บทนำ
บท 1
โลกคู่ขนานในอีกมิติหนึ่ง มังกรรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาด้วยความไม่สบายตัว เขาจำได้ว่าเมื่อตอนกลางวันไปไหว้อัฐิพ่อกับแม่ที่วัดกลับมาก็อาบน้ำนอนหลับไปด้วยความอ่อนเพลียการเดินทางโดยนั่งรถประจำทางกลับมาบ้านเกิดไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเลย เหนื่อยมากจริง ๆ พอเขาลืมตาตื่นขึ้นมากลับพบว่าตัวเองอยู่ที่ไหนไม่รู้ แต่ที่แน่ ๆ ที่นี่มันไม่ใช่ห้องนอนของเขาที่บ้านเกิด
หลังคามุงหญ้า ฝาผนังทำจากดินโคลนผสมฟาง ที่นี่ที่ไหน หรือเขาโดนจับตัวมาเรียกค่าไถ่ ถึงจะบอกว่าโดนจับตัวมาเขาก็ไม่มีเงินให้หรอกนะตอนนี้ ก็เหลือตัวคนเดียวแล้วเงินที่ไหนจะมี เรียนก็เพิ่งจบงานก็ยังไม่ได้ทำ จะมีก็แค่เงินประกันของพ่อแม่นิดหน่อยเท่านั้น ไม่รู้ว่าตัวเองไปทำอะไรให้ใครไม่พอใจหรือเกิดการเข้าใจผิดกันแน่ ถึงได้จับเขามาขังเอาไว้ที่นี่
มังกรนอนคิดเรื่อยเปื่อยจนในที่สุดก็ตัดสินใจว่าตัวเองจะมัวมานอนคิดให้เปลืองสมองทำไม ลุกขึ้นไปดูเลยดีกว่าว่าที่นี่มันคือที่ไหนกันแน่ หวังว่าคนที่จับเขามาจะให้คำตอบเขาได้ เมื่อตัดสินใจได้แล้วมังกรลุกขึ้นจากเตียงแข็ง ๆ ที่นอนจนปวดหลังมาทั้งคืน ยังไม่ทันที่จะก้าวขาลงจากเตียงก็รู้สึกปวดหัวจี๊ดขึ้นมาและก็มีความทรงจำของเด็กคนหนึ่งหลั่งไหลเข้ามาในหัวของเขา มังกรที่ปวดหัวล้มลงไปนอนอยู่บนเตียงเอามือกุมหัวไว้แน่น ตอนนี้เขาไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองกันแน่
เวลาผ่านไปประมาณ 15 นาที อาการปวดหัวถึงได้หายไป จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมีความทรงจำของเด็กคนหนึ่งตั้งแต่เกิดจนอายุ 8 ขวบเข้ามาในความทรงจำของตัวเอง เด็กชายที่ชื่อหยางเสี้ยวเกิดในครอบครัวชาวบ้านยากจน อาศัยอาชีพเพาะปลูกและหาของป่าประทังชีวิต อาศัยอยู่กับพ่อแม่ น้องชาย อายุ 6 ขวบ แต่เมื่อสามวันที่แล้วหยางเสี้ยวเกิดไม่สบายขึ้นมาและไม่มีเงินพอที่จะไปหาหมอในเมือง ทำได้เพียงแค่ตามหมอเท้าเปล่ามาดูเท่านั้น ประจวบกับร่างกายไม่แข็งแรงเพราะขาดสารอาหาร ทำให้เด็กชายสิ้นใจตายไปตั้งแต่เมื่อคืน ส่วนพ่อของเด็กชายตามคนในหมู่บ้านไปล่าสัตว์ในป่าลึกยังไม่กลับมา
“นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย แล้วตอนนี้เราอยู่ที่ไหน แล้วความทรงจำนี่มันคืออะไร อย่าบอกนะว่าเราเองก็ตายแล้ว แล้วก็กลายเป็นผีเร่ร่อนเข้ามาอาศัยร่างของเจ้าหนูนี่ เหมือนกับนิยายแฟนตาซีที่เพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยเล่าให้ฟัง”
