บทนำ
เพราะความคลั่งรักที่มี ทำให้นางยอมทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้แต่งงานกับเขา
แต่ใครจะคิดว่าซ่งฟู่หลงกลับไม่แม้แต่จะแยแสตนเลยแม้แต่น้อย
ครั้นพอคิดจะตัดใจหนีห่าง เขากลับเอาแต่คอยวนเวียนอยู่ข้างกาย
แล้วเป็นเช่นนี้นางจะตัดใจลงได้อย่างไรกันเล่า
"ใต้เท้า...ข้ารักท่าน แต่มิใช่เหตุให้ท่านเอาแต่กลั่นแกล้งข้าเช่นนี้"
บท 1
บทที่ 1 ข้าต้องการแต่งงาน
“ท่านพ่อ ข้าพบคนที่ข้าพึงใจแล้ว ข้าต้องการแต่งงาน” เสียงออดอ้อนดังขึ้นในจวนสกุลจาง
จางหมินเย่วคุกเข่าลงตรงหน้าบิดาของตน จางเหวิ่นชิงเสนาบดีกรมคลัง สองมือบางกอบกุมฝ่ามือใหญ่ที่เริ่มเหี่ยวย่นไปตามกาลเวลาของเขา สายตาจ้องมองหน้าบิดาด้วยความเว้าวอน
บัดนี้จางหมินเย่วผ่านพ้นพิธีปักปิ่นมาร่วมหนึ่งปีแล้ว ภาพของซ่งฟู่หลงฉายชัดเข้ามาในหัวของนาง ภาพในช่วงเทศกาลโคมลอยที่จัดขึ้นอย่างคึกคักยิ่งใหญ่ ช่วงเวลานั้นชายหนุ่มและหญิงสาวในเมืองต่างพากันนั่งเรือลำใหญ่สองลำซึ่งแยกบุรุษและสตรีออกจากกัน เรือทั้งสองลอยขนาบด้านข้างกันไปเพื่อชมโคมลอยที่ถูกปล่อยจนเต็มไปทั่วท้องฟ้า แต่วัตถุประสงค์ที่แท้จริงก็ไม่ต่างจากการนัดพบของบรรดาเหล่าคุณชายและคุณหนูของจวนต่างๆ เพื่อผูกสมัครรักใคร่กันในอนาคต
จางหมินเย่วก็เป็นหนึ่งในบรรดาคุณหนูเหล่านั้น นับเป็นครั้งแรกที่จางหมินเย่วได้มีโอกาสออกมาเที่ยวชมเทศกาลโคมลอยพร้อมกับพี่สาวของนาง จางหมินเย่วทั้งตื่นเต้นและตื่นตากับบรรยากาศอันน่าครึกครื้นเช่นนี้
จางหมินเย่วเป็นบุตรสาวคนรองของเสนาบดีจางเหวิ่นชิง พี่สาวของนางคือจางเซี่ยโยว คุณหนูใหญ่ของจวน และยังมีน้องชายอีกคนคือจางจ้าวเว่ย ทั้งสองเป็นพี่น้องต่างมารดาของนางที่เกิดจากฮูหยินคนปัจจุบัน ส่วนมารดาของนางเป็นฮูหยินคนก่อนที่ได้เสียชีวิตลงไปตั้งแต่นางยังเล็กมากนัก
ในตอนที่จางหมินเย่วทอดสายตามองไปยังผืนน้ำด้านข้าง สายตาของนางก็พลันสะดุดเข้ากับชายผู้หนึ่ง เขาสวมอาภรณ์สีขาวที่ดูราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความสง่างาม ใบหน้าที่ดูหล่อเหลาชวนให้เคลิบเคลิ้ม ทั้งคิ้วเข้มหนาที่รับกับดวงตารียาว ท่าทางที่เคร่งขรึมราวกับไม่แยแสสิ่งใดในใต้หล้า สายตาทอดมองไปยังเบื้องหน้าพร้อมยกสุราขึ้นดื่มด้วยท่วงท่าที่สง่างามดูน่าเกรงขาม
จางหมินเย่วถูกชายหนุ่มคนดังกล่าวสะกดสายตาให้จ้องมองอยู่เช่นนั้นเป็นเวลานาน หัวใจดวงน้อยเต้นรัวแรงขึ้นมา พร้อมลมหายใจที่ดูติดขัด ท้องน้อยของนางปั่นป่วนขึ้นมาราวกับมีผีเสื้อโบยบินอยู่ในท้อง
“พี่หญิง...บุรุษผู้นั้นคือผู้ใดกัน” จางหมินเย่วกล่าวอย่างละเมอเมื่อนางหันไปสอบถามพี่สาวของตน
จางเซี่ยโยวปรายตามองตามนิ้วมือที่ชี้ไปด้านหน้าของน้องสาวของตน นางได้แต่พ่นหายใจอย่างนึกรำคาญ เดิมทีจางเซี่ยโยวไม่คิดจะพาจางหมินเย่วมาด้วย แต่เพราะทนการรบเร้าจากมารดาไม่ได้ ทำให้สุดท้ายนางจึงได้แต่จำใจ
จางเซี่ยโยวตอบด้วยน้ำเสียงอย่างขอไปที “นั่นใต้เท้าซ่งฟู่หลง ขุนนางขั้นเจ็ด ราชเลขาในองค์ฮ่องเต้”
จางเซี่ยโยวตอบเสร็จก็เบนสายตากลับไปยังจุดสนใจเดิมที่มี ดวงตาคู่น้อยจับงจ้องไปที่หนิงอันอวี้ องค์ชายสี่ บุตรชายคนโตของฮองเฮาหยางกุยฮวา นางยกยิ้มขึ้นมาอย่างมีความสุขอีกครั้ง ท่าทางหมายมาดพร้อมสายตาที่ลึกซึ้งที่ส่งผ่านสายลมไปยังชายหนุ่มที่ตนพึงใจ
จางหมินเย่วได้แต่หันไปค้อนขวับใส่พี่สาวของตนอย่างนึกขัดเคือง ก่อนจะเบนความสนใจกลับไปยังเรือใหญ่ตรงด้านข้าง พร้อมกับยิ้มกว้างขึ้นมาอีกครั้ง “ใต้เท้าซ่งฟู่หลง...”
ห้วงความคิดของจางหมินเย่วพลันสะดุดลงไป เมื่อเสียงตะคอกคำรามดังสนั่นไปทั่วห้องโถง ทำเอาจางหมินเย่วถึงกับสะดุ้งตกใจ “เหลวไหล เจ้าเป็นถึงคุณหนูรองจวนเสนาบดีกรมคลัง ข้าจะให้เจ้าแต่งงานกับขุนนางต่ำศักดิ์เช่นนั้นได้เช่นใดกัน” จางเหวิ่นชิงตะคอกออกมาในทันทีที่ได้ยินคำขอของบุตรสาวคนรอง นางเป็นบุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนของตน ไม่ว่าจะต้องคิดเช่นใดเขาก็ไม่อาจยอมให้นางลดตัวลงไปแต่งงานกับขุนนางขั้นเจ็ดเช่นนั้นได้เป็นแน่
“ท่านพ่อ...แต่ข้าได้ยินมาว่าใต้เท้าซ่งเป็นถึงคนโปรดปรานของฝ่าบาทเชียวนะเจ้าคะ หากลูกได้แต่งงานกับใต้เท้าซ่ง วันข้างหน้าลูกย่อมไม่มีทางลำบากเป็นแน่” จางหมินเย่วยังคงพยายามโน้มน้าวบิดาของตนอีกครั้ง อันที่จริงจางหมินเย่วมิได้ใส่ใจสิ่งใดทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นฐานะหรือตำแหน่งอำนาจ ขอเพียงเป็นซ่งฟู่หลง นางก็พร้อมจะติดตามเขาไปทุกหนทุกแห่งไม่ว่าจะลำบากเพียงใดก็ตาม
“เชอะ...คนโปรดงั้นหรือ...หากฝ่าบาทโปรดปรานจริงดังคำว่าเหตุใดชายผู้นั้นยังเป็นได้แค่ขุนนางขั้นเจ็ดอยู่อีกเล่า”
“ท่านพ่อ...เหตุใดท่านกล่าวเช่นนี้เล่า” จางหมินเย่วลุกขึ้นยืนพร้อมมองหน้าบิดาอย่างไม่พอใจ “ข้าไม่สนว่าใต้เท้าซ่งจะเป็นขุนนางขั้นใด ข้ารักใต้เท้าซ่ง ข้าต้องการแต่งงานกับเขา”
น้ำเสียงที่ดื้อรั้นเอาแต่ใจและไม่ยอมรับฟัง กับท่าทางที่แข็งข้อขึ้นมาอย่างไม่ลดละ ทำให้จางเหวิ่นชิงไม่อาจระงับอารมณ์ได้อีก เขายกมือขึ้นตบหน้าจางหมินเย่วไปหนึ่งทีด้วยความโมโห
ใบหน้าของจางหมินเย่วสะบัดไปตามแรงกระทบที่ได้รับจากฝ่ามือหนา ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ตั้งแต่เล็กจนโตบิดาของตนเอาใจจางหมินเย่วแทบทุกสิ่ง สิ่งที่ใดที่นางต้องการล้วนถูกจัดสรรให้มากองตรงหน้าอย่างไม่มีลังเล นี่จึงนับเป็นครั้งแรกในชีวิตที่จางเหวิ่นชิงถึงกับลงมือทำร้ายจางหมินเย่วรุนแรงถึงเพียงนี้ แก้มของนางปรากฏรอยแดงเรื่อขึ้นเป็นริ้วจากฝ่ามือที่สัมผัส
จางหมินเย่วยกมือขึ้นกุมใบหน้าของตนพร้อมกับหันหน้าไปประจันหน้ากับบิดาของตน สายตาจ้องมองจางเหวิ่นชิงตาเขม็งฉายความโกรธเคืองออกมาอย่างเห็นได้ชัด
จางเหวิ่นชิงเองก็ถึงกับตกใจกับการกระทำอันวู่วามของตนเอง แต่เพราะความขัดเคืองใจที่มีทำให้เขายังคงรักษาอาการเอาไว้นิ่ง
“ไม่ว่าอย่างใดหนนี้ข้ามิยินยอมให้เจ้าทำตามอำเภอใจเป็นอันขาด” จางเหวิ่นชิงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
“ไม่ว่าท่านพ่อจะพูดสิ่งใด ข้าก็ขอยืนยัน...ข้าจะแต่งงานกับใต้เท้าซ่งเพียงผู้เดียวเท่านั้น หากท่านพ่อไม่ยินยอม ข้าจะหนีตามใต้เท้าซ่งไปเสียให้ได้ทีเดียว”
คำกล่าวมาดมั่นทั้งยังแฝงคำข่มขู่ของจางหมินเย่ว ทำเอาจางเหวิ่นชิงถึงกับเลือดขึ้นหน้า “เจ้า....”
บทล่าสุด
#70 บทที่ 70 ตอนพิเศษ 2 ปลายทาง
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#69 บทที่ 69 ตอนพิเศษ 1 เพียงเงา
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#68 บทที่ 68 ฟ้าหลังฝน
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#67 บทที่ 67 ท่านยอมรับความจริงเถิด
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#66 บทที่ 66 ข้ามิอาจให้ท่านทำร้ายได้อีก
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#65 บทที่ 65 น้อยเนื้อต่ำใจ
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#64 บทที่ 64 ทวงสัญญา
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#63 บทที่ 63 จนมุม
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#62 บทที่ 62 ผิดแผน
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#61 บทที่ 61 เป็นไปไม่ได้
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026
คุณอาจชอบ 😍
กับดักรักท่านประธาน
กับดักรักท่านประธานจอมหวง
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
พยาบาลที่รักของนายจอมเหวี่ยง
"แหม ผู้ชายเพอร์เฟกต์ดูแลตัวเองได้มันจืดชืดจะตายค่ะ มะลิชอบดูแลคนไข้ดื้อๆ ปากแข็งแบบคุณคิรินมากกว่า... ท้าทายดี!"
ใครจะไปคิดว่า 'คิริน' ท่านประธานจอมเหวี่ยงที่เอาแต่ขังตัวเองในห้องและไล่พยาบาลออกเป็นว่าเล่น จะต้องมายอมสิ้นฤทธิ์ให้พยาบาลจบใหม่หน้ามึนอย่าง 'มะลิ'
จากที่ตั้งป้อมเกลียดชัง ทำไปทำมา... กำแพงที่กั้นไว้กลับพังทลายไม่มีชิ้นดี
และจากคนไข้ปากร้ายที่เอาแต่ไล่ตะเพิดเธอในวันนั้น กลายเป็นคนไข้สายรุกที่ขยันชวนพยาบาลส่วนตัวทำ 'กายภาพบำบัด' บนเตียงทุกคืนไปซะได้
คลั่งรักแค่เธอ (มาวิน X อบิเกล)
ปากบอกไม่รักไม่ชอบ แค่ของเล่นที่ยังไม่เบื่อแต่ตามติดเป็นเงาแบบนี้เขาเรียกว่าอะไรกัน
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”













