บทนำ
บท 1
"พุดดิ้ง อันนั้นกินไม่ได้นะ"
ทันทีที่ชามยาหกคว่ำลงกับพื้น เจ้าพุดดิ้ง แมวพันธุ์บริติช ชอร์ตแฮร์ที่ฉันเลี้ยงไว้ ก็กระโดดลงมาจากขอบหน้าต่างทันที มันแลบลิ้นเลียน้ำยาที่เจิ่งนองอยู่บนพื้น
ฉันอยากจะห้าม แต่หัวมันหนักอึ้ง ตัวก็เบาหวิว ไม่มีแรงแม้แต่จะขยับตัว
ฉันพยายามดุไปสองสามที แต่พุดดิ้งไม่สนใจฉันเลย สุดท้ายฉันก็ต้องปล่อยเลยตามเลย
ยานั้นเป็นยาบำรุงที่สามีฉันอุตส่าห์ลำบากไปเสาะหามาให้ ถึงแม้ยาคนกับยาแมวจะไม่เหมือนกัน แต่มันกินไปแค่นิดเดียว คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง
ฉันฝืนสังขารก้มเก็บชามยาขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะข้างเตียงอย่างยากลำบาก แล้วทิ้งตัวลงนอนหอบหายใจบนหมอน
พอพุดดิ้งเลียยาบนพื้นจนเกลี้ยง มันก็กระโดดกลับขึ้นไปบนขอบหน้าต่าง นั่งยองๆ อาบแดดแล้วใช้ขาหน้าเลียหน้าเลียตาตัวเอง
ฉันมองแสงแดดที่สาดส่องผ่านกระจกเข้ามาด้วยความโหยหา จินตนาการไม่ออกเลยว่ามันจะอบอุ่นสักแค่ไหน
ตั้งแต่ร่างกายเริ่มแย่ลง จนตอนนี้แม้แต่จะลุกขึ้นยืนยังลำบาก ฉันก็ไม่ได้ออกไปตากแดดมานานมากแล้ว
พอคิดถึงสภาพร่างกายของตัวเอง ฉันก็อดรู้สึกหดหู่ใจไม่ได้
ตั้งแต่คลอดลูกแฝดชายหญิงท้องที่สอง ร่างกายของฉันก็ทรุดโทรมลงเรื่อยๆ
เริ่มจากอาการเวียนหัว ต่อมาก็กลายเป็นง่วงซึม อ่อนเพลีย ผมร่วงเป็นกำๆ สุขภาพจิตก็แย่ลงทุกวัน
จนถึงตอนนี้ แทบจะไม่มีแรงลุกจากเตียงด้วยซ้ำ
โชคดีที่ฉันมีสามีที่รักและดูแลครอบครัวดีมากอย่าง 'อาทิตย์' หลังจากที่ฉันคลอดลูกแฝดแล้วเริ่มเวียนหัวบ่อยๆ เขาก็เป็นห่วงสุขภาพฉันมาก พยายามเกลี้ยกล่อมให้ฉันวางมือจากงานแล้วมาพักผ่อนอยู่บ้าน
ส่วนตัวเขาเอง เพื่อที่จะมาดูแลฉัน ก็ยอมทิ้งอาชีพนักเขียนบทที่เขารัก ผันตัวมาช่วยบริหารบริษัทที่พ่อแม่ฉันทิ้งไว้ให้
ใครที่รู้จักเราต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ชาติที่แล้วฉันคงไปกู้ชาติมาแน่ๆ ถึงได้เจอสามีดีขนาดนี้
ตัวฉันเองก็คิดเหมือนกัน มีสามีที่รักฉัน มีลูกๆ ที่น่ารักและรู้ความอีกสามคน ฉันนี่มันคือผู้ชนะในชีวิตชัดๆ!
ติดก็แต่ร่างกายของฉันนี่แหละ ที่ไม่รักดี อยู่ๆ ก็ทรุดลง ไปตรวจโรงพยาบาลใหญ่ๆ มาทั่วแล้ว ก็ยังหาสาเหตุไม่เจอ
สามีทำเพื่อฉันทุกอย่าง วิ่งเต้นหาวิธีรักษา สรรหายาดีๆ มาให้ลอง
แถมยังจ้างแม่บ้านมาดูแลฉันเป็นพิเศษ คอยต้มยา กำชับให้ฉันกินยาตรงเวลาทุกมื้อ หวังเพียงให้ฉันหายป่วยเร็ววัน
ฉันเองก็อยากหายเร็วๆ เหมือนกัน แต่ทว่า...
"ก๊อก ก๊อก ก๊อก..."