มังกรสำรวจตัวเองก็พบว่าตอนนี้เขากลายเป็นเด็กไปเสียแล้ว ด้วยมือที่เล็กมาก แขนขาเล็กเรียว เรียกว่าผอมแห้งเลยจะดีกว่า เสื้อผ้ามีแต่รอยปะชุน
“นี่มันอะไรกัน เราตายไปทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ว่าตายไปได้ยังไง ถ้าตายไปแล้วก็แล้วไปเถอะ แต่ทำไมถึงได้มาอยู่ที่นี่ในร่างของเด็กคนนี้ นี่ไม่เท่ากับว่าอีกหน่อยจะได้ตายรอบสองเหรอเนี่ย ทำไมถึงกลั่นแกล้งกันได้ขนาดนี้ แบบนี้ก็ตายไปเลยจะไม่ดีกว่าหรือยังไง”
มังกรได้แต่นั่งทำใจและทำความเข้าใจกับสถานการณ์ตรงหน้านี้ ไม่รู้วิธีกลับไป และไม่รู้ว่าจะใช้ชีวิตที่ได้มาแบบงง ๆ อย่างไรต่อไป มังกรนั่งทึ่มทื่ออยู่บนเตียง ในตอนที่กำลังตัดสินใจว่าจะลงจากเตียงแล้วออกไปด้านนอกก็มีเด็กชายตัวเล็ก ๆ ที่ผอมแห้งอีกคนเข้ามาดู เหมือนว่าจะเป็นหยางเสียนน้องชายของเจ้าของร่างที่มังกรมาอาศัยอยู่
“พี่ใหญ่ ท่านตื่นแล้ว ยังปวดหัวหรือไม่ ข้าจะไปตามท่านแม่นะขอรับ” ว่าจบเด็กน้อยก็หมุนตัววิ่งออกไปทันที
“เฮ้อ จะรอดไหม ทำยังไงดีล่ะทีนี้ มาได้ยังไง แล้วที่นี่มันที่ไหน ดูจากสภาพคงได้ตายรอบสองเพราะอดตายแน่” มังกรได้แต่ถอนหายใจ เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่อึดใจก็มีหญิงสาวอายุไม่น่าจะเกิน 30 เข้ามาในห้อง
“เสี้ยวเอ๋อร์ ลูกเป็นยังไงบ้าง ยังรู้สึกปวดหัวอยู่อีกหรือเปล่า” เสิ่นซื่อเฝ้าถามลูกชาย แต่กลับพบว่านอกจากลูกชายของนางจะนั่งจ้องหน้านางแล้วก็ไม่ได้รับคำตอบจากปากของเด็กชายเลยแม้แต่น้อย
มังกรที่เอาแต่นั่งจ้องหน้าผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ของเจ้าหนูเจ้าของร่าง น้ำตาของเขาก็ไหลออกมา แม่ของเจ้าหนูมีหน้าตาเหมือนแม่ของเขาที่จากไปแล้วยังกับฝาแฝด หรือว่านี่จะเป็นโลกหลังความตายที่ครอบครัวจะได้กลับมาอยู่ด้วยกัน เสิ่นซื่อที่เห็นลูกชายไม่พูดไม่จา น้ำตาไหลนองหน้าก็ทำอันใดไม่ถูก นางเข้าไปจับหน้าผากลูกชายด้วยความร้อนใจ เมื่อพบว่าไม่มีไข้แล้วถึงได้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“เสี้ยวเอ๋อร์ ลูกร้องไห้ทำไม ลูกเจ็บตรงไหนบอกแม่ ลูกอย่าร้อง น้องชายลูกจะร้องตามแล้ว”
“พี่ใหญ่ท่านเป็นอะไร เจ็บตรงไหนขอรับ”
“ข้า ข้า ไม่เป็นไร ข้าเพียงแต่คิดถึงท่านแม่ขอรับ”
“เจ้าลูกคนนี้นี่ ทำเอาแม่ตกอกตกใจไปหมด เอาล่ะเสียนเอ๋อร์อยู่เป็นเพื่อนพี่ใหญ่ของเจ้า แม่จะไปเอาข้าวต้มมาให้พี่ใหญ่ของเจ้ากิน”
“ขอรับท่านแม่ วางใจได้เลยข้าจะอยู่เป็นเพื่อนพี่ใหญ่เอง”
เสิ่นซื่อออกไปไม่นานก็กลับเข้ามาพร้อมกับชามข้าวต้มและมีถ้วยใส่ยาต้มที่กลิ่นไม่ค่อยดีเข้ามา มังกรมองไปที่ชามข้าวต้ม อย่าเรียกว่าข้าวต้มเลยเรียกว่าน้ำต้มข้าวจะดีกว่าเพราะเขามองไม่เห็นแม้กระทั่งเม็ดข้าว ไม่รู้ว่าครอบครัวนี้ยากจนข้นแค้นขนาดไหนกัน ในใจมังกรรู้สึกเศร้า เสียใจ นอกจากเศร้าเสียใจแล้วเขายังมีความหวัง เขาหวังว่าจะพาครอบครัวนี้ผ่านพ้นความยากลำบากไปให้ได้ ถึงยังไงเขาก็ไม่ใช่เด็กจริง ๆ เสียหน่อย เขาอายุ 22 แล้ว ในเมื่อไม่รู้ว่าจะกลับไปได้ยังไง แถมแม่ของเจ้าเด็กเจ้าของร่างยังหน้าตาเหมือนคุณนายเพียงจิตรแม่ของเขาเสียขนาดนี้ ถ้าอย่างงั้นเขาก็จะยอมเป็นลูกที่ดีอยู่ที่นี่ก็แล้วกัน
“ท่านแม่กับน้องรอง กินข้าวหรือยังขอรับ”
“แม่กับน้องของเจ้ากินแล้ว เจ้ารีบกินเสีย จะได้กินยา”
“แต่ข้าหายแล้วนะขอรับ ยาไม่กินจะได้หรือไม่ กลิ่นเหม็นมากเลย”
“เจ้าลูกคนนี้นี่ อดทนกินแค่มื้อนี้เท่านั้น เพราะแม่ไม่มีเงินพอที่จะไปเจียดยามารักษาเจ้า แม่ขอโทษที่แม่ไม่สามารถหาสิ่งที่ดีให้ลูกได้มากกว่านี้ นับว่าสวรรค์เมตตาลูกหายป่วยแล้ว หากว่าเจ้ายังไม่ดีขึ้นแม่เองก็ไม่รู้ว่าจะทำเช่นไร พ่อเจ้าตามคนในหมู่บ้านเข้าป่าไปล่าสัตว์ยังไม่กลับมาเลย”
“ท่านพ่อจะกลับมาวันไหนหรือขอรับ” มังกรถามออกมาด้วยความอยากรู้ เพราะเขาเองก็อยากรู้ว่าพ่อของเจ้าของร่างจะหน้าตาเหมือนพ่ออาทิตย์ของตัวเองหรือเปล่า
“แม่เองก็ไม่รู้ นี่ก็ไปกันได้ 3-4 วันแล้ว ปกติไม่น่าจะไปนานขนาดนี้”
“ท่านแม่อย่ากังวลไปเลยขอรับ มีชาวบ้านไปมากขนาดนั้นท่านพ่อจะต้องปลอดภัยกลับมา”
“แม่ก็หวังให้เป็นเช่นนั้น”
หลังจากกินน้ำข้าวต้มใส ๆ และยาต้มสีดำกลิ่นแรงรสชาติขมปี๋เข้าไป มังกรก็ถูกท่านแม่และน้องชายบังคับให้นอนพักผ่อน เขานอนคิดอะไรเรื่อยเปื่อย สายตาจับจ้องอยู่ที่แมงมุมที่กำลังชักใยอยู่บนหลังคา ในสมองตอนนี้ว่างเปล่า สรุปใจความสำคัญว่าตอนนี้เขาชื่อหยางเสี้ยว อายุ 8 ขวบ มีน้องชายชื่อหยางเสียน อายุ 6 ขวบ มีบิดาชื่อหยางเทียน อายุ 28 มีมารดาชื่อเสิ่นซื่อ อายุ 27 ตอนนี้พวกเขาอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านลี่จวง ตำบลหย่งฝู เมืองจางผิง หมู่บ้านลี่จวงเป็นหมู่บ้านในหุบเขาอู๋หลง ชาวบ้านอาศัยการปลูกพืช และหาของป่าเพื่อยังชีพ
นอกจากครอบครัวของเขาที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ ยังมีครอบครัวของปู่ย่าที่อาศัยอยู่กับลุงใหญ่ ส่วนอาเล็กแต่งงานออกไปอยู่หมู่บ้านหลี่เจียง ในความทรงจำของหยางเสี้ยวดูเหมือนว่าป้าสะใภ้จะร่างกายไม่แข็งแรง ป่วยกระเสาะกระแสะยิ่งกว่าท่านแม่ของเขาเสียอีก หลังจากนอนคิดเรื่อยเปื่อยไปได้สักพัก มังกรในร่างของหยางเสี้ยวก็นอนหลับไปอีกครั้ง
มังกรตื่นมาอีกทีก็เป็นเวลาบ่ายคล้อยแล้ว ตอนนี้เขาไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นเวลาไหนแล้ว หลังจากลุกอกจากเตียงลงมายืนบนพื้นพร้อมกับถอนหายใจยาวเหยียด ไม่รู้ว่าตัวเองข้ามมิติมาได้ยังไง และเพราะอะไร ตอนนี้ก็คงต้องทำได้แค่ทำใจยอมรับกับสิ่งที่เป็นอยู่ตรงหน้านี้และผ่านมันไปให้ได้เท่านั้นเอง พระพุทธองค์เมตตาให้เขาได้มายังสถานที่แห่งนี้ก็นับว่าเมตตาแล้ว อย่างน้อย ๆ ในที่แห่งนี้เขายังมีครอบครัว ไม่ได้อยู่โดดเดี่ยวเพียงลำพังดังเช่นในสถานที่ที่จากมา
“ต่อไปนี้เราคือหยางเสี้ยวสินะ เอาล่ะ ในเมื่อมันกลายมาเป็นแบบนี้แล้วก็คงต้องสู้ต่อไป” หลังจากพูดเพื่อให้กำลังใจตัวเองเสร็จแล้วก็ออกไปข้างนอกทันที
“อ๊ะ พี่ใหญ่ท่านตื่นแล้ว หิวหรือไม่ขอรับ รอท่านแม่กลับมาจากหาผักป่าก่อนนะ ตอนนี้ที่บ้านไม่มีอะไรให้กินเลย”
หลังจากได้ฟังน้องชายพูดแล้วเขาได้แต่ถอนหายใจ
“พี่ใหญ่ยังไม่หิวหรอก เสียนเอ๋อร์ ตอนนี้พี่ใหญ่อยากออกไปเดินเล่นสักหน่อย เสียนเอ๋อร์จะพาพี่ไปได้หรือไม่”
“ได้แน่นอนขอรับ”
หยางเสี้ยวคิดว่าไหน ๆ ก็ได้มาอยู่ในที่แห่งนี้แล้ว มีป่า มีภูเขา ก็ย่อมจะมีของให้กิน ไม่แน่ว่าอาจจะได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมาบ้าง ไม่รู้ว่าท่านแม่ไปหาผักป่าที่ไหน แต่ความทรงจำที่ได้รับมาจากร่างเดิม จะมีลำธารสายหนึ่งอยู่หลังบ้านของพวกเขาไปไม่ไกล น่าจะหาอะไรจากลำธารมาได้บ้าง หยางเสี้ยวเดินไปเอาตะกร้าในห้องเก็บฟืนตามความทรงจำเดิม และเอามีดตัดฟืนติดไปด้วย หลังจากได้ของที่ต้องการครบแล้ว เขาจูงมือน้องชายออกจากบ้านไปทันที
“พี่ใหญ่เราจะไปไหนกันดีขอรับ”
“พี่คิดว่าจะไปแถว ๆ ลำธารหลังบ้านน่ะ พี่กลัวว่าถ้าหากเราไปไกลจากบ้านมากหากท่านแม่กลับมาแล้วหาพวกเราไม่เจอท่านแม่จะเป็นห่วงเอาได้”
“ขอรับ”
บทล่าสุด
#163 บทที่ 163 ตอนพิเศษ 3 มาขอโทษถึงที่ เข้าวังหลวง
อัปเดตล่าสุด: 12/4/2025#162 บทที่ 162 ตอนพิเศษ 2 รังแกผิดคน
อัปเดตล่าสุด: 12/4/2025#161 บทที่ 161 ตอนพิเศษ 1 พาน้องๆไปเมืองหลวง
อัปเดตล่าสุด: 12/4/2025#160 บทที่ 160 บทส่งท้าย
อัปเดตล่าสุด: 12/4/2025#159 บทที่ 159 ต่างคนต่างมีทางเลือกของตัวเอง
อัปเดตล่าสุด: 12/4/2025#158 บทที่ 158 น้ำตาลมะพร้าว
อัปเดตล่าสุด: 12/4/2025#157 บทที่ 157 ตำหนักหมอกทมิฬ
อัปเดตล่าสุด: 12/4/2025#156 บทที่ 156 อ๋องทมิฬ กับที่ดินศักดินา
อัปเดตล่าสุด: 12/4/2025#155 บทที่ 155 ยึดตงไห่
อัปเดตล่าสุด: 12/4/2025#154 บทที่ 154 คำขอของฮ่องเต้แคว้นฉู่
อัปเดตล่าสุด: 12/4/2025
คุณอาจชอบ 😍
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
หวงรักเมียวัยเยาว์
และทุกอย่างเป็นความลับ!!!
ดวงใจรักนักรบ
Vs
หฤทัย สิริโสกุล สาวน้อยวัยกระเตาะเจ้าของโรงเรียนอนุบาลป้ายแดง ชีวิตของเธอเหมือนจะดี๊ดี ชอบมองโลกในแง่บวกเสมือนเจ้าของทุ่งดอกลาเวนเดอร์มาเอง หากหัวใจเจ้ากรรมต้องกระตุกเต้นแรง เมื่อดันมาสปาร์กกับพ่อลูกอ่อนจอมเย็นชาเข้าเต็มเปา ทว่าอ่อยเบอร์แรงสักแค่ไหน เขาก็เฉยซะจนน่าระเหี่ยใจ แต่อย่าหวังว่าเธอจะถอย ก็เจ้าลูกชายก็น่ารักน่าฟัด น่าสมัครเป็นแม่เลี้ยงเป็นที่สุด ส่วนคนเป็นพ่อก็มีเสน่ห์เหลือล้นน่าดามใจซะขนาดนี้ มารยาทุกเล่มเกวียนที่มีเธอจะขุดขึ้นมาใช้ให้หมด อยากรู้นักว่าเขาจะเป็นเจ้าพ่อน้ำแข็งไปได้นานสักแค่ไหน!
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
เสี่ยงรักร้ายนายเพื่อนไม่สนิท
“แล้วฉันจะได้อะไรจากนาย” พรีนต่อลองกับเขาคนหน้าขรึม
“เธอ....” สายตาคมคู่ดุจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่พอใจ เขาเสียเวลาที่เธอต่อลองกับเขามากพอแล้ว
“เหอะ คิดว่าหล่อ เป็นไอดอลแล้วไง ใช่ว่าสาวๆ จะชอบนายจะทุกคนหรอกนะ” พรีนเอ่ยพร้อมเชิดหน้าใส่แทคิณ ไอดอลแล้วไง ถึงนายนี้จะหล่อตรงสเปกฉันมากก็เถอะ เล่น ตัวไปสิคะ ใบหน้าอันหล่อเหลาโน้มเข้าหาคนตรงหน้า พร้อมกับหลุดรอยยิ้มที่มุมปาก
“ไม่ชอบ เกลียดฉัน” เขาแสยิ้มถามคนตรงหน้า
“ก็ไม่ขนาดนั้น”
“จะช่วยไม่ช่วย” เขาเอ่ยเสียงเข้ม แต่นั้นภายในหัวของพรีนกับคิดอะไรขึ้นมา
“ฉันไม่เคยช่วยใครฟรี อะไรดีน๊า นาฬิกานั้นก็แบรนด์หรู แหวนที่นิ้วนายนั้นก็สวย” นัยน์ตาเจ้าเล่ห์ของคนใบหน้าสวยจงใจเหลือบมองที่แขนและข้อมือของเขามาอย่างตั้งใจ นาฬิกานั้นก็สวย แหวนที่ใส่ในนิ้วนั้นก็แบรนด์ดังด้วยสิ แต่น่าเสียดายที่เธอมีมันหมดแล้ว
“อะไร ดีน๊า ที่สาวๆ ทั้งประเทศอยากได้จากนายกัน” เธอเอ่ยอย่างเชิดหน้า เหอะเขาคงคิดว่าฉันอยากได้ อย่างสาวๆ คนอื่นๆ อยากได้ละสิ ในเมื่อเขาให้โอกาสแล้ว แต่เธอกับไม่เลือกมัน ได้เขานี้แหละจะยัดเยือดสิ่งนี้ให้เธอเอง
ดวงใจธาม
‘ขวัญจิรา’ จำเป็นต้องสวมบทภรรยาของ ‘ธาดา’ ตามคำขอร้องของเพื่อนรักที่พ่วงตำแหน่งนายจ้าง การเดินทางมาอยู่ใกล้เขาอีกครั้งทั้งที่เกลียดขี้หน้ากันจึงเป็นเรื่องน่าเบื่อหน่าย แต่ใครอีกคนกลับเฝ้ารอการมาถึงของเธออย่างใจจดใจจ่อ พยายามทำทุกอย่างให้เธอเห็นว่าเขาในวันนี้กับเขาในอดีตนั้นแตกต่างกันแค่ไหน และพยายามทำให้เธอรู้...ว่าในหัวใจของเขานั้นมีใครซ่อนอยู่
ธาดา - คำสัญญาไร้สาระของคุณยายทำให้เขาตกที่นั่งลำบาก จึงจำเป็นต้องดึงเธอคนนั้นให้เข้ามาช่วยแก้ปัญหาในครั้งนี้ เขาจำเป็นต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้เธอมาอยู่ใกล้ หลังจากปล่อยให้เวลาผ่านมานาน นานจนไม่กล้าปล่อยให้เธออยู่ไกลจากสายตาไปได้อีก
ขวัญจิรา – เธอไม่ได้เต็มใจมาช่วยเขาเพราะคิดเสมอว่าเขากวนประสาทและไม่น่าคบค้าสมาคมด้วย แต่เมื่อได้อยู่ใกล้ ได้ลองเปิดใจมองเขาในมุมใหม่ๆ สิ่งที่เคยคิดไว้กลับตรงข้ามไปเสียทุกอย่าง เพราะนอกจากเขาจะดีกับเธอมากแล้ว ยังขยันทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเธอแปรเปลี่ยนไปเสียเหลือเกิน
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
กับดักรักท่านประธานจอมหวง
กับดักรักท่านประธาน
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
ไม่มีเมีย..ก็ไม่มีชีวิต
เสียงของเขาเย็นชาและบาดหู “คุณเป็นภรรยาของผม มีหน้าที่ตอบสนองความต้องการทางร่างกายของผมอย่างถูกต้องตามกฎหมาย”
“สงครามเย็นของเรายังไม่จบนะ!” การขัดขืนของฉันไร้ประโยชน์ เขาได้สอดใส่เข้ามาในร่างกายของฉันแล้ว
มืออันเย็นเฉียบของเขาลูบไล้หน้าอกของฉัน ชีวิตแต่งงานห้าปี กับการมีเซ็กส์นับครั้งไม่ถ้วน ทำให้เขารู้ดีว่าจะปลุกเร้าอารมณ์ความต้องการของฉันได้อย่างไร
ในจังหวะที่ร่างกายของฉันสั่นระริกและกำลังจะแตะขอบสวรรค์ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นกะทันหัน เขาหยุดการกระทำทันที เอามือปิดปากฉันไว้ แล้วกดรับสาย
ปลายสายเป็นเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้นมาเบาๆ ว่า “ที่รักคะ ฉันอยู่ที่นี่แล้วนะ”













