บทนำ
บท 1
สำหรับเรื่องนี้จะเป็นเซ็ตติ้ง omegaverse โดยมีคำเรียกต่าง ๆ ดังนี้
๑.นิลกาฬ หรือ อัลฟ่า ชนชั้นสูงสุดของสังคม
๒.เพทาย หรือ เบต้า ชนชั้นกลางทางสังคม
๓.โกเมน หรือ โอเมก้า ชนชั้นล่างสุดของสังคม
บทที่ 1 สัญญาเลือด
แสงอาทิตย์อัสดงลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้มะค่าเก่าคร่ำคร่า สาดส่องลงบนเรือนกายกำยำของชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ กล้ามเนื้อแน่นเป็นมัด ขณะที่ร่างสูงนั่งขัดสมาธิอยู่บนเสื่อกกท่ามกลางห้องที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่กลับแผ่พลังอำนาจลึกลับอย่างน่าสะพรึงกลัว ธูปหอมปล่อยควันสีหม่นลอยวนเวียนสร้างบรรยากาศเข้มขลัง ขณะที่เสียงลมพัดผ่านใบไม้ด้านนอกห้องดังเป็นเสียงกระซิบแผ่วเบาเสริมสร้างความเงียบสงัดให้ยิ่งหนักแน่นขึ้น
เสือไพร หลับตาพริ้ม ใบหน้าคมเข้มไร้ซึ่งริ้วรอยแห่งความกังวล ลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ท่าทางสงบเยือกเย็นราวสายน้ำไหล เขาเพ่งสมาธิปล่อยให้จิตใจว่างเปล่าเพื่อรับรู้ถึงพลังงานลี้ลับรอบกาย
ฉับพลันร่างเล็กของกุมารทองก็ปรากฏตัวขึ้น เด็กชายผมจุกสองข้างมีผิวกายขาวซีด ดวงตาสีดำขลับนั่งไขว่ห้างอยู่บนคานไม้ ไม่นานมันก็ล่องลอยลงมาอยู่บนพื้นไม้ข้าง ๆ เสื่อกกก่อนจะส่งเสียงกระซิบเบา ๆ ราวกับลมพัดผ่านใบหู
“มีคนมาหาจ้ะพ่อ” ความเงียบสงัดถูกตัดขาดด้วยเสียงกระซิบแผ่วเบาข้างหู เสือไพรขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ก็ยังคงนั่งนิ่งไม่ขยับเขยื้อนกายแม้แต่น้อย
“ใคร” เสียงทรงอำนาจของเสือใหญ่เอ่ยถาม
“กำนันเดชจ้ะ แต่มีดวงวิญญาณดวงหนึ่งตามติดมาด้วยนะจ๊ะ”
“...” เสือไพรขมวดคิ้วแน่น รอยย่นเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นระหว่างคิ้วเข้ม ดวงตาคมกริบที่ปกติสงบนิ่งกลับฉายแววความสงสัยปะปนอยู่กับความเยือกเย็นที่คุ้นเคย ริมฝีปากบางขบเม้มเข้าหากันประหนึ่งกำลังประมวลผลสิ่งที่ได้ยิน เพราะชุมโจรแห่งนี้ไม่ใช่จะมีภูตผีวิญญาณหลุดเข้ามาได้ง่าย ๆ ใบหน้าคมคายที่ไร้ริ้วรอยกลับแสดงออกถึงความคิดที่ซับซ้อนเสมือนมีม่านบาง ๆ ของความระมัดระวัง
เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังก้องไปทั่วเรือนไม้โบราณ เสือไพรลุกขึ้นยืนอย่างสง่า ผ่านม่านอาทิตย์อัสดงที่สาดส่องลงมาจากช่องหน้าต่าง ร่างสูงใหญ่ของเขาเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้าแต่ทรงพลัง ราวกับเสือร้ายที่กำลังเตรียมล่าเหยื่อ เขาเดินไปหยุดอยู่ตรงหัวบันไดไม้ชั้นบนของเรือน
นัยน์ตาสีรัตติกลาลจับจ้องมองไปยังลานบ้านด้านล่างก็พลันเห็นร่างผอมชะลูดของกำนันเดชที่ยืนตะโกนเรียกอยู่ตรงริมรั้วไม้หน้าบ้าน เสียงแหบพร่าของเขาแทบจะหายไปกับเสียงลมพัดผ่านใบไม้ แต่เสือไพรกลับได้ยินชัดเจน แม้จะอยู่บนชั้นสองของเรือนก็ตาม
ความเงียบสงัดถูกตัดขาดด้วยเสียงตะโกนนั้น แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเสือไพรมากกว่าเสียงตะโกน คือเงาดำสีจาง ที่เคลื่อนไหวอยู่ด้านหลังกำนันเดช มันลอยเลื่อนช้า ๆ คล้ายกับเงาของสิ่งมีชีวิตที่ไร้รูปร่าง แต่กลับแผ่รังสีแห่งความเย็นยะเยือกออกมา
ดวงตาของเสือไพรหรี่ลง ความสงบเยือกเย็นบนใบหน้าคมเข้มค่อย ๆ จางหายไปแทนที่ด้วยความระแวดระวัง และความรู้สึกถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา เขาเงื้อมมือขึ้น นิ้วแกร่งชี้ลงไปยังลานบ้าน พร้อมกับร่ายมนตร์โบราณ เสียงท่องอักขระนั้นแผ่วเบาแต่กลับทรงพลังอำนาจ ประหนึ่งเสียงคำรามของพญาช้างสาร ไม่นานอักขระโบราณก็พลันปรากฏขึ้นเป็นแสงสีทองอ่อน ๆ ล้อมรอบตัวเรือน สร้างกำแพงพลังงานล่องหน ป้องกันไม่ให้สิ่งชั่วร้ายใด ๆ เข้ามาภายในอาณาเขตของเขา
ในขณะเดียวกันเงาสีดำอีกหลายเงาปรากฏขึ้นที่ริมรั้ว พวกมันเป็นเงาของผีเลี้ยงผู้พิทักษ์ของเสือไพร เงาเหล่านั้นเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วราวกับแมลงเม่า คอยเฝ้าระวังและข่มขู่ ไม่ให้วิญญาณเร่ร่อนหรือสิ่งชั่วร้ายใด ๆ กล้าเข้ามาใกล้บริเวณบ้าน
เสียงตะโกนแหบพร่าของกำนันเดชยังคงดังอยู่ริมรั้วบ้าน “เสือไพร! เสือไพร! ข้ามาขอความช่วยเหลือ!”
“ไอ้ครั้นเอ็งพาใครมาเรือนข้า” เสือไพรเอ่ยถามหนึ่งในลูกสมุนของตนที่นำคนแปลกหน้าเข้ามายังชุมแห่งนี้
“คนจะมากู้เงินจ้ะเสือไพร”
“เออข้ารับรู้แล้ว เอ็งกลับไปก่อน” เสือไพรเอ่ยสั่ง ก่อนที่ครั้นจะเดินกลับไปเรือนของตน ทิ้งให้ชายวัยกลางคนยืนอยู่นอกรั่วกั้นผู้เดียว
“เอ็งเป็นใคร”
“ขออภัยที่รบกวนในยามเย็นเช่นนี้ ข้ากำนันเดช”
เสือไพรไม่ตอบเพียงแต่จ้องมองอีกฝ่ายอย่างพินิจ ดวงตาคมกริบราวกับจะทะลุปรุโปร่งเข้าไปในจิตใจของกำนัน ความเงียบปกคลุมไปทั่ว เพียงเสียงลมพัดผ่านใบไม้และเสียงกระซิบแผ่วเบาของกุมารทองที่ยังคงเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ทำให้เสือไพรเอ่ยถามออกมา
“แล้วมาทำไม” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของเสือไพรดังขึ้น คำพูดสั้น ๆ แต่กลับหนักแน่นราวกับคำพิพากษา นัยน์ตาสีรัตติกาลจับจ้องไปยังร่างของนิลกาฬเฒ่า
“ข้ามีธุระสำคัญจะขอความช่วยเหลือจากท่านเสือไพร” กำนันเดชตอบเสียงสั่น น้ำเสียงแสดงถึงความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด
เสือไพรหรี่ตาลง ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วอีกครา เงาดำด้านหลังของกำนันเดชยังคงเคลื่อนไหวช้า ๆ ราวกับกำลังรอจังหวะ แต่เสือไพรไม่สนใจ เขากำลังประเมินสถานการณ์และรอจังหวะที่เหมาะสม
“กำนันเดชเองหรือ เชิญกำนันเดชขึ้นบนเรือนมาก่อนเถอะ” คำพูดนั้นไม่ใช่เพียงคำอนุญาตธรรมดา แต่เป็นการกระทำเชิงไสยเวทย์เพื่อเปิดประตูให้กำนันเดชเข้ามา แต่ปิดกั้นไม่ให้เงาดำที่ตามเขามาเข้ามาได้
เวลาเดียวกันนั้นอักขระโบราณที่ล้อมรอบเรือนส่องแสงเจิดจ้าขึ้นเล็กน้อย เสริมสร้างกำแพงพลังงานให้แข็งแกร่งขึ้น ขณะที่เงาดำที่อยู่ด้านหลังกำนันเดชสั่นไหวอย่างรุนแรงมันพยายามแทรกซึมเข้ามา แต่ก็ถูกกำแพงพลังงานนั้นผลักดันออกไป มันส่งเสียงครางแผ่วเบาด้วยความเจ็บปวดก่อนจะหายลับสายตาไป
กำนันเดชก้าวเท้าอย่างลังเล ร่างกายผอมแห้งของเขาสั่นไหวราวกับใบไม้ถูกพายุพัด เมื่อขึ้นมาถึงชานบ้านเขาก็ทรุดตัวลงนั่ง ท่าทางอ้ำอึ้ง มือไม้เกร็ง สายตาหลบไปทางอื่นไม่กล้าสบตาเจ้าของเรือนไม้ ผ้าขาวม้าที่คาดเอวดูยับยู่ยี่สะท้อนให้เห็นถึงความไม่สบายใจอย่างที่สุด ความเงียบปกคลุมไปทั่ว มีเพียงเสียงลมพัดผ่านใบไม้และเสียงจิ้งหรีดร้องไกล ๆ เป็นเสียงประกอบความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
เสือไพรจ้องมองกำนันเดชอย่างพิจารณา ความสงบเยือกเย็นบนใบหน้าคมเข้มของเขาไม่ได้แปลงเปลี่ยน แต่ดวงตาคมกริบกลับฉายแววเฉียบคม ความเงียบยาวนานทำให้กำนันเดชยิ่งรู้สึกอึดอัด เหงื่อเริ่มซึมออกมาตามไรผม
“มีธุระอะไร รีบพูดมา” เสียงทุ้มต่ำของเสือไพรดังขึ้น
กำนันเดชสะดุ้ง รีบเช็ดเหงื่อที่หน้าผากก่อนจะพูดเสียงตะกุกตะกัก “ขะ…ข้า…เอ่อ…” เขาอ้ำอึ้งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจพูดออกมา
“ข้าต้องการจะกู้เงินจากท่านเสือไพร”
ความเงียบปกคลุมอีกครั้ง เสือไพรไม่แสดงสีหน้าใด ๆ เพียงแต่จ้องมองกำนันเดชอย่างจับผิดและรอให้เขาพูดต่อ
“หะ…ห้าหมื่น” กำนันเดชพูดเสียงแผ่วเบาราวกับกลัวว่าเสียงของตัวเองจะดังไป มือไม้ของเขายังคงเกร็งด้วยความกังวลใจอย่างที่สุด
ความเงียบตามมาหลังคําขอยืมเงินจำนวนมหาศาลของกํานันเดช นัยน์ตาพยัคฆ์ของเสือไพรเบิกกว้างเล็กน้อยในชั่วพริบตา ก่อนจะกลับมาเยือกเย็นดังเดิม
“ห้าหมื่นมันมากเกินไป ปกติคนมาขอกู้ไม่เกินสองหมื่น กำนันจะเอาไปทำอะไรถึงขนาดนั้น” เสียงทุ้มต่ำของเสือไพรแฝงไปด้วยความสงสัย
กำนันเดชหน้าซีดเผือด “ครอบครัวของภรรยาข้ามีเรื่องเดือดร้อนต้องใช้เงินจำนวนมาก ข้าเลยอยากจะมาหยิบยืมจากเสือไพรเสียหน่อย หวังว่าเสือไพรจะเมตตาข้ากับภรรยา”
“ข้าว่ากำนันกลับไปเถอะ เรื่องของครอบครัวเมีย ไยกำนันต้องเอาตัวเองไปเดือดร้อนด้วย ข้าไม่เห็นว่ามันจะจำเป็นเลยสักนิด”
“เสือไพร...ข้าขอร้องเถอะนะ ช่วยหน่อยเถิดพ่อเสือ ข้าสัญญาว่าจะหาเงินมาคืนให้ครบทุกบาททุกสตางค์แน่นอน” กํานันเดชที่นั่งอยู่กระสับกระส่ายเอ่ยเสียงอ้อนวอน หากไม่ได้เงินจำนวนนี้เขาก็ไม่มีหน้าไปพบภรรยาที่บ้านหรอก
เสือไพรนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถาม “แล้วกำนันจะเอาอะไรมาเป็นหลักประกันล่ะ ข้าไม่ใช่จะให้กำนันหยิบยืมไปเปล่า ๆ หรอกนะ”
“...” กำนันเดชก้มหน้าลง มือไม้เกร็ง ย้อนนึกไปถึงสมบัติต่าง ๆ มากมายที่ตัวเองเคยมี แต่ตอนนี้ทั้งหมดนั้นหายไปสิ้นแล้ว เพราะจันทร์ฉายมีแต่เรื่องจำเป็นต้องใช้เงิน โฉนดที่ดินแปลงต่าง ๆ ถูกนำออกไปจำนอง สร้อยทองทั้งของตนและของเมียคนแรก ถูกจันทร์ฉายเอาไปขายทิ้งจนไม่เหลืออะไรสักชิ้น
เสือไพรเงียบไปครู่หนึ่งมองดูกำนันเดชที่นั่งก้มหน้า อย่างคนหมดหนทาง เขาเห็นใจแต่จะให้อีกฝ่ายหยิบยืมเงินจำนวนมากขนาดนั้นมันก็ใช่ที เขาเป็นโจร แม้เงินจะได้มาจากการปล้นผู้อื่น แต่จะให้ใครต่อใครเทียวยืมมากมายขนาดนั้นเห็นทีจะป่วยการเอาเสียเปล่า ๆ
“ถ้าไม่มีหลักประกัน ข้าก็ให้ไม่ได้ กำนันกลับไปเถอะ”
กำนันเดชเม้มปากเข้าหากันด้วยความลังเล มองดูใบหน้าคมคายของผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเสือร้ายอย่างโจ่งแจ้งก่อนจะกลืนน้ำลายลงคออึกหนึ่ง จากนั้นจึงเอ่ยต่อ
“ถ้าเสือไพรต้องการหลักประกัน ข้ามีลูกชายชื่อไตรฉัตรเป็นโกเมน เขาเป็นลูกติดของเมียข้า หน้าตาก็พอดูได้ทีเดียว หากพ่อเสือไพรยินยอมให้ข้าหยิบยืมเงิน ข้าก็จะเอาเขามาเป็นหลักประกัน”
“โกเมนหรือ กำนันจะให้ข้าเอามันมาเป็นภาระอีกงั้นรึ กำนันก็รู้ดีว่าชุมโจรแห่งนี้มีคนมากพอแล้ว” เสียงทุ้มต่ำของเสือหนุ่มเอ่ยขึ้นบ้าง
เพราะรู้ดีอยู่แก่ใจว่าหากเอาโกเมนเข้ามาในชุมโจรแห่งนี้ดูท่าแล้วจะเป็นตนเองที่เดือดร้อนมากกว่าได้ผลประโยชน์ เพราะโกเมนคือเพศรองที่คอยยั่วยวนนิลกาฬและเพทายให้ลุ่มหลง ประหนึ่งดอกไม้อาบยาพิษก็มิปาน
“ไตรฉัตรเป็นเด็กดี ฉลาดและขยัน เขาจะไม่เป็นภาระให้พ่อเสือไพรแน่นอน ข้าสัญญาว่าจะหาเงินมาใช้หนี้ให้หมด” กำนันเดชยืนยันเสียงหนักแน่น
เสือไพรเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาคมกริบของเขากวาดมองใบหน้าที่ซีดเผือดของนิลกาฬเฒ่า ความทรงจำบางอย่างผุดขึ้นมาในความคิด เหตุเพราะกำนันเดชเคยรู้จักกับพ่อของตนมาก่อน และพ่อก็เคยเล่าถึงความดีความชอบของกำนันเดช ความซื่อสัตย์ ความมีน้ำใจ และการช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่นอยู่เสมอ แม้จะอยู่ในยุคสมัยที่คนส่วนใหญ่ต่างแสวงหาแต่ประโยชน์ส่วนตน
ความทรงจำเหล่านั้นทำให้ความเย็นชาในดวงตาของเสือไพรค่อย ๆ จางหายไป แทนที่ด้วยความลังเลและความรู้สึกสงสาร
ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นเดินหายไปยังมุมหนึ่งของห้อง ที่ซึ่งเขาเก็บเงินที่ได้มาจากการปล้นสะดมเอาไว้ เสือไพรหยิบถุงผ้าใบใหญ่ขึ้นมา ภายในบรรจุเงินจำนวนมาก จากนั้นก็เดินกลับมาวางไว้ตรงหน้ากำนันเดช เงินกองโตนั้นสะท้อนแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาบนชานเรือน ดูราวกับภูเขาเงินที่รอให้กำนันเดชหยิบฉวยไป
“นี่เงินห้าหมื่นที่กำนันต้องการ”
“ขอบคุณมากจ้ะเสือไพร ขอบคุณมากจริง ๆ”
“แต่ข้ามีข้อแม้...” เสือหนุ่มหยุดคำชั่วครู่
“กำนันต้องทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุจำนวนเงิน วันเวลาที่ยืม และวันเวลาที่ต้องคืน พร้อมทั้งหลักประกัน หากกำนันผิดสัญญา…ข้าจะไม่ไว้หน้าใครหน้าไหนทั้งนั้น”
นิลกาฬวัยกลางคนเผลอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ด้วยความลังเล เขารู้ดีอยู่แก่ใจว่าไม่มีอะไรที่จะได้มาเปล่า ๆ และรู้ดีอยู่แก่ใจว่าถ้าตนผิดสัญญากับเสือร้ายจะมีผลร้ายแรงตามมา กระนั้นเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วก็มีแต่ต้องเดินหน้าต่อไป
“ข้าจะทำ”
เสือไพรหยิบหนังสือกู้ยืมออกมา เพราะบ่อยครั้งนักที่มีใครต่อใครมาหยิบยืมเงินจากตน ไม่แปลกที่เขาจะทำหนังสือสัญญาเก็บเอาไว้ ทว่าหนังสือสัญญาทุกฉบับนี้เสือไพรได้ร่ายเวทย์กำกับเอาไว้ หากมันผู้ใดผิดสัญญาก็จะมีอันเป็นไปตกตายภายในสามวันเจ็ดวัน
“กำนันคงจะรู้ว่าถ้าผิดสัญญาต้องเจอกับอะไรนะ” คำพูดนั้นหาใช่คำขู่แต่อย่างใด ทว่ามันกับเป็นสิ่งย้ำเตือนให้ผู้ที่กล้าเข้ามายืมเงินเขาถึงในชุมโจรนี้ตระหนักรู้กับการกระทำของตนว่ามันมีผลที่จะตามมา
กำนันเดชเหงื่อตกสายตาสั่นระริกเหลือบมองกริชที่วางอยู่บนสัญญา เขาเผลอกำผ้าขาวม้าอย่างลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นมือสั่นเทาก็ค่อย ๆ หยิบมันขึ้นมาแล้วใช้ปลายแหลมของกริชเฉือนนิ้วมือของตนจนเลือดสีแดงฉานไหลซึมออกมา เพียงชั่วอึดใจก็ตัดสินใจปั๊มลายนิ้วมือตนลงไปในกระดาษลงอาคม
บทล่าสุด
#76 บทที่ 76 เมียเสือไพร 28/2 THE END
อัปเดตล่าสุด: 7/27/2026#75 บทที่ 75 เมียเสือไพร 28/1
อัปเดตล่าสุด: 7/27/2026#74 บทที่ 74 จงรักภักดีเหมือนผีที่อยู่ในหม้อ 27/2
อัปเดตล่าสุด: 7/27/2026#73 บทที่ 73 จงรักภักดีเหมือนผีที่อยู่ในหม้อ 27/1
อัปเดตล่าสุด: 7/27/2026#72 บทที่ 72 ผูกพันธะ NC + 26/3
อัปเดตล่าสุด: 7/27/2026#71 บทที่ 71 ผูกพันธะ 26/2
อัปเดตล่าสุด: 7/27/2026#70 บทที่ 70 ผูกพันธะ 26/1
อัปเดตล่าสุด: 7/27/2026#69 บทที่ 69 เลือดขึ้นหน้า 25/3
อัปเดตล่าสุด: 7/27/2026#68 บทที่ 68 เลือดขึ้นหน้า 25/2
อัปเดตล่าสุด: 7/27/2026#67 บทที่ 67 เลือดขึ้นหน้า 25/1
อัปเดตล่าสุด: 7/27/2026
คุณอาจชอบ 😍
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิ”
"ภูวินทร์" แม้จะเป็นศัลยแพทย์ แต่เขากลับเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าที่ใคร ๆ คิดเอาไว้
“ในเมื่อวันนี้คุณหมอไม่พร้อม ก็ยกเลิกงานหมั้นวันนี้ไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นกับพวกคุณนะคะ”
"ศินีนารถ" ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของคู่หมั้น หลังจากที่เขาปล่อยให้งานหมั้นวุ่นวาย เพียบตบเดียวจากเธอ ถึงกับเรียกสติของเขากลับมาทันที
“ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง"
แม้งานหมั้นจะผ่านไปได้วยดี แต่ทว่า.... ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแบบนั้น
ทั้งเรื่องมือที่สาม และความไม่เข้าใจกัน ความดื้อดึงของเธอ เจอกับความเย็นชา เผด็จการและดุดันของเขา
เปลี่ยนคนที่โหดอย่างเขา กลายเป็นเริ่มคลั่งรักเธอ เริ่มขาดไม่ได้ และตามมาด้วยความหึงหวง
ซึ่งเป็นความหึงแบบไม่ธรรมดา ในเมื่อเขาคือ "สายโหด" ความขี้หึง ก็ต้อง "หึงโหด" เช่นกัน
"คู่หมั้นก็ถือเป็นสามีไปแล้วครึ่งหนึ่ง บอกมาว่ามันเป็นใคร แล้วให้มันแตะต้องตรงไหนบ้าง คืนนี้ผมจะลบออกไปให้หมด แล้วอย่าได้ให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องอีก คุณเป็นของผมคนเดียวเข้าใจมั้ย!"
"หมอคะคุณใจเย็น ๆ ก่อน อ๊าา!!!"
"คืนนี้ต่อให้ร้องขอชีวิต ก็อย่าคิดจะคลานลงจากเตียงนี้ไปได้เลย!"
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
คลั่งรักเมียแต่ง
คำโปรย
เมื่อเขาและเธอต้องมาอยู่ร่วมบ้านหลังเดียวกันในฐานะสามีภรรยา เขาเป็นคนพูดน้อยแถมยังดุ จึงทำให้เธอรู้สึกอึดอัดและน้อยใจอยู่บ่อยๆ
แนะนำตัวละคร
ภูวดล หรือ คุณภูมิ อายุ 32 ปี
เจ้าของสวนองุ่นขนาดใหญ่ เขาหล่อ ทำงานเก่ง พูดน้อย ดุ ชอบทำหน้าเข้ม จนเธอรู้สึกอึดอัด
รัตติกาล หรือ เจ้าขา อายุ 23 ปี
ลูกสาวร้านอาหารแห่งหนึ่งในตัวจังหวัด เธอสวย แต่งตัวแซ่บ ขี้น้อยใจ ชอบคิดเองเออเอง เพราะความอกหักจึงทำให้เธอเลือกที่จะประชด ตกลงรับคำแต่งงานกับใครที่ไหนก็ไม่รู้จัก ที่ผู้ใหญ่หาให้
@@@@@@
โรมานซ์ ฟีลกู๊ดเหมือนเดิม ไม่นอกกาย ไม่นอกใจ แต่เรื่องนี้พระเอกดุหน่อยนะคะโปรดทำใจก่อนอ่าน (แนวบ้านนอก)
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
พี่สาวครับรับรักผมด้วย
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!













