บทนำ
บท 1
บทที่ 1 เว่ยอ้ายเหมย
เสียงน้ำไหลเบา ๆ ของแม่น้ำ กล่อมให้คนที่กำลังเอนหลังอยู่บนโขดหินนั้นเคลิบเคลิ้ม สาวน้อยคนหนึ่งกำลังเอนกายบนโขดหินอย่างสบายใจโดยท่าทางของเธอนั้นไม่สำรวมเลยสักนิดเดียว เท้าสองข้างหย่อนลงมาจากโขดหิน ส่วนมือข้างหนึ่งถือถุงขนมและมืออีกข้างก็หยิบขนมออกมากินอย่างสบายใจ บางครั้งก็หันไปหยิบก้อนหินมาโยนลงไปในน้ำ
ถึงแม้ว่าจะมีใครหลายคนจะคอยเตือนเธอเรื่องนี้ว่า การนอนกินไม่ใช่กิริยาที่ดีนักแต่เธอกลับไม่สนใจ อีกทั้งยังสวนกลับด้วยว่าเธออยากจะทำตัวยังไงมันก็เรื่องของเธอ ทำไมคนอื่นจะต้องมายุ่งด้วย
“อ้ายเหม่ย อาหารเย็นเสร็จแล้ว” เสียงพี่สะใภ้ตะโกนเรียกมาจากริมแม่น้ำเพื่อบอกน้องสามีว่าอาหารเสร็จแล้ว
ทันทีที่ได้ยินเสียงของพี่สะใภ้เรียกตนเองให้ไปกินข้าว เด็กสาวที่กำลังเอนกายหย่อนขาอยู่บนโขดหินอย่างสบายใจก็เด้งตัวลุกพรวดขึ้นมาทันที ก่อนจะพ่นลมออกทางจมูกเล็กน้อย เมื่อนึกได้ว่ากับข้าววันนี้ก็คงจะเป็นผัดผักหรือไม่ก็ผักดองอีกตามเคย
“น่าเบื่อที่สุด กับข้าวมีแต่แบบเดิม ๆ” เธอบ่นเบาๆ เธอยัดขนมชิ้นสุดท้ายใส่ปากแล้วตะโกนออกไป
“เดี๋ยวฉันตามไป” จากนั้นเธอก็กระโดดลงจากโขดหิน ก่อนจะรีบสวมรองเท้าแล้ววิ่งตามพี่สะใภ้ของตนไปตามทางเพื่อกลับบ้าน
ชาวบ้านที่มาตักน้ำบริเวณนี้พอเห็นพฤติกรรมของเด็กสาวต่างก็ส่ายหัวอย่างเอือมระอา จะว่าไปก็น่าสงสารบ้านรองเว่ยไม่น้อย ที่มีลูกสาวไม่เอาไหนอย่างนี้
เว่ยอ้ายเหม่ยเป็นลูกสาวคนเล็กของบ้านรองเว่ย อายุสิบสามปี หากมองเพียงรูปร่างหน้าตาก็ถือว่าเธอเป็นเด็กสาวที่สะสวยและน่าสนใจอยู่ไม่น้อย ถ้าเกิดมีผู้ใหญ่หมู่บ้านอื่นเดินผ่านมาและรู้จักเธออย่างผิวเผินแล้วละก็ ไม่ว่ารายใดก็ต้องชมว่าเธอสวย น่ารักอย่างแน่นอน แต่ผิดกับชาวบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกันที่รู้จักเธอดี ทุกคนต่างก็พากันส่ายหน้าด้วยความเหนื่อยหน่ายใจให้กับเธอทั้งนั้น ไม่เว้นแม้แต่คนบ้านใหญ่เว่ยหรือบ้านเรือนที่อยู่ใกล้เคียงกัน
บ้านเว่ยแบ่งออกเป็นสองบ้าน บ้านใหญ่จะปกครองโดยคุณปู่เว่ยและจะส่งต่อให้ลุงใหญ่ นอกนั้นก็จะมีปู่ ย่า ลุงใหญ่ ป้าสะใภ้ แล้วก็ลูก ๆ ของเขา ส่วนบ้านรองเว่ยก็จะเป็นบ้านของเว่ยอ้ายเหม่ย ซึ่งสมาชิกในครอบครัวจะมีพ่อ แม่ เว่ยอ้ายเหม่ย พี่ชายสองคนและพี่สะใภ้อีกสองคน แล้วก็ยังมีหลานชายกับหลานสาวอีกสองคน
เว่ยอ้ายเหม่ยเป็นหญิงสาวที่ขี้เกียจ ไม่ชอบทำงานบ้านและเอาเปรียบทุกคนในบ้านอยู่เสมอ วันทั้งวันไม่ยอมอยู่ติดบ้านเพราะเธอไม่อยากทำงาน ส่วนมากก็จะออกไปเที่ยวเล่นที่แม่น้ำ บางวันก็เดินเข้าไปในเมืองแม้จะไม่ได้นั่งเกวียนเพราะไม่มีเงินก็ตาม แต่เด็กสาวก็มีความพยายามที่จะเดินเท้าไปแทน เกิดวันไหนฟ้ามืดหรือหิมะตกแล้วทำให้ต้องอยู่บ้าน เด็กสาวก็จะนั่ง ๆ นอน ๆ อยู่เฉย ๆ โดยไม่ทำอะไร มีทำแค่สองสามอย่างคือลุกขึ้นมากินข้าว กินข้าว แล้วก็นอนต่อ
“อ้ายเหม่ย ไปไหนมาจนมืดค่ำ ไม่รู้จักกลับบ้าน นี่คงไปเที่ยวเล่นจนลืมเวลาอีกแล้วสินะ” หลี่ฟางเจียวพูดขึ้นเมื่อเห็นลูกสาวตัวดี เพิ่งจะเดินตามพี่สะใภ้กลับมาบ้าน
“ใช่ค่ะแม่ ไปนั่งเล่นที่ริมแม่น้ำมาค่ะ ที่นั่นเย็นสบายดีนั่งได้ทั้งวัน” เว่ยอ้ายเหม่ยตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน เพราะคิดว่าเธอเองก็ทำแบบนี้เป็นประจำอยู่แล้ว ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน แล้วแม่จะมีโวยวายกับเธอทำไม
“นี่ถ้าพี่สะใภ้ไม่ไปตาม เธอก็คงไม่กลับมาใช่ไหม” เว่ยอู๋ซินพี่ชายคนรองถามเสียงดุเล็กน้อย เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมน้องสาวของตนเองถึงได้มีนิสัยแบบนี้ แต่แล้วอย่างไร ไม่ว่าชาวบ้านจะรังเกียจเว่ยอ้ายเหม่ยแค่ไหน แต่สำหรับเขา อย่างไรอ้ายเหม่ยก็คือน้องสาวเพียงคนเดียวของเขา
“กลับมาสิ ไม่กลับได้ยังไง หิวข้าวจะตาย พี่รองก็ถามแปลก” เด็กสาวตอบกลับพร้อมทำคิ้วขมวดใส่พี่ชาย และคิดว่าพี่ชายถามมาได้อย่างไรคำนี้ หากไม่กลับบ้าน แล้วจะให้เธอไปหาข้าวกินที่ไหนกันล่ะ
“รู้นี่ว่าหิวและต้องกินข้าว แล้วนี่ไม่คิดจะกลับบ้านมาช่วยทำอะไรบ้างหรือยังไง วัน ๆ เอาแต่เที่ยวเล่น ถามจริง ๆ เถอะ ไม่เบื่อบ้างเหรอ ที่มัวแต่เที่ยวและกินกับนอน” เว่ยตงพี่ชายคนโตดุน้องสาวบ้าง เขาเองเริ่มเอือมระอากับน้องสาวคนนี้แล้วเหมือนกัน นับวันนิสัยยิ่งน่ารังเกียจ แต่จะให้ทำยังไงได้ เพราะเธอเป็นน้องสาวคนเดียว เบื่อหน่ายสักแค่ไหนก็ต้องทำเป็นมองผ่าน
เว่ยอ้ายเหม่ยรู้สึกไม่สบอารมณ์นักที่โดนพี่ชายทั้งสองคนตำหนิ แต่เธอก็ไม่ได้ถึงขั้นเดือดร้อนกับคำดุด่าของพี่ชาย แต่ก็อดที่จะโต้ตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจเหมือนกัน
“ที่บ้านก็มีพี่สะใภ้อยู่นี่ ถ้าฉันช่วยก็เท่ากับแย่งงานพี่สะใภ้ทำ ฉันไม่ทำแบบนั้นหรอก ฉันไม่อยากแย่งหน้าที่ใคร เดี๋ยวจะผิดใจกันเปล่า ๆ ”
หลี่ฟางเจียวถอนหายใจครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ของวันนี้ ไม่ว่าใครจะบ่น จะด่า จะว่ากล่าวตักเตือนอย่างไร ก็ไม่สามารถเปลี่ยนเว่ยอ้ายเหม่ยให้เป็นผู้เป็นคนขึ้นมาได้เลย นอกจากไม่ฟังแล้ว ยังเถียงคำไม่ตกฟากจนตอนนี้ชาวบ้านต่างพากันโจษจันกันแล้วว่าลูกสาวบ้านรองเว่ยขี้เกียจสันหลังยาว แถมยังไม่ได้เรื่องอะไรสักอย่าง
แต่เว่ยอ้ายเหม่ยก็ไม่ได้สนใจว่าชาวบ้านจะมองเธอเป็นคนอย่างไร แม้แต่ครอบครัวของเธอเอง เด็กสาวยังไม่สนใจ แล้วนับประสาอะไรกับชาวบ้านและคนอื่นกันล่ะ
“เถียงคำไม่ตกฟากจริงๆ รู้ไหมว่าคนในหมู่บ้านโจษจันถึงเธอว่ายังไงบ้าง เขาว่าเธอขี้เกียจตัวเป็นขน ใครได้แต่งกับเธอคงเป็นคนที่ซวยตลอดชาติ” เว่ยอู๋ซินพูดขึ้นมาอีกครั้ง
“ใครอยากพูดอะไรก็พูดไปสิ พอพูดจนเหนื่อยเดี๋ยวก็หยุดพูดไปเองนั่นแหละ ส่วนฉันนะเหรอ ก็ขอใช้ชีวิตแบบนี้อย่างสบายใจดีกว่า และฉันจะไม่แต่งออกไปไหน ฉันจะอยู่บ้านเราตลอดไป” เธอพูดขึ้นมาพร้อมกับเดินไปนั่งเอนหลังรอกินข้าว
“วันๆ เอาแต่ไปเที่ยวเล่นไม่เบื่อหรือยังไง” เว่ยตงเท้าเอวมองแล้วถามขึ้นอีกครั้ง
“ทำไมต้องเบื่อละพี่ใหญ่ เที่ยวเล่นสบายจะตาย ดีกว่าทำงานจนปวดหลัง เหงื่อโทรมกายตั้งเยอะ” เด็กสาวยังคงตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน
ส่วนคนอื่นเมื่อได้ยินคำตอบนั้นต่างก็พากันส่ายหัวและเดินหนีไปจัดแจงยกอาหารออกมาเพื่อจะได้กินมื้อเย็น จากนั้นก็พากันแยกย้ายไปอาบน้ำก่อนจะเข้านอน
วันต่อมา...
วันนี้เว่ยอ้ายเหมยก็ยังคงมาเที่ยวเล่นที่ริมแม่น้ำเช่นเคย ในขณะที่เธอกำลังจะเคลิ้มหลับเพราะความเย็นสบายอยู่นั้น กลับได้ยินเสียงใครบางคนแว่วเข้าหูพอดี
“อ้ายเหม่ย ลูกสาวฉันจะแต่งงานวันพรุ่งนี้แล้วนะ แล้วเธอล่ะ มีชายหนุ่มมาสนใจบ้างหรือยัง” นางหวังที่อยู่บ้านหลังถัดไปจากบ้านเว่ยพูดขึ้นมา ตอนที่กำลังจะตักน้ำพอดี เมื่อเห็นว่าลูกสาวบ้านรองเว่ยอยู่ตรงนี้เลยเอ่ยถามเหมือนจะโอ้อวดเล็กน้อย
“อือ” เว่ยอ้ายเหม่ยตอบกลับอย่างขอไปที ในใจนั้นเธอกลับคิดว่า ‘เพิ่งจะอายุเท่านี้ จะรีบแต่งงานไปทำไมกัน อยู่บ้านกับพ่อแม่พี่ชาย พี่สะใภ้ ก็ดีอยู่แล้ว’
“อ้าว ไม่คิดจะตื่นตัวบ้างเลยเหรอ อีกไม่กี่ปีก็จะถึงวัยแต่งงานแล้ว ที่พูดเนี่ยก็เพราะหวังดีหรอกนะ ลูกสาวคนอื่นเขาก็มีคนหมายปองกันหมดแล้ว เหลือก็แต่เธอนั่นแหละ มัวแต่ทำตัวไร้สาระไปวันๆ ” นางยังคงพูดต่อ ที่จริงแล้วหล่อนไม่ได้จะหวังดีอะไรกับเว่ยอ้ายเหม่ยหรอก เพียงแต่จะมาอวดว่าลูกสาวตนเองกำลังจะแต่งงานแล้วก็เท่านั้นเอง
เมื่อได้ยินแบบนั้น เว่ยอ้ายเหม่ยจึงขี้เกียจฟังต่อ เนื่องจากเธอเองก็ไม่พอใจที่ป้าหวังคนนี้มารบกวนเวลาพักผ่อนอันสุนทรีของเธอ จึงตอบกลับอย่างตัดบทไปด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “ยินดีด้วยก็แล้วกันนะป้า ป้าไม่ต้องโอ้อวดว่าลูกสาวจะได้แต่งงานอีกหรอก เรื่องนี้คนทั้งหมู่บ้านต่างก็รู้แล้ว ส่วนฉันจะมีคนมาหมายปองหรือไม่ มันก็ไม่เกี่ยวกับป้า พ่อแม่ฉันยังไม่ยุ่ง แล้วป้าเป็นใครถึงมายุ่ง ไป ๆ จะไปไหนก็ไป ฉันจะนอนเล่นต่อ”
นางหวังสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด พร้อมกับข่มอารมณ์โมโหไว้ ก่อนจะหมุนตัวเดินหันหลังกลับบ้านไปตัวเองอย่างอารมณ์เสีย
ส่วนเว่ยอ้ายเหม่ยนั้นก็ยังคงเอนกายแช่เท้าในแม่น้ำอย่างสบายใจต่อ
บทล่าสุด
#90 บทที่ 90 ตอนพิเศษ 3 วางมือแล้วออกท่องเที่ยวกับสามี
อัปเดตล่าสุด: 8/13/2026#89 บทที่ 89 ตอนพิเศษ 2 หลี่เจี๋ยน้อยจะดูแลแม่เอง
อัปเดตล่าสุด: 8/13/2026#88 บทที่ 88 ตอนพิเศษ 1 เรารักกันตอนไหน
อัปเดตล่าสุด: 8/13/2026#87 บทที่ 87 บทส่งท้าย พวกเราจะอยู่เคียงข้างกันไปตลอด
อัปเดตล่าสุด: 8/13/2026#86 บทที่ 86 หยางหลี่เจี๋ย
อัปเดตล่าสุด: 8/13/2026#85 บทที่ 85 ภรรยาของคุณตั้งครรภ์
อัปเดตล่าสุด: 8/13/2026#84 บทที่ 84 รู้สึกไม่สบาย
อัปเดตล่าสุด: 8/13/2026#83 บทที่ 83 สังคมคุณนายทหารที่น่าเบื่อหน่าย
อัปเดตล่าสุด: 8/13/2026#82 บทที่ 82 ชีวิตต้องดำเนินต่อไป
อัปเดตล่าสุด: 8/13/2026#81 บทที่ 81 เริ่มต้นชีวิตคู่ที่เมืองชายแดน
อัปเดตล่าสุด: 8/13/2026
คุณอาจชอบ 😍
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
เพื่อนคนนี้ที่จอมทัพอยากได้ (เซต..วิศวะ)
*** เมื่อเพื่อนสนิทชายหญิงมาอาศัยอยู่ในห้องเดียวกัน มันจะมีคนหนึ่งที่คิดไม่ซื่อ จ้องจะงาบเพื่อนอยู่ตลอด มาลุ้นกันว่าฝ่ายไหนจะเปิดก่อน แล้วคนเปิดก่อนจะได้เปรียบจริงหรือเปล่า? ***
รักระรินใจ
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
คุณหมอ❤️ที่รัก NC18++
"อาหมอกฤษฎิ์"
หนุ่มใหญ่วัย 34 ปี มาเฟียในคราบคุณหมอสูตินรีเวชแห่งโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของประเทศ โหด เหี้ยม รักใครไม่เป็น เปลี่ยนคู่นอนเป็นว่าเล่น สำหรับเขารักแท้ไม่เคยมีรักดีๆ ก็มีให้ใครไม่ได้ แต่สุดท้ายดันมาตกหลุมรักแม่ของลูกอย่างถอนตัวไม่ขึ้น❤️
"เฟียร์สตีนอยู่ดีๆรู้ตัวอีกทีก็มีลูกสาววัย4ขวบแล้วอ่ะครับ แถมแม่ของลูกทำเอาใจเต้นแรงไม่หยุดเลยนี่เรียกว่าตกหลุมรักใช่ไหมครับ"
นลินนิภา อารีย์รักษ์
"ที่รัก"
สาวน้อยวัยแรกแย้มบริสุทธิ์ผุดผ่อง ฐานะยากจนสู้ชีวิต เพราะความจำเป็นทำให้เธอต้องตกเป็นของเขา คนนั้นด้วยความเต็มใจ จนทำให้เธอต้องกลายมาเป็นคุณแม่ยังสาวด้วยวัยเพียง 18 ปี แต่แล้ววันหนึ่งโชคชะตาก็เล่นตลกเหวี่ยงให้เธอกลับมาพบกับเขาคนนั้นอีกครั้ง พ่อของลูกคนที่เธอถวิลหาไม่เคยลืม ❤️
"ตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรก ห่างกันไกลแค่ไหนใจยังคงคิดถึงเธอเสมอ ❤️พ่อของลูก"
หนูน้อยแก้มใส
กมลชนก อารีย์รักษ์
สาวน้อยวัย 4 ขวบ สดใสร่าเริง ฉลาดมาก ซนมาก แสบมาก เซี้ยวมาก เฟียสมาก ใครเห็นเป็นต้องหลงรักในความช่างพูดและขี้อ้อนของน้อง
"ลุงหมอเป็นพ่อขาของแก้มใสเหรอคะ"
หนูเป็นลูกของคุณพ่อกฤษฎิ์กับคุณแม่ที่รักค่ะ
หนูจะเป็นกามเทพตัวจิ๋วที่จะมาแผลงศรให้คุณพ่อกับคุณแม่รักกัน❤️มาเอาใจช่วยหนูกันด้วยนะคะ
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่สายสตรองพร้อมมิติห้างลับยุค80
ยากจน? อดอยาก? ญาติพี่น้องจอมปลิงรังแก?
หึ! ฝันไปเถอะ! เพราะเธอไม่ได้มาตัวเปล่า แต่พกมิติห้างสรรพสินค้าขนาดมหึมาข้ามเวลามาด้วย
ในเมื่อยุคนี้ข้าวยากหมากแพง เธอก็จะใช้ของวิเศษเปิดร้านอาหารที่อร่อยที่สุดโกยเงินเข้ากระเป๋า
ใครกล้ามารังแกครอบครัวเธอ แม่จะฟาดกลับให้ร้องขอชีวิตไม่ทัน
ส่วนสามีที่ใครๆ ก็หาว่าเป็นคนพิการไร้ค่า... ไหงตอนนี้ขากลับมาหายดี แถมยังกลายเป็นพ่อหมาป่าจอมคลั่งรัก ที่พร้อมจะคุกเข่าให้เธอทุกวันได้ล่ะเนี่ย?!
คำเตือน: นิยายเรื่องนี้พระเอกคลั่งรักเมียมาก และนางเอกฟาดศัตรูไม่เลี้ยง!
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
รักไม่หลอก
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย













