บทนำ
เขารับเธอมาในฐานะ "เด็กในปกครอง" ตั้งใจเพียงเลี้ยงดู ส่งเสียให้เรียน และคืนอิสระเมื่อเธอเติบโต
แต่ทุกวัน... เขากลับเป็นคนทำอาหารให้ เฝ้าถักเปีย พาไปโรงเรียน สอนเข้าครัว คอยปกป้อง และโอบอุ้มทุกหยดน้ำตา
ส่วนเธอ... จากเด็กหญิงตัวน้อยที่สูญเสียทุกอย่าง ก็เฝ้ามองผู้ชายคนเดิมด้วยหัวใจที่มีเพียงเขามาตลอด
กว่าจะรู้ตัวว่าเด็กในวันนั้นได้กลายเป็นผู้หญิงที่ขาดไม่ได้ในชีวิต... หัวใจของเชฟหนุ่มก็ถูกเธอขโมยไปทั้งดวงเสียแล้ว
บางครั้ง... ความรักไม่ได้เริ่มต้นจากคำว่าคู่หมั้น แต่เติบโตขึ้นจาก "อ้อมกอด" ที่ไม่เคยปล่อยมือกันเลยต่างหาก
บท 1
กลิ่นธูปหอมอ่อนปะปนกับกลิ่นดอกไม้สดอบอวลไปทั่วศาลาวัดสว่างอารมณ์ ควันสีขาวลอยอ้อยอิ่งเหนือพวงหรีดนับสิบ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความอาลัยในคืนสุดท้ายก่อนพิธีฌาปนกิจ เสียงสวดพระอภิธรรมดังคลอเบา ๆ ขณะที่ผู้คนทยอยเข้ามากราบลาผู้วายชนม์เป็นครั้งสุดท้าย
ร่างเล็กของเด็กหญิงปาณิศา หรือ 'หนูนิด' วัยเจ็ดขวบ นั่งกอดเข่าอยู่บนม้านั่งไม้ยาว ดวงตากลมโตแดงก่ำและบวมช้ำจากการร้องไห้ติดต่อกันหลายวัน จนแทบไม่มีน้ำตาเหลือให้หลั่งอีกแล้ว สายตาเลื่อนลอยจับจ้องไปยังรูปถ่ายหน้าหีบศพของคุณยายแก้ว ผู้เป็นทั้งพ่อ แม่ และโลกทั้งใบของเธอ
"ยัยนิด กินข้าวกินปลาหน่อยไหมลูก ยายแก้วไปสบายแล้ว ต่อไปย่าจะดูแลเราเอง อย่าโศกเศร้าเสียใจไปมากกว่านี้อีกเลย ไม่อย่างนั้นยายของเราจะไม่สบายใจนะ"
ย่าบัว หญิงชราผู้มีใบหน้าเปี่ยมด้วยเมตตา ค่อย ๆ ทรุดกายนั่งลงข้างเด็กหญิง มือเหี่ยวย่นตามวัยลูบศีรษะเล็กอย่างอ่อนโยน
ปาณิศาส่ายหน้าช้า ๆ โดยไม่ละสายตาจากรูปถ่าย
"นิดไม่หิวค่ะคุณย่า นิดอยากให้คุณยายฟื้น" เสียงเล็กสั่นเครือจนคนฟังเจ็บลึกไปถึงหัวใจ
ย่าบัวลอบถอนหายใจ พลางดึงร่างบางเข้ามากอดหลวม ๆ
"ยายแก้วฝากหนูไว้กับย่าแล้วนะลูก ต่อไปนี้บ้านบัวแก้วก็คือบ้านของหนู และย่าก็มีคนที่จะคอยดูแลหนูไปตลอดชีวิต" หญิงชราค่อย ๆ หันไปมองชายหนุ่มร่างสูงที่เพิ่งก้าวเข้ามาในศาลา
อัครินทร์ หรือ 'คุณใหญ่' เชฟหนุ่มวัยยี่สิบสองปี อยู่ในชุดเชิ้ตสีดำสนิทพับแขนเสื้อถึงข้อศอก ใบหน้าคมคายสะอาดหมดจด แม้จะเดินทางกลับจากการแข่งขันทำอาหารระดับประเทศได้ไม่นาน แต่เขาก็รีบตรงมายังงานศพทันที เหรียญรางวัลแชมป์อาหารไทยประยุกต์ที่เพิ่งคว้ามาได้ ยังไม่ได้สร้างความยินดีให้เจ้าตัวแม้แต่น้อย เพราะข่าวการจากไปของยายแก้วทำให้เขาเศร้าใจยิ่งนัก เนื่องจากเขาเองก็รักและเคารพท่านเหมือนคุณยายแท้ๆ
ชายหนุ่มเดินเข้ามาอย่างสุขุม ก่อนทรุดตัวนั่งลงฝั่งตรงข้าม สายตาคมทอดมองเด็กหญิงตัวเล็กที่ดูบอบบางราวกับตุ๊กตากระเบื้อง
"ใหญ่ มานี่สิลูก"
"ครับคุณย่า" อัครินทร์ขยับเข้าไปใกล้ ย่าบัวมองหลานชาย ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"จำสัญญาที่ยายแก้วกับย่าตกลงกันไว้ได้ใช่ไหม เรื่องการหมั้นหมายของเรากับยายหนูนิดน่ะ"
ชายหนุ่มขมวดคิ้วทันที
"คุณย่าครับ เรื่องนั้นมันเป็นเรื่องสมัยก่อนแล้วนะครับ การคลุมถุงชนไม่ควรมีในยุคนี้อีกแล้วนะครับ อีกอย่างผมกับหนูนิดก็อายุห่างกันค่อนข้างเยอะ"
"แต่ย่ารับปากยายแก้วไว้ก่อนจะสิ้นลม และนี่คือคำสั่งของย่า" น้ำเสียงของหญิงชราแน่วแน่จนไม่มีช่องให้โต้แย้ง
อัครินทร์สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พลางเหลือบมองเด็กหญิงที่กำลังจ้องหน้าเขาอย่างไร้เดียงสา
เขาเอนตัวพิงพนัก ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่หนักแน่น
"ผมจะรับดูแลเธอในฐานะเด็กในปกครองครับ ผมจะส่งเสียให้เรียนจนจบ ให้มีอนาคตที่ดี แต่เรื่องแต่งงาน เมื่อเธอโตจนบรรลุนิติภาวะ ผมจะคืนอิสระให้เธอเลือกชีวิตของตัวเอง เธอจะแต่งกับใครก็ได้ที่รัก ส่วนผมก็จะแต่งกับคนที่ผมเลือกเอง ต่างคนต่างใช้ชีวิตครับคุณย่า"
ย่าบัวส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ
"เรานี่มันดื้อเหมือนปู่ไม่มีผิด แต่เอาเถอะ ย่าไม่บังคับ แค่เรารับปากว่าจะดูแลยายหนูนิดย่าก็สบายใจแล้วล่ะ เรื่องอื่นค่อยว่ากัน ยังอีกยาวไกล"
ยังไม่ทันที่หญิงชราจะพูดต่อ ร่างเล็กของปาณิศาก็ลุกลงจากเก้าอี้ เดินมาหยุดตรงหน้าอัครินทร์
เด็กหญิงยกมือไหว้อย่างนอบน้อม
"คุณอาคะ นิดจะไม่เป็นภาระคุณอากับคุณย่าเด็ดขาดค่ะ นิดทำความสะอาดบ้านได้ นิดช่วยงานในครัวได้ค่ะ อย่าทิ้งนิดนะคะ” เด็กน้อยพอจะรู้ความแล้วจึงรีบพูดอย่างน่าเอ็นดูปนน่าเวทนา ประโยคสั้น ๆ จากเด็กวัยเพียงเจ็ดขวบ ทำให้อัครินทร์นิ่งไปชั่วขณะ
เขามองดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว ก่อนความแข็งกร้าวในใจจะอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว
ชายหนุ่มยกมือขึ้นลูบศีรษะเด็กหญิงเบา ๆ
"อารับปากว่าจะไม่ทิ้ง แต่อยู่กับอาแล้วต้องเป็นเด็กดี ต้องเชื่อฟัง เข้าใจไหม"
"เข้าใจค่ะคุณอา"
ปาณิศาพยักหน้ารับทันที
"สัญญาแล้วนะ"
"สัญญาค่ะ"
ย่าบัวมองภาพตรงหน้าพลางยิ้มบาง ๆ แม้จะยังมีเรื่องให้กังวล แต่เพียงแค่หลานชายยอมเปิดใจรับเด็กคนนี้ไว้ ก็นับว่าดีกว่าที่คิดไว้มากแล้ว
หลังเสร็จสิ้นพิธีฌาปนกิจในวันถัดมา ปาณิศาก็ถูกพามายัง 'เรือนบัวแก้ว' บ้านทรงไทยประยุกต์หลังใหญ่ที่รายล้อมด้วยสวนดอกไม้และไม้ผลนานาชนิด ด้านหน้าคือร้านอาหารไทยโบราณชื่อดังที่มีลูกค้าแน่นแทบทุกวัน เธอรับรู้ว่าคุณย่ากับคุณยายของเธอเป็นหุ้นส่วนร้านอาหารไทยด้วยกัน คุณยายเคยบอกเอาไว้ว่าต่อไปร้านอาหารนี้ก็จะเป็นของเธอด้วยเช่นกัน
บ้านหลังใหญ่ไม่ได้แปลกตาสำหรับเด็กน้อยเพราะมาที่นี่บ่อย แต่ในความรู้สึกก็คือไม่ใช่บ้านของตนเอง
ปาณิศานั่งกอดเข่าอยู่บนตั่งไม้กลางเรือน ไม่ยอมลุกไปไหน และไม่ยอมแตะอาหารแม้แต่คำเดียวตั้งแต่เช้า
จนกระทั่งช่วงเย็น...
อัครินทร์เดินออกมาจากครัวหลังเคลียร์งานเสร็จ เขาเห็นเด็กหญิงยังนั่งอยู่ท่าเดิมก็ขมวดคิ้วนิด ๆ
"ทำไมไม่กินข้าว"
ปาณิศาเงยหน้าขึ้นช้า ๆ
"นิดคิดถึงคุณยายค่ะ"
"แล้วเกี่ยวอะไรกับไม่กินข้าว"
"คุณยายเคยทำแกงจืดลูกรอกให้นิดกินทุกครั้ง นิดคิดถึงฝีมือคุณยาย"
อัครินทร์มองเด็กหญิงอยู่ครู่หนึ่ง
"อืม" ตอบเพียงคำเดียว ก่อนหมุนตัวเดินกลับเข้าครัวทันที
ปาณิศามองตามแผ่นหลังกว้างอย่างเหม่อลอย
"คุณอาคงรำคาญนิดที่เรื่องมากกับการกิน"
เด็กหญิงก้มหน้ากอดเข่าแน่นกว่าเดิม
เวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง
กลิ่นน้ำซุปกระดูกหมูหอมกรุ่นลอยมาตามลม กลิ่นรากผักชี กระเทียม และพริกไทยหอมอบอวลไปทั่วเรือน
อัครินทร์เดินถือถาดอาหารออกมา ก่อนวางถ้วยกระเบื้องใบใหญ่ลงตรงหน้าเด็กหญิง
"กินสิ ลองชิมดูว่าฝีมือของอาสู้คุณยายของเราได้หรือเปล่า” ปาณิศาก้มลงมอง ก่อนดวงตาจะเบิกกว้าง
"แกงจืดลูกรอกเหรอคะ คุณอาเก่งจัง กลิ่นหอมเหมือนคุณยายทำเลยค่ะ" เด็กน้อยพูดแล้วตาโต ยิ้มกว้างออกมาอย่างใสซื่อ
ในถ้วยคือแกงจืดลูกรอกหน้าตาเหมือนของคุณยายแก้วแทบทุกอย่าง ทั้งกลิ่น สี และลูกรอกที่หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ น้ำตาหยดหนึ่งร่วงลงในถ้วยโดยไม่รู้ตัว
"คุณอา..."
"ร้องไห้ทำไมอีก" ชายหนุ่มพูดเรียบ ๆ พลางยื่นช้อนให้ "รีบกิน ตอนยังร้อนๆ"
ปาณิศารับช้อนมาอย่างทะนุถนอม ก่อนตักน้ำซุปคำแรกเข้าปาก
เพียงชั่วอึดใจเดียว รสชาติอันคุ้นเคยก็ทำให้ดวงตาคู่โตเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาอีกครั้ง
"อร่อย..." เธอตักอีกคำ แล้วอีกคำ
จากเด็กที่ไม่ยอมกินอะไรทั้งวัน กลับกินจนหมดถ้วยอย่างรวดเร็ว
อัครินทร์นั่งมองเงียบ ๆ
"อร่อยไหม"
"อร่อยมากค่ะ อร่อยเหมือนที่คุณยายทำเลย คุณอาเก่งที่สุดเลยค่ะ" เด็กหญิงยิ้มทั้งน้ำตา เป็นรอยยิ้มแรกหลังสูญเสียคนสำคัญ
อัครินทร์เผลอยกมุมปากขึ้นเพียงเล็กน้อย ก่อนเอื้อมมือไปเช็ดคราบน้ำซุปตรงมุมปากให้อย่างแผ่วเบา
"ถ้าชอบ วันหลังอาจะสอนให้ทำ"
"จริงเหรอคะ"
"จริง"
"นิดเรียนได้เหรอ"
"ได้ แต่ต้องตั้งใจ สูตรอาหารของบ้านนี้ไม่มีคำว่าคร่าว ๆ ทุกอย่างต้องเป๊ะ"
บทล่าสุด
#156 บทที่ 156 156
อัปเดตล่าสุด: 10/10/2026#155 บทที่ 155 155
อัปเดตล่าสุด: 10/10/2026#154 บทที่ 154 154
อัปเดตล่าสุด: 10/10/2026#153 บทที่ 153 153
อัปเดตล่าสุด: 10/10/2026#152 บทที่ 152 152
อัปเดตล่าสุด: 10/10/2026#151 บทที่ 151 151
อัปเดตล่าสุด: 10/10/2026#150 บทที่ 150 150
อัปเดตล่าสุด: 10/10/2026#149 บทที่ 149 149
อัปเดตล่าสุด: 10/10/2026#148 บทที่ 148 148
อัปเดตล่าสุด: 10/10/2026#147 บทที่ 147 147
อัปเดตล่าสุด: 10/10/2026
คุณอาจชอบ 😍
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
เล่ห์รักซ่อนชู้
“ทำไมจะไม่เกี่ยว ธิชารู้เห็นเรื่องที่ไหมเขามีชู้ แล้วธิชาก็ปิดบังพี่เรื่องนี้…ทำให้พี่เป็นไอ้โง่ถูกไหมเขาสวมเขาให้ แล้วไหนจะลูกของไอ้ชู้นั่นที่ไหมเอามายัดเหยียดให้เป็นลูกของพี่อีก…เพราะฉะนั้นธิชาก็ลองมาปิดบังไหมเขาเรื่องที่เราเป็นชู้กันให้มิดละกัน…ไม่งั้นไหมเขาคงจะเสียใจน่าดู ถ้ารู้ว่าน้องสาวมาเป็นชู้กับผัวตัวเองแบบอย่างนี้..”
“พี่มันเลว…พี่มันชั่ว…ปล่อยนะคะ ธิชาไม่อยากจะให้คนเลวๆอย่างพี่มาแตะเนื้อต้องตัวธิชาอีก…”
“ด่าผัวตัวเองอย่างนี้น่ารักเลยนะ…สงสัยต้องทำโทษสักหน่อยแล้ว…แต่พวกเขาจะสงสัยไหมว่าทำไมเราสองคนถึงได้ออกมานานแบบนี้…”
“พี่ไม่มีวันได้….อื้อ….อือ….อื้อ….ปึก เพี๊ยะ….อย่าทำแบบนี้กับธิชาอีกนะคะ ไม่งั้นอย่าหาว่าธิชาไม่เตือน”
“หึๆ…ชอบแบบตบจูบก็ไม่บอก งั้นเดี๋ยวพี่จัดให้ อยากตบพี่นักใช่ไหมหึ…จุ๊บ….อื้อ….อืม…อือ…”
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
สูตรรักศาสตราจารย์
ในวันที่คุณหมอออกเวรตอนเช้า แล้วเพิ่งจะคล้อยหลับไปไม่ทันได้หนึ่งชั่วโมง เสียง ปัก ปัก จากข้างห้องดังจนหัวเตียงเธอแทบจะคลอนตาม ด้วยความโมโห หมอปรางถึงขั้นเอากระดาษที่เขียนด้วยลายมือหมอ ไปแปะไว้ที่หน้าห้องข้างๆ
"ตำน้ำพริก กรุณารองครกด้วยค่ะ"
พร้อมคำสาบแช่งเล็กๆ น้อยๆ
"สาธุ ขอให้มันอักเสบ หรือไม่ก็ให้เตียงมันหักไปซะจะได้ไม่ต้องเสียงดัง"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"คุณไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล เชิญห้องตรวจหนึ่งค่ะ"
"ตุ่มคล้ายสิวหรือหนองขึ้นที่โคนอวัยวะเพศใช่ไหมคะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"ฉิบหายแล้วแกนังปราง มีเรื่องกับใครไม่มี นั่นน่ะหรือตาบ้าข้างห้องแกอ่ะ"
"อื้อ แกรู้จักหรือ"
"เรียกว่าทั้งมหาวิทยาลัยใครบ้างไม่รู้จักเขาดีกว่า"
"ตอนนั้นฉันอยู่ไม่เห็นรู้จัก"
"ก็แก มันสนใจอะไรรอบตัวบ้าง นั่นน่ะ อาจารย์วิทย์ รองศาสตราจารย์ไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล กำลังจะได้เป็นศาสตราจารย์อยู่รอมร่อ จนเขาว่ากันว่าจะเป็นศาตราจารย์ที่หนุ่มและหล่อที่สุด ที่สำคัญเขาเป็นอาจารย์อยู่คณะนิติศาสตร์ ฉิบหายไหมคราวนี้"
"ฉิบหายล่ะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
ลุ้นรัก เจ้าสาวใบสั่ง
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว













