บทนำ
“คุณจะบอกว่าเรื่องของเราคุณไม่ได้จริงจังงั้นเหรอคะ” เสียงหวานถามเขาด้วยความเสียใจเมื่อคนบอกว่ารักเธอพูดว่าเรื่องของเธอกับเขาเป็นไปไม่ได้ทั้งที่เธอรักเขายอมรับเขาได้ทุกอย่าง
“คุณจะให้ผมจริงจังกับคนที่หลอกลวงผมงั้นเหรอแคลร์”
“ฉันไม่ได้หลอกลวงคุณพอล ไม่ใช่สิ คุณโปรดต่างหากล่ะ และคุณก็หลอกลวงฉันเหมือนกันทำไมถึงโทษฉันฝ่ายเดียว”
“นั่นสินะ ผมก็หลอกลวงคุณเหมือนกันนี่ เพราะอะไรรู้มั้ย..”
“พูดมาเลยดีกว่าค่ะคุณโปรดจะได้จบกัน” ลันลนามองหนุ่มหล่อที่เธอรักแล้วก็ตลบหลังเธอด้วยคำโกหกหลอกลวงทั้งที่เธอมอบใจมอบกายให้เขาเชยชม ก็เธอมันโง่เองนี่
บท 1
บ
ที่คอนโดหรูสูงสามสิบชั้นและชั้นยี่สิบก็เป็นรังรักของชนินท์ บริลักษ์สกุล หนุ่มใหญ่วัยห้าสิบหกปีประธานบริษัทสยามคอมปอร์เรชั่น จำกัด. ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มอีกหลายประเภทหนึ่งในสามของเมืองไทยและยังนำเข้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากต่างประเทศรายใหญ่ที่มีการแข่งขันสูงเพื่อชิงอันดับหนึ่งในตลาดกับบริษัทคู่แข่งมาตลอดและยังมีบริษัทในเครืออีกมากมายอสังหาริมทรัพย์อันดับต้นๆของเมืองไทยมีทรัพย์สินนับหมื่นล้าน กับเมียน้อยสาววัยสี่สิบแปดที่ลักลอบมีความสัมพันธ์กันมานานกว่ายี่สิบเจ็ดปีโดยที่เมียหลวงจับไม่ได้เพราะพวกเขาใช้เวลาทำงานพูดคุยกันและนัดหมายมีความสัมพันธ์กันอย่างลับๆมีอำนาจคนสนิทของชนินท์ที่รับหน้าแทนเจ้านายที่อ้างว่าวรชาเป็นแฟนเขาจนมาถึงตอนนี้ก็ยี่สิบกว่าปีและอำนาจก็มีภรรยาแล้ว ชนินท์ใช้เงินปิดปากคนสนิทกับภรรยาให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับและให้ภรรยาของอำนาจเป็นแม่บ้านดูแลบ้านให้วรชา
“อ้ะ อ้า พี่เต้ขา อู้วว เอาแรงๆอีกค่ะ อ่า ถึงใจชาที่สุด อ้ะๆ อ้าๆ..” สาวใหญ่ร้องเสียงดังลั่นห้องแล้วกระดกสะโพกรับท่อนเอ็นลำยาวที่กระแทกเข้าออกร่องสวาทของเธออย่างแรงไม่หยุด
“ปั้บบๆๆ ปั้บบๆๆ..”
“พี่จะหมดแรงแล้วนะชา อ่า อื้มม..” ร่างใหญ่ถาโถมแรงทั้งหมดกระแทกกระทั้นท่อนเอ็นลำยาวเข้าออกรัวเร็วๆเพื่อพาเมียรักขึ้นสวรรค์ไปพร้อมกัน
“งั้นชาจะขี่พี่เต้เองค่ะ อ่า อ้ะ อ้า..” วรชาพูดเสียงหอบกระเส่าเพราะเธอปรนเปรอสามีอย่างถึงอกถึงใจทุกครั้งที่เจอกันและป้อนเขาจนอิ่มเอาอกเอาใจเขาทุกอย่างทำให้เธอเป็นเมียน้อยยืนหนึ่งมาตลอดและรอวันที่เขาเลิกกับภรรยามานานเขาก็ไม่เลิกเพราะไม่อยากแบ่งสมบัติทั้งที่เธอมีทายาทให้เขาซึ่งมันขัดใจเธอ แต่ไม่กล้าโวยวายหรือเร่งเร้าเขาแต่ตอนนี้ลูกชายของเธอเรียนจบปริญญาโทพร้อมจะกลับมาช่วยงานพ่อแต่ไม่สามารถออกหน้าได้
“ขอพี่เสร็จรอบนี้ก่อนนะชา อ่า หอยชายังฟิตแน่นเหมือนเดิมเลยตอดกล้วยพี่โคตรแน่นเลย อ่า อื้มม..” ชนินท์จับเอวบางแล้วสาวเข้าหาตัวกระแทกท่อนเอ็นลำยาวเขาใส่รัวเร็วๆจนเสียงเนื้อกระทบกันดังลั่นห้อง
“ปั้บบๆๆ ปั้บบๆๆ..”
“ชะชา จะเสร็จแล้วพี่เต้ อ่า อ้ะ อ้ายยยส์...”
“โอ้ว อ๊าาากซ์..” ร่างใหญ่เกร็งกระตุกถี่ๆแล้วปลดปล่อยน้ำรักเข้าใส่ร่องสวาทของเมียรักอมากมายก่อนจะทิ้งตัวลงทับแผ่นหลังร่างเล็กอวบอิ่มราวกับสาวแรกรุ่นทั้งที่อายุเกือบห้าสิบแต่วรชายังสวยเหมือนตอนเธอมาฝึกงานที่บริษัทและใช้เต้าไต่ขึ้นมาจนตอนนี้เป็นหนึ่งในผู้บริหารฝ่ายโฆษณาของบริษัททำให้เธอต้องดูแลตัวเองให้มีภาพลักษณ์ที่สวยงามตลอดเวลา
“ที่รักขา..” วรชาพลิกตัวมาหาเขาทันทีที่ร่างใหญ่ลงจากตัวเธอ
“ว่าไงที่รัก อยากได้อะไรอีกล่ะ” หนุ่มใหญ่ถามอย่างรู้ใจเมียรักที่เขาหลงใหลเธอหัวปักหัวปำจนมีลูกชายด้วยกันหนึ่งคนและตอนนี้ก็ไปเรียนต่อต่างประเทศและลูกชายก็รู้ดีว่าเขาเป็นพ่อและเขาส่งลูกชายไปอยู่โรงเรียนประจำที่สหรัฐอเมริกาตั้งแต่อายุสิบสองปีจนตอนนี้เรียนจบปริญญาโทจบแล้วยังทำงานในบริษัทใหญ่ที่อเมริกาได้เกือบสามปีเพื่อพิสูจน์ฝีมือการทำงานแล้วเขาก็อยากให้มาช่วยงานแต่ไม่รู้จะบอกลูกยังไงจึงให้คนเป็นแม่คุย
“อยากได้กล้วยของพี่เต้ค่ะ” วรชามองสามีแล้วยิ้มก่อนจะลุกขึ้นแล้วนั่งคร่อมหน้าท้องของเขาแล้วจับท่อนเอ็นลำยาวที่มันอ่อนตัวลงบีบรูดเร็วๆจนมันแข็งสู้มือเธอก็จับหัวมันจ่อกลางร่องสวาทแล้วกดสะโพกลงทีเดียวจนมันหายเข้าไปทั้งลำยาว
“โอ้วว ที่รักสุดยอดมาก อ่า อื้มม..”
“อ้า อู้วว พี่เต้ขา มันทั้งเสียวทั้งจุกเลยค่ะพี่ อ่า อื้ออ..” สาวใหญ่ร้องครางเสียงดังแล้วเธอก็บรรเลงเพลงรักอย่างถึงพริกถึงขิงทั้งขย่มโยกไปมาควบขี่อย่างมัวเมาจนน้ำแตกก็ย้ายไปเอาหน้ากระจกและในห้องน้ำจนหมดแรงไปด้วยกันอย่างมีความสุข
ขณะที่ชนินท์กำลังสนุกกับเมียรักสุดสวาทของเขาที่คอนโดหรูกลางเมือง ผลิตาภรรยาตัวจริงของเขาไปเที่ยวอเมริกากับเพื่อนและแวะแคลิฟอร์เนียหาหลานสาวคนโตที่เธอส่งเสียเลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็กหลังรู้ว่าไม่สามารถมีลูกได้และตอนนี้ลันลนาก็เรียนปริญญาโทและจะขอทำงานและเธอก็อยากให้หลานสาวไปช่วยงานที่บริษัทเพราะเธอไม่มีลูกกับสามีจึงคุยกับน้องสาวขอหลานสาวคนโตมาเลี้ยงดูเพื่อให้สืบทอดธุรกิจของเธอกับสามีแม้ไม่ใช่ทายาทที่แท้จริงแต่ลันลนาเป็นหลานสาวมีสายเลือดเดียวกันกับเธอ
“ป้าลีฟจะซื้ออะไรอีกมั้ยคะ” ลันลนาถามป้าของเธอที่เดินช้อปปิ้งกับเพื่อนของท่านและเธอหิ้วของเต็มสองมือจนไม่มีมือจะถือแล้ว
“ตายแล้วเธอ ดูสิหนูแคลร์ถือของหนักแย่เลย ฉันว่าเราไปนั่งดื่มกาแฟกันก่อนดีมั้ย มาจ้ะหนูแคลร์ป้าช่วยถือลูก” ทิพยาดาบอกเพื่อนที่พากันช้อปปิ้งเพลินจนลืมไปว่าไม่มีคนช่าวถือของเหมือนอยู่กรุงเทพ
“ไม่เป็นไรค่ะคุณป้ายาดา แคลร์ถือไหวค่ะ”
“เอามาเถอะยัยแคลร์ มันหนักนะ แกก็ไม่บอกป้าว่าของเยอะ” ผลิตาว่าหลานสาวแล้วยื่นมือไปช่วยถือของและแบ่งให้เพื่อนทั้งสองที่มาด้วยกันถือ
“ขอบคุณค่ะป้าลีฟ” ลันลนาขอบคุณป้ากับเพื่อนของท่านแล้วเดินตามหลังทั้งสามไปร้านกาแฟ แม้บางครั้งป้าจะอารมณ์ร้อนดุด่าเธอบ้างแต่เวลาป้าใจดีก็ดีใจหายและเธอก็ต้องเชื่อฟังท่านเพราะถ้าไม่มีท่านเธอก็ไม่มีวันนี้ไม่ได้มาเรียนไกลถึงอเมริกาและพ่อแม่ของเธอก็ได้ป้าช่วยเหลือออกทุนให้ทำธุรกิจขายเฟอร์นิเจอร์ที่จังหวัดแพร่บ้านเกิดของพ่อหลังจากตาไม่ให้ความช่วยเหลือเพราะพ่อของเธอทำธุรกิจค้าปลีกค้าส่งขาดทุนทำให้บริษัทขาดทุนแล้วท่านก็พาแม่ของเธอไปอยู่บ้านเกิดของพ่อและตอนนี้พ่อแม่ก็ขยายร้านและสร้างโรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ขายเองแต่ก็ยังสั่งจากโรงงานเจ้าประจำด้วยเพราะมีหน้าร้านที่กรุงเทพที่แม่เป็นคนดูแล ส่วนพ่อก็ไปๆมาๆระหว่างจังหวัดแพร่กับกรุงเทพ เธอจึงเลือกเรียนการตลาดและบริหารธุรกิจ ส่วนธุรกิจของตาก็ให้ป้าบริหารและควบรวมกับธุรกิจของลุงเขยไปเรียบร้อยและตอนนี้ก็เป็นหนึ่งในสามของวงการธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของเมืองไทย
“หนูแคลร์เรียนจบแล้วจะกลับเมืองไทยเลยมั้ยจ้ะ” ธิติมาถามหลานสาวของเพื่อนหากลันลนาเป็นลูกสาวของผลิตาจริงก็ดีสิเธอจะได้จับคู่กับลูกชายเพื่อส่งเสริมทางธุรกิจ
“แกเรียนให้จบก็น่าจะกลับบ้านเลยนะยัยแคลร์ จะไปทำงานให้เสียเวลาทำไมหรือแกไม่อยากกลับบ้าน” ผลิตาขัดใจหลานสาวที่ขอทำงานต่อหลังเรียนจบและเธอก็ปฏิเสธไม่ได้เมื่อหลานสาวบอกว่าขอหาประสบการณ์ก่อน
“แคลร์ก็อยากกลับค่ะ แต่แคลร์ขอทำงานหาประสบการณ์ก่อนนะคะป้าลีฟ” หญิงสาวอ้อนป้าเพราะเธออยากทำงานหาประสบการอีกสักปีสองปีก่อนกลับเมืองไทยไปช่วยงานท่าน
“ไปหาเอาที่บริษัทก็ได้นี่ หรือว่าแกมีอะไรแล้วไม่บอกป้าล่ะ”
“เปล่าค่ะ แคลร์แค่อยากเรียนรู้งานจากที่นี่ก่อนจะได้ไม่มีใครว่าแคลร์ใช้เส้นสายของป้าลีฟเข้าทำงานแคลร์อยากทำงานราบรื่นในบริษัทมากกว่าจะถูกเขม่นเอาได้ค่ะ” เพราะไม่ได้มีแค่เธอแต่ยังมีลูกหลานแท้ๆของท่านเจ้าสัวหาญอีกและเธอก็มีหน้าที่ทำตามคำสั่งของป้า
“แกไม่ต้องไปสนใจเพราะป้าจะให้แกมาเป็นผู้ช่วยของป้า” เธอวางแผนไว้แล้วว่าจะให้หลานสาวเป็นผู้ช่วยเพื่อเรียนรู้งานบริหารและเป็นตัวแทนของเธอในบริษัท
“นั่นยิ่งแล้วใหญ่เลยค่ะ ถ้าป้าลีฟทำแบบนั้นผู้บริหารจะต้องมีอคติและเวลาประเมินผลงานและประชุมบอร์ดบริหารแคลร์กับป้าลีฟจะมีปัญหาค่ะ”
“หลานมันคิดก็ดีนะลีฟ ตอนนี้ทางน้องสาวของคุณชนินท์ก็ให้ลูกชายเข้าไปทำงานในบริษัทแล้วก็ยังไม่ได้ตำแหน่งด้วยนี่และถ้าไม่เก่งจริงทำงานจริงก็อยู่ไม่ได้เธอก็รู้ดีไม่ใช่หรือไงลีฟ” ทิพยาดาพูดกับเพื่อนเพราะสามีของเพื่อนเข้มงวดมากแม้แต่หลานแท้ๆยังเข้มงวดและถ้าไม่ผ่านงานก็ไม่สามารถไปเป็นหนึ่งในผู้บริหารของบริษัทได้
“ฉันกลัวว่าพวกเขาจะเข้ามาสร้างคอนเนคชั่นในบริษัทก่อนที่ยัยแคลร์จะกลับน่ะสิ” เธอตั้งใจถ่ายทอดวิชายุทธในเชิงธุรกิจให้หลานสาวที่เธอสามารถควบคุมได้
“และถ้าหนูแคลร์ไม่มีประสบการณ์เลยแล้วจะทำให้ใครเชื่อถือได้ล่ะ อย่างน้อยที่นี่ก็มีบริษัทชั้นนำมากมายที่เปิดโอกาสให้คนมีความรู้ความสามารถได้แสดงฝีมือนะลีฟ” ธิติมาพูดตามความเป็นจริงและไม่ว่าบริษัทไหนก็เหมือนกันหากมีประสบการก็จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษและยิ่งได้ร่วมงานกับบริษัทใหญ่มาก่อนก็ยิ่งมีโอกาสได้งานมากกว่าด้วย
“งั้นก็ลองดูแต่ป้าให้แกแค่ปีเดียวนะแคลร์”
“ขอบคุณค่ะป้าลีฟ” ลันลนายกมือไหว้ของคุณป้าที่ยอมให้เธอทำงานหนึ่งปีก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำและเธอก็ไปสมัคงานไว้และสัมภาษณ์เรียบร้อยเหลือแค่ทางบริษัทจะโทรมาแจ้งผลว่าเธอจะได้งานหรือไม่
“หนูแคลร์ทั้งสวยน่ารักแบบนี้ต่อไปเธอก็ต้องระวังหนุ่มๆไว้ด้วยล่ะลีฟ”
“ยัยแคลร์ยังไม่มีใครใช่มั้ยลูก” เธอสั่งหลานสาวไว้ว่ามาเรียนห้ามมีแฟนและฝากเพื่อนฝรั่งที่อยู่ที่นี่ช่วยดูแลให้และหลานสาวของเธอก็อยู่ในกรอบมาตลอด
“ไม่มีค่ะ”
“ดีแล้ว แกยังเด็กยังไม่ถึงเวลามีแฟนเอาไว้กลับเมืองไทยเมื่อไหร่ป้าจะแนะนำให้รู้จักกับลูกชายเพื่อนของป้าละกัน” ผลิตาพูดกับหลานสาวเป็นเชิงห้ามไปด้วยว่าห้ามมีแฟน
“ค่ะป้า แคลร์ขอตัวไปห้องน้ำแป๊บนะคะ” และนี่เป็นอีกเรื่องที่เธอไม่อยากกลับเมืองไทยเพราะต้องถูกป้าควบคุมชีวิตของเธอให้อยู่ภายใต้การดูแลควบคุมของท่านไม่ว่าจะชี้ไปซ้ายเธอก็ต้องไปเพื่อตอบแทนบุญคุณของท่าน
“รีบไปเถอะ เดี๋ยวจะได้กลับโรงแรม” ผลิตาบอกหลานสาวเบาๆ
ลันลนาลุกขึ้นเดินไปห้องน้ำเพื่อปัสสาวะก็เหลือป้ากับเพื่อนทั้งสองคนนั่งอยู่ที่โต้ะและดื่มกาแฟคุยกันตามประสาเพื่อนสนิทที่รู้เรื่องของกันและกันดี
“ตกลงว่าคุณเต้มีเมียน้อยจริงเหรอเธอ” ทิพยาดาถามเพื่อนและเรื่องนี้ทำให้ผลิตาอยู่ไม่เป็นสุขเพราะกลัวเมียน้อยจะมีทายาทให้สามี
“ฉันยังไม่แน่ใจ แต่วันนั้นฉันได้ยินเขาเรียกว่าที่รัก และแกคิดว่าเขาเรียกใครล่ะ” เธอยังไม่ได้ถามสามีเพราะกลัวเขาจะรู้ตัวจึงให้นักสืบแอบตามเงียบๆแต่ยังไม่ได้เรื่องอะไรเพราะเขาไปทำงานและไปประชุมไปดูงานกับทีมบริหารตามปกติและยังมีคนสนิทของเขากับแฟนไปด้วยตลอด
“นักสืบก็ไม่ได้เรื่องเหรอลีฟ”
“ยังอ่ะ เขาบอกว่าคุณเต้ก็ใช้ชีวิตประจำวันตามปกติก็คงต้องรอดูสักพักก่อน” แต่สามีของเธอก็ไม่ได้ทำตัวผิดปกติเขาเลิกงานแล้วกลับถึงบ้านสองทุ่มตลอดและถ้ามีงานเลี้ยงก็จะกลับพร้อมกันและไปงานด้วยกันและนอกเหนือจากนั้นเขาไปสังสรรค์กับเพื่อนหรือกับลูกค้าเธอก็ไม่ได้ไปด้วยเพราะส่วนมากจะมีแต่ผู้ชายและถ้ามีลูกค้าผู้หญิงเธอถึงจะไปด้วยและถ้าเธอไม่ไปก็จะมีคนสนิทกับแฟนช่วยดูแลจัดการให้ตลอด
“หรือว่าเธอจะเข้าใจคุณเต้ผิดหรือเปล่าลีฟ”
“มันก็ไม่แน่นะอุ้ม พวกผู้ชายมันไว้ใจได้ที่ไหนพอลับหลังเรามันก็ออกลายทั้งนั้นแหละ” ทิพยาดามีประสบการณ์มาก่อนและเธอหย่ากับสามีก็เพราะมือที่สามแล้วได้สินสมรสกับค่าเลี้ยงดูมาเยอะจึงทำธุรกิจเครื่องสำอางของตัวเองเป็นหญิงแกร่งและแม่เลี้ยงเดี่ยว ส่วนเรื่องเซ็กส์เธอก็ไปเที่ยวตามบาร์โฮสต์หากินหนุ่มหล่อกล้ามใหญ่ไปเรื่อยๆไม่เอาเป็นตัวเป็นตน
“แต่คุณเต้เขาไม่ได้มีท่าทีเจ้าชู้แลยนะยาดา” ธิติมาเข้าใจดีว่าเพื่อนยังฝังใจเรื่องของสามีมีเมียน้อยอยู่
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันนะยาดา อุ้ม อะไรมันก็ไม่แน่เพราะฉันไม่มีทายาทให้เขาแม้จะมียัยแคลร์แต่ไม่ใช่สายเลือดของเขาและพ่อแม่ของเขาก็พูดตลอดว่าอยากมีหลานแล้วมันเป็นความผิดของฉันเหรอที่มีลูกไม่ได้น่ะ” ผลิตาบ่นเรื่องไม่มีลูกให้เพื่อนฟังมาตั้งแต่แต่งงานเพราะมันเป็นเรื่องเดียวที่เธอทำไม่ได้ ส่วนเรื่องงานหลังควบกิจการเข้าด้วยกันแล้วบริษัทก็เติโตอย่างก้าวกระโดดเพราะมีผู้บริหารเก่ง
“เธอยังทำใจไม่ได้อีกหรือไงนี่มันจะสามสิบปีแล้วนะลีฟ”
“ฉันทำใจได้นานแล้วล่ะอุ้ม แต่ที่ฉันทำใจไม่ได้หากทรัพย์สินที่มีจะตกไปเป็นของคนอื่นสู้ฉันยกให้ยัยแคลร์ไม่ดีกว่าเหรอยังไหลานมันก็ไม่ทิ้งฉันแน่”
“เธอคิดถูกแล้วลีฟ หนูแคลร์นิสัยดีน่ารักและกตัญญูไม่มีทางทิ้งเธอแน่” ธิติมาพูดกับเพื่อนตามที่เห็นลันลนามาตั้งแต่เด็ก
“ฉันก็หวังว่าจะเป็นแบบนั้นนะ”
จากนั้นสามสาวใหญ่ไฮโซก็พูดเรื่องแฟชั่นเสื้อผ้ากระเป๋ารองเท้าที่พวกเธอไปช้อปมาและวางแผนไปช้อปเครื่องประดับก่อนจะกลับเมืองไทยในอีกสามวันที่จะถึงแล้วพากันกลับที่พักและลันลนาก็พักที่โรงแรมกับป้าทุกครั้งที่ท่านบินมาหา
“แคลร์กลับไปเอาชุดที่ห้องก่อนนะคะป้าลีฟ” เธอเอาเสื้อผ้ามาแค่สองชุดเพราะที่พักอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมหรูริม
“รีบไปรีบมาล่ะ เดี๋ยวจะไม่ทันกินข้าวเย็น” ผลิตาบอกหลานสาวเพราะลันลนาเป็นความหวังหนึ่งเดียวของเธอเพราะมีหลานที่ใกล้ชิดคนเดียวที่มีสายเลือดเดียวกันเพราะเป็นลูกน้องสาวของเธอ ส่วนคนอื่นก็เป็นหลานที่เกิดจากลูกของลุงป้าน้าอา
“ค่ะป้าลีฟ” ร่างเล็กบอบบางสูงหนึ่งร้อยหกสิบห้าเซ็นติเมตรสัดส่วนอกเอวสะโพกรับกันอย่างเหมาะเจาะใบหน้าเรียวปลายจมูกงอนเชิดขึ้นเล็กน้อยริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อ ดวงตาโตทรงอัลมอนด์สดใสแวววาว ผิวสีน้ำผึ้งซึ่งชาวต่างชาติจะชอบผู้หญิงผิวสีน้ำผึ้ง
อาพาร์ทเม้นท์สูงสิบชั้นใกล้มหาวิทยาลัยที่ลันลนาพักอาศัยมาตั้งแต่เธอเรียนมหาวิทยาลัยที่แคลิฟอร์เนียจนถึงตอนนี้ก็เกือบปีและอยู่โรงเรียนประจำอีกหกปีเพราะป้าส่งเธอมาเรียนที่นี่ตอนขึ้นมอหนึ่งหรือเกรดเจ็ดอยู่โรงเรียนประจำมีป้าฮันนี่เพื่อนของท่านช่วยดูแลเธอเพราะป้าฮันนี่มีสามีอยู่ที่นี่และท่านก็ใจดีและมีลูกชายหนึ่งคนแก่กว่าเธอไปสิบปีและตอนนี้แต่งงานมีลูกสาววันสามขวบน่ารักมาก
“เฮ้อ เหนื่อยจัง” ร่างเล็กบอบบางปิดประตูห้องแล้วเดินไปทิ้งตัวลงบนโซฟาเพราะเสียพลังงานจากตามป้ากับเพื่อนของท่านไปช้อปปิ้ง
“ก๊อกกๆๆ..”
บทล่าสุด
#137 บทที่ 137 พรหมลิขิตพิศวาส
อัปเดตล่าสุด: 8/21/2026#136 บทที่ 136 วันแต่งงาน
อัปเดตล่าสุด: 8/21/2026#135 บทที่ 135 เจ้าสาวแสนสวย
อัปเดตล่าสุด: 8/21/2026#134 บทที่ 134 แม่ผัวลูกสะใภ้รักใคร่กัน
อัปเดตล่าสุด: 8/21/2026#133 บทที่ 133 ได้ลูกชาย
อัปเดตล่าสุด: 8/21/2026#132 บทที่ 132 ลูกเป็ดกลายเป็นหงส์
อัปเดตล่าสุด: 8/21/2026#131 บทที่ 131 เลื่อนงานแต่งงาน
อัปเดตล่าสุด: 8/21/2026#130 บทที่ 130 แสดงความยินดี
อัปเดตล่าสุด: 8/21/2026#129 บทที่ 129 ท้อง
อัปเดตล่าสุด: 8/21/2026#128 บทที่ 128 รักเมีย
อัปเดตล่าสุด: 8/21/2026
คุณอาจชอบ 😍
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!
..................................................................
พระเอก: ราฟาเอล มิลเลอร์
มาเฟียหน้าหล่อ แต่นิสัยโหด ไม่เคยได้รับบาดแผลใจอะไรในวัยเด็ก แต่กลับมีนิสัยบิดเบี้ยวอันน่ากลัว เพราะความทะนงตัวทำให้อยากได้อะไรก็ต้องได้ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ใครกล้าขัดใจมีอันต้องอันตรธานหายไปจากสายตา สุขุม ซ่อนความใจร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง แค่เพียงปรายตามองก็ทำเอาคนหายใจแทบไม่ออก
นางเอก: เกรซ โคปา (สีน้ำ)
บอดี้การ์ดสาวสวยฝีมือดี ถูกลักพาตัวมาฝึกเป็นทหารตั้งแต่เด็ก ถูกสอนให้ใช้อาวุธ เรียนศิลปะป้องกันตัว เรียนรู้การอารักขา และลอบฆ่า
นิสัย (เดิม) เงียบขรึม จริงจัง ทะเยอทะยาน
..................................................................
เรื่องย่อ
สีน้ำทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่อ่านอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากสอบเข้ามหาลัยเสร็จหมาด ๆ นิยายเรื่องที่เธออ่านก็คือ 'กรงขังของนายมาเฟีย' นิยายอีโรติกสิบแปดบวกที่พระเอกเป็นมาเฟียจอมยึดติด ราฟาเอล มิลเลอร์ มาเฟียจอมโหดเขาหลงรักนางเอกที่เป็นคนธรรมดา เขาถูกใจในหน้าตาสะสวยของนางเอกของเรื่องอย่าง นาตาลี ตั้งแต่แรกเห็น เขาตกหลุมรักนางเอกในเรื่องอย่างนาตาลีแบบหัวปักหัวปำ แต่เลือกที่จะเข้าหาอีกฝ่ายด้วยวิธีผิด ๆ ซึ่งตัวละครที่สีน้ำทะลุเข้ามาสวมร่างไม่ใช่นางเอก แต่ทว่ากลับเป็นนางร้าย!
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
บ่วงรักกับดักแค้น
เมื่อรักแรกที่จบลงด้วยการทรยศอย่างเลือดเย็น กลับวนมาเจอกันอีกครั้งในสถานะประธานบริหารคนใหม่กับพนักงานขายตัวท็อป ภีม (ภีมากร) กลับมาพร้อมความเย็นชาและแผนการทำลายชีวิตคนที่เคยทิ้งเขาไป ขณะที่พริก (พริมา) ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการกลั่นแกล้ง เพราะความลับที่เธอซ่อนไว้ในอดีตนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า
เมียเด็กของท่านประธานร้ายรัก
เธอเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานธรรมดา ส่วนเขาคือท่านประธานผู้สูงส่ง เย็นชา และอันตรายเกินกว่าที่หัวใจดวงเล็ก ๆ ของเธอจะรับมือไหว
น้ำขิงไม่เคยคิดเลยว่า การเข้ามาฝึกงานในบริษัทวัฒนากร กรุ๊ป จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลเพราะเพียงคืนเดียว...เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขา
ภูริช วัฒนากร คือผู้ชายที่ใคร ๆ ก็เกรงกลัว
เขาร้าย เขาเย็นชา เขาไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร แต่กับเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ เขากลับทั้งหวง ทั้งหึง ทั้งร้ายกาจ และไม่ยอมปล่อยมือ
“เธอเป็นของฉัน น้ำขิง จำไว้ให้ดี”คำพูดของเขาเหมือนโซ่ตรวนผูกเธอไว้กับความรักที่ทั้งหวาน ทั้งเจ็บ และหนีไม่พ้น
ทว่าเมื่อความลับและคำกล่าวหาร้ายแรงถาโถมเข้ามาผู้ชายที่เคยกอดเธอแน่น กลับเป็นคนเดียวกันที่ทำให้เธอเจ็บจนแทบขาดใจ เธอไม่ได้ต้องการเงินของเขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งเมีย ท่านประธาน เธอต้องการเพียงความเชื่อใจจากผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจแต่เมื่อเขาไม่ฟัง...เธอจึงเลือกจากไป
พร้อมหัวใจที่แตกสลาย และอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ที่เขายังไม่รู้ว่ามีอยู่จริง
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด













