บทนำ
บท 1
บทที่ 1 เว่ยอ้ายเหมย
เสียงน้ำไหลเบา ๆ ของแม่น้ำ กล่อมให้คนที่กำลังเอนหลังอยู่บนโขดหินนั้นเคลิบเคลิ้ม สาวน้อยคนหนึ่งกำลังเอนกายบนโขดหินอย่างสบายใจโดยท่าทางของเธอนั้นไม่สำรวมเลยสักนิดเดียว เท้าสองข้างหย่อนลงมาจากโขดหิน ส่วนมือข้างหนึ่งถือถุงขนมและมืออีกข้างก็หยิบขนมออกมากินอย่างสบายใจ บางครั้งก็หันไปหยิบก้อนหินมาโยนลงไปในน้ำ
ถึงแม้ว่าจะมีใครหลายคนจะคอยเตือนเธอเรื่องนี้ว่า การนอนกินไม่ใช่กิริยาที่ดีนักแต่เธอกลับไม่สนใจ อีกทั้งยังสวนกลับด้วยว่าเธออยากจะทำตัวยังไงมันก็เรื่องของเธอ ทำไมคนอื่นจะต้องมายุ่งด้วย
“อ้ายเหม่ย อาหารเย็นเสร็จแล้ว” เสียงพี่สะใภ้ตะโกนเรียกมาจากริมแม่น้ำเพื่อบอกน้องสามีว่าอาหารเสร็จแล้ว
ทันทีที่ได้ยินเสียงของพี่สะใภ้เรียกตนเองให้ไปกินข้าว เด็กสาวที่กำลังเอนกายหย่อนขาอยู่บนโขดหินอย่างสบายใจก็เด้งตัวลุกพรวดขึ้นมาทันที ก่อนจะพ่นลมออกทางจมูกเล็กน้อย เมื่อนึกได้ว่ากับข้าววันนี้ก็คงจะเป็นผัดผักหรือไม่ก็ผักดองอีกตามเคย
“น่าเบื่อที่สุด กับข้าวมีแต่แบบเดิม ๆ” เธอบ่นเบาๆ เธอยัดขนมชิ้นสุดท้ายใส่ปากแล้วตะโกนออกไป
“เดี๋ยวฉันตามไป” จากนั้นเธอก็กระโดดลงจากโขดหิน ก่อนจะรีบสวมรองเท้าแล้ววิ่งตามพี่สะใภ้ของตนไปตามทางเพื่อกลับบ้าน
ชาวบ้านที่มาตักน้ำบริเวณนี้พอเห็นพฤติกรรมของเด็กสาวต่างก็ส่ายหัวอย่างเอือมระอา จะว่าไปก็น่าสงสารบ้านรองเว่ยไม่น้อย ที่มีลูกสาวไม่เอาไหนอย่างนี้
เว่ยอ้ายเหม่ยเป็นลูกสาวคนเล็กของบ้านรองเว่ย อายุสิบสามปี หากมองเพียงรูปร่างหน้าตาก็ถือว่าเธอเป็นเด็กสาวที่สะสวยและน่าสนใจอยู่ไม่น้อย ถ้าเกิดมีผู้ใหญ่หมู่บ้านอื่นเดินผ่านมาและรู้จักเธออย่างผิวเผินแล้วละก็ ไม่ว่ารายใดก็ต้องชมว่าเธอสวย น่ารักอย่างแน่นอน แต่ผิดกับชาวบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกันที่รู้จักเธอดี ทุกคนต่างก็พากันส่ายหน้าด้วยความเหนื่อยหน่ายใจให้กับเธอทั้งนั้น ไม่เว้นแม้แต่คนบ้านใหญ่เว่ยหรือบ้านเรือนที่อยู่ใกล้เคียงกัน
บ้านเว่ยแบ่งออกเป็นสองบ้าน บ้านใหญ่จะปกครองโดยคุณปู่เว่ยและจะส่งต่อให้ลุงใหญ่ นอกนั้นก็จะมีปู่ ย่า ลุงใหญ่ ป้าสะใภ้ แล้วก็ลูก ๆ ของเขา ส่วนบ้านรองเว่ยก็จะเป็นบ้านของเว่ยอ้ายเหม่ย ซึ่งสมาชิกในครอบครัวจะมีพ่อ แม่ เว่ยอ้ายเหม่ย พี่ชายสองคนและพี่สะใภ้อีกสองคน แล้วก็ยังมีหลานชายกับหลานสาวอีกสองคน
เว่ยอ้ายเหม่ยเป็นหญิงสาวที่ขี้เกียจ ไม่ชอบทำงานบ้านและเอาเปรียบทุกคนในบ้านอยู่เสมอ วันทั้งวันไม่ยอมอยู่ติดบ้านเพราะเธอไม่อยากทำงาน ส่วนมากก็จะออกไปเที่ยวเล่นที่แม่น้ำ บางวันก็เดินเข้าไปในเมืองแม้จะไม่ได้นั่งเกวียนเพราะไม่มีเงินก็ตาม แต่เด็กสาวก็มีความพยายามที่จะเดินเท้าไปแทน เกิดวันไหนฟ้ามืดหรือหิมะตกแล้วทำให้ต้องอยู่บ้าน เด็กสาวก็จะนั่ง ๆ นอน ๆ อยู่เฉย ๆ โดยไม่ทำอะไร มีทำแค่สองสามอย่างคือลุกขึ้นมากินข้าว กินข้าว แล้วก็นอนต่อ
“อ้ายเหม่ย ไปไหนมาจนมืดค่ำ ไม่รู้จักกลับบ้าน นี่คงไปเที่ยวเล่นจนลืมเวลาอีกแล้วสินะ” หลี่ฟางเจียวพูดขึ้นเมื่อเห็นลูกสาวตัวดี เพิ่งจะเดินตามพี่สะใภ้กลับมาบ้าน
“ใช่ค่ะแม่ ไปนั่งเล่นที่ริมแม่น้ำมาค่ะ ที่นั่นเย็นสบายดีนั่งได้ทั้งวัน” เว่ยอ้ายเหม่ยตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน เพราะคิดว่าเธอเองก็ทำแบบนี้เป็นประจำอยู่แล้ว ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน แล้วแม่จะมีโวยวายกับเธอทำไม
“นี่ถ้าพี่สะใภ้ไม่ไปตาม เธอก็คงไม่กลับมาใช่ไหม” เว่ยอู๋ซินพี่ชายคนรองถามเสียงดุเล็กน้อย เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมน้องสาวของตนเองถึงได้มีนิสัยแบบนี้ แต่แล้วอย่างไร ไม่ว่าชาวบ้านจะรังเกียจเว่ยอ้ายเหม่ยแค่ไหน แต่สำหรับเขา อย่างไรอ้ายเหม่ยก็คือน้องสาวเพียงคนเดียวของเขา
“กลับมาสิ ไม่กลับได้ยังไง หิวข้าวจะตาย พี่รองก็ถามแปลก” เด็กสาวตอบกลับพร้อมทำคิ้วขมวดใส่พี่ชาย และคิดว่าพี่ชายถามมาได้อย่างไรคำนี้ หากไม่กลับบ้าน แล้วจะให้เธอไปหาข้าวกินที่ไหนกันล่ะ
“รู้นี่ว่าหิวและต้องกินข้าว แล้วนี่ไม่คิดจะกลับบ้านมาช่วยทำอะไรบ้างหรือยังไง วัน ๆ เอาแต่เที่ยวเล่น ถามจริง ๆ เถอะ ไม่เบื่อบ้างเหรอ ที่มัวแต่เที่ยวและกินกับนอน” เว่ยตงพี่ชายคนโตดุน้องสาวบ้าง เขาเองเริ่มเอือมระอากับน้องสาวคนนี้แล้วเหมือนกัน นับวันนิสัยยิ่งน่ารังเกียจ แต่จะให้ทำยังไงได้ เพราะเธอเป็นน้องสาวคนเดียว เบื่อหน่ายสักแค่ไหนก็ต้องทำเป็นมองผ่าน
เว่ยอ้ายเหม่ยรู้สึกไม่สบอารมณ์นักที่โดนพี่ชายทั้งสองคนตำหนิ แต่เธอก็ไม่ได้ถึงขั้นเดือดร้อนกับคำดุด่าของพี่ชาย แต่ก็อดที่จะโต้ตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจเหมือนกัน
“ที่บ้านก็มีพี่สะใภ้อยู่นี่ ถ้าฉันช่วยก็เท่ากับแย่งงานพี่สะใภ้ทำ ฉันไม่ทำแบบนั้นหรอก ฉันไม่อยากแย่งหน้าที่ใคร เดี๋ยวจะผิดใจกันเปล่า ๆ ”
หลี่ฟางเจียวถอนหายใจครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ของวันนี้ ไม่ว่าใครจะบ่น จะด่า จะว่ากล่าวตักเตือนอย่างไร ก็ไม่สามารถเปลี่ยนเว่ยอ้ายเหม่ยให้เป็นผู้เป็นคนขึ้นมาได้เลย นอกจากไม่ฟังแล้ว ยังเถียงคำไม่ตกฟากจนตอนนี้ชาวบ้านต่างพากันโจษจันกันแล้วว่าลูกสาวบ้านรองเว่ยขี้เกียจสันหลังยาว แถมยังไม่ได้เรื่องอะไรสักอย่าง
แต่เว่ยอ้ายเหม่ยก็ไม่ได้สนใจว่าชาวบ้านจะมองเธอเป็นคนอย่างไร แม้แต่ครอบครัวของเธอเอง เด็กสาวยังไม่สนใจ แล้วนับประสาอะไรกับชาวบ้านและคนอื่นกันล่ะ
“เถียงคำไม่ตกฟากจริงๆ รู้ไหมว่าคนในหมู่บ้านโจษจันถึงเธอว่ายังไงบ้าง เขาว่าเธอขี้เกียจตัวเป็นขน ใครได้แต่งกับเธอคงเป็นคนที่ซวยตลอดชาติ” เว่ยอู๋ซินพูดขึ้นมาอีกครั้ง
“ใครอยากพูดอะไรก็พูดไปสิ พอพูดจนเหนื่อยเดี๋ยวก็หยุดพูดไปเองนั่นแหละ ส่วนฉันนะเหรอ ก็ขอใช้ชีวิตแบบนี้อย่างสบายใจดีกว่า และฉันจะไม่แต่งออกไปไหน ฉันจะอยู่บ้านเราตลอดไป” เธอพูดขึ้นมาพร้อมกับเดินไปนั่งเอนหลังรอกินข้าว
“วันๆ เอาแต่ไปเที่ยวเล่นไม่เบื่อหรือยังไง” เว่ยตงเท้าเอวมองแล้วถามขึ้นอีกครั้ง
“ทำไมต้องเบื่อละพี่ใหญ่ เที่ยวเล่นสบายจะตาย ดีกว่าทำงานจนปวดหลัง เหงื่อโทรมกายตั้งเยอะ” เด็กสาวยังคงตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน
ส่วนคนอื่นเมื่อได้ยินคำตอบนั้นต่างก็พากันส่ายหัวและเดินหนีไปจัดแจงยกอาหารออกมาเพื่อจะได้กินมื้อเย็น จากนั้นก็พากันแยกย้ายไปอาบน้ำก่อนจะเข้านอน
วันต่อมา...
วันนี้เว่ยอ้ายเหมยก็ยังคงมาเที่ยวเล่นที่ริมแม่น้ำเช่นเคย ในขณะที่เธอกำลังจะเคลิ้มหลับเพราะความเย็นสบายอยู่นั้น กลับได้ยินเสียงใครบางคนแว่วเข้าหูพอดี
“อ้ายเหม่ย ลูกสาวฉันจะแต่งงานวันพรุ่งนี้แล้วนะ แล้วเธอล่ะ มีชายหนุ่มมาสนใจบ้างหรือยัง” นางหวังที่อยู่บ้านหลังถัดไปจากบ้านเว่ยพูดขึ้นมา ตอนที่กำลังจะตักน้ำพอดี เมื่อเห็นว่าลูกสาวบ้านรองเว่ยอยู่ตรงนี้เลยเอ่ยถามเหมือนจะโอ้อวดเล็กน้อย
“อือ” เว่ยอ้ายเหม่ยตอบกลับอย่างขอไปที ในใจนั้นเธอกลับคิดว่า ‘เพิ่งจะอายุเท่านี้ จะรีบแต่งงานไปทำไมกัน อยู่บ้านกับพ่อแม่พี่ชาย พี่สะใภ้ ก็ดีอยู่แล้ว’
“อ้าว ไม่คิดจะตื่นตัวบ้างเลยเหรอ อีกไม่กี่ปีก็จะถึงวัยแต่งงานแล้ว ที่พูดเนี่ยก็เพราะหวังดีหรอกนะ ลูกสาวคนอื่นเขาก็มีคนหมายปองกันหมดแล้ว เหลือก็แต่เธอนั่นแหละ มัวแต่ทำตัวไร้สาระไปวันๆ ” นางยังคงพูดต่อ ที่จริงแล้วหล่อนไม่ได้จะหวังดีอะไรกับเว่ยอ้ายเหม่ยหรอก เพียงแต่จะมาอวดว่าลูกสาวตนเองกำลังจะแต่งงานแล้วก็เท่านั้นเอง
เมื่อได้ยินแบบนั้น เว่ยอ้ายเหม่ยจึงขี้เกียจฟังต่อ เนื่องจากเธอเองก็ไม่พอใจที่ป้าหวังคนนี้มารบกวนเวลาพักผ่อนอันสุนทรีของเธอ จึงตอบกลับอย่างตัดบทไปด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “ยินดีด้วยก็แล้วกันนะป้า ป้าไม่ต้องโอ้อวดว่าลูกสาวจะได้แต่งงานอีกหรอก เรื่องนี้คนทั้งหมู่บ้านต่างก็รู้แล้ว ส่วนฉันจะมีคนมาหมายปองหรือไม่ มันก็ไม่เกี่ยวกับป้า พ่อแม่ฉันยังไม่ยุ่ง แล้วป้าเป็นใครถึงมายุ่ง ไป ๆ จะไปไหนก็ไป ฉันจะนอนเล่นต่อ”
นางหวังสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด พร้อมกับข่มอารมณ์โมโหไว้ ก่อนจะหมุนตัวเดินหันหลังกลับบ้านไปตัวเองอย่างอารมณ์เสีย
ส่วนเว่ยอ้ายเหม่ยนั้นก็ยังคงเอนกายแช่เท้าในแม่น้ำอย่างสบายใจต่อ
บทล่าสุด
#90 บทที่ 90 ตอนพิเศษ 3 วางมือแล้วออกท่องเที่ยวกับสามี
อัปเดตล่าสุด: 8/13/2026#89 บทที่ 89 ตอนพิเศษ 2 หลี่เจี๋ยน้อยจะดูแลแม่เอง
อัปเดตล่าสุด: 8/13/2026#88 บทที่ 88 ตอนพิเศษ 1 เรารักกันตอนไหน
อัปเดตล่าสุด: 8/13/2026#87 บทที่ 87 บทส่งท้าย พวกเราจะอยู่เคียงข้างกันไปตลอด
อัปเดตล่าสุด: 8/13/2026#86 บทที่ 86 หยางหลี่เจี๋ย
อัปเดตล่าสุด: 8/13/2026#85 บทที่ 85 ภรรยาของคุณตั้งครรภ์
อัปเดตล่าสุด: 8/13/2026#84 บทที่ 84 รู้สึกไม่สบาย
อัปเดตล่าสุด: 8/13/2026#83 บทที่ 83 สังคมคุณนายทหารที่น่าเบื่อหน่าย
อัปเดตล่าสุด: 8/13/2026#82 บทที่ 82 ชีวิตต้องดำเนินต่อไป
อัปเดตล่าสุด: 8/13/2026#81 บทที่ 81 เริ่มต้นชีวิตคู่ที่เมืองชายแดน
อัปเดตล่าสุด: 8/13/2026
คุณอาจชอบ 😍
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
คลั่งไคล้ยัยแฮกเกอร์
แทนที่จะส่งตัวเธอให้ตำรวจ ประธานกู้ผู้ชอบใช้เงินแก้ปัญหา(และหวงของขั้นสุด) กลับโยนเช็คตัวเลขเจ็ดหลักใส่หน้า พร้อมยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้... นั่นคือการจ้างเธอเป็น 'กระสอบทรายระบายอารมณ์ส่วนตัว' แบบผูกขาด ห้ามรับงานอื่น ห้ามมองผู้ชายคนอื่น และห้ามปฏิเสธเมื่อเขาต้องการ!
ภายใต้แว่นตาขอบเงินที่ดูภูมิฐาน เขาคือพญามารจอมเอาแต่ใจที่ดุดันไม่เกรงใจเตียง จนเธอต้องลอบรีวิวสมรรถภาพของเขาในใจเหมือนรีวิวสินค้าในเถาเป่า ปากสั่นร้องไห้บอกว่าไม่ไหว แต่สมองกลับคำนวณทิปค่ากระเป๋าแบรนด์เนมอย่างรวดเร็ว
เมื่อความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วย 'เงินตราและราคะ' ถลำลึกจนเตียงแทบหักทุกคืน งานนี้สายลับสาวหน้าเงินจะกอบโกยกำไรจนคุ้ม หรือจะขาดทุนย่อยยับเพราะเผลอเอาหัวใจไปจำนองให้ท่านประธานกันแน่?
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
เมียเด็กของท่านประธานร้ายรัก
เธอเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานธรรมดา ส่วนเขาคือท่านประธานผู้สูงส่ง เย็นชา และอันตรายเกินกว่าที่หัวใจดวงเล็ก ๆ ของเธอจะรับมือไหว
น้ำขิงไม่เคยคิดเลยว่า การเข้ามาฝึกงานในบริษัทวัฒนากร กรุ๊ป จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลเพราะเพียงคืนเดียว...เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขา
ภูริช วัฒนากร คือผู้ชายที่ใคร ๆ ก็เกรงกลัว
เขาร้าย เขาเย็นชา เขาไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร แต่กับเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ เขากลับทั้งหวง ทั้งหึง ทั้งร้ายกาจ และไม่ยอมปล่อยมือ
“เธอเป็นของฉัน น้ำขิง จำไว้ให้ดี”คำพูดของเขาเหมือนโซ่ตรวนผูกเธอไว้กับความรักที่ทั้งหวาน ทั้งเจ็บ และหนีไม่พ้น
ทว่าเมื่อความลับและคำกล่าวหาร้ายแรงถาโถมเข้ามาผู้ชายที่เคยกอดเธอแน่น กลับเป็นคนเดียวกันที่ทำให้เธอเจ็บจนแทบขาดใจ เธอไม่ได้ต้องการเงินของเขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งเมีย ท่านประธาน เธอต้องการเพียงความเชื่อใจจากผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจแต่เมื่อเขาไม่ฟัง...เธอจึงเลือกจากไป
พร้อมหัวใจที่แตกสลาย และอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ที่เขายังไม่รู้ว่ามีอยู่จริง
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี













