บทนำ
.............
ฟรานเซสโก้ เดอมาร์ชี มาเฟียหนุ่มกลัดมันรักอิสระ ไม่ชอบการผูกมัด ไม่คิดมีใจให้หญิงใด เขาคิดเสมอว่า “ผู้หญิงคือเครื่องบรรณาการทางเพศ” มีไว้เชยชม แต่ไม่ได้มีไว้รักใคร่ เมื่อเสร็จกิจทุกอย่างก็จบ แต่แล้วจู่ๆ ความรักก็หล่นโครม ใส่แบบไม่ทันตั้งตัว เขาจึงคิดอยาก “ผูกมัด” แม่หมัดหนักที่อัดใจเขาซะน่วม ด้วยการ “ไล่จูบ” ทุกครั้งที่เจอหน้า โดยไม่หวั่นกำปั้นหนักๆ เพราะ “เดิมพัน” ที่หวังจะได้นั้นมันคุ้มแสนคุ้ม
.............
ไลลา นักมวยหมัดหนักต้องมารับหน้าที่ดูแล “ลูกชายมาเฟีย” ที่ร้ายทั้งพ่อทั้งลูก ปวดหัวกับลูกชายไม่พอ ยังต้องมา “ใจเต้นระทึก” กับคนเป็นพ่อ ที่อยู่ใกล้ครั้งใดต้อง “เปลืองตัว”เสมอ และโดยไม่รู้ตัวเขาก็ “ปราบ” เธอจนไม่เหลือคราบเก่งกาจ แล้วไลลาจะหนีรอดเงื้อมมือมาเฟียหนุ่มได้อย่างไร ในเมื่อเขา “กัดไม่ปล่อย” และเห็นเธอเป็นกวางน้อยแสนเชื่อง ที่อยากขย้ำกินใจแทบขาด
บท 1
“ลูก!...กูมีลูก”
ผลการตรวจดีเอ็นเอในมือย้ำให้ฟรานเซสโก้ เดอมาร์ชีนักธุรกิจด้านการบินรู้ว่า ต่อไปนี้เขามีอีกหนึ่งชีวิตต้องดูแล เป็นอีกชีวิตที่ไม่คิดไม่ฝันว่าจะเกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ เขายังจำความรู้สึกแรกที่มาเรียน่า คู่ขาสุดร้อนแรงของตนมาบอกว่า ได้ให้กำเนิดทารกเพศชายสายเลือดเดอมาร์ชี ฟรานเซสโก้ถึงกับช็อค เขาไม่มีวันเชื่อเด็ดขาดว่าตัวเองจะพลาดพลั้ง เผลอเลอไม่สวมเครื่องป้องกัน จนเป็นเหตุให้สเปิร์มสุดรักสุดหวงวิ่งเข้าไปอยู่ในรังไข่ของเธอ การพิสูจน์ความเป็นพ่อลูกจึงเกิดขึ้น และเมื่อผลตรวจดีเอ็นเอออกมา ฟรานเซสโก้ถึงกับเถียงไม่ออก และต้องยอมรับหนูน้อยวัยสามเดือนนามว่าอัลบาโรไว้ในฐานะลูก และเลี้ยงดูลูกชายแทนมาเรียน่าที่ไม่สามารถเลี้ยงดูลูกชายต่อได้ เพราะเธอป่วยเป็นมะเร็งในระยะสุดท้าย
“ทีนี้ชัดแล้วนะคะว่า อัลบาโรเป็นลูกของคุณจริงๆ” มาเรียน่าพูดเสียงโรย ใบหน้าถึงแม้จะหมองแต่ก็มีรอยยิ้ม “ฝากลูกด้วยนะคะเซสโก้ ถ้าฉันรักษาตัวหาย ฉันจะมารับแกไปเลี้ยงดูเอง”
ความไม่พร้อมของร่างกายและต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล สถานที่ที่อาจพูดได้ว่า เธอต้องอยู่จวบจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต มาเรียน่าจึงไม่อาจดูแลลูกชายสุดที่รักได้ เธอจึงบอกความลับนี้ที่ตั้งใจว่า จะเก็บไว้ไม่บอกให้ใครรู้ว่าใครคือพ่อของอัลบาโร แต่ด้วยเหตุผลข้างต้นทำให้มาเรียน่าเปลี่ยนใจ แล้วรู้ด้วยว่า ฟรานเซสโก้ต้องไม่เชื่อในเรื่องที่ตนบอก การตรวจดีเอ็นเอพิสูจน์จึงเกิดขึ้น
“ไม่ต้องห่วง ฉันจะดูแลอัลบาโรให้ดีที่สุด” ฟรานเซสโก้ยอมรับผลที่ออกมา “เธอดูแลตัวเองด้วยนะ ฉันจะให้เงินเธอก้อนหนึ่งไว้รักษาตัว”
“เงินไม่จำเป็นสำหรับฉันค่ะ เท่าที่ฉันมีอยู่ฉันคิดว่าน่าจะพอกับชีวิตที่เหลือ ถ้าคุณอยากจะให้อะไรฉัน ฉันขอให้คุณให้ความรัก ความอบอุ่นกับอัลบาโรนะคะ แกไม่มีแม่แล้ว ฉันไม่อยากให้แกคิดว่าไม่มีพ่ออีกคน”
มาเรียน่าไม่เป็นห่วงตัวเอง แล้วรู้ดีว่าอยู่ในโลกนี้ได้อีกไม่นาน เรื่องที่เธอห่วงคือบุตรชายสุดที่รัก ในใจเป็นกังวลว่า ฟรานเซสโก้ที่รักชีวิตโสดเป็นชีวิตจิตใจจะทำหน้าที่ พ่อ ได้ดีมากน้อยแค่ไหน แล้วยิ่งรู้ว่าตนเองมีลูกแบบไม่ทันตั้งตัวเช่นนี้ เขาจะปรับตัวได้หรือไม่ แต่ที่ตัดสินใจบอกฟรานเซสโก้ เพราะคิดว่า เขาคือคนเดียวที่เลี้ยงดูอัลบาโรได้ดีที่สุด ถึงแม้ว่าเขาจะนิสัยแย่ รักใครไม่เป็น และมีความเลวในตัว คงไม่ขนาดทิ้งขว้างลูกตัวเอง
“เธอไม่ต้องห่วงลูกของเรา ถึงแม้ว่าฉันจะไม่ได้ตั้งใจให้เขาเกิดมา แต่ก็ไม่คิดทิ้งขว้าง ในตัวอัลบาโรมีสายเลือดเดอมาร์ชีอยู่ นับต่อจากนี้ฉันจะดูแลเขาให้ดีที่สุด” ฟรานเซสโก้รับปากเสียงจริงจัง
“ลูกมาแล้วค่ะ” มาเรียน่าบอกฟรานเซสโก้ เมื่อเพื่อนสนิทอุ้มอัลบาโรเดินมาทางตน “แกเป็นน่ารักค่ะ เด็กเลี้ยงง่าย ไม่งอแง ยิ้มเก่งด้วยค่ะ”
มาเรียน่ารับทารกวัยสามเดือน แก้วตาดวงใจมาอุ้ม เธอยิ้มก้มมองใบหน้าลูกชายที่เวลานี้หลับปุ๋ย ปลายนิ้วค่อนข้างสั่นเขี่ยแก้มบุตรชายเล่น น้ำตาของคนเป็นแม่คลอหน่วย เมื่อรู้ว่า วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ได้มองเห็นหน้าลูก ทุกอย่างย่อมมีการจากลา เธอตัดใจส่งอัลบาโรให้ฟรานเซสโก้ที่รับร่างบุตรชายด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ
“ฝากลูกด้วยนะคะ ฉันไม่ขอให้คุณรักเขาเท่าที่ฉันรัก แค่ขอให้คุณเมตตาแกบ้างก็พอค่ะ” คือการสั่งเสียครั้งสุดท้ายของเธอ
“ไม่ต้องห่วงลูก ฉันดูแลแกเต็มที่ เท่าพ่อคนหนึ่งจะดูลูกได้” ฟรานเซสโก้รับปากเสียงหนักแน่น
“ลาก่อนค่ะฟรานโก้” มาเรียน่าพูดจบ เธอหันไปพยักหน้ากับเพื่อนรักที่เข็นรถวีนแชร์ไปยังลิฟต์โดยสาร เดินทางต่อไปยังโรงพยาบาลที่มาเรียน่ารักษาตัว
ฟรานเซสโก้ก้มหน้ามองลูกชายหน้าตาน่ารักน่าชัง รูปร่างของอัลบาโรตอนนี้อ้วนพลี แก้มยุ้ย พวงแก้มเปื้อนด้วยสีชมพูระเรื่อ เขาเคยเห็นดวงตาของบุตรชายครั้งหนึ่งตอนมาเรียน่าพามาหา ตอนนั้นเขาไม่ได้สนใจมากนัก เพราะคิดว่าไม่ใช่ลูกของตนตามที่เธอเอ่ยบอก แต่พอรู้ว่าใช่ เขาอยากเห็นแววตาอัลบาโรมาก อยากพิจารณามองว่าเป็นสีอะไร มองแล้วจะรู้สึกอย่างไร แต่ที่แน่ๆ เวลานี้ฟรานเซสโก้เผลอยิ้ม เมื่อเห็นเด็กตัวอ้วนที่นอนหลับบนแขนของเขายิ้ม...ยิ้มทั้งที่ยังหลับ
“เปียโร นายช่วยหาพี่เลี้ยงเด็กให้ฉันคนหนึ่ง เอาคนมีประสบการณ์นะ”
ฟรานเซสโก้สั่งเปียโร ลูกน้องคนสนิทที่รับร่างเจ้านายน้อยมาอุ้มไว้แทน เพราะเขามีลูกสองคน ชำนาญการอุ้มลูกมากกว่าเจ้านายหนุ่มที่ไม่คิดจะมีใคร ขืนให้ฟรานเซสโก้อุ้ม เขาเกรงว่าจะตกลงมากระแทกพื้น
“ครับคุณเซสโก้”
“อ้อ...แล้วโทรสั่งแมรี่จัดห้องนอนให้ลูกชายฉันด้วย ไม่เอาดีกว่า บอกแมรี่ว่าให้ทำความสะอาดห้องปีกซ้ายริมสุด ใช้เป็นห้องนอนชั่วคราวอัลบาโรไปก่อน แล้วโทรบอกให้จัสตินออกแบบตกแต่งห้องของลูกชายฉันใหม่ เอาห้องที่ติดกับฉัน”
“ครับคุณเซสโก้” เปียโรรับคำสั่ง และไม่รู้สึกลำบากที่จะอุ้มเด็กชายไว้ด้วยมือเดียว ใช้อีกมือล้วงหยิบมือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง เดินไปด้วยทำตามคำสั่งของเจ้านายไปด้วย
เปียโรก้มมองเจ้านายคนใหม่ของตน เขามองเห็นความอ้างว้างที่เด็กชายจะได้รับ เขารู้นิสัยฟรานเซสโก้ดีกว่าใคร ฟรานเซสโก้รักอิสระ ไม่ชอบอะไรที่มาผูกมัด ยิ่งเป็นชีวิตโสดด้วยแล้ว ฟรานเซสโก้หวงยิ่งกว่าไข่ในหิน การที่อยู่ๆ มีลูกโผล่ออกมา ลูกที่ไม่ได้เกิดจากความรัก ความตั้งใจ มีหรือที่ฟรานเซสโก้จะมอบความรักให้ คงมีเพียงแค่ความผูกพันระหว่างพ่อลูกที่พอจะมีบ้าง แต่ก็ไม่รู้ว่าจะมากน้อยแค่ไหน แล้วรู้ด้วยว่า ที่ฟรานเซสโก้รับอัลบาโรมาเลี้ยงดูเพราะคำว่า หน้าที่ คำเดียว
บทล่าสุด
#114 บทที่ 114 Chapter 114
อัปเดตล่าสุด: 11/28/2025#113 บทที่ 113 Chapter 113
อัปเดตล่าสุด: 11/28/2025#112 บทที่ 112 Chapter 112
อัปเดตล่าสุด: 11/28/2025#111 บทที่ 111 Chapter 111
อัปเดตล่าสุด: 11/28/2025#110 บทที่ 110 Chapter 110
อัปเดตล่าสุด: 11/28/2025#109 บทที่ 109 Chapter 109
อัปเดตล่าสุด: 11/28/2025#108 บทที่ 108 Chapter 108
อัปเดตล่าสุด: 11/28/2025#107 บทที่ 107 Chapter 107
อัปเดตล่าสุด: 11/28/2025#106 บทที่ 106 Chapter 106
อัปเดตล่าสุด: 11/28/2025#105 บทที่ 105 Chapter 105
อัปเดตล่าสุด: 11/28/2025
คุณอาจชอบ 😍
พี่สาวครับรับรักผมด้วย
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
รักไม่หลอก
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
คลั่งไคล้ยัยแฮกเกอร์
แทนที่จะส่งตัวเธอให้ตำรวจ ประธานกู้ผู้ชอบใช้เงินแก้ปัญหา(และหวงของขั้นสุด) กลับโยนเช็คตัวเลขเจ็ดหลักใส่หน้า พร้อมยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้... นั่นคือการจ้างเธอเป็น 'กระสอบทรายระบายอารมณ์ส่วนตัว' แบบผูกขาด ห้ามรับงานอื่น ห้ามมองผู้ชายคนอื่น และห้ามปฏิเสธเมื่อเขาต้องการ!
ภายใต้แว่นตาขอบเงินที่ดูภูมิฐาน เขาคือพญามารจอมเอาแต่ใจที่ดุดันไม่เกรงใจเตียง จนเธอต้องลอบรีวิวสมรรถภาพของเขาในใจเหมือนรีวิวสินค้าในเถาเป่า ปากสั่นร้องไห้บอกว่าไม่ไหว แต่สมองกลับคำนวณทิปค่ากระเป๋าแบรนด์เนมอย่างรวดเร็ว
เมื่อความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วย 'เงินตราและราคะ' ถลำลึกจนเตียงแทบหักทุกคืน งานนี้สายลับสาวหน้าเงินจะกอบโกยกำไรจนคุ้ม หรือจะขาดทุนย่อยยับเพราะเผลอเอาหัวใจไปจำนองให้ท่านประธานกันแน่?
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)