ในขณะที่ฉันกำลังคิดฟุ้งซ่าน แม่บ้านก็เคาะประตูเข้ามา "คุณผู้หญิงคะ ทานยาหรือยังคะ"
แม่บ้านคนนี้สามีเป็นคนหามา ชื่อ 'จอย' อายุเพิ่งจะยี่สิบห้าปี
หน้าตาจิ้มลิ้มหมดจด ถึงจะยังเด็ก แต่ก็ซื่อสัตย์ ขยันขันแข็ง ดูแลฉันดีมาก
ฉันพอใจในตัวเธอมาก เคยชมให้สามีฟังไม่รู้กี่ครั้ง แถมยังให้สามีขึ้นเงินเดือนให้เธอไปตั้งสองรอบแล้ว
ฉันเหลือบตามองพุดดิ้งที่กำลังล้างหน้าอยู่บนขอบหน้าต่าง ไม่ได้บอกไปว่ายาหกแล้วแมวมากินไปแล้ว
ทำเพียงแค่พยักหน้า แล้วตอบเสียงแผ่วเบาว่า "กินแล้วจ้ะ"
ยานี้ฉันกินมาตั้งแต่เริ่มมีอาการเวียนหัวเมื่อสามปีก่อน กินมาจนป่านนี้ก็ไม่เห็นจะดีขึ้น ร่างกายกลับยิ่งแย่ลง
พูดตามตรง หกไปซะได้ก็ดี!
ฉันไม่อยากกินมันมาตั้งนานแล้ว
จอยยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ "ทานแล้วก็ดีค่ะ คุณผู้ชายกำชับนักกำชับหนา ว่าต้องให้คุณทานยาให้ตรงเวลาทุกวัน" จอยเก็บชามยาอย่างคล่องแคล่ว พลางพูดด้วยความชื่นชม "หนูเป็นแม่บ้านมานาน เพิ่งเคยเจอสามีที่ดีเหมือนคุณผู้ชายเป็นครั้งแรก คุณผู้หญิงนี่โชคดีจริงๆ เลยนะคะ!"
ฉันรู้ดีว่าตัวเองโชคดีแค่ไหน
เพียงแต่ถ้าฉันมีร่างกายที่แข็งแรงด้วย มันคงจะดีกว่านี้มาก!
ฉันถอนหายใจในใจ มองออกไปที่แสงแดดจ้านอกหน้าต่าง "จอย ฉันอยากออกไปตากแดดบ้างจัง"
"ได้สิคะคุณผู้หญิง" จอยรับคำยิ้มๆ "เดี๋ยวหนูเก็บของเสร็จแล้วจะมาเข็นรถพาออกไปนะคะ"
"อืม"
จอยเดินออกไปแล้ว ประตูปิดลงอีกครั้ง ไม่รู้ทำไม ความเงียบภายในห้องถึงทำให้ฉันรู้สึกใจคอไม่ดีชอบกล
ทันใดนั้น...
"เมี๊ยว..."
เสียงร้องโหยหวนของแมวดังขึ้น ฉันสะดุ้งหันขวับไปมองด้วยความตกใจ เห็นเจ้าพุดดิ้งร่วงผล็อยลงมาจากขอบหน้าต่าง หัวทิ่มลงพื้น ชักกระตุกอยู่บนพรมสองสามที แล้วก็นิ่งสนิทไป
ถ้าไม่ใช่เพราะท้องของมันยังกระเพื่อมอยู่ ฉันคงคิดว่ามันตายไปแล้ว
แต่อยู่ดีๆ พุดดิ้งจะตกลงมาจากหน้าต่างได้ยังไง?!
อย่าว่าแต่แมวที่มีการทรงตัวดีเยี่ยมเลย ปกติพุดดิ้งแข็งแรงมาก ต่อให้ตกลงมาแค่นี้ ก็ไม่น่าจะถึงกับสลบเหมือดไปแบบนั้น
แถมมันยังเป็นแมวที่ฉันซื้อมาตอนคลอด 'แจ็ค' เป็นของขวัญให้ลูกชาย ปกติเลี้ยงดูประคบประหงมอย่างดี ไม่มีทางที่จะไปกินอะไรผิดสำแดง หรือมีโรคประจำตัวกำเริบแน่ๆ
สิ่งเดียวที่มันกินเข้าไป แล้วผิดปกติ ก็คือ...
ฉันหันขวับกลับมา จ้องเขม็งไปที่คราบยาจางๆ บนพื้น
จู่ๆ ความเย็นยะเยือกก็แล่นปราดขึ้นมาจากแผ่นหลัง
ฉันรีบตะเกียกตะกายลงจากเตียงด้วยความตื่นตระหนก หัวหนักอึ้ง ขาแข้งอ่อนปวกเปียกเหมือนเส้นก๋วยเตี๋ยว เดินได้ก้าวเดียวก็ล้มฟุบลงกับพื้น
แต่ฉันไม่กล้าร้องออกมา ไม่รู้ทำไม ฉันถึงกลัวว่าจะมีคนได้ยิน
ฉันค่อยๆ กระเถิบตัวไปหาพุดดิ้งอย่างยากลำบาก ประคองร่างนิ่มๆ ของมันขึ้นมา
มันเหมือนกำลังหลับ แต่ต้องหลับลึกขนาดไหนกัน ถึงจับเขย่าเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น
ฉันมองดูมันที่นอนนิ่งไม่ไหวติง แล้วอดจินตนาการไม่ได้ว่า เวลาฉันกินยาแล้วหลับไป ฉันจะมีสภาพเหมือนมันหรือเปล่า
ไม่รู้เนื้อรู้ตัว ปล่อยให้ใครทำอะไรก็ได้!
แต่มันจะเป็นไปได้ยังไง?
ยาพวกนี้ อาทิตย์อุตส่าห์ดั้นด้นขับรถไปไกลเป็นพันกิโลเพื่อไปหาหมอผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงมาปรุงให้
เขารักฉันขนาดนั้น เขาจะทำร้ายฉันได้ยังไง?
แต่ถ้าไม่ใช่เขา แล้วจะเป็นใคร?!
ชั่วพริบตา ฉันรู้สึกเหมือนตกลงไปในถังน้ำแข็ง ความหนาวเหน็บเกาะกุมไปทั่วร่างจนตัวสั่น
ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงฝีเท้าดังมาจากหน้าห้อง
ฉันสะดุ้งเฮือก ได้สติขึ้นมา ไม่รู้ไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน รีบอุ้มพุดดิ้งปีนกลับขึ้นไปบนเตียงอย่างรวดเร็ว
หัวใจเต้นรัวแรง แต่ฉันรีบหลับตาปี๋ พยายามเหยียดแขนขา ทำท่าเหมือนคนกำลังนอนหลับ
เสียงฝีเท้าหยุดลงที่หน้าประตู ฉันได้ยินเสียงคนหมุนลูกบิดประตู ร่างกายเกร็งจนสั่นเทาเล็กน้อย
ประตูถูกผลักเปิดออก คนคนนั้นดูเหมือนจะแค่ชะโงกหน้าเข้ามาดู แล้วก็ปิดประตูลง
จากนั้น เสียงพูดคุยเบาๆ ก็ดังขึ้นที่ทางเดิน "ยาห้ามขาด ต้องเฝ้าให้กินให้หมด..."
เสียงนั้นค่อยๆ ห่างออกไป ประโยคที่เหลือฉันได้ยินไม่ถนัด
ฉันลืมตาโพลงมองเพดานสีขาวโพลน รู้สึกเหมือนเพิ่งถูกงมขึ้นมาจากน้ำเย็นจัด
ความกลัวทำให้ฉันตัวสั่นไม่หยุด อาทิตย์หมายความว่ายังไง?
เขาต้องการจะทำร้ายฉันจริงๆ เหรอ?
บ้านเราฐานะดี ฉันเป็นลูกสาวคนเดียว พ่อแม่ทำธุรกิจวัสดุก่อสร้าง ช่วงหลายปีก่อนอสังหาริมทรัพย์บูม บริษัทของพ่อแม่เลยเติบโตมาก
แต่หลังจากฉันแต่งงานกับอาทิตย์ได้ไม่นาน พ่อแม่ก็ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิต ฉันเลยต้องรับช่วงต่อบริษัท
ต่อมาพอสุขภาพฉันเริ่มแย่ ฉันก็โอนสิทธิ์การบริหารให้อาทิตย์ดูแลแทนชั่วคราว เพื่อจะได้พักรักษาตัว
ถ้าเขาคิดจะฆ่าฉันจริงๆ เหตุผลมันก็ฟังขึ้น
เพราะถ้าฉันตาย ในฐานะสามี เขาก็จะได้รับมรดกทั้งหมดของฉันไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
แต่... จะเป็นเขาจริงๆ เหรอ?
ฉันกับอาทิตย์รักกันมาห้าปี แต่งงานกันมาอีกสามปี
แปดปีที่ผ่านมา เขาเสมอต้นเสมอปลายกับฉันมาตลอด
เทศกาล วันครบรอบ เขาจะมีเซอร์ไพรส์ให้เสมอ บางครั้งงานยุ่งจนไม่มีเวลาให้ เขาก็จะซื้อของขวัญมาง้อ มาเอาใจฉัน
ฉันทำกับข้าวไม่เป็น เขาก็เหมางานบ้านทุกอย่าง ซักผ้า ทำกับข้าว เลี้ยงลูก ไม่เคยบ่นสักคำ
ตอนฉันป่วย เขาดูร้อนใจยิ่งกว่าใคร
พาฉันไปตระเวนหาหมอตามโรงพยาบาลต่างๆ หาหนังสือมาอ่านเพื่อหาวิธีรักษาฉัน
พอได้ยินใครว่าที่ไหนมีหมอดี เขาก็จะรีบจองตั๋วเครื่องบินพาฉันไปหาทันที
แม้แต่เพื่อนสนิทฉันยังบอกเลยว่า อาทิตย์ดูแลฉันเหมือนพ่อดูแลลูกสาว
หลายครั้งที่ลูกสาวแท้ๆ ยังต้องมาทีหลังฉัน
เพราะเขาบอกว่า ลูกสาวโตขึ้นก็ต้องมีชีวิตของตัวเอง ต้องแต่งงานออกเรือนไป
มีแค่ฉันคนเดียว ที่จะเป็นคู่ชีวิตเดินเคียงข้างเขาไปจนแก่เฒ่า
ดังนั้นใครก็มาแทนที่ฉันในใจเขาไม่ได้!
ผู้ชายที่รักฉันมากขนาดนี้ จะทำร้ายฉันได้ลงคอเหรอ?
คนคนหนึ่ง ถ้าคิดร้ายกับเราจริงๆ จะสามารถเสแสร้งแกล้งทำดี ประคบประหงมเราเหมือนไข่ในหินได้เป็นสิบปีเชียวเหรอ?
ฉันไม่อยากจะเชื่อ
เพราะถ้าเป็นเรื่องจริง เขาก็น่ากลัวเกินไปแล้ว!
แต่ถ้าไม่ใช่เขา แล้วจะเป็นใครล่ะ?!
ในบ้านหลังนี้ นอกจากอาทิตย์กับพวกเด็กๆ ก็เหลือแค่จอยที่เป็นแม่บ้าน
แต่จอยก็ดูซื่อๆ และไม่มีความแค้นอะไรกับฉัน
บ้านอื่นจ้างแม่บ้านสาวๆ สวยๆ นายจ้างผู้หญิงอาจจะต้องระแวงว่าจะแอบกินกันเองกับสามี
แต่จอยวางตัวดีมาก รู้จักกาละเทศะ แทบจะไม่เสนอหน้าออกมาตอนอาทิตย์อยู่บ้านเลย
แถมเวลาอาทิตย์อยู่บ้าน เขาก็ขลุกอยู่แต่กับฉัน สองคนนั้นแทบไม่มีเวลาอยู่ด้วยกันตามลำพัง
อาทิตย์ก็เป็นไปไม่ได้ จอยก็ไม่มีแรงจูงใจ แล้วคนที่คิดจะฆ่าฉัน... คือใครกันแน่?
บทล่าสุด
#75 บทที่ 75
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#74 บทที่ 74
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#73 บทที่ 73
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#72 บทที่ 72
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#71 บทที่ 71
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#70 บทที่ 70
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#69 บทที่ 69
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#68 บทที่ 68
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#67 บทที่ 67
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#66 บทที่ 66
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026
คุณอาจชอบ 😍
ไม่มีเมีย..ก็ไม่มีชีวิต
เสียงของเขาเย็นชาและบาดหู “คุณเป็นภรรยาของผม มีหน้าที่ตอบสนองความต้องการทางร่างกายของผมอย่างถูกต้องตามกฎหมาย”
“สงครามเย็นของเรายังไม่จบนะ!” การขัดขืนของฉันไร้ประโยชน์ เขาได้สอดใส่เข้ามาในร่างกายของฉันแล้ว
มืออันเย็นเฉียบของเขาลูบไล้หน้าอกของฉัน ชีวิตแต่งงานห้าปี กับการมีเซ็กส์นับครั้งไม่ถ้วน ทำให้เขารู้ดีว่าจะปลุกเร้าอารมณ์ความต้องการของฉันได้อย่างไร
ในจังหวะที่ร่างกายของฉันสั่นระริกและกำลังจะแตะขอบสวรรค์ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นกะทันหัน เขาหยุดการกระทำทันที เอามือปิดปากฉันไว้ แล้วกดรับสาย
ปลายสายเป็นเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้นมาเบาๆ ว่า “ที่รักคะ ฉันอยู่ที่นี่แล้วนะ”
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
มาวิน พี่รหัสโคตรหล่อ | Brother Love
อริรักท่านประธาน
ส่วนเธอ...คู่แข่งตัวเล็กๆที่เกลียดชังเขาเพราะถูกเขากลั่นแกล้ง
เมื่อคู่อริอย่างเธอและเขาที่ชังกันมาตลอด....แต่จู่ๆในวันหนึ่งต้องมานอนเตียงเดียวกัน...เรื่องราวต่อไปจะเป็นเช่นใด!?
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด













