม ทั้งที่ความหมายของชื่อนี้คือช่วงเวลากลางวันอันสดใสเต็มไปด้วยรุ่งโรจน์ แต่ใครเลยจะรู้ว่าชีวิตผมตอนนี้นั้นเหมือนกำลังดำดิ่ง จมลงสู่ห้วงเหวหุบนรกไขว่คว้าพยายามตะกายหาทางหลุดพ้นแต่ก็จนปัญญา ไม่ว่าจะหันหน้าไปทางไหน มีเพียงความเวิ้งว้างว่างเปล่าอันดำมืดช่างห่างไกลกับความหมายของชื่อที่พ่อแม่ตั้งให้เหลือเกิน ส่วนไอ้ผู้ชายรูปหล่อหน้าตาหยิ่งยโสโอหัง เจ้าของสูทดำที่ยืนค้ำหัวผมอยู่นี้คือ พสิษฐ์ คู่อริตลอดกาลของตระกูลผม พวกเราเกลียดกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า ตายาย จ้องคิดทำลายล้างผลาญกันมาหลายชั่วอายุคน
“ตายอย่างนั้นเหรอ”
“ใช่ ฉันเพิ่งไปเผาศพพ่อ พี่ชาย แล้วก็มีศพของเธอด้วย” รองเท้าคัทชูสีดำขนาดไซต์ไม่ต่ำกว่าเบอร์สี่สิบขยับใกล้เข้ามา แววตาหยามเหยียบซ้ำขยี้บดจนศักดิ์ศรีความเป็นคนของผมจมลึกลงไปไม่เหลืออะไรอีก
“พ่อกับพี่ตะวัน”
ภาพสุดท้ายที่ผมจำได้ คือดวงตาสองคู่ของพ่อและพี่ชายขณะมองกลับมา พร้อมคำสั่งให้ผมหนีเอาชีวิตรอด ไม่มีคำลา ไม่มีคำสั่งเสีย ไม่มีคำกล่าวสดุดีไว้อาลัยใดๆ และผมไม่มีโอกาส แม้แต่เข้าไปร่วมงานศพของคนที่ผมรัก
“เธอคงไม่ได้ดั้นด้นหนีความตาย เพื่อมานั่งร้องไห้อยู่หน้าบ้านฉัน เพียงแค่เท่านี้หรอก...ใช่มั้ย” เจ้าของรองเท้าคู่ใหญ่เอ่ยเสียงเรียบ ใบหน้าคมถูกเงาทะมึนครึ้มเมฆบดบังซีกหน้าด้านหนึ่งเอาไว้ เห็นเพียงประกายตาแวววาว
“ผมต้องการแก้แค้น”
“แก้แค้น...แม่เลี้ยงคนสวยของเธอนะเหรอ วันนี้หล่อนสวยมากสวมเครื่องเพชรชุดใหญ่ ฉันจำได้ว่าแม่เธอเคยสวมมันเมื่อนานมาแล้ว ในงานศพวันนี้ แม่เลี้ยงกับพี่ชายต่างแม่ของเธอ ยืนร้องไห้ต้อนรับแขก ดูเสแสร้งดีแต่ก็อย่างว่านะ...หล่อนเป็นนักแสดงเก่านี่นา เอาละบอกมาสิว่าเธอมานั่งขวางประตูบ้านฉันอย่างนี้ต้องการอะไร เงิน หรือเศษอาหาร” คำถากถางดูถูกนั้นทำเอาเลือดผมเดือดปุดๆ อยากจะลุกขึ้นมากระโดดถีบปากมันสักที หากไม่ติดที่จำเป็นต้องมาต่อรองขอความช่วยเหลือ
“คุณอยากได้อาณาจักรของพิทักษ์วัฒนา มานานแล้วไม่ใช่เหรอ” ผมกดสายตาลงต่ำเลือกที่จะมองไปยังรองเท้าสีดำมากกว่าใบหน้าคู่สนทนา
“ฉันเคยอยากได้ แต่ตอนนี้ไม่จำเป็นแล้ว” เจ้าของร่างสูงย่อตัวลงมานั่งยองอยู่เบื้องหน้า มุมปากแสยะยิ้มแยกเขี้ยวน่ารังเกียจเกินจะมอง
“ทำไม...”
“เพราะอีกไม่นาน อาณาจักรที่เคยยิ่งใหญ่ของพิทักษ์วัฒนา มันจะค่อยๆ ล่มสลาย กลายเป็นเพียงเศษซากปรักหักพังเหมือนปราสาทเก่าที่ถูกปล่อยทิ้งให้รกร้างว่างเปล่า ไร้ความหมาย มันจะเหลือไว้เพียงตำนานและความทรงจำครั้งเคยรุ่งเรือง ถึงตอนนั้นฉันสามารถใช้เศษเงินอันน้อยนิดซื้อมันมาได้โดยไม่ต้องใช้ความพยายาม แต่จะมีประโยชน์อะไร ในเมื่อมันคงไม่ทำกำไร หรือแม้แต่สร้างภาคภูมิใจอะไรให้กับฉันแล้ว” เป็นความจริงอันน่าเจ็บปวด เพราะเมื่อหัวเรือใหญ่ของตระกูลสูญสิ้นลมหายใจไปทั้งสองคน ลำพังเพียงผม ยังไม่รู้ว่าจะเอาชีวิตรอดหนีการตามล่าของสองแม่ลูกใจอำมหิตนั้นไปได้ไกลหรือว่านานแค่ไหน ซ้ำร้ายญาติพี่น้องทุกคนต่างเข้าใจว่าผมตายไปแล้ว เอกสารหลักฐานการมีตัวตนของผมไม่เหลืออะไรเลย
“แย่งมันมาสิ...” ผมแหงนคอขึ้นไปพูดประโยคที่ทำให้หัวใจรู้สึกหวิว ความรู้สึกเจ็บจี๊ดวิ่งพล่านกัดกินจิตใต้สำนึกลึกๆ
“เธอว่ายังไงนะ”
“แย่งมันมา ก่อนที่ทุกอย่างจะพังลงไป”
“ฉันเพิ่งบอกเธอไป ว่าฉันไม่ได้ต้องการมัน”
“ถ้าคุณไม่ต้องการ อย่างนั้น...ก็ทำลายมันซะ”
“อะไรนะ?”
“ทำลายมันให้ย่อยยับ ผมรู้ว่าคุณทำได้ ใช้ความชั่ว ความเลวของคุณ ใช้เล่ห์เหลี่ยมกลอุบาย ใช้ทุกอย่างที่คุณมีพยายามบดขยี้เรา เหมือนสมัยที่พ่อกับพี่ชายผมยังอยู่”
“แน่ใจเหรอว่าเธอต้องการอย่างนั้น”
“ใช่ ผมต้องการอย่างนั้น”
“ฉันพร้อมที่จะบดขยี้มันให้พังพินาศ ไอ้เรื่องสร้างความฉิบหายให้กับคนอื่นนี่ ฉันถนัด ยิ่งถ้ามันเป็นพิทักษ์วัฒนาด้วยแล้ว...ฉันยิ่งชอบ แต่ฉันขอฟังเหตุผลของเธอหน่อยได้หรือเปล่าว่าเพราะอะไร”
“ในเมื่อคุณบอกว่าอีกไม่นานพิทักษ์วัฒนาจะต้องพบจุดจบ ซึ่งผมเองคิดว่ามันไม่เกินจริง ผมยอมให้มันแหลกสลายในมือคุณที่เป็นศัตรู ดีกว่าปล่อยให้มันย่อยยับด้วยน้ำมือของคนทรยศ ว่ายังไงคุณทำได้เหมือนที่โม้เอาไว้หรือเปล่า” น้ำตาจากความเจ็บแค้นไหลอาบลงมาต่อหน้าศัตรู
“เป็นความคิด ความตั้งใจที่น่าสนใจดี ฉันจะไม่พูดจาโอ้อวดให้มากความนักหรอก ขอแค่เธออย่ามาเสียใจทีหลังแล้วกัน”
“ผมผ่านช่วงเวลาแห่งความเสียใจมามากพอแล้ว”
“ถ้านี่เป็นการตัดสินใจของเธอ ตกลง...ฉันรับข้อเสนอนี้”
ภายใต้ชายคา อาณาจักรศิวะอัศวโยธิน คู่ปรับและศัตรูตลอดกาลของตระกูลผม นี่เป็นครั้งแรกที่ผมมีโอกาสเดินเข้ามาในบ้านของศัตรู นายพสิษฐ์ ผู้ชายหน้านิ่ง นิสัยเย็นชา ปากหมาแถมยังใจสัตว์ เดินช้าๆ มาหยุดลงตรงบันได ซึ่งทอดสูงขึ้นไปยังชั้นสองของคฤหาสน์หลังงาม ข้าวของเครื่องใช้ถูกจัดประดับตกแต่งโอ่อ่าหรูหรา สมฐานะมหาเศรษฐีแถวหน้าใต้ฟ้าเมืองไทย
“ฉันรู้ว่าเธอเคยเป็นทายาทหมื่นล้านมาก่อน แต่ต้องเข้าใจนะเวลานี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว เธอเคยเป็นลูกเสือมาก่อน แต่เสือ...เมื่อไม่มีถ้ำก็ไม่ต่างอะไรกับหมาจร ไร้ที่ซุกหัวนอน ไม่มีบารมีพ่อกับพี่ชายคุ้มกะลาหัวเธอมันก็แค่คนธรรมดาไร้ค่าคนหนึ่งเท่านั้น”
“ไม่ต้องพูดมาก ถึงผมจะมาขอให้คุณช่วย แต่ไม่เคยคิดจะญาติดีผมเคยเกลียดคุณยังไง วันนี้ยังเกลียดเหมือนเดิม”
“ฉันชอบท่าทีจองหองของเธอ”
“ผมก็เกลียดท่าทางวางตัวโอ้อวด หยิ่งยโส โอหังของคุณเหมือนกัน”
“ดี ถ้าอย่างนั้นก็...แม่บ้านถ้าจำไม่ผิด เรามีห้องเก็บของอยู่ตรงใต้บันไดใช่มั้ยครับ” คิ้วเข้มกระตุกขึ้นเป็นจังหวะเดียวกับมุมปาก
“มีค่ะ คุณพสิษฐ์”
“ให้เขาพักที่นั่น แล้วหาเสื้อผ้าคนใช้มาให้เขาเปลี่ยนด้วย ชุดที่เธอใส่อยู่น่ะ...เหม็นสาบ” ไอ้คนทุกเรศทำท่าย่นจมูกฟุดฟิด ปากเบะบิดเบี้ยวน่าเตะให้ปากฉีก
“เอ่อ คุณพสิษฐ์คะแต่ว่า...”
“บ้านหลังนี้นอกจากเสื้อผ้าของฉัน ก็มีแค่ชุดคนใช้เท่านั้นที่เธอพอใส่ได้ คงไม่ว่ากันนะ”
ห้องใต้บันไดแคบขนาดหนูเดินยังอึดอัด ถูกแม่บ้านเข้ามาช่วยจัดเคลียร์เอาไม้กวาดกับอุปกรณ์ชุดทำความสะอาด พรมเช็ดเท้าเก่า ของไม่ได้ใช้ออกไปบางส่วน ผ้าเช็ดตัวกับชุดเสื้อผ้าเครื่องแบบคนใช้สีเข้ม ผ้ากันเปื้อนปักตราสัญลักษณ์ชื่อย่อภาษาอังกฤษของตระกูลดัง ถูกพับวางไว้ใกล้กับเครื่องนอนกลางเก่ากลางใหม่ ผมเข้าใจว่ามันคงเคยเป็นของคนใช้เก่าที่อาจลาออกไปนานแล้วคนใดคนหนึ่ง
หลังจากอาบน้ำเสร็จ ผมใช้ซอกเล็กในห้องมืดใต้บันไดย้อนเวลากลับไปสู่ช่วงเวลาแห่งความสูญเสีย เมื่อหลายวันก่อนเราสามคนพ่อลูกเดินทางกลับจากงานเลี้ยงร่วมฉลองความสำเร็จอันแสนชื่นมื่นเบิกบาน เสียงพูดคุยแสดงความชื่นชมยินดีและวางแผนถึงอนาคตของบริษัทใหญ่ ระหว่างพ่อและพี่ชายมันยังไม่จางหายไปจากความทรงจำ เสียงยางรถยนต์ฝืดฝืนผิวถนนเบรกลั่นสั่นประสาท กระชากเหวี่ยงจนผมหัวคะมำ ฟาดเข้าไปกับเบาะที่นั่งด้านหลังคนขับ
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
“พ่อ!”
“ทิวาอย่าเงยหน้าขึ้นมา” เสียงห้วนตวาดดัง พร้อมมือใครบางคนกดหัวผมให้จมลงไปจนเกือบติดพื้นรถเบื้องล่าง หูได้ยินเสียงปืนลั่นรัวดังมาจากทั่วทุกสารทิศ สลับเสียงร้องโอดโอยของใครหลายคนที่ผมแยกเสียงไม่ออก
“พ่อ พี่ตะวัน”
เมื่อเสียงปืนทิ้งช่วงห่างไป สิ่งที่เหลือไว้มีเพียงกลิ่นฉุนของเขม่าดินปืนและกลิ่นคาวเลือดลอยคลุ้งไปทั่วห้องโดยสาร คนที่ผมรักสองคนนอนจมกองเลือดติดอยู่บนเบาะหลัง เสื้อสูทสีดำเห็นรอยฉ่ำเปียกแฉะเหนียวเหนอะเต็มไปด้วยคราบเลือด มือข้างหนึ่งของพ่อยังกำด้ามปืนยื่นออกไป เหมือนเมื่อครู่มันถูกใช้ต่อสู้ป้องกันตัว ดวงตาคู่คมจมหายอ่อนแสงลงเรื่อยๆ ริมฝีปากกระอักพ่นเลือดเป็นฟองฝอย เหมือนพ่อพยายามพูดบางอย่าง ผมโน้มตัวลงไปพยายามตั้งใจฟัง หากแต่มันขยับได้ไม่นานทุกอย่างก็กลับนิ่งไป โดยไม่มีคำใดหลุดออกมา ไม่มีแม้กระทั่งลมหายใจ
“พ่อ...”
“ทิ...หนีไป” เสียงพร่าของพี่ชายทำให้ผมได้สติ ฝ่ามือเหนียวเต็มไปด้วยเลือดสีแดงสดพยายามเปิดประตูรถแล้วผลักให้ผมออกไปทางประตูอีกด้าน
“ไม่เอา ไม่ไป” ผมหันไปเหนี่ยวข้อมือแข็งนั้นไว้
“ไป!” ราวกับนั่นคือลมหายใจเฮือกสุดท้ายฝ่ามือสั่นผลักผมให้ออกจากตัวรถแล้วปิดประตูลงทันที นั่นคือภาพสุดท้ายในความทรงจำผม
“การร้องไห้คร่ำครวญไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น” เสียงหนึ่งดังมาจากอีกด้านของบานประตู ขัดเสียงสะอื้นจากช่องอกของผมให้สะดุดลง
“ผมรู้ว่าคุณเป็นคนเลว ดังนั้นผมถึงเลือกมาที่นี่ มาดูกันสิว่าคุณจะเลวได้ถึงใจผมมั้ย” ฝ่ามือทั้งสองข้างกำบีบเข้าหากันแน่น ความเจ็บแค้นครั้งนี้ผมจะทวงคืนอย่างสาสม
“รับรองว่าเธอจะประทับใจในความเลวของฉัน”
บทล่าสุด
#40 บทที่ 40 หลานสาวคนโปรด (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#39 บทที่ 39 ลูกสะใภ้คนโปรด
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#38 บทที่ 38 สามีสายเปย์
