บทนำ
จุดเริ่มต้นของการแต่งงานของคู่อื่นคือความรัก แต่จุดเริ่มต้นการแต่งงานของฟาริศากับธีรณัฐคือการบังคับ คนอื่นเริ่มรักตั้งแต่ยังไม่แต่ง ส่วนอีกคนเริ่มเย็นชาตั้งแต่ได้กันครั้งแรก ธีรณัฐยอมแต่งงานเพราะไม่อยากให้คนรักเก่ามีข่าวแปดเปื้อนว่าคบชู้กับเขา และยังเข้าใจผิดว่าฟาริศาวางแผนเพื่อแต่งงานกับเขาเพราะเงิน ชายหนุ่มเลือกเย็นชาและเก็บซ่อนเธอเอาไว้ในความลับเพื่อรอวันหย่า
บท 1
“น้ำจิ้มตักเอาเลยนะคะ แม่ค้าไม่ว่าง ย่างหมึกอยู่”
ฟาริศาหญิงสาวรูปร่างอวบอ้วนที่ยังอยู่ในชุดทำงาน แถมป้ายชื่อของบริษัทยังห้อยอยู่ที่คอ ตะโกนบอกกับลูกค้าคิวต่อไปที่กำลังเลือกหมึกเสียบไม้หลายรูปแบบที่วางเรียงอยู่บนถาด
ตอนแรกคิดว่าการให้แม่ออกมาขายหมึกย่างเป็นอาชีพเสริมเพื่อช่วยในการแบ่งเบาภาระในครอบครัว จะกลายมาเป็นรายได้หลักที่สร้างเงินให้ได้มากถึงคืนละห้าพันกว่าบาท ทว่ามันก็ต้องแลกมาด้วยความเหนื่อยของ
ผู้เป็นมารดาซึ่งนับวันก็ยิ่งแก่ชราลง
“คนหลังเสียใจด้วยนะคะ ของหมดทุกอย่างแล้ว เอาไว้พรุ่งนี้มาซื้อใหม่นะคะ”
หลังจากหันไปรื้อของในกล่องโฟมดูจึงเห็นว่ามันว่างเปล่า ฟาริศาจึงหันกลับมาบอกลูกค้า หลายคนทำสีหน้าเสียดาย บางคนถึงกับบ่นออกมาว่ามาทีไรก็ไม่ได้เคยได้กินเลย
“กลับไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวแม่เก็บของพวกนี้เอง”
“ได้ไงล่ะแม่ อีกนิดเดียวก็จะเสร็จแล้ว” เธอหันไปยิ้มบาง ๆ แล้วยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผาก
“แล้วนี่ยัยซาก็หายหัวไปเลย ไหนบอกว่าวันนี้จะมาช่วยขายของ พอได้สิ่งที่ตัวเองต้องการแล้ว ก็ไม่โผล่หัวมาให้เห็นเลย”
ผู้เป็นแม่บ่นกระปอดกระแปดตามประสาคนที่อายุเพิ่มมากขึ้น
ทุกวัน
“เอาน่าแม่ น้องคงอยู่ติวเตรียมสอบน่ะ ฟาก็มาช่วยแล้วนี่ไงคะ”
ร่างอ้วนหันไปทำหน้าทะเล้น แล้วทำตาปริบ ๆ อินตาหันกลับมาเห็นก็ถึงกับหัวเราะออกมา ให้มันได้อย่างนี้สิ เอาแต่ปกป้องน้องสาว ทั้งที่ตัวเองก็ทำงานมาเหนื่อยสายตัวแทบขาดแล้ว
พอกลับมาถึงบ้านฟาริศาก็ไล่ให้แม่ขึ้นไปอาบน้ำนอน แม้ท่านจะไม่ยอมแต่ก็ขัดนิสัยของลูกสาวคนโตไม่ได้ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยน้องสาวคนเล็กของบ้านก็กลับมาถึงพอดี
“พี่ฟา ซาขอโทษนะวันนี้มีซ้อมกองเชียร์แล้วก็ ... ติวสอบด้วย”
ใบหน้าหวานของสาวสวยในชุดนักศึกษา ทำตาละห้อยด้วยความสำนึกผิด คนเป็นพี่เห็นอย่างนั้นก็แสร้งทำหน้าบึ้งตีง แล้วเดินหนี
“พี่ฟา อย่าโกรธน้องเลยนะ”
ร่างเล็กเดินตามพร้อมยกมือไหว้ปลก ๆ ฟาริศาหยุดเดินแล้วหันกลับไปทำหน้ายุ่ง ซาริตาเห็นอย่างนั้นยิ่งทำหน้าออดอ้อน ทำเอาหญิงสาวกลั้นยิ้มไม่อยู่
“อ้าว! พี่ฟาแกล้งน้องเหรอ?”
“ก็ใช่นะสิ นี่เรายังไม่รู้จักนิสัยพี่อีกเหรอ” มืออวบยกขึ้นไปลูบหัวทุยของผู้เป็นน้องสาวก่อนจะเอ่ยถามขึ้นใหม่
“แล้วนี่กินอะไรมาหรือยัง”
“ยังเลยยยย หิวไส้จะขาดแล้ว” ซาริตาลูบท้องแล้วโยกตัวไปมา
“งั้นก็ไปรอที่โต๊ะ เดี๋ยวพี่ไปทำอะไรมาให้กิน”
“ไม่ต้องเลย เดี๋ยวซาไปหากินเอง พี่กลับมาจากทำงานเหนื่อย ๆ แล้วยังต้องไปช่วยแม่ขายของแทนซาอีก”
“รู้ตัวก็ดีแล้ว ถ้างั้นก็รีบกินรีบขึ้นไปนอน” ฟาริศาพูดจบก็เอื้อมไปตบไหล่น้องสาวเบา ๆ ก่อนจะเดินขึ้นชั้นบน
พออาบน้ำเสร็จ หัวตกถึงหมอนคนเจ้าเนื้อก็เข้าสู่ห้วงนิทราทันที เธอหลับสนิทจนกระทั่งถึงเช้าวันใหม่
เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นเป็นจังหวะที่น่ารำคาญพอ ๆ กับความจริงที่ว่าต้องตื่นมาสู้กับงานในเช้าวันใหม่ ฟาริศาเอื้อมมือไปกดปิดเสียง ก่อนจะกลิ้งตัวไปอีกด้านของเตียงพลางถอนหายใจหนัก ๆ สองสามรอบ
เมื่อคืนเธอหลับสนิทราวกับถูกดูดวิญญาณ อาจจะเพราะความเหนื่อยจากโปรเจ็กต์งานเมื่อวาน แล้วก็ไปช่วยแม่ขายของเมื่อคืน
เมื่อร่างอวบอิ่มลากตัวเองขึ้นจากเตียงได้ แล้วเดินตรงเข้าไปยังห้องน้ำเพื่อชำระล้างร่างกาย ก่อนจะเดินออกมายืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ที่ตั้งอยู่ข้างตู้เสื้อผ้า
ดวงตากลมคู่สวยไล่มองรูปร่างของตัวเอง ทั้งอก เอว สะโพก ล้วนเต็ม และโค้งมนในแบบที่ไม่เข้ากับนิยามคำว่า ‘ผอมเพรียว’ ที่ใครหลายคนมักจะยึดติด
“ถ้าวันนี้ใส่เดรสตัวนี้จะดูอ้วนตันไปไหมนะ...”
เธอพึมพำกับตัวเองขณะยกเดรสสีเทาเข้มขึ้นแนบลำตัว แล้วเอนศีรษะเล็กน้อย ๆ คล้ายกำลังประเมินรูปร่างในมุมต่าง ๆ
ผิวขาวอมชมพูของคนตัวอ้วนตัดกับเนื้อผ้าอย่างชัดเจน แก้มกลมที่ขึ้นสีเรื่อเพราะอากาศยามเช้ายิ่งทำให้เธอดูคล้ายลูกพีชสุกน่ากิน
ฟาริศาไม่ใช่คนไม่มั่นใจตัวเอง เธอแค่รู้ดีว่าโลกนี้มักมองว่าผู้หญิงสวยต้อง ‘ผอมบางน่าทะนุถนอม’ แน่นอนว่าเธอไม่มีสิ่งนั้น แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีอะไรเลย
“เอาวะ ใส่แล้วมั่นใจไว้ก่อน”
เธอจัดชายเดรสแล้วหันหลังพยายามรูดซิปขึ้นด้วยตัวเอง จนกระทั่งมันติดอยู่กลางหลัง
“เฮ้อ ... เมื่อไรจะมีคนคิดค้นซิปที่รูดเองได้แบบไม่ต้องเสี่ยงหัวหลุดสักทีเนี่ย!”
บ่นไป มือก็พยายามดันซิปขึ้นอย่างทุลักทุเล สุดท้ายก็ต้องใช้วิธีกระโดดสองจังหวะ พร้อมรูดรวดเดียวผ่านไปได้แบบซิปเกือบขาด
“ฟาเอ๊ย เสร็จหรือยังลูกจะได้ลงมากินข้าว ไม่งั้นจะไปทำงานสายนะ”
“เสร็จแล้วจ้าแม่ จะลงไปเดี๋ยวนี้แหละ!”
เธอชะเง้อคอร้องบอกผู้เป็นแม่ ก่อนจะคว้ารองเท้าส้นเตี้ยคู่โปรดมาใส่ แล้วเดินเร็ว ๆ ออกจากห้อง ลงไปด้านล่างซึ่งอินดากำลังตั้งโต๊ะมื้อเช้ารออยู่
บทล่าสุด
#98 บทที่ 98 ตอนพิเศษ
อัปเดตล่าสุด: 2/3/2026#97 บทที่ 97 เมียไม่ลับ... (2)(จบ)
อัปเดตล่าสุด: 2/3/2026#96 บทที่ 96 เมียไม่ลับ... (1)
อัปเดตล่าสุด: 2/3/2026#95 บทที่ 95 แลกด้วยชีวิตก็ยอม(2)
อัปเดตล่าสุด: 2/3/2026#94 บทที่ 94 แลกด้วยชีวิตก็ยอม(1)
อัปเดตล่าสุด: 2/3/2026#93 บทที่ 93 หล่อกล่อ(2)
อัปเดตล่าสุด: 2/3/2026#92 บทที่ 92 หล่อกล่อ(1)
อัปเดตล่าสุด: 2/3/2026#91 บทที่ 91 กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหม(2)
อัปเดตล่าสุด: 2/3/2026#90 บทที่ 90 กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหม(1)
อัปเดตล่าสุด: 2/3/2026#89 บทที่ 89 ใกล้แค่ปลายจมูก (2)
อัปเดตล่าสุด: 2/3/2026
คุณอาจชอบ 😍
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
พิษรักคุณหมอ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเอง
สปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด













