บทนำ
หนึ่งสาวร้าย ก็ปากไม่ได้จัดสักเท่าไหร่นะ แค่มีคนพูดลับหลังว่าเลี้ยงสุนัขไว้หรือเปล่าเท่านั้นเอง
หนึ่งหนุ่มหล่อ...หล่อมาก หน้าตาคมเข้ม การแต่งกายก็เริดหรูดูดี(หรือเปล่าไม่แน่ใจ) ที่หลายครั้งถูกเรียกหลับหลังว่าคุณสำอาง
เมื่อสองหนุ่มสาวมาเจอกัน ศึกนี้ใครจะชนะ?
บท 1
เสียงประตูห้องพักเปิดออก ทำให้คนที่นอนหงุดหงิดอยู่บนเตียง เพราะเคลื่อนไหวร่างกายไม่สะดวก ด้วยขาขวาถูกพันไว้ด้วยเฝือกพลาสติกเพื่อช่วยพยุงกระดูกที่ร้าวอยู่ไม่ให้เคลื่อนที่ผิดรูป อันเนื่องมาตอนที่รถไปชนเข้ากับต้นไม้นั้น ตัวเธอได้กระแทกเข้ากับขอบประตูอย่างรุนแรง ยังดีว่ากระจกที่แตกร้าวไม่กระเด็นมาบาดตามผิวให้เป็นรอยแผลอันน่าเกลียด ส่วนขานี่...เธอไม่แน่ใจเหมือนกันว่าไปโดนอะไรมาถึงได้แตกร้าวจนต้องเข้าเฝือกนานแรมเดือนแบบนี้ จะเดินจะเหินก็ไม่สะดวกเอาเสียเลย
ใบหน้านวลผ่องเรียวรูปไข่ค่อนไปทางซีดแย้มยิ้มอย่างเริงร่า ดวงตาเบิกกว้างอย่างยินดี เมื่อเห็นหน้าคนมาเยี่ยมในวันนี้ คนซึ่งเธออยากเจอหน้าที่สุดคนหนึ่งนับรองจากมารดา แต่รู้ดีว่าอีกฝ่ายนะยุ่งมากถึงมากที่สุด หน้าที่การงานและภาระอันหนักอึ้งที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องงาน จนแทบไม่มีเวลาพักผ่อนด้วยซ้ำ แต่ในวันนี้เขาโผล่หน้ามาหาเธอได้ อยากจะลุกขึ้นกระโดนไปโอบแขนรอบคอแล้วกดจมูกบนแก้มสากด้วยไรเคราเขียวเป็นปื้นสักสองสามฟอน แต่ก็ทำได้เพียงแค่ขยับพลิกตัวที่ก็เคล็ดขัดยอกแปลบๆ ไปทั่วร่าง
“พี่ใหญ่! ดีใจจังเลยคะที่พี่ใหญ่มาเยี่ยม” เปรมมิกาเอ่ยพูดเสียงใสแจ๋ว ตื่นเต้นและยินดีอย่างยิ่งที่ได้เห็นหน้าพี่ชายต่างบิดา คนซึ่งเธอรักไม่น้อยกว่ามารดาผู้ให้กำเนิด
มือเล็กยื่นไปหาอีกฝ่ายเพราะต้องการได้กำลังใจเล็กๆ น้อยๆ จากผู้เป็นพี่ชายพร้อมกับน้ำตาเอ่อล้นไหลคลอเบ้าอย่างอดกลั้นเอาไว้ไม่ได้ เมื่อได้เห็นคนที่หวังดีกับเธอจริง ๆ ไม่ใช่ต่อหน้าคือหวังดี ปากบอกว่ามาเยี่ยม แต่ไม่เคยมีใครสักคนที่จะถามไถ่เรื่องอาการเลยสักนิด มีแต่จะต่อว่าต่อขานที่เธอทำให้ครอบครัวอับอายขายขี้หน้า มิหนำซ้ำลับหลังยังพูดจานิทาว่าร้าย ไม่เคยหยุดพูดจาดูถูกหยามเหยียดให้เจ็บไปถึงหัวใจ อึดอัดจนอยากจะร้องไห้เสียก็หลายครั้ง แต่พอเห็นหน้าเศร้าเหงาของแม่ ทำเอาน้ำตาที่ควรจะไหลออกมาข้างนอกกลับไหลย้อนกลับเข้าไปข้างในแทน ทว่าตอนนี้...เธอปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาได้อย่างไม่ต้องกักเก็บอีกแล้ว
“ยังไงละเรา ดูหน้าตาสดชื่นแจ่มใสขึ้นแล้วนี่” ผู้ที่ถูกเรียกว่า “พี่ใหญ่” เอ่ยทักด้วยใบหน้าที่แย้มยิ้มซึ่งน้อยคนนักที่จะได้เห็น กายหนาแกร่งเดินไปที่หยุดริมขอบเตียง กวาดสายตามองไปทั่วร่างแบบบางในชุดคนไข้ของโรงพยาบาลอย่างโล่งไปทั้งทรวงเหมือนกับยกภูเขาอก เมื่อเห็นว่าน้องสาวบาดเจ็บเพียงแค่ภายนอกจริงๆ
“นึกยังไงถึงเอาตัวไปวัดถนนแบบนั้น อยากรู้มากนักหรือไง ไอ้พื้นถนนนั่นมันหนาเท่าไหร่” ชายหนุ่มถามประชดประชัน มือแกร่งยื่นไปทาบบนศีรษะทุย เขย่ายีผมนุ่มสลวยจนฟูสยาย
“แล้วเป็นยังไงบ้างล่ะ วัดแล้วคุ้มไหม จะไปวัดอีกเมื่อไหร่ก็ช่วยบอกด้วยนะ คราวนี้พี่จะได้ส่งปอเต็กตึ้งไปคอยเก็บศพ”
อื้อฮื้อ...พี่ชายฉัน เล่นถามกันแบบนี้เลยนะ แทนที่จะถามว่าเธอเป็นยังไง เจ็บตรงไหนบ้าง ไม่มีเสียละ แต่ก็นี่แหละ นิสัยพี่ชายเธอ ปากร้ายเอาไว้ก่อน แต่ภายในนะคงเป็นห่วงเธอจะแย่แล้วละ
“พี่ใหญ่ก็ลองขับรถไปชนต้นไม้ดูบ้างซิคะ จะได้รู้ว่าเจ็บหรือว่าไม่เจ็บ” เอาดิ ถามรวนมาเธอก็ตอบรวนกลับไป
“ไม่ละ พี่มันพวกหนังบาง ไม่ปัญญาอ่อนพอจะเอาตัวเองไปวัดความหนาของพื้นถนนกับต้นไม้” ชายหนุ่มตอบแบบจิกกัดตามไปอีกนิด
“แล้วนี่ป้านาทไปไหน ทำไมถึงไม่อยู่ดูแลเราละ” เขาเอ่ยถามถึงนาทฤดีมารดาของอีกฝ่าย เมื่อมองไปแล้วไม่เห็น จะอยู่ในห้องน้ำก็ไม่ใช่ เพราะประตูเปิดอยู่
“แม่หรือคะ เปรมไล่ให้กลับไปบ้านแล้วละ อยู่นี่ก็เอาแต่ร้องไห้ฟูมฟายท่าเดียว ทำเอาเปรมปวดหัวมากกว่าจะรีบหายกลับไปนอนตีพุงที่บ้านอีกค่ะ” แม้จะพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนจะเอือมระอา แต่น้ำเสียงของเปรมมิกากลับเต็มไปด้วยความรักมากมายจนแทบจะล้น แม่เหนื่อยกับการมาเฝ้าดูแลเธอจนไม่ได้หลับได้นอนมาหลายคืนแล้ว ตอนนี้เธอเองก็พอจะช่วยเหลือตัวเองได้แล้ว ก็เลยอยากให้แม่พักผ่อนบ้าง
“พี่ใหญ่ถามถึงแม่ มีอะไรหรือเปล่าคะ” ศีรษะทุยเอียงเล็กน้อยอย่างสงสัย ก็รอยวันพันปี แม่แทบจะไม่พูดกับการันต์เลย แบบว่ากลัวมาดเข้ม ๆ หน้าเรียบเฉยจนเย็นชาและสายตาดุ ๆ ของพี่ชายคนนี้ แม่บอกว่าเห็นทีไรหัวใจจะหยุดเต้นเสียทุกครั้ง แต่เธอมองแล้วไม่เห็นว่ามันจะดุตรงไหน ออกจะน่ามองละไม่ว่า ดวงตาสีสีสนิมแวววาวคงความรู้สึกเฉยชาเป็นเนืองนิตย์ดูมีเสน่ห์ ลึกลับและน่าค้นหาจะตายไป
“เปล่า” สองมือใหญ่สอดในกระเป๋ากางเกง เดินไปหยุดอิงขอบประตูกระจกแก้วใส มองออกไปนอกโรงพยาบาล ถนนเส้นใหญ่มีรถวิ่งขวักไขว่ไปมาอย่างน่าปวดหัว เขาไม่ชอบเข้ามาในกรุงเทพเลย รถติด อากาศไม่บริสุทธิ์ ผู้คนส่วนใหญ่ก็ล้วนแล้วแต่เห็นแก่ตัวและยุ่งอยู่กับเรื่องของตัวเองไม่เคยจะสนใจคนรอบข้าง ลองถามดูว่ารู้จักคนที่อยู่บ้านใกล้เรือนเคียงหรือเปล่า เก้าในสิบหลังคือไม่รู้จัก
“พี่จะได้คุยกับเราสะดวกหน่อย”
“เรื่อง?” เปรมมิกาเอียงศีรษะมองตามร่างแผ่นหลังกว้างอย่างแปลกใจ การันต์ดูเครียดขรึมมาก ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยอยู่เป็นเนืองนิตย์อยู่แล้วยิ่งเรียบเฉยจนเหมือนกับถูกใครบล็อกเอาไว้ด้วยปูนซีเมนต์ นัยน์ตาแข็งกระด้างดุค่อนไปทางน่ากลัวเลยเชียวแหละ ฟันขาวขบกัดกลีบปากนุ่ม คิ้วโก่งขมวดมุ่นเข้าหากันจนเกือบจะผูกเป็นปม ความรู้สึกมันบอก เรื่องที่อีกฝ่ายจะคุยด้วยนั้น เกี่ยวเนื่องกับเรื่องที่เธอประสบอุบัติเหตุนี่แหละ แต่มันเรื่องอะไรหว่า?...
“ที่ไปเมาจนเกิดอุบัติเหตุนะ ไม่ใช่เพราะอกหักรักคุดใช่ไหม”
อื้อฮื้อ...ถามตรงเป๊ะ ไม่อ้อมค้อมเลยพี่เรา ว่าแต่เรื่องที่เธออกเดาะนี่ ขนาดแม่อยู่ด้วยกันทุกวันยังไม่รู้เลยว่าเธอถูกผู้ชายที่คบหากันมาตั้งหลายปีทิ้งไปหาผู้หญิงคนใหม่ แล้วการัตน์รู้ได้ยังไง ใครปากโป้งหว่า? เซ็งจริงๆ เลย พวกพูดมากปากไม่มีหูรูดนี่
เปรมมิกาเบะหน้าอย่างเบื่อหน่าย อย่างนี้นี่เอง ญาติฝั่งบิดาถึงได้รุมประณามว่าเธอทำตัวไม่สมกับเป็นลูกของพ่อเอาเสียเลย ทำเสื่อมเสียวงศ์ตระกูล จนร่ำ ๆ อยากถามไปว่า เรื่องความรักของเธอมันเกี่ยวอะไรกับวงศ์ตระกูล ในเมื่อพวกเขาเหล่านั้นไม่ได้คิดจะนับว่าเธอเป็นญาติอยู่แล้ว และที่สำคัญก็คือว่า เธอไม่ได้ใช้นามสกุลบิดาสักหน่อย เธอเป็นแค่ลูกที่คนในครอบครัวพ่อไม่ต้องการ จนถึงกับรวมหัวกันให้เงินและบังคับให้แม่ไปทำแท้งด้วยซ้ำ แม้แม่จะใจแข็งและต้านเพียงใดก็ยังเพลี่ยงพล้ำเกือบจะถูกจับกรอกยาขับออก ทว่าเธอยังโชคดีที่วันนั้นแม้การัตน์จะอายุน้อยเพียงแค่เจ็ดขวบ แต่เด็กชายตัวน้อยกลับมีความคิดความอ่านเป็นผู้ใหญ่เกินตัว ปกป้องหญิงหัวอ่อนคนหนึ่งไว้จนเธอได้เกิดมา
บทล่าสุด
#112 บทที่ 112 Chapter 112 - จบ
อัปเดตล่าสุด: 1/11/2026#111 บทที่ 111 Chapter 111
อัปเดตล่าสุด: 1/11/2026#110 บทที่ 110 Chapter 110
อัปเดตล่าสุด: 1/11/2026#109 บทที่ 109 Chapter 109
อัปเดตล่าสุด: 1/11/2026#108 บทที่ 108 Chapter 108
อัปเดตล่าสุด: 1/11/2026#107 บทที่ 107 Chapter 107
อัปเดตล่าสุด: 1/11/2026#106 บทที่ 106 Chapter 106
อัปเดตล่าสุด: 1/11/2026#105 บทที่ 105 Chapter 105
อัปเดตล่าสุด: 1/11/2026#104 บทที่ 104 Chapter 104
อัปเดตล่าสุด: 1/11/2026#103 บทที่ 103 Chapter 103
อัปเดตล่าสุด: 1/11/2026
คุณอาจชอบ 😍
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
คลั่งรักเมียแต่ง
"แกไม่ต้องพูดอะไรแล้ว พ่อคิดดีแล้ว"
"นี่คุณพ่อฟั่นเฟือนไปแล้วหรือไงครับ อย่าลืมสิว่าเราทั้งสองเป็นญาติกัน แม้แต่นามสกุลก็ยังใช้นามสกุลเดียวกันเลย"
"เรื่องนั้นลูกไม่ต้องไปใส่ใจ แค่เตรียมตัวรอเป็นเจ้าบ่าวเท่านั้นพอ"
"อะไรวะ!!" ชายหนุ่มแสดงอาการฉุนเฉียวโมโหออกมาต่อหน้าทุกคนที่อยู่ตรงนั้น แบบไม่มีความเกรงใจใครเลย
"พาลุงเข้าห้องได้แล้ว" ทัตเทพ เทพประทาน ชายพิการที่นั่งรถเข็นมาได้หลายปีแล้ว เพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์
"ค่ะคุณลุง" น้ำอิงสาวน้อยที่เติบโตจากบ้านนา ถูกผู้ที่มีศักดิ์เป็นลุงรับมาอุปถัมภ์เลี้ยงดูได้ระยะหนึ่งแล้ว
ที่ทัตเทพอยากให้หลานสาวตัวเองแต่งงานกับลูกชาย เพราะตอนนี้ลูกชายกำลังคบหาอยู่กับผู้หญิงที่ท่านไม่ปลื้ม ทั้งสองมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกันก็จริง แต่มีอยู่คนหนึ่งที่ไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไข
เขาพยายามปฏิเสธพ่อมาโดยตลอด จนถึงวันหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยต้องยอมแต่งงานกับเธอไปก่อน เพราะถูกพ่อขู่ว่าจะยกมรดกทั้งหมดให้กับน้ำอิง
"คุณแทนคุณหยุดนะ!" หญิงสาวที่มีแค่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวพันรอบร่างกายอยู่พยายามดิ้นรนช่วยเหลือตัวเอง
"อยากได้ฉันเป็นผัวไม่ใช่เหรอ ฉันก็กำลังจะทำหน้าที่ผัวอยู่นี่ไง ทำไมต้องบอกให้ฉันหยุดด้วย"
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
พยศรักร้ายนายมาดนิ่ง
“ฉันไม่ได้แอบ”
“แต่เธอได้ยิน”
“ช่วยไม่ได้นายกับแฟนนายอยากจะคุยเรื่องลับๆ ของพวกนายตรงนี้เอง และฉันขอบอกไว้ตรงนี้ว่าไม่ได้แอบฟัง”
“ใครสน” โรมไม่พูดเปล่าแต่มือหนากับหยิบแว่นตาทรงกลมออกจากใบหน้าของคนตัวเล็ก กลิ่นน้ำหอมเจือจางที่ลอยมาแตะจมูกของคนตัวโต ยัยพิษสุนัขบ้านั้นตัวหอมชะมัด สายตาคมคู่ดุจ้องมองใบหน้าสวยใสไร้กรอบแว่นตาอย่างใกล้ชิดพิจารณา ราวกับถูกใบหน้าสวยหวานตรงหน้านั้นต้องมนต์สะกดเข้าอย่างจัง
“แว่นฉันนั้นนายจะเอาไปไหน เอาคืนมานะ”
“รับปากกับฉันว่าเธอจะไม่เอาเรื่องที่ได้ยินไปพูดที่ไหน ห้ามเอาเรื่องของฉันไปเผยแพร่เด็ดขาด” โรมเอ่ยกับคนตรงหน้าเสียงเข้ม
“ทำไมรับไม่ได้ อายเหรอ” นานิลเอ่ยอย่างเชิดหน้า นี้เหรอโรม บริหารปี 3 ที่สาวๆ คลั่งไคล้นักหนา แต่น่าเสียดายหน้าตาก็ดี แต่ไม่คิดจะหน้าตัวเมีย
“ไม่ใช่...เรื่องของเธอ แค่ทำตามที่ฉันสั่ง”
“เป็นใครมาสั่งฉัน” เธอสวนกลับเขาทันที แต่นั้นกับถูกฝ่ามือหนาบิดเข้าที่เอวเล็ก นานิลถึงกับรู้สึกได้
เสน่หาเลขาของมาเฟีย
นักรบ & จอมใจ
เขา…เหมือนกับคนที่มีอะไรอยู่ในใจตลอดเวลา
เธอ…เด็กสาวที่ไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรคในชีวิต
“ช่วยลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไปเถอะค่ะท่านประธาน ถือว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นแล้วกันนะคะ”
อยู่ดีๆ วันหนึ่งเธอก็ดันไปมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับท่านประธานหน้านิ่งสุดแสนจะเย็นชาที่ทำตัวไม่สนโลกอยู่ตลอดเวลาที่เธอทำงานด้วยมาตลอดระยะเวลาสองปี
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
น้องเมียเอามัน (หลายP)
ความสาวน้อยผู้ไร้ประสบการณ์เรื่องเซ็กจึงตกเป็นของพี่เขย เพราะว่าอารมณ์และความอยากพาไป จนเมื่อไปเที่ยวพบกับชายหนุ่มชื่อมังกรที่โปรไฟล์ดีเริศ แต่เหมือนชีวิตสาวน้อยผู้อาภัพ จะไม่ได้เขาเป็นรักสุดท้าย เพราะเห็นธาตุแท้อันน่าขยะแขยงเสียก่อน
เมื่อความผิดหวังบวกความเสียใจ นำพาให้เธอต้องมาพักใจบ้านเพื่อนแล้วก็เจอกับคนที่ไม่อยากเจอ และอยากรู้ความจริงบางอย่างจากมังกร
เพื่อนรักที่แสนดีก็ช่วยเหลือเธอ จนได้รู้ความจริงที่แสนจะวุ่นวาย เพราะมังกรไปแอบแซ่บกับแฟนพี่ชายของเพื่อนสาว แล้วพี่ชายของเพื่อนสาวก็ดันมาชอบเธอ













