บทนำ
บท 1
“นวลลลลล!”
เสียงทุ้มพร่าตะโกนร้องหาสาวใช้ดังก้องไปทั้งห้อง เมื่อไม่มีเสียงขานรับเขาก็ตะโกนขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
“นวลลล!” แววตาของเขาดูเกรี้ยวกราด เกือบหกโมงเย็นแล้วทำไมเธอยังไม่มาเตรียมข้าวปลาอาหารให้เขาอีก ด้วยความโมโหเจ้าของร่างใหญ่ที่ขยับกายได้เพียงซีกเดียวยื่นมือข้างซ้ายที่ยังพอมีแรงอยู่กวาดข้าวของที่วางอยู่บนโต๊ะฝั่งเดียวกันลงจนหมดเกลี้ยง
เพล้ง!
ข้าวของและเศษแก้วแตกกระจัดกระจายเกลื่อนพื้นห้อง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่กระเถิบกายมาจนสุดเตียงและร่วงลงมากองอยู่ที่พื้น
ตุบ!
“โอ๊ย!”
มือและขาข้างซ้ายที่โดนเศษแก้วทิ่มมีเลือดไหลซิบออกมา
ผู้เป็นแม่ที่เพิ่งอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็รู้สึกตกใจเมื่อได้ยินเสียงดังมาจากห้องลูกชาย
“ตาเชษฐ์!”
อุทานชื่อลูกแล้วพวงแก้วก็รีบสาวเท้าออกจากห้องและรีบวิ่งลงมาชั้นล่างของบ้าน
แกรก! เสียงเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับร่างผู้เป็นแม่
“เกิดอะไรขึ้น” พวงแก้วเอ่ยออกมาด้วยความตกใจเมื่อเห็นลูกชายคนโตนอนอยู่ข้างเตียง “เชษฐ์! เชษฐ์เป็นอะไร” เมื่อรู้ว่าตัวเองพยุงลูกลุกขึ้นคนเดียวไม่ได้จึงเรียกหาสาวใช้ “ขิง! อ้อย! อยู่ไหนมาช่วยฉันหน่อย” พวงแก้วตะโกนเรียกด้วยความร้อนใจ อดแปลกใจว่าเนื้อนวลสาวใช้ประจำตัวของลูกชายหายไปไหน
เกือบนาทีก็ไม่มีใครขานรับพวงแก้วจึงตะเบ็งเสียงขึ้นอีก
“นังขิง! นังอ้อย! พวกแกหายไปไหนกันหมด หรือตายกันหมดแล้ว” พวงแก้วเดินเข้าไปเก็บเศษแก้วออกจากตัวลูกชายในใจรู้สึกโกรธเนื้อนวลจนควันออกหู สุรเชษฐ์รู้สึกเจ็บจนต้องนิ่วหน้า
สองแม่ลูกกำลังทำอาหารในครัวด้วยความสบายใจเมื่อได้ยินเสียงร้องเรียกแหบแห้งจึงหยุดฟัง
“เสียงคุณนายนี่แม่” น้ำขิงบอกแม่
“ใช่เหรอ?” น้ำอ้อยยังได้ยินไม่ค่อยชัดนักเพราะในกระทะยังทอดปลาทับทิมตัวโตเสียงซ่า ๆ
“นังขิง! นังอ้อย!” พวงแก้วตวาดขึ้นอีกเสียงดังลั่นบ้าน
“จริงด้วย เสียงมาจากห้องคุณเชษฐ์” น้ำอ้อยกล่าว ว่าแล้วสองแม่ลูกก็วิ่งหน้าตื่นไปที่ห้องของสุรเชษฐ์
พวงแก้วเดินไปเดินมาในห้องลูกชายอย่างร้อนใจ เธอไม่สามารถพยุงร่างลูกชายตัวเองขึ้นจากพื้นได้
“นังนวลหายหัวไปไหน” พวงแก้วหันมาถามลูกชายด้วยวาจาเกรี้ยวกราด
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ ผมเรียกนานแล้วก็ไม่เห็นเข้ามา” สุรเชษฐ์พูดพลางสูดปากด้วยความเจ็บและเริ่มปวดแขนขาฝั่งที่ยังใช้งานได้
เสียงประตูถูกเปิดเข้ามาพร้อมกับร่างของน้ำอ้อยกับลูกสาว
“คุณนายมีอะไรหรือคะ”
“หูแตกหรือไงเรียกตั้งนานทำไมไม่ได้ยิน” พวงแก้วว่าให้คนใช้ทั้งสองด้วยแววตาดุดัน
“เอ่อ…ฉันกับขิงทำกับข้าวอยู่ในครัวก็เลยไม่ได้ยินค่ะ” น้ำอ้อยอธิบายเสียงอ้อมแอ้ม ครัวอยู่ปีกบ้านฝั่งตะวันตกส่วนห้องของสุรเชษฐ์อยู่ปีกบ้านฝั่งตะวันออก พอปิดห้องแล้วก็เลยไม่ค่อยได้ยินเสียง สายตาปราดมองเห็นเจ้านายที่นอนอยู่บนพื้นก็ต้องตาโต “คุณเชษฐ์ ไปนอนอะไรอยู่ตรงนั้นคะ” น้ำอ้อยปรี่เข้าไปพยุงร่างสุรเชษฐ์ขึ้นพร้อมกับลูกสาวคนละข้าง
“แล้วนวลมันหายไปไหนทำไมปล่อยให้ลูกชายฉันอยู่คนเดียว”
น้ำอ้อยยังไม่ได้ตอบเพราะกำลังจะหามร่างสูงใหญ่ของเจ้านายหนุ่มขึ้นบนเตียงนอนอีกครั้ง “หนึ่ง สอง สาม…อึ๊บ” ทั้งสองหามสุรเชษฐ์ขึ้นบนเตียงหน้าดำหน้าแดง
น้ำอ้อยไปหยิบสำลีและน้ำยาล้างแผลมาเช็ดแผลให้เขา
“มันแอบไปอู้ที่ไหนบอกฉันมา” พวงแก้วยังไม่จบง่าย ๆ อุตส่าห์ซื้อมาด้วยเงินราคาแพงแต่เนื้อนวลกลับทำหน้าที่บกพร่อง
“เอ่อ…” น้ำอ้อยอึกอักส่วนน้ำขิงเอาแต่ยืนก้มหน้า
“เกิดอะไรขึ้นครับแม่” สุรศักดิ์และภรรยากับลูกชายและหลานสาวรีบวิ่งมาจากลานหน้าบ้านเมื่อได้ยินเสียงแม่ร้องตะโกนเสียงดัง
“คุณพ่อ!” วนิดาลูกสาววัยแปดขวบวิ่งเข้าไปหาผู้เป็นพ่อ
“ฉันถามแกไม่ได้ยินหรือไง” พวงแก้วไม่สนใจตอบลูกชายอีกคน แต่กลับหันไปถามน้ำอ้อยต่อ
“เอ่อ…นวลไปเข็นน้ำค่ะ”
“ทำไมต้องไป ในเมื่อไม่ใช่หน้าที่ของมัน” สุรเชษฐ์ถามเสียงขุ่น
“นวลมันอาสาไปเองค่ะ สงสัยขี้เกียจดูแลคุณเชษฐ์” น้ำขิงเอ่ยขึ้นเมื่อสบโอกาสที่จะใส่ร้ายเนื้อนวล
สุรเชษฐ์ได้ยินก็ขบกรามจนเป็นสันนูนด้วยความโกรธ
“นังนวล!” พวงแก้วเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันชื่อเนื้อนวลออกมา “วันนี้ไม่ต้องให้มันกินข้าวเย็น”
“ค่ะ” น้ำอ้อยรับคำคุณนายแล้วหันไปส่งยิ้มให้ลูกสาว
“คุณแม่ครับ ยังไงนวลก็ทำงานนะครับ” สุรศักดิ์แย้งขึ้น จะไม่ให้เธอรับประทานอาหารเย็นได้อย่างไร ถึงเธอจะไม่ได้ดูแลสุรเชษฐ์อย่างไรเนื้อนวลก็ยังไปเข็นน้ำคนเดียวซึ่งก็ถือว่าเป็นงานหนักเหมือนกัน
“แกไม่ต้องมายุ่ง” พวงแก้วหันไปต่อว่าลูกชายคนรอง จากนั้นก็สั่งน้ำขิง “ไปเอาผ้ามาเช็ดตัวให้คุณเชษฐ์”
“ไม่ต้องครับ งานใครคนนั้นก็ต้องรับผิดชอบ” สุรเชษฐ์กล่าวห้ามแม่ ในใจรู้สึกโกรธเนื้อนวลจนตัวสั่น
พวงแก้วยังไม่ทันพูดอะไรก็มีเสียงชาวบ้านผู้ชายมาร้องเรียกอยู่หน้าบ้าน “คุณนายพวง!”
ทุกคนที่อยู่ในห้องนั้นจึงเดินออกมาดู ปล่อยให้สุรเชษฐ์นอนอยู่ในห้องเพียงลำพัง
เดินออกมาหน้าบ้านจึงรู้ว่าเป็นเสียงของคำผาที่อยู่ข้างบ้านนั่นเอง
“มีอะไรเหรือตาผา” พวงแก้วถามเพื่อนบ้านที่ไม่ค่อยถูกกันนักออกไป
“หวายวิ่งมาบอกว่านวลนอนสลบอยู่ริมฝายเก็บน้ำแน่ะ คุณนายให้คนไปดูมันหน่อยสิ” เมื่อสักครู่กอหวายลูกสาวคนเล็กของคำผาวิ่งจากฝายเก็บน้ำมาบอกว่าเนื้อนวลไปเข็นน้ำแล้วเป็นลมอยู่ริมฝายเก็บน้ำ คำผาจึงรีบมาบอกพวงแก้ว
“สลบเหรอ?” พวงแก้วเอ่ยเสียงเบา ทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นใบหน้าเผือดสีไปตาม ๆ กัน
บทล่าสุด
#105 บทที่ 105 ทำบุญร่วมกัน (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 8/25/2026#104 บทที่ 104 มีมากก็ให้มาก
อัปเดตล่าสุด: 8/25/2026#103 บทที่ 103 ไปดีแล้ว
อัปเดตล่าสุด: 8/25/2026#102 บทที่ 102 รอให้ลูกหลับก่อน
อัปเดตล่าสุด: 8/25/2026#101 บทที่ 101 แพ้อาหาร
อัปเดตล่าสุด: 8/25/2026#100 บทที่ 100 ลูกคนแรก
อัปเดตล่าสุด: 8/25/2026#99 บทที่ 99 อะไรยังไง
อัปเดตล่าสุด: 8/25/2026#98 บทที่ 98 แวะเอาของมาให้
อัปเดตล่าสุด: 8/25/2026#97 บทที่ 97 ครั้งแรกก็อายแบบนี้แหละ
อัปเดตล่าสุด: 8/25/2026#96 บทที่ 96 สู่ขอ
อัปเดตล่าสุด: 8/25/2026
คุณอาจชอบ 😍
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
บ่วงรักจำเลยแค้นรุ่นพี่ไร้ใจ
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
ดวงใจอัสวัส
เขา... คือทายาทนักธุรกิจหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบ มีทุกอย่างในชีวิต ยกเว้นคนที่จะรักเขาจากหัวใจจริง
ในวันที่หัวใจของเขาแหลกสลาย เพราะถูกคนรักทรยศเพื่อเงิน เธอได้แต่ยืนมองอยู่ห่าง ๆ โดยไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะปลอบโยน
เมื่อโชคชะตาพาให้คนทั้งสองได้ใกล้ชิดกัน ความรักค่อย ๆ ผลิบาน ทว่าความต่างของฐานะ กลับกลายเป็นกำแพงใหญ่ที่ไม่มีใครคาดคิด
แม่ของเขา... ใช้เงินซื้อการจากลา
เพื่อนสนิทของเธอ... หักหลังเพื่อแย่งผู้ชายคนเดียวกัน
ส่วนเขา... เข้าใจว่าเธอทรยศ เลือกเงินมากกว่าความรัก จึงเฝ้าเกลียดชังและแก้แค้นผู้หญิงที่เคยเป็นดั่งดวงใจ
ห้าปีต่อมา...
โชคชะตานำพาเธอกลับมายืนตรงหน้าเขาอีกครั้ง ในฐานะเพียงลูกจ้างคนหนึ่งของไร่
เขาจ้างเธอไว้เพื่อแก้แค้น
เธอยอมทนทุกอย่างเพื่อความอยู่รอดของครอบครัว
แต่ไม่มีใครรู้ว่า... ผู้หญิงที่เขาเหยียบย่ำ คือคนเดียวกับที่ยังรักเขาหมดหัวใจ
และไม่มีใครรู้เช่นกันว่า... เมื่อความจริงทั้งหมดถูกเปิดเผย คนที่เจ็บปวดที่สุด อาจไม่ใช่เธอ... แต่เป็นเขา
ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่สายสตรองพร้อมมิติห้างลับยุค80
ยากจน? อดอยาก? ญาติพี่น้องจอมปลิงรังแก?
หึ! ฝันไปเถอะ! เพราะเธอไม่ได้มาตัวเปล่า แต่พกมิติห้างสรรพสินค้าขนาดมหึมาข้ามเวลามาด้วย
ในเมื่อยุคนี้ข้าวยากหมากแพง เธอก็จะใช้ของวิเศษเปิดร้านอาหารที่อร่อยที่สุดโกยเงินเข้ากระเป๋า
ใครกล้ามารังแกครอบครัวเธอ แม่จะฟาดกลับให้ร้องขอชีวิตไม่ทัน
ส่วนสามีที่ใครๆ ก็หาว่าเป็นคนพิการไร้ค่า... ไหงตอนนี้ขากลับมาหายดี แถมยังกลายเป็นพ่อหมาป่าจอมคลั่งรัก ที่พร้อมจะคุกเข่าให้เธอทุกวันได้ล่ะเนี่ย?!
คำเตือน: นิยายเรื่องนี้พระเอกคลั่งรักเมียมาก และนางเอกฟาดศัตรูไม่เลี้ยง!
รักระรินใจ
รักไม่หลอก
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
BAD PRINCE | พันธะร้ายเจ้าชายรัชทายาท
“ขอเหตุผล“ เจ้าชายมาร์คัสเอ่ยถามภรรยาสาว
“หม่อมฉันอยากได้อิสระเพคะ“ ดวงตาคมจ้องเข้มมองภรรยาอย่างพินิจพิจารณา
“เราจะหย่าก็ต่อเมื่อเราอยากได้สิ่งที่ต้องการ“ เสียงทุ้มเอื้อนเอ่ยพร้อมโคลงแก้ววิสกี้ในมืออย่างใช้ความคิด
“ตรัสมาเลยเพคะว่าพระองค์ต้องการสิ่งใด“
“มีโอรสให้เรา แล้วเรานะปล่อยเจ้าไป“
“…“
เจ้าสาวนอกปรารถนา
จู่ ๆ วันหนึ่งเขาเดินเข้ามาบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า ‘ทำผู้หญิงคนอื่นท้อง’ พร้อมยื่นคำขาดว่า… หากรับไม่ได้ก็เซ็นใบหย่าแล้วไสหัวไป แต่ถ้าอยากรักษาตำแหน่งภรรยาแต่งเอาไว้ ก็จงยอมรับสภาพการใช้ชีวิตแบบ ‘สามคนผัวเมีย’ ในบ้านหลังนี้ซะ!
วันนี้หญิงสาวจึงต้องตัดสินใจ เธอจะยอมก้มหน้ารับความอดสู หรือจะลุกขึ้นสู้เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีและเดินออกจากกรงขังไร้รักแห่งนี้ด้วยตัวเอง













