บทนำ
ทะเบียนสมรสที่ไร้รัก นำมาซึ่งความเจ็บปวดที่ร้าวราน
บท 1
ค่ำคืนนี้ในห้องแกรนด์บอลรูมของโรงแรมหรูระดับห้าดาวเต็มไปด้วยบรรดาแขกเหรื่อที่ล้วนเป็นชนชั้นไฮโซมีฐานะและเกียรติอยู่ในระดับใกล้เคียงกันเนื่องจากมันเป็นงานปาร์ตีฉลองวันคล้ายวันเกิดอายุครบห้าสิบปีของมหาเศรษฐีนามว่า เจ้าสัวกรณ์ กิตติศักดิ์วงศา
โต๊ะทรงกลมพร้อมเก้าอี้คลุมผ้าสีขาวนวลตั้งกระจายไปทั่วห้องโถงกว้าง ผู้มาร่วมสังสรรค์ต่างแต่งกายประชันกันด้วยชุดสูทหรูและเดรสสวยงาม โดยเฉพาะเหล่าสุภาพสตรีที่พากันประดับประดาเนื้อตัวด้วยเครื่องเพชรวูบวาบราคาแพงประกวดประชันกันอยู่ในทีอย่างไม่มีใครยอมน้อยหน้าใคร
“คอยดูนะเธอ ว่าคืนนี้ท่านเจ้าสัวจะแจกรางวัลให้อีหนูคนไหนมากเป็นพิเศษ”
เสียงกระซิบกระซาบของแขกสตรีคนหนึ่งซึ่งนั่งรวมอยู่กับเพื่อนอีกสี่ห้าคน บุคคลเหล่านี้เป็นคนประเภทที่มีความสุขกับการได้นินทาแลกเปลี่ยนทัศนะกันเพื่อเพิ่มรสชาติให้วงสนทนามีความน่าสนใจมากขึ้น
“จะคนไหนซะอีกล่ะยะ ถ้าไม่ใช่คนชุดสีทองนั่นน่ะ” พูดพร้อมกับบุ้ยบ้ายไปทางกลุ่มของเจ้าสัวผู้เป็นเจ้าของงาน ทำให้เพื่อนร่วมวงต่างหันขวับไปมองและกวาดสายตาเพื่อค้นหาเป้าหมายทันที
หญิงสาวผู้ที่กำลังถูกกล่าวขวัญถึงนั้น มีรูปร่างสูงโปร่งระหงสวมชุดเดรสผ้าวาเลนติโนกระชับขับเน้นรูปร่างได้สัดส่วน เนื้อผ้ามีสีทองประกายเงาวาววับยาวกรอมเท้าแต่ผ่าสูงถึงขาอ่อน เปลือยไหล่ลาดเนียน ตรงแผ่นหลังมีเส้นสายขนาดเล็กสานถักไขว้ไปมาขึ้นไปเชื่อมกับสายผูกรั้งที่หลังต้นคอ ผมยาวสีน้ำตาลแดงถูกเกล้าเป็นมวยต่ำเผยให้เห็นช่วงลำคอขาวนวลที่ไม่ได้สวมเครื่องประดับใดๆ แต่ถึงกระนั้นก็หาได้ทำให้เธอคนนั้นลดความสวยสง่าน่ามองลงแต่อย่างใด
ยามที่เจ้าตัวเยื้องย่างเผยให้เห็นขาเรียวงามสมกับมีอาชีพเสริมเป็นนางแบบ เมื่อเพ่งพิศมองใบหน้าที่มีเลือดผสมลูกเสี้ยวภารตะซึ่งปกติมีความสวยคมตามธรรมชาติอยู่แล้ว เวลานี้ยิ่งดูโดดเด่นและสะดุดตาด้วยเมคอัปเนียนกริบไร้ที่ติ
“ต๊าย! ตัวจริงยังเด็กมากเลยนะเธอ ใช่จริงเหรอข่าวนั่นน่ะ เจ้าสัวห้าสิบแล้วนะ” อีกคนเอียงหน้ามากระซิบโต้ตอบ
“อายุยี่สิบเจ็ดแล้ว เด็กตรงไหนยะ ทุกวันนี้สิบเจ็ดสิบแปดก็มีผัวกันได้แล้วย่ะ” คนจั่วหัวข้อเรื่องจีบปากพูดพลางค้อนสายตาให้เพื่อน
“เออ นั่นสินะ เรื่องอายุทุกวันนี้มันวัดอะไรไม่ได้จริงๆ นั่นแหละ แต่ข่าวที่ว่าวันก่อนควงกับลูกชายบ้านรังสรรค์พิศาลล่ะ มันยังไงกัน จริงหรือเปล่าที่เขาว่าอาจจะมีการดองกันน่ะ”
“แต่อาทิตย์ก่อนก็มีข่าววงในว่าจะดองกับพวกสิริธนาเกียรติไม่ใช่เหรอ ตกลงมันยังไงกันแน่ฮึ”
ฟังความโดยรวมแล้วดูเหมือนหญิงสาวที่กำลังถูกกล่าวถึงอย่างเมามันและสนุกปากนั้นมีผู้ชายหลายคนเข้ามาพัวพันอยู่ แต่ก็ไม่อาจฟันธงลงไปได้ว่าคนไหนเป็นตัวจริง คนไหนเป็นตัวปลอม และข่าวสารใดที่พอจะเชื่อถือได้บ้าง
“ตายแล้ว เธอดูโน่นสิ นั่นโคตรเพชรหรือยังไง ใหญ่ขนาดนั้นมันของจริงหรือของปลอมกันแน่”
วงสนทนาถูกเปลี่ยนหัวข้อเมาท์เมื่อเห็นเป้าหมายใหม่ โดยไม่ได้สนใจจะค้นหาคำตอบเกี่ยวกับหญิงสาวในชุดสีทองอีกต่อไป
ส่วนเจ้าของร่างเพรียวสะโอดสะองนั้นขณะนี้ก็กำลังจิบแชมเปญและส่งยิ้มเยื้อนให้กับคนรู้จักไปตามมารยาทสังคม ทว่าภายในใจนั้นกำลังมองหาทางหนี อยากจะออกไปจากบรรยากาศแสนน่าเบื่อนี้เต็มทีแล้ว
“ไง... เบื่อแล้วเหรอ” เสียงกลั้วขำของเจ้าสัวกรณ์ที่เอียงหน้ามาถามทำให้เริงเดือนขยับเรียวปากยิ้มนิดหนึ่ง เพียงนิดเดียวแต่กลับส่งให้ใบหน้างามยิ่งดูเก๋ไก๋ขึ้นไปอีกมากโข ราวกับเจ้าตัวรู้ดีว่าควรขยับอากัปกิริยาอย่างไรจึงจะดูดีในแต่ละการเคลื่อนไหว
“ใครจะรู้ใจเดียร์เท่าป๋าคงไม่มีอีกแล้วค่ะ”
คำตอบแพรวพราวนั้นทำให้หนุ่มใหญ่ทรงแด๊ดดี้ของสาวๆ หัวเราะออกมาเบาๆ ยกแขนข้างที่ว่างโอบไปบนไหล่บางและตบเบาๆ เป็นเชิงชื่นชมพอใจ
“ใครมันจะพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสได้เก่งเหมือนเราล่ะเดียร์น่า แต่ยังไงคืนนี้ก็เป็นวันเกิดของป๋า จะเบื่อยังไงก็ต้องเก็บอาการหน่อย แล้วไหนล่ะของขวัญ? จะให้อะไรป๋าเป็นพิเศษก็รีบให้ซะตอนนี้”
กรณ์กล่าวจบก็ขยิบตาหยอกเย้าหญิงสาว เลิกสนใจคนรอบข้างชั่วขณะแล้วจ้องมองดรุณีน้อยผู้มีใบหน้าสวยสะพรั่งที่ยืนเคียงข้างอย่างให้ความสำคัญ นับตั้งแต่รู้จักกันมา ยังไม่เคยมีครั้งไหนที่กรณ์จะได้เห็น เริงเดือน คีรีภัทร จนมุม หงอยหงอ และยอมศิโรราบให้อย่างที่คนส่วนใหญ่เป็น แม้ในยามเดือดร้อนต้องฝืนเข้ามาหาเพื่อขอความช่วยเหลือเช่นในอดีตเมื่อหลายปีก่อน ไหล่บางของเจ้าหล่อนก็ยังคงตั้งตรงดำรงมั่นและสง่างามอย่างที่เห็น นั่นทำให้เขานึกนิยมในแก่นแท้ที่แกร่งกล้าของสาวน้อยในวันนั้นจนกระทั่งมาถึงปัจจุบัน
“การหาของขวัญให้คนที่มีทุกอย่างหมดแล้วคือสิ่งที่ยากที่สุดเลยค่ะป๋าขา”
เจ้าตัวทำเสียงอ้อนพร้อมกระพือแพขนตาปริบๆ อย่างเสแสร้งในตอนท้าย ทำให้หลายคนที่อยู่บริเวณนั้นเหลียวมามอง แล้วก็คิดกันไปต่างๆ นานา แต่คนถูกอ้อนเท่านั้นที่รู้ดีว่ากำลังถูกเบี้ยวอีกตามเคย แต่ใครจะทำใจแข็งกับท่าประจบเหมือนเด็กเจ้าเล่ห์นั่นได้เล่า เขาคนหนึ่งละ ที่ใจอ่อนกับเจ้าหล่อนคนนี้เป็นประจำ
เริงเดือนมีบุคลิกที่หลอกตาคนอย่างที่ถ้าหากไม่ได้รู้จักในระดับลึกเพียงพอจะสับสนและอ่านไม่ออกว่าเป็นคนแบบไหนกันแน่ เพราะแม่คุณฉลาดเป็นกรด มีหน้ากากหลายอันเอาไว้ใส่สลับสับเปลี่ยนยามที่ต้องดีลกับผู้คน แล้วแต่ว่าอันไหนจะเหมาะกับมนุษย์ประเภทไหน ก็ดูอย่างตอนนี้ แต่งหน้าเสียเข้มจนจำหน้าจริงแทบไม่ได้ ผมรึก็ขยันเปลี่ยนสีจนตามไม่ทัน และเขาก็เลิกสนใจไปแล้วว่าผมจริงๆ ของเธอคือสีอะไร
สาวน้อยคนนี้เปรียวเหมือนพยัคฆ์ และพยศเหมือนม้าเทศชั้นดี ม้าพยศที่ต้องมีคนจริงเข้ามาปราบถึงจะเอาอยู่ ถ้าฝีมือไม่ถึง ไม่เก่งจริงรับรองเป็นได้โดนม้าดีดและสลัดตกจากหลัง แถมโดนกระทืบซ้ำเข้าให้อีก
และที่สำคัญเธอเป็นคนที่จะยินยอมสยบให้แก่คนที่เจ้าตัวนิยมนับถือด้วยหัวใจเท่านั้น ไอ้ที่ทำท่ายิ้มร่าให้ใครต่อใครนั่น...ก็เป็นเพียงหน้ากากที่ชื่อว่ามารยาทสังคมแค่นั้นเอง
แล้วตอนนี้ก็ดูสิ ปากยิ้มและดวงตากำลังมองหาช่องทางที่จะเปิดแน่บ! กรณ์ส่ายหน้าก่อนจะยกแชมเปญขึ้นจิบอย่างขบขัน
“เอาละ ได้เวลาเป่าเค้กกันแล้วมั้ง เด็กป๋าบางคนอยากจะไปสนุกต่อที่อื่นแล้วนี่” เจ้าของงานพูดเสียงดังฟังชัด ทำให้ผู้คนต่างตีความไปตามใจคิด และส่วนใหญ่ก็ดันคิดไปในทางเดียวกันเสียด้วยสิ หลายคนจึงลอบมอง เด็กป๋า ด้วยสายตาอิจฉาปนหมั่นไส้
หลังจากเจ้าภาพเป่าเค้กวันเกิดเสร็จ เริงเดือนก็ได้โอกาสแอบแวบออกจากงาน หญิงสาวในชุดราตรีสีทองยวนตารีบผลุบหายเข้าไปในรถสปอร์ตหรู แล้วขับพุ่งออกจากโรงแรมห้าดาวอย่างรวดเร็ว ตรงไปยังคอนโดแห่งหนึ่ง เมื่อมาถึงก็จอดสนิท คนแถวนั้นไม่เห็นว่ามีใครลงมาอยู่ครู่ใหญ่
จนกระทั่งประมาณสิบนาทีต่อมา ประตูรถคันงามก็ถูกเปิดออก หญิงสาวร่างสูงเพรียวแต่งกายทะมัดทะแมงด้วยเสื้อยืดสีดำตัวโคร่ง กางเกงยีนฟอกสีซีดตรงเข่าขาดรุ่ยและรองเท้าผ้าใบสีตุ่นก็ก้าวลงมา มือบางจับหมวกแก็ปให้กระชับกับศีรษะ ผมไม่ได้เกล้ามวยอีกต่อไปแต่มัดรวบเป็นหางม้าง่ายๆ สอดผ่านรูหลังหมวก ใบหน้ามีแมสก์ปกปิดมิดชิด
เจ้าตัวคว้ากระเป๋าเป้หนังใบเล็กสำหรับใส่กุญแจและโทรศัพท์ขึ้นสะพาย กดล็อกรถแล้วก็เดินผิวปากเป็นเพลงตรงไปยังคิวมอเตอร์ไซค์หน้าคอนโด บอกจุดหมายปลายทางแล้วก็ตวัดขาขึ้นนั่งซ้อนพี่วินอย่างฉับไวคล่องแคล่วราวกับทำอยู่เป็นประจำ
“บิดตามสบายเลยพี่ ไม่ต้องเกรงใจ”
คำบอกกล่าวของลูกค้าทำให้พี่วินยิ้มพอใจ ก่อนจะบิดคันเร่งแล้วขี่ฉวัดเฉวียนมุ่งตรงไปสู่จุดหมายตามที่หญิงสาวบอก ส่วนคนซ้อนก็เงยหน้ารับลมที่วิ่งเข้ามาปะทะอย่างสบายใจ
บทล่าสุด
#91 บทที่ 91 หวานรักลึกล้ำ NC+ (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#90 บทที่ 90 หวานรักลึกล้ำ NC+ (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#89 บทที่ 89 หวานรักลึกล้ำ NC+ (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#88 บทที่ 88 หวานรักลึกล้ำ NC+ (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#87 บทที่ 87 อดอยากปากแห้ง NC+
