บทนำ
บท 1
บทที่ 1 เว่ยอ้ายเหมย
เสียงน้ำไหลเบา ๆ ของแม่น้ำ กล่อมให้คนที่กำลังเอนหลังอยู่บนโขดหินนั้นเคลิบเคลิ้ม สาวน้อยคนหนึ่งกำลังเอนกายบนโขดหินอย่างสบายใจโดยท่าทางของเธอนั้นไม่สำรวมเลยสักนิดเดียว เท้าสองข้างหย่อนลงมาจากโขดหิน ส่วนมือข้างหนึ่งถือถุงขนมและมืออีกข้างก็หยิบขนมออกมากินอย่างสบายใจ บางครั้งก็หันไปหยิบก้อนหินมาโยนลงไปในน้ำ
ถึงแม้ว่าจะมีใครหลายคนจะคอยเตือนเธอเรื่องนี้ว่า การนอนกินไม่ใช่กิริยาที่ดีนักแต่เธอกลับไม่สนใจ อีกทั้งยังสวนกลับด้วยว่าเธออยากจะทำตัวยังไงมันก็เรื่องของเธอ ทำไมคนอื่นจะต้องมายุ่งด้วย
“อ้ายเหม่ย อาหารเย็นเสร็จแล้ว” เสียงพี่สะใภ้ตะโกนเรียกมาจากริมแม่น้ำเพื่อบอกน้องสามีว่าอาหารเสร็จแล้ว
ทันทีที่ได้ยินเสียงของพี่สะใภ้เรียกตนเองให้ไปกินข้าว เด็กสาวที่กำลังเอนกายหย่อนขาอยู่บนโขดหินอย่างสบายใจก็เด้งตัวลุกพรวดขึ้นมาทันที ก่อนจะพ่นลมออกทางจมูกเล็กน้อย เมื่อนึกได้ว่ากับข้าววันนี้ก็คงจะเป็นผัดผักหรือไม่ก็ผักดองอีกตามเคย
“น่าเบื่อที่สุด กับข้าวมีแต่แบบเดิม ๆ” เธอบ่นเบาๆ เธอยัดขนมชิ้นสุดท้ายใส่ปากแล้วตะโกนออกไป
“เดี๋ยวฉันตามไป” จากนั้นเธอก็กระโดดลงจากโขดหิน ก่อนจะรีบสวมรองเท้าแล้ววิ่งตามพี่สะใภ้ของตนไปตามทางเพื่อกลับบ้าน
ชาวบ้านที่มาตักน้ำบริเวณนี้พอเห็นพฤติกรรมของเด็กสาวต่างก็ส่ายหัวอย่างเอือมระอา จะว่าไปก็น่าสงสารบ้านรองเว่ยไม่น้อย ที่มีลูกสาวไม่เอาไหนอย่างนี้
เว่ยอ้ายเหม่ยเป็นลูกสาวคนเล็กของบ้านรองเว่ย อายุสิบสามปี หากมองเพียงรูปร่างหน้าตาก็ถือว่าเธอเป็นเด็กสาวที่สะสวยและน่าสนใจอยู่ไม่น้อย ถ้าเกิดมีผู้ใหญ่หมู่บ้านอื่นเดินผ่านมาและรู้จักเธออย่างผิวเผินแล้วละก็ ไม่ว่ารายใดก็ต้องชมว่าเธอสวย น่ารักอย่างแน่นอน แต่ผิดกับชาวบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกันที่รู้จักเธอดี ทุกคนต่างก็พากันส่ายหน้าด้วยความเหนื่อยหน่ายใจให้กับเธอทั้งนั้น ไม่เว้นแม้แต่คนบ้านใหญ่เว่ยหรือบ้านเรือนที่อยู่ใกล้เคียงกัน
บ้านเว่ยแบ่งออกเป็นสองบ้าน บ้านใหญ่จะปกครองโดยคุณปู่เว่ยและจะส่งต่อให้ลุงใหญ่ นอกนั้นก็จะมีปู่ ย่า ลุงใหญ่ ป้าสะใภ้ แล้วก็ลูก ๆ ของเขา ส่วนบ้านรองเว่ยก็จะเป็นบ้านของเว่ยอ้ายเหม่ย ซึ่งสมาชิกในครอบครัวจะมีพ่อ แม่ เว่ยอ้ายเหม่ย พี่ชายสองคนและพี่สะใภ้อีกสองคน แล้วก็ยังมีหลานชายกับหลานสาวอีกสองคน
เว่ยอ้ายเหม่ยเป็นหญิงสาวที่ขี้เกียจ ไม่ชอบทำงานบ้านและเอาเปรียบทุกคนในบ้านอยู่เสมอ วันทั้งวันไม่ยอมอยู่ติดบ้านเพราะเธอไม่อยากทำงาน ส่วนมากก็จะออกไปเที่ยวเล่นที่แม่น้ำ บางวันก็เดินเข้าไปในเมืองแม้จะไม่ได้นั่งเกวียนเพราะไม่มีเงินก็ตาม แต่เด็กสาวก็มีความพยายามที่จะเดินเท้าไปแทน เกิดวันไหนฟ้ามืดหรือหิมะตกแล้วทำให้ต้องอยู่บ้าน เด็กสาวก็จะนั่ง ๆ นอน ๆ อยู่เฉย ๆ โดยไม่ทำอะไร มีทำแค่สองสามอย่างคือลุกขึ้นมากินข้าว กินข้าว แล้วก็นอนต่อ
“อ้ายเหม่ย ไปไหนมาจนมืดค่ำ ไม่รู้จักกลับบ้าน นี่คงไปเที่ยวเล่นจนลืมเวลาอีกแล้วสินะ” หลี่ฟางเจียวพูดขึ้นเมื่อเห็นลูกสาวตัวดี เพิ่งจะเดินตามพี่สะใภ้กลับมาบ้าน
“ใช่ค่ะแม่ ไปนั่งเล่นที่ริมแม่น้ำมาค่ะ ที่นั่นเย็นสบายดีนั่งได้ทั้งวัน” เว่ยอ้ายเหม่ยตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน เพราะคิดว่าเธอเองก็ทำแบบนี้เป็นประจำอยู่แล้ว ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน แล้วแม่จะมีโวยวายกับเธอทำไม
“นี่ถ้าพี่สะใภ้ไม่ไปตาม เธอก็คงไม่กลับมาใช่ไหม” เว่ยอู๋ซินพี่ชายคนรองถามเสียงดุเล็กน้อย เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมน้องสาวของตนเองถึงได้มีนิสัยแบบนี้ แต่แล้วอย่างไร ไม่ว่าชาวบ้านจะรังเกียจเว่ยอ้ายเหม่ยแค่ไหน แต่สำหรับเขา อย่างไรอ้ายเหม่ยก็คือน้องสาวเพียงคนเดียวของเขา
“กลับมาสิ ไม่กลับได้ยังไง หิวข้าวจะตาย พี่รองก็ถามแปลก” เด็กสาวตอบกลับพร้อมทำคิ้วขมวดใส่พี่ชาย และคิดว่าพี่ชายถามมาได้อย่างไรคำนี้ หากไม่กลับบ้าน แล้วจะให้เธอไปหาข้าวกินที่ไหนกันล่ะ
“รู้นี่ว่าหิวและต้องกินข้าว แล้วนี่ไม่คิดจะกลับบ้านมาช่วยทำอะไรบ้างหรือยังไง วัน ๆ เอาแต่เที่ยวเล่น ถามจริง ๆ เถอะ ไม่เบื่อบ้างเหรอ ที่มัวแต่เที่ยวและกินกับนอน” เว่ยตงพี่ชายคนโตดุน้องสาวบ้าง เขาเองเริ่มเอือมระอากับน้องสาวคนนี้แล้วเหมือนกัน นับวันนิสัยยิ่งน่ารังเกียจ แต่จะให้ทำยังไงได้ เพราะเธอเป็นน้องสาวคนเดียว เบื่อหน่ายสักแค่ไหนก็ต้องทำเป็นมองผ่าน
เว่ยอ้ายเหม่ยรู้สึกไม่สบอารมณ์นักที่โดนพี่ชายทั้งสองคนตำหนิ แต่เธอก็ไม่ได้ถึงขั้นเดือดร้อนกับคำดุด่าของพี่ชาย แต่ก็อดที่จะโต้ตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจเหมือนกัน
“ที่บ้านก็มีพี่สะใภ้อยู่นี่ ถ้าฉันช่วยก็เท่ากับแย่งงานพี่สะใภ้ทำ ฉันไม่ทำแบบนั้นหรอก ฉันไม่อยากแย่งหน้าที่ใคร เดี๋ยวจะผิดใจกันเปล่า ๆ ”
หลี่ฟางเจียวถอนหายใจครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ของวันนี้ ไม่ว่าใครจะบ่น จะด่า จะว่ากล่าวตักเตือนอย่างไร ก็ไม่สามารถเปลี่ยนเว่ยอ้ายเหม่ยให้เป็นผู้เป็นคนขึ้นมาได้เลย นอกจากไม่ฟังแล้ว ยังเถียงคำไม่ตกฟากจนตอนนี้ชาวบ้านต่างพากันโจษจันกันแล้วว่าลูกสาวบ้านรองเว่ยขี้เกียจสันหลังยาว แถมยังไม่ได้เรื่องอะไรสักอย่าง
แต่เว่ยอ้ายเหม่ยก็ไม่ได้สนใจว่าชาวบ้านจะมองเธอเป็นคนอย่างไร แม้แต่ครอบครัวของเธอเอง เด็กสาวยังไม่สนใจ แล้วนับประสาอะไรกับชาวบ้านและคนอื่นกันล่ะ
“เถียงคำไม่ตกฟากจริงๆ รู้ไหมว่าคนในหมู่บ้านโจษจันถึงเธอว่ายังไงบ้าง เขาว่าเธอขี้เกียจตัวเป็นขน ใครได้แต่งกับเธอคงเป็นคนที่ซวยตลอดชาติ” เว่ยอู๋ซินพูดขึ้นมาอีกครั้ง
“ใครอยากพูดอะไรก็พูดไปสิ พอพูดจนเหนื่อยเดี๋ยวก็หยุดพูดไปเองนั่นแหละ ส่วนฉันนะเหรอ ก็ขอใช้ชีวิตแบบนี้อย่างสบายใจดีกว่า และฉันจะไม่แต่งออกไปไหน ฉันจะอยู่บ้านเราตลอดไป” เธอพูดขึ้นมาพร้อมกับเดินไปนั่งเอนหลังรอกินข้าว
“วันๆ เอาแต่ไปเที่ยวเล่นไม่เบื่อหรือยังไง” เว่ยตงเท้าเอวมองแล้วถามขึ้นอีกครั้ง
“ทำไมต้องเบื่อละพี่ใหญ่ เที่ยวเล่นสบายจะตาย ดีกว่าทำงานจนปวดหลัง เหงื่อโทรมกายตั้งเยอะ” เด็กสาวยังคงตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน
ส่วนคนอื่นเมื่อได้ยินคำตอบนั้นต่างก็พากันส่ายหัวและเดินหนีไปจัดแจงยกอาหารออกมาเพื่อจะได้กินมื้อเย็น จากนั้นก็พากันแยกย้ายไปอาบน้ำก่อนจะเข้านอน
วันต่อมา...
วันนี้เว่ยอ้ายเหมยก็ยังคงมาเที่ยวเล่นที่ริมแม่น้ำเช่นเคย ในขณะที่เธอกำลังจะเคลิ้มหลับเพราะความเย็นสบายอยู่นั้น กลับได้ยินเสียงใครบางคนแว่วเข้าหูพอดี
“อ้ายเหม่ย ลูกสาวฉันจะแต่งงานวันพรุ่งนี้แล้วนะ แล้วเธอล่ะ มีชายหนุ่มมาสนใจบ้างหรือยัง” นางหวังที่อยู่บ้านหลังถัดไปจากบ้านเว่ยพูดขึ้นมา ตอนที่กำลังจะตักน้ำพอดี เมื่อเห็นว่าลูกสาวบ้านรองเว่ยอยู่ตรงนี้เลยเอ่ยถามเหมือนจะโอ้อวดเล็กน้อย
“อือ” เว่ยอ้ายเหม่ยตอบกลับอย่างขอไปที ในใจนั้นเธอกลับคิดว่า ‘เพิ่งจะอายุเท่านี้ จะรีบแต่งงานไปทำไมกัน อยู่บ้านกับพ่อแม่พี่ชาย พี่สะใภ้ ก็ดีอยู่แล้ว’
“อ้าว ไม่คิดจะตื่นตัวบ้างเลยเหรอ อีกไม่กี่ปีก็จะถึงวัยแต่งงานแล้ว ที่พูดเนี่ยก็เพราะหวังดีหรอกนะ ลูกสาวคนอื่นเขาก็มีคนหมายปองกันหมดแล้ว เหลือก็แต่เธอนั่นแหละ มัวแต่ทำตัวไร้สาระไปวันๆ ” นางยังคงพูดต่อ ที่จริงแล้วหล่อนไม่ได้จะหวังดีอะไรกับเว่ยอ้ายเหม่ยหรอก เพียงแต่จะมาอวดว่าลูกสาวตนเองกำลังจะแต่งงานแล้วก็เท่านั้นเอง
เมื่อได้ยินแบบนั้น เว่ยอ้ายเหม่ยจึงขี้เกียจฟังต่อ เนื่องจากเธอเองก็ไม่พอใจที่ป้าหวังคนนี้มารบกวนเวลาพักผ่อนอันสุนทรีของเธอ จึงตอบกลับอย่างตัดบทไปด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “ยินดีด้วยก็แล้วกันนะป้า ป้าไม่ต้องโอ้อวดว่าลูกสาวจะได้แต่งงานอีกหรอก เรื่องนี้คนทั้งหมู่บ้านต่างก็รู้แล้ว ส่วนฉันจะมีคนมาหมายปองหรือไม่ มันก็ไม่เกี่ยวกับป้า พ่อแม่ฉันยังไม่ยุ่ง แล้วป้าเป็นใครถึงมายุ่ง ไป ๆ จะไปไหนก็ไป ฉันจะนอนเล่นต่อ”
นางหวังสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด พร้อมกับข่มอารมณ์โมโหไว้ ก่อนจะหมุนตัวเดินหันหลังกลับบ้านไปตัวเองอย่างอารมณ์เสีย
ส่วนเว่ยอ้ายเหม่ยนั้นก็ยังคงเอนกายแช่เท้าในแม่น้ำอย่างสบายใจต่อ
บทล่าสุด
#90 บทที่ 90 ตอนพิเศษ 3 วางมือแล้วออกท่องเที่ยวกับสามี
อัปเดตล่าสุด: 8/13/2026#89 บทที่ 89 ตอนพิเศษ 2 หลี่เจี๋ยน้อยจะดูแลแม่เอง
อัปเดตล่าสุด: 8/13/2026#88 บทที่ 88 ตอนพิเศษ 1 เรารักกันตอนไหน
อัปเดตล่าสุด: 8/13/2026#87 บทที่ 87 บทส่งท้าย พวกเราจะอยู่เคียงข้างกันไปตลอด
อัปเดตล่าสุด: 8/13/2026#86 บทที่ 86 หยางหลี่เจี๋ย
อัปเดตล่าสุด: 8/13/2026#85 บทที่ 85 ภรรยาของคุณตั้งครรภ์
อัปเดตล่าสุด: 8/13/2026#84 บทที่ 84 รู้สึกไม่สบาย
อัปเดตล่าสุด: 8/13/2026#83 บทที่ 83 สังคมคุณนายทหารที่น่าเบื่อหน่าย
อัปเดตล่าสุด: 8/13/2026#82 บทที่ 82 ชีวิตต้องดำเนินต่อไป
อัปเดตล่าสุด: 8/13/2026#81 บทที่ 81 เริ่มต้นชีวิตคู่ที่เมืองชายแดน
อัปเดตล่าสุด: 8/13/2026
คุณอาจชอบ 😍
คุณหมอ❤️ที่รัก NC18++
"อาหมอกฤษฎิ์"
หนุ่มใหญ่วัย 34 ปี มาเฟียในคราบคุณหมอสูตินรีเวชแห่งโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของประเทศ โหด เหี้ยม รักใครไม่เป็น เปลี่ยนคู่นอนเป็นว่าเล่น สำหรับเขารักแท้ไม่เคยมีรักดีๆ ก็มีให้ใครไม่ได้ แต่สุดท้ายดันมาตกหลุมรักแม่ของลูกอย่างถอนตัวไม่ขึ้น❤️
"เฟียร์สตีนอยู่ดีๆรู้ตัวอีกทีก็มีลูกสาววัย4ขวบแล้วอ่ะครับ แถมแม่ของลูกทำเอาใจเต้นแรงไม่หยุดเลยนี่เรียกว่าตกหลุมรักใช่ไหมครับ"
นลินนิภา อารีย์รักษ์
"ที่รัก"
สาวน้อยวัยแรกแย้มบริสุทธิ์ผุดผ่อง ฐานะยากจนสู้ชีวิต เพราะความจำเป็นทำให้เธอต้องตกเป็นของเขา คนนั้นด้วยความเต็มใจ จนทำให้เธอต้องกลายมาเป็นคุณแม่ยังสาวด้วยวัยเพียง 18 ปี แต่แล้ววันหนึ่งโชคชะตาก็เล่นตลกเหวี่ยงให้เธอกลับมาพบกับเขาคนนั้นอีกครั้ง พ่อของลูกคนที่เธอถวิลหาไม่เคยลืม ❤️
"ตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรก ห่างกันไกลแค่ไหนใจยังคงคิดถึงเธอเสมอ ❤️พ่อของลูก"
หนูน้อยแก้มใส
กมลชนก อารีย์รักษ์
สาวน้อยวัย 4 ขวบ สดใสร่าเริง ฉลาดมาก ซนมาก แสบมาก เซี้ยวมาก เฟียสมาก ใครเห็นเป็นต้องหลงรักในความช่างพูดและขี้อ้อนของน้อง
"ลุงหมอเป็นพ่อขาของแก้มใสเหรอคะ"
หนูเป็นลูกของคุณพ่อกฤษฎิ์กับคุณแม่ที่รักค่ะ
หนูจะเป็นกามเทพตัวจิ๋วที่จะมาแผลงศรให้คุณพ่อกับคุณแม่รักกัน❤️มาเอาใจช่วยหนูกันด้วยนะคะ
ม่านหมอก
BAD PRINCE | พันธะร้ายเจ้าชายรัชทายาท
“ขอเหตุผล“ เจ้าชายมาร์คัสเอ่ยถามภรรยาสาว
“หม่อมฉันอยากได้อิสระเพคะ“ ดวงตาคมจ้องเข้มมองภรรยาอย่างพินิจพิจารณา
“เราจะหย่าก็ต่อเมื่อเราอยากได้สิ่งที่ต้องการ“ เสียงทุ้มเอื้อนเอ่ยพร้อมโคลงแก้ววิสกี้ในมืออย่างใช้ความคิด
“ตรัสมาเลยเพคะว่าพระองค์ต้องการสิ่งใด“
“มีโอรสให้เรา แล้วเรานะปล่อยเจ้าไป“
“…“
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิ”
"ภูวินทร์" แม้จะเป็นศัลยแพทย์ แต่เขากลับเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าที่ใคร ๆ คิดเอาไว้
“ในเมื่อวันนี้คุณหมอไม่พร้อม ก็ยกเลิกงานหมั้นวันนี้ไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นกับพวกคุณนะคะ”
"ศินีนารถ" ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของคู่หมั้น หลังจากที่เขาปล่อยให้งานหมั้นวุ่นวาย เพียบตบเดียวจากเธอ ถึงกับเรียกสติของเขากลับมาทันที
“ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง"
แม้งานหมั้นจะผ่านไปได้วยดี แต่ทว่า.... ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแบบนั้น
ทั้งเรื่องมือที่สาม และความไม่เข้าใจกัน ความดื้อดึงของเธอ เจอกับความเย็นชา เผด็จการและดุดันของเขา
เปลี่ยนคนที่โหดอย่างเขา กลายเป็นเริ่มคลั่งรักเธอ เริ่มขาดไม่ได้ และตามมาด้วยความหึงหวง
ซึ่งเป็นความหึงแบบไม่ธรรมดา ในเมื่อเขาคือ "สายโหด" ความขี้หึง ก็ต้อง "หึงโหด" เช่นกัน
"คู่หมั้นก็ถือเป็นสามีไปแล้วครึ่งหนึ่ง บอกมาว่ามันเป็นใคร แล้วให้มันแตะต้องตรงไหนบ้าง คืนนี้ผมจะลบออกไปให้หมด แล้วอย่าได้ให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องอีก คุณเป็นของผมคนเดียวเข้าใจมั้ย!"
"หมอคะคุณใจเย็น ๆ ก่อน อ๊าา!!!"
"คืนนี้ต่อให้ร้องขอชีวิต ก็อย่าคิดจะคลานลงจากเตียงนี้ไปได้เลย!"
คลั่งรักเมียแต่ง
คำโปรย
เมื่อเขาและเธอต้องมาอยู่ร่วมบ้านหลังเดียวกันในฐานะสามีภรรยา เขาเป็นคนพูดน้อยแถมยังดุ จึงทำให้เธอรู้สึกอึดอัดและน้อยใจอยู่บ่อยๆ
แนะนำตัวละคร
ภูวดล หรือ คุณภูมิ อายุ 32 ปี
เจ้าของสวนองุ่นขนาดใหญ่ เขาหล่อ ทำงานเก่ง พูดน้อย ดุ ชอบทำหน้าเข้ม จนเธอรู้สึกอึดอัด
รัตติกาล หรือ เจ้าขา อายุ 23 ปี
ลูกสาวร้านอาหารแห่งหนึ่งในตัวจังหวัด เธอสวย แต่งตัวแซ่บ ขี้น้อยใจ ชอบคิดเองเออเอง เพราะความอกหักจึงทำให้เธอเลือกที่จะประชด ตกลงรับคำแต่งงานกับใครที่ไหนก็ไม่รู้จัก ที่ผู้ใหญ่หาให้
@@@@@@
โรมานซ์ ฟีลกู๊ดเหมือนเดิม ไม่นอกกาย ไม่นอกใจ แต่เรื่องนี้พระเอกดุหน่อยนะคะโปรดทำใจก่อนอ่าน (แนวบ้านนอก)
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
รักไม่หลอก
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน