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#37 บทที่ 37 แม่ผัว ลูกสะใภ้
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#36 บทที่ 36 แม่ผัวตัวดี
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#35 บทที่ 35 สัญญาว่าจ้าง
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#34 บทที่ 34 หายอีกแล้ว
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#33 บทที่ 33 คลิปหลุด
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#32 บทที่ 32 ตามใจเมีย
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#31 บทที่ 31 สติ
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026
คุณอาจชอบ 😍
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
เมียเด็กของท่านประธานร้ายรัก
เธอเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานธรรมดา ส่วนเขาคือท่านประธานผู้สูงส่ง เย็นชา และอันตรายเกินกว่าที่หัวใจดวงเล็ก ๆ ของเธอจะรับมือไหว
น้ำขิงไม่เคยคิดเลยว่า การเข้ามาฝึกงานในบริษัทวัฒนากร กรุ๊ป จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลเพราะเพียงคืนเดียว...เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขา
ภูริช วัฒนากร คือผู้ชายที่ใคร ๆ ก็เกรงกลัว
เขาร้าย เขาเย็นชา เขาไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร แต่กับเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ เขากลับทั้งหวง ทั้งหึง ทั้งร้ายกาจ และไม่ยอมปล่อยมือ
“เธอเป็นของฉัน น้ำขิง จำไว้ให้ดี”คำพูดของเขาเหมือนโซ่ตรวนผูกเธอไว้กับความรักที่ทั้งหวาน ทั้งเจ็บ และหนีไม่พ้น
ทว่าเมื่อความลับและคำกล่าวหาร้ายแรงถาโถมเข้ามาผู้ชายที่เคยกอดเธอแน่น กลับเป็นคนเดียวกันที่ทำให้เธอเจ็บจนแทบขาดใจ เธอไม่ได้ต้องการเงินของเขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งเมีย ท่านประธาน เธอต้องการเพียงความเชื่อใจจากผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจแต่เมื่อเขาไม่ฟัง...เธอจึงเลือกจากไป
พร้อมหัวใจที่แตกสลาย และอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ที่เขายังไม่รู้ว่ามีอยู่จริง
คลั่งรักเมียแต่ง
คำโปรย
เมื่อเขาและเธอต้องมาอยู่ร่วมบ้านหลังเดียวกันในฐานะสามีภรรยา เขาเป็นคนพูดน้อยแถมยังดุ จึงทำให้เธอรู้สึกอึดอัดและน้อยใจอยู่บ่อยๆ
แนะนำตัวละคร
ภูวดล หรือ คุณภูมิ อายุ 32 ปี
เจ้าของสวนองุ่นขนาดใหญ่ เขาหล่อ ทำงานเก่ง พูดน้อย ดุ ชอบทำหน้าเข้ม จนเธอรู้สึกอึดอัด
รัตติกาล หรือ เจ้าขา อายุ 23 ปี
ลูกสาวร้านอาหารแห่งหนึ่งในตัวจังหวัด เธอสวย แต่งตัวแซ่บ ขี้น้อยใจ ชอบคิดเองเออเอง เพราะความอกหักจึงทำให้เธอเลือกที่จะประชด ตกลงรับคำแต่งงานกับใครที่ไหนก็ไม่รู้จัก ที่ผู้ใหญ่หาให้
@@@@@@
โรมานซ์ ฟีลกู๊ดเหมือนเดิม ไม่นอกกาย ไม่นอกใจ แต่เรื่องนี้พระเอกดุหน่อยนะคะโปรดทำใจก่อนอ่าน (แนวบ้านนอก)
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
รักระรินใจ
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี













