บทนำ
บท 1
ฉันวิ่งไปตามโถงทางเดินของมหาวิทยาลัย สัมผัสได้ถึงเหงื่อที่ไหลอาบแผ่นหลังขณะที่เช็กตารางเรียนคาบแรกอย่างร้อนรน การตื่นสายในวันแรกของการเรียนเนี่ย มันเป็นอะไรที่สไตล์ฉันสุดๆ เลย
“เชี่ย เชี่ย เชี่ย!” ฉันสบถกับตัวเองเบาๆ ขณะที่สะดุดขาตัวเองจนหนังสือกองโตหลุดจากมือ ฉันรีบคว้ามันขึ้นมาแล้ววิ่งต่อ หวังลมๆ แล้งๆ ว่าจะไปทันเวลา
ในที่สุดฉันก็เห็นป้ายห้องบรรยาย 301 แล้วพรวดพราดเข้าไปในห้องโดยไม่คิดจะเคาะประตูด้วยซ้ำ ทั้งห้องเงียบกริบ ทุกสายตาจับจ้องมาที่ฉันขณะที่ฉันเดินสะดุดอย่างงุ่มง่ามเพื่อหาที่นั่ง
ชายที่อยู่หน้าห้องซึ่งฉันเดาว่าเป็นอาจารย์ จ้องฉันเขม็งด้วยสีหน้าเรียบตึงราวกับว่าฉันเพิ่งจะบุกเข้าไปขัดจังหวะงานศพพ่อของเขาในชุดแต่งงาน
ฉันหัวเราะแหะๆ พร้อมกับยกมือขึ้นเชิงขอโทษ พยายามทำตัวให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ รู้สึกเหมือนนักศึกษาทุกคนกำลังจ้องมองฉันอยู่จนกระทั่งในที่สุดอาจารย์ก็ยอมพูดขึ้นมา
“อย่างที่ผมกำลังพูดไปก่อนที่จะถูกขัดจังหวะอย่างไม่มีมารยาท” เขาเริ่มพูด พลางชำเลืองมองมาทางฉัน “ผมชื่อศาสตราจารย์แกรี่ และผมจะเป็นอาจารย์สอนวิชาการถ่ายภาพของคุณในเทอมนี้”
ฉันทรุดตัวลงบนเก้าอี้มากขึ้นไปอีก ใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความอับอายกับการมาถึงอย่างซุ่มซ่ามของตัวเอง
“ว้าว เปิดตัวได้เริ่ดมาก! ขนาดเป็นเลสเบี้ยนด้วยกันยังอายแทนเลย” ฉันได้ยินเสียงกระซิบจากข้างๆ เลยหันไปเห็นผู้ชายผมดำตาสีฟ้าเข้มคนหนึ่งกำลังส่งยิ้มเจิดจ้าแบบดาราฮอลลีวูดมาให้
“ว่าไงนะ” ฉันเลิกคิ้ว ประหลาดใจในความใจกล้าของเขา “ใครบอกนายว่าฉันเป็นเลสเบี้ยน”
“โอ๊ย แม่คุณเอ๊ย” เขากรอกตา “เชือกรองเท้าสีรุ้ง? เสื้อเชิ้ตผ้าสักหลาด? แล้วเล็บเธอนี่ไม่ต้องพูดถึงเลยนะ”
“นี่นายสังเกตทั้งหมดนั่นได้ใน 10 วินาทีเลยเหรอ ให้ทายนะ... เกย์ใช่ปะ” ฉันหัวเราะเบาๆ พยายามคลายความตึงเครียด
“เซบาสเตียนต่างหาก” เขาตอบพร้อมกับยื่นมือมาให้ฉันจับ “และจากนี้ไป... เพื่อนซี้ของเธอ”
“เยี่ยมเลย ขั้นแรกสำเร็จไปได้ด้วยดี อย่างน้อยก็มีเพื่อนแล้ว” ฉันพูดขณะจับมือเขาแล้วยกนิ้วโป้งให้
เราทั้งคู่หันกลับไปสนใจอาจารย์ที่กำลังพูดถึงองค์ประกอบพื้นฐานของการถ่ายภาพต่อ ฉันถอนหายใจอย่างโล่งอก
วันนี้มันน่าจะแย่กว่านี้ได้อีกเยอะ การได้เรียนปริญญาด้านการละครเป็นความฝันของฉันมาตลอด และถึงแม้ฉันจะไม่ได้สนใจการถ่ายภาพเป็นพิเศษ แต่มันก็เป็นวิชาพื้นฐานที่ต้องเรียนให้จบในปีแรกของมหาวิทยาลัย
ตั้งแต่เด็กฉันก็หลงใหลในการแสดงแล้ว ฉันไปคัดตัวนักแสดงหลายครั้งและได้เล่นบทเล็กๆ ในโฆษณาทีวีสองสามชิ้น แต่มันก็ยังห่างไกลจากสิ่งที่ฉันอยากทำหรือคนที่ฉันอยากจะเป็น
คาบบรรยายจบเร็วกว่าที่คาดไว้เพราะเป็นแค่การเกริ่นนำ พอมีเวลาว่าง เซบาสเตียนกับฉันเลยตัดสินใจไปหาอะไรดื่มด้วยกันเพื่อทำความรู้จักกันให้มากขึ้น
“แล้วนายตั้งใจจะเรียนเอกอะไรเหรอ” ฉันถามด้วยความอยากรู้จริงๆ
“ฉันอยากเป็นผู้กำกับ เหมือนพี่ชายของฉันน่ะ เขาเป็นฮีโร่ของฉันเลย” เซบาสเตียนตอบ น้ำเสียงเจือความภาคภูมิใจ
“พี่ชายนายคือใครเหรอ” ฉันถาม
"เธอต้องรู้จักเขาแน่ๆ เขาเป็นผู้กำกับชื่อดัง... เอซรา กาเอล" เซบาสเตียนพูดพลางยิ้มจนตาเป็นประกาย
"จริงเหรอ ล้อกันเล่นใช่ไหม!" ฉันอุทาน เอซรา กาเอลเป็นชื่อที่ใครๆ ก็รู้จักในวงการ และการที่เซบาสเตียนเป็นน้องชายของเขาทำเอาฉันอึ้งไปเลย
เซบาสเตียนหัวเราะเบาๆ "งั้นเธอก็รู้จักเขาสินะ ดีเลย"
"รู้จักสิ! เขาทำงานกับโอลิเวีย โลเปซนี่นา เธอเป็นดาราในดวงใจของฉันตั้งแต่ตอนอายุ 12 เลยนะ" ฉันอุทาน นึกถึงนักแสดงสาวสวยที่ครองใจคนไปทั่ว
"ใช่แล้วล่ะ ฉันเจอเธอที่กองถ่ายหลายครั้งแล้ว" เซบาสเตียนพูดพลางหัวเราะเบาๆ
"ไม่จริงน่า! เธอโชคดีสุดๆ ไปเลย! เล่าให้ฟังหน่อยสิว่าตัวจริงเธอเป็นคนยังไง" ฉันกระโดดโลดเต้นด้วยความตื่นเต้น อยากจะฟังเรื่องของเธอใจจะขาด
"อืม ตัวจริงเธอน่าทึ่งมากเลยนะ เธอเป็นคนถ่อมตัว ติดดิน แล้วก็เป็นคนที่คุยด้วยง่ายมากๆ" เซบาสเตียนเล่า และหัวใจของฉันก็เต้นรัวขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น วันนี้มันดีขึ้นเรื่อยๆ จริงๆ
"จริงๆ แล้วฉันอยากเรียนเอกการแสดงก็เพื่อหวังว่าสักวันจะได้มีโอกาสเจอเธอนั่นแหละ" ฉันพูดพลางพิงกำแพงแล้วจิบกาแฟอีกอึก
"อ้อ งั้นเธอก็อยากเป็นนักแสดงสินะ แล้วได้เริ่มงานแสดงบ้างหรือยัง หรือว่ารอให้เรียนจบก่อน" เซบาสเตียนถามด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้นมาทันที
"เคยเล่นบทรองมาบ้างสองสามเรื่อง แต่ก็ไม่ใช่บทที่จะทำให้ฉันได้เข้าใกล้อยู่ในระดับเดียวกับโอลิเวียหรอก" ฉันหัวเราะแหะๆ รู้สึกอายกับบทที่เคยได้รับมานิดหน่อย
"แล้วเธอมีเอเจนซี่สังกัดอยู่ไหม หรือว่าแค่ลองหาลู่ทางด้วยตัวเอง" เซบาสเตียนถาม
"ก็มีเอเจนซี่นะ แต่พวกเขาไม่ค่อยป้อนงานให้ฉันเท่าไหร่ บทที่ได้ก็มีแต่แนวเดิมๆ... ขายหน้าตาอย่างเดียว ไม่ได้ท้าทายความสามารถทางการแสดงเลย ฉันไม่มีปัญญาปฏิเสธงานหรอก แต่ตอนนี้ก็รู้สึกเหมือนตัวเองติดแหง็กอยู่กับงานโฆษณา" ฉันอธิบาย หวังว่าเขาจะเข้าใจความรู้สึกของฉัน
"ฉันเข้าใจเลย เธอดูสวยใสบริสุทธิ์จริงๆ นั่นแหละ" เซบาสเตียนหัวเราะเบาๆ และฉันก็อดรู้สึกดีใจแกมเขินนิดๆ ไม่ได้
"เอาอย่างนี้ไหม" เซบาสเตียนพูด แววตาเป็นประกาย "เอซรากำลังจะเปิดออดิชันซีรีส์เรื่องใหม่ที่พวกเขากำลังจะถ่ายทำกันพอดี ฉันไม่รู้รายละเอียดมากนัก แต่เดี๋ยวฉันบอกได้ว่าเขาออดิชันกันเมื่อไหร่ แล้วเอเจนซี่ของเธอก็ลองติดต่อไปขอรับบทดู"
ฉันตกใจจนเกือบทำกาแฟหก "จริงเหรอ" ฉันอุทานอย่างตื่นเต้น
เซบาสเตียนหัวเราะ "ใช่ แต่เอเจนซี่ของเธอต้องส่งเธอเข้าไปให้ได้นะ บริษัทของพี่เขาน่ะการแข่งขันสูงมาก" เขาพูดด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด
"แค่นี้ก็เกินพอแล้ว ขอบคุณมากจริงๆ นะ!" ฉันร้องเสียงหลงแล้วโผเข้ากอดเขา
"เธอว่าฉันจะมีโอกาสบังเอิญเจอโอลิเวียไหม" ฉันพูดพลางหัวเราะแห้งๆ
"ตอนนี้พี่เขาไม่ได้ทำงานกับเธอแล้วนะ แต่ใครจะไปรู้ล่ะ" เซบาสเตียนพูดพลางเคาะคางตัวเองเบาๆ
"บ้าน่า! ฉันแค่ล้อเล่น ตอนนี้ฉันชักจะประหม่าขึ้นมาจริงๆ แล้วเนี่ย" ฉันพูด รู้สึกกังวลใจ
"ตั้งใจไปออดิชันให้ผ่านก่อนเถอะ แล้วค่อยกังวลเรื่องที่จะบังเอิญเจอดาราในดวงใจของเธอก็ยังไม่สาย" เซบาสเตียนพูดพลางกลอกตาอย่างเหนื่อยหน่าย
"นั่นสินะ เธอพูดถูกเผงเลย ใครจะไปรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง" ฉันพูดพลางยิ้ม พลางสงสัยว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
บทล่าสุด
#89 บทที่ 89
อัปเดตล่าสุด: 4/22/2026#88 บทที่ 88
อัปเดตล่าสุด: 4/22/2026#87 บทที่ 87
อัปเดตล่าสุด: 4/22/2026#86 บทที่ 86
อัปเดตล่าสุด: 4/22/2026#85 บทที่ 85
อัปเดตล่าสุด: 4/22/2026#84 บทที่ 84
อัปเดตล่าสุด: 4/22/2026#83 บทที่ 83
อัปเดตล่าสุด: 4/22/2026#82 บทที่ 82
อัปเดตล่าสุด: 4/22/2026#81 บทที่ 81
อัปเดตล่าสุด: 4/22/2026#80 บทที่ 80
อัปเดตล่าสุด: 4/22/2026
คุณอาจชอบ 😍
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
ร้อนรักคุณอามาเฟีย
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง