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#86 บทที่ 86 อดอยากปากแห้ง NC+
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#85 บทที่ 85 อดอยากปากแห้ง NC+
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#84 บทที่ 84 อดอยากปากแห้ง NC+
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#83 บทที่ 83 ความทรงจำล้วนมีค่า
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#82 บทที่ 82 ความทรงจำล้วนมีค่า
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026
คุณอาจชอบ 😍
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
แค้นรัก มาเฟียร้าย (ซีรีส์ชุดDARK )
'ดาเรนเต้ ราฟาเอลโล' มาเฟียตัวฉกาจหนึ่งในสมาชิกแก๊งค์DARK
เธอจะสามารถหลุดพ้นจากบวงแค้นนี้ได้หรือไม่?!
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
รักร้าย ลูกชายมาเฟีย 《อาชิ..My Hero》
เพราะ ‘อาชิ’ เคยช่วยเหลือเด็กสาวอย่าง ‘ชะเอม’ ที่โดนเพื่อนรังแกตั้งแต่ตอนเด็กๆ เธอเลยติดเขาแจมาตั้งแต่ตอนนั้น เขาไปไหนเธอไปด้วย จนกลายเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันทั้งที่เธอเป็นเด็กสาวคนเดียวในแก๊ง แม้ในตอนแรกอาชิสุดแสนจะรำคาญชะเอม แต่ไม่รู้ทำไมไปๆ มาๆ พอมีคนมายุ่งวุ่นวายกับเธอก็ออกอาการหวงก้างซะงั้น แถมยังแสดงมุมอ่อนโยนออกมาให้เห็นอีกต่างหาก
กลรักเมียแต่ง
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
แสร้งรักเมียหย่า
เธอยอมบอกลาผู้ชายที่รัก และยอมแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่ได้รัก เพียงเพื่อแลกกับ ‘อิสระ’ ที่พ่อกับแม่สัญญาว่าจะคืนให้หลังจากนี้
แต่เมื่อถึงวันนัดหมาย...
ผู้ชายที่นั่งรอเธออยู่กลับไม่ใช่คิมหันต์
“เอ่อ ... คุณไม่ใช่คิมหันต์”
“แล้ว ...?”
‘เหมันต์ ภูสิทธิ์อุดม’ ลูกชายคนกลางที่หายไปจากครอบครัวนานกว่าหกปี และถูกเรียกตัวกลับมาเพียงเพราะพี่ชายปฏิเสธการแต่งงาน
เมื่อเธอต้องแต่งเพื่อรักษาผลประโยชน์ของครอบครัว
ส่วนเขาต้องแต่งเพราะเป็นเพียง ‘ตัวแทน’ ของใครอีกคน
การแต่งงานที่ไม่มีความรักตั้งแต่แรก
จึงเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับข้อตกลงของคนสองคน
โดยไม่มีใครรู้ว่า เมื่อถึงวันที่ทุกอย่างสิ้นสุดลง
ใครกันแน่ ... ที่จะยังแสร้งทำเป็นว่าไม่รัก
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ













