บทนำ
บท 1
ตอนที่ 1 แผลเก่า
นาฬิกาตรงตำแหน่งหัวเตียงสะท้อนแสงสีขาวสว่างบอกให้รู้ว่าเวลานี้ เหลืออีกแค่ไม่กี่ชั่วโมงพระอาทิตย์จะโผล่พ้นยอดตึกขึ้นมาปลุกเขาให้ลุกขึ้นไปทำงานตามเวลาปกติอย่างทุกวัน หากแต่ตอนนี้เสียงโทรศัพท์จากสายเรียกเข้าเบอร์ปริศนา กลับดังขึ้นมาลากเขาขึ้นมาจากความฝันอันแสนหวาน ตัวเลขมากกว่าสิบหลักอันหมายถึงเจ้าของเบอร์อาจอยู่ห่างไกลไปอีกซีกโลกนั้นกระตุกหัวคิ้วของหนุ่มใหญ่ลูกครึ่งอเมริกันวัยสี่สิบปีให้กดเข้าหากัน ปลายนิ้วเรียวถูกยกขึ้นมานวดคลึงกระบอกตาเบาๆ พร้อมกับหน้าจอโทรศัพท์สีสว่างถูกดึงให้ขยับเข้ามาใกล้มากขึ้น เจ้าของเครื่องยังคงพยายามคัดกรองความจำว่าเบอร์โทรที่แสดงอยู่นั้นเป็นของคนที่รู้จักหรือไม่
จิมมี่ : ................ // ปลายนิ้วปัดหน้าจอโทรศัพท์ไปด้านข้างแล้วยกมันขึ้นมาแนบหู แต่ไม่ได้เอ่ยปากทักทายคำใดออกไป
XXX : จิมมี่... // แค่เพียงเสียงเรียกชื่อเบาๆ ก็ทำเอาหัวใจดวงนี้กระตุกวูบเย็นวาบขึ้นมาในทันที
จิมมี่ : เอริค?
เอริค : ดีใจนะที่คุณยังจำเสียงผมได้... // เสียงเข้มดังลอดผ่านมาจากปลายสายสัญญาณโทรศัพท์
จิมมี่ : ก็ไม่ได้อยากจำเท่าไหร่นักหรอก คุณ...มีธุระสำคัญอะไรหรือเปล่า
สำหรับบางคนหรือบางความสัมพันธ์ แม้ไม่ได้ตั้งใจที่จะจำหรือแม้แต่พยายามตอกย้ำให้ตัวเองลืม น่าแปลกที่สมองและหัวใจมักทรยศหักหลังเราได้อย่างไม่น่าให้อภัย เช่นเดียวกับเสียงทุ้มกังวานที่ปลุกเขาให้ตื่นขึ้นมากลางดึกวันนี้ หนุ่มใหญ่ลูกครึ่งไทยอเมริกันไม่ได้ตื่นเพียงร่างกาย แต่หัวใจและความทรงจำของเขาซึ่งหลับใหลอยู่ภายใต้เงามืดมานานกว่ายี่สิบปี บัดนี้มันได้ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่เต็มใจ
เอริค : ขอโทษที่โทรมารบกวนกลางดึก ตอนนี้...ที่เมืองไทยคงดึกมากแล้วใช่มั้ย
จิมมี่ : ก็...ตีสี่ คุณมีอะไร // ร่างสูงแต่บอบบางต่างจากลักษณะของคนที่มีเชื้อสายความเป็นลูกครึ่งอเมริกันและไทยทั่วไปเพราะจิมมี่นอกจากจะไม่ได้หน้าตาคมคายออกไปทางชาวตะวันตก ยังกระเดียดออกแนวหวานคล้ายหนุ่มเอเชีย เพียงแค่มีรูปร่างสูงโปร่งสะโอดสะองเท่านั้น
เอริค : ลูกชายผม...คือเขาจำเป็นต้องไปอยู่เมืองไทยสักระยะ ผมอยากรบกวนขอให้คุณช่วยดูแลเขาสักพัก...ได้หรือเปล่า
จิมมี่ : ลูกชายของคุณอย่างนั้นเหรอ? // เปลือกตาบางสะบัดเหลือกขึ้นสูง ใบหน้าหล่อเหลาสะบัดมองออกไปนอนหน้าต่างซึ่งเป็นบานกระจกใส สายตาทอดเหม่อออกไปอย่างไร้จุดหมาย ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาจากช่องอกช้าๆ
เอริค : จิมมี่...ผมขอร้อง // เสียงพร่าจากทวีปยุโรปเอ่ยออกมาอย่างวิงวอน
จิมมี่ : ขอโทษนะเอริค พอดีว่า...ผมไม่สะดวก
“รักแรก” ที่ไม่สมหวังแถมยังพังไม่เป็นท่า ตามมาด้วยการเลิกราแยกทาง อันสร้างบาดแผลใหญ่ ซึ่งต่อให้เวลาผ่านไปนานแค่ไหน คนที่ถูกทรยศหักหลังก็คงไม่มีวันลืม จิมมี่หนุ่มใหญ่ลูกครึ่งไทยอเมริกันโยนโทรศัพท์กลับลงไปบนเตียง ก่อนจะขยับลุกขึ้นเดินไปจุดบุหรี่สูบอยู่ตรงสระว่ายน้ำบนปีกระเบียงคอนโดมิเนียมส่วนตัวราคาเกือบร้อยล้าน ควันบุหรี่สีเทากลิ่นฉุนจางๆ ลอยคว้างปลิวกระจายหายไปในอากาศ ผิดกับความทรงจำในครั้งอดีตกลับพุ่งปราดแทรกซึมกลับเข้ามาแจ่มชัดในหัวใจ
“ยังมีหน้าโทรมาฝากให้เลี้ยงลูกอีกอย่างนั้นเหรอ”
“คุณจิมมี่ครับ มีคนมาขอพบครับ”
ผู้ช่วยคนสนิทเดินเข้ามาหยุดยืนเยื้องอยู่เบื้องหลัง ตาปรายมองไปยังถาดแก้วใสซึ่งมีไว้สำหรับใช้เป็นที่เขี่ยบุหรี่ หัวคิ้วเข้มกระตุกเข้าหากันเล็กน้อยเพราะเช้านี้ดูเหมือนเจ้านายหนุ่มอารมณ์ไม่สู้ดีนักเห็นได้จากการสูบจัดตั้งแต่ยังไม่แปดโมง
“ใคร ฉันไม่ได้นัดใครสักหน่อย”
“เขา...ถือจดหมายฉบับนี้ฝากมาให้คุณจิมมี่ครับ”
“จดหมาย?” ยุคสมัยที่เปลี่ยนไปมันจะมีคนบ้าล้าหลังที่ไหนยังเขียนจดหมายหากันอยู่ ร่างสูงหมุนกลับมาชายตามองไปยังซองจดหมายสีขาวหม่น เห็นลายมือหวัดๆ เขียนทับลงบนซอง มือหนายื่นออกไปหยิบซองจดหมายเก่าอย่างลังเลก่อนจะค่อยๆ เปิดมันออกอย่างช้าๆ แล้วอ่านข้อความเนื้อหาภายในอย่างเงียบๆ
“บ้าฉิบ...ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไงวะ” นิ้วเรียวคีบบุหรี่ยกขึ้นมาแล้วอัดควันกลุ่มใหญ่เติมใส่เข้าไปในปอดซ้ำๆ อีกหลายครั้ง
“ให้ไล่กลับไปมั้ยครับ”
“ไล่ไปให้ไกลเลย ไม่ต้องให้เฉียดมาใกล้ฉัน” มือหยาบยัดกระดาษเก่าพร้อมซองคืนให้ผู้ช่วย จากนั้นจึงขยี้บุหรี่ในมือลงไปในถาดแก้วแล้วเดินกลับเข้าไปภายในห้องนอนอย่างเดิม
บนท้องถนนใจกลางเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานครช่วงสาย การจราจรของมันมีเอาไว้สำหรับฝึกความอดทนของคนหมู่มาก หนุ่มใหญ่ในชุดสูทมาดนิ่งดูภูมิฐานก้มหน้าอ่านค่าตารางอันวุ่นวายของตลาดหุ้นด้วยอาการสงบนิ่ง
ครึ้มมมม เสียงคำรามดุดันจากเครื่องยนต์รถดัดแปลงสีแดงเพลิงซึ่งขยับแทรกตัวมาจ่อท้ายด้านหลังดึงท้ายทอยหนาของหนุ่มฝรั่งให้เหยียดตรงก่อนจะเหลียวหันมองผ่านทะลุกระจกรถสีดำออกไป
“มันคิดว่านี่เป็นสนามแข่งรถหรือไง ไร้มารยาทจริง” เสียงคนขับรถสบถออกมาอย่างรำคาญ
“คงเป็นคนรวยมีเงินแต่ไร้สมองน่ะ อย่าสนใจเลย”
“มันจี้ตูดเรามานานแล้วนะครับคุณจิมมี่
“ระวังตัวด้วยแล้วกัน”
เมื่อสัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียว พริบตาเดียวรถยนต์สัญชาติยุโรปซึ่งได้รับการปรับแต่งเครื่องยนต์ใหม่ให้เหมาะแก่การนำไปใช้ขับภายในสนามแข่งมากกว่าบนท้องถนนสะบัดซ้ายเหวี่ยงท้ายรถหันไปยังฝั่งทิศทางตรงกันข้าม ด้านหน้าฝากระโปรงหมุนคว้างสลับทิศทางมาจดจ่อจนเกือบชิดกับกระโปรงหน้ารถหรูคันใหญ่ รถเฟอร์รารี่ดัดแปลงเครื่องยนต์ขนาดห้าร้อยแรงม้าสนนราคาไม่น่าจะต่ำกว่ายี่สิบล้านขับส่ายตูดถอยหลังอย่างแม่นยำราวกับคนที่บังคับมันอยู่หลังพวงมาลัยรีบร้อนอยากไปตาย เสียงบีบแตรจากรถยนต์คันอื่นๆ ดังลั่นตามมาด้วยเสียงตะโกนก่นด่า ลากมาทั้งสัตว์บก สัตว์น้ำดังลั่นไปทั่วถนนเส้นยาว
“มันต้องการอะไร” เสียงทุ้มเอ่ยถามพร้อมกับล้วงมือลงไปด้านข้างเบาะนั่ง ดึงวัตถุสีดำบรรจุลูกตะกั่วเก็บไว้เต็มแม็กกาซีนออกมาถือไว้ในมืออย่างเตรียมพร้อม
“คุณจิมมี่ระวังตัวนะครับ ผมลงไปคุยกับมันเอง” ผู้ช่วยหนุ่มเปิดประตูลงไปจากรถแล้วเดินตรงไปทุบกำปั้นใส่กระจกสีทึบของรถแข่งยี่ห้อหรู เด็กหนุ่มคนหนึ่งกระโดดออกมาจากช่องหน้าต่าง ใบหน้าคมหล่อเหลาคุ้นเคยฉีกกระชากหัวใจอันราบเรียบนิ่งสงบของคนที่นั่งอยู่ภายในรถจนแผลเก่าซึ่งเขาคิดว่ามันหายดีแล้วกลับมาเจ็บแปลบขึ้นอีกครั้ง
“เอริค” ฝ่ามือสั่นแต่เย็นเฉียบกำด้ามปืนในมือเอาไว้แน่น สายตาจับนิ่งไปยังเจ้าของร่างสูงใบหน้าละม้ายคล้ายอดีตคนรักเก่า ยืนพูดคุยอะไรกับผู้ช่วยเขาอยู่ไม่กี่คำ จากนั้นเดินส่ายอาดๆ มาเปิดประตูรถ
“หวัดดีครับคุณอา”
คลื่นหัวใจที่เพิ่งจะปรับจังหวะเต้นได้อย่างปกติกลับมารัวเร็วขึ้นอีกครั้ง เด็กหนุ่มอายุอานามไม่น่าจะมากไปกว่ายี่สิบปียืนยักคิ้วยิ้มเผล่ หน้าตาเจ้าเล่ห์ไม่ซื่อตรง รับกับรอยยิ้มแพรวพราวกร้าวเหยียดอย่างมีความนัย สำเนียงพูดภาษาไทยแม้ไม่ชัดเจนนักแต่ถือว่าคล่องปากขัดกับใบหน้าฝรั่ง ขายาวขยับก้าวเท้าเข้ามาใกล้พร้อมกับยื่นหน้าเข้าภายในห้องโดยสารส่วนหลังซึ่งมีเขานั่งใจสั่นพยายามเก็บอาการทุกอย่างเอาไว้อย่างเงียบเชียบ
“คุณอา?” คิ้วสีน้ำตาลเข้มกระตุกยกขึ้นสูง
“ครับ ก็คุณอาอายุน้อยกว่าแด๊ดดี้ อย่างนั้นผมก็ต้องเรียกคุณอาถูกมั้ย เอ...คนไทยเรียกแบบนั้นใช่มั้ยครับ คนที่อายุน้อยกว่าพ่อน่ะ” คิ้วหนากระตุกยกหยักขึ้นสูงรับกับมุมปาก
“กรุงเทพรถติดชะมัด ผมคิดว่าจะขับรถตามอาไม่ทันซะแล้ว”
“นายจะตามฉันมาทำไม”
“แด๊ดดี้บอกว่าถ้ามาถึงเมืองไทยแล้ว ให้ผมมาหาอาจิมมี่”
“แต่ฉันปฏิเสธพ่อนายไปแล้ว”
การสนทนาหยุดลงเมื่อรถตำรวจแล่นเข้ามาจอดเทียบพร้อมกับเข้ามาแจ้งข้อหาเกี่ยวกับการขับรถโดยประมาทและจอดกีดขวางการจราจร โดยฝรั่งต่างชาติชี้นิ้วกราดปาดป้ายความผิดโยนมาให้คนที่อาศัยอยู่เมืองไทยอย่างเขา เด็กฝรั่งจอมเจ้าเล่ห์ซึ่งเมื่อครู่ยังพูดไทยปร๋อ ตอนนี้แกล้งทำเป็นบ้าใบ้ยกมือแบะๆ เปลี่ยนสำเนียงเสียงพูดเป็นภาษาเยอรมันที่หาคนฟังเข้าใจยาก
“นายชื่ออะไร” คนที่ทำหน้าที่เป็นผู้ปกครองให้เพราะความจำเป็นเอ่ยถาม หลังจากให้ทนายความเข้ามาเคลียร์ข้อหาต่างๆ ที่ได้รับมาทั้งหมดจนเป็นที่เรียบร้อย
“ไค”
“ฉันถามว่านายชื่ออะไร”
“ชื่อ...ไค”
“อย่ากวนตีน ผู้หลักผู้ใหญ่ถามก็ตอบให้มันดีๆ อย่าลืมว่าฉันเป็นเพื่อนของพ่อนาย ถ้าคุยกันดีๆ ไม่ได้ ฉันจะจับนายยัดใส่ใต้ท้องเครื่องแล้วส่งกลับเยอรมัน” เสียงแข็งตวัดตอบไปพร้อมกับดวงตาแข็ง
“ก็ตอบแล้วไง ว่าชื่อไค”
“นี่นายกวนตีนฉันเหรอ?”
“หรืออาจะเอาล่ะ คนไทยเรียกอะไรนะ...หรือจะไฝว้!” เด็กหนุ่มท่าทางกร่างเดินหน้าเข้ามาแล้วใช้แผงอกกว้างกระแทกใส่อกบางจนร่างสูงเกือบเสียหลักทรงตัวไม่อยู่ โชคดีที่ไอ้เด็กไม่มีสัมมาคารวะคว้าเอวหนาแล้วดึงมันกระแทกกลับเข้ามาชนกับหน้าท้องแข็งเกร็ง
“อย่ามาทำท่านักเลงแถวนี้นะ”
“เปล่านักเลงสักหน่อย ก็ผมตอบอาดีๆ อาไม่เชื่อผมเองนี่ ผมชื่อ...ไค”
“ไค เครริแวน?”
“อือ หึ...ถูกต้องนะครับ” หน้าเจ้าเล่ห์พยักรับพร้อมกับขยับเหยียดมุมปากขึ้นสูงเพียงข้างเดียว
“นายนี่มัน...เหมือนพ่อนายไม่มีผิด!” มือหนาคว้าท่อนแขนใหญ่แกะนิ้วหยาบออกจากเอวตัวเอง แล้วเดินเลี่ยงหลบออกไปดึงบุหรี่ออกมาจากซองสีเงินแล้วคาบกลับใส่ปากก่อนจะจุดสูบมันด้วยท่าทางเหมือนคนหัวเสีย
“คุณอาพูดเหมือนแม่เลย แม่ก็บอกว่าผมเหมือนแด๊ดดี้”
“งั้นเหรอ” สันกรามกรอบเรียวกระตุกเกร็งบีบเข้าหากัน หากใครตั้งใจเงี่ยหูฟังอาจได้ยินเสียงกระดูกฟันกรามขบเข้าหากันดังกรอดๆ
“ใช่ หน้าผมก็เหมือนแด๊ดดี้ นิสัยก็เหมือนแด๊ดดี้แม่ผมบอกแบบนั้น จริงสิ...แด๊ดดี้บอกว่าคุณอาเป็นเพื่อนสนิท แล้ว...ทำไมผมไม่เคยเห็นคุณอามาก่อนเลยล่ะ”
“แด๊ดดี้ของนายพูดว่าอย่างนั้นเหรอ...ฮึ เราเคยเป็นเพื่อนสนิทกัน”
“อือ หึ” มือหนาคว้าซองบุหรี่แล้วใช้ปากคาบมวนบุหรี่สีขาวออกมาจากซองอย่างชำนาญ โดยไม่ทันตั้งตัวเจ้าเด็กฝรั่งโน้มคอลงมาจ่อปลายบุหรี่ใหม่จรดลงยังปลายบุหรี่สีแดงซึ่งติดไฟอยู่ก่อนแล้วสูบสูดดูดลมเข้าปากอย่างเชี่ยวชาญ
“อายุเท่าไหร่ เป็นเด็กเป็นเล็กหัดสูบบุหรี่แล้วหรือไง”
“ผมยี่สิบแล้วนะไม่ใช่เด็กๆ”
“ยี่สิบ!” ดวงตาเรียวรีตวัดมองขึ้นมายังใบหน้าคม ในสมองคิดคำนวณช่วงเวลาย้อนถอยหลังไปเมื่อยี่สิบปีก่อน แผลเก่าซึ่งตกสะเก็ดไปนานแล้วถูกกรงเล็บจากมือที่มองไม่เห็นฉีกแควกแหกซ้ำจนรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวด เหมือนเรื่องราวทั้งหมดมันเพิ่งพ้นผ่านไปเมื่อไม่กี่วันมานี้เอง มือหยาบโยนบุหรี่ซึ่งเหลืออยู่ครึ่งมวนทิ้งลงไปบนพื้นถนนแล้วกระทืบฝ่าเท้าเหยียบมันให้ดับลง
“คุณอา จะไปไหนล่ะ”
“เรื่องของฉัน!”
บทล่าสุด
#43 บทที่ 43 จากเพลย์บอย สู่ แฟมิลี่แมน (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#42 บทที่ 42 รักใครสักคน
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#41 บทที่ 41 ขอโอกาสสักครั้ง
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#40 บทที่ 40 สันดานเดิม
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#39 บทที่ 39 สันดาน เพลย์บอย
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#38 บทที่ 38 จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#37 บทที่ 37 เห็นแก่ตัว
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#36 บทที่ 36 การตัดสินใจครั้งสำคัญ
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#35 บทที่ 35 อาการเริ่มไม่ดี
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#34 บทที่ 34 อารมณ์ไม่คงที่
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026
คุณอาจชอบ 😍
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!
..................................................................
พระเอก: ราฟาเอล มิลเลอร์
มาเฟียหน้าหล่อ แต่นิสัยโหด ไม่เคยได้รับบาดแผลใจอะไรในวัยเด็ก แต่กลับมีนิสัยบิดเบี้ยวอันน่ากลัว เพราะความทะนงตัวทำให้อยากได้อะไรก็ต้องได้ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ใครกล้าขัดใจมีอันต้องอันตรธานหายไปจากสายตา สุขุม ซ่อนความใจร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง แค่เพียงปรายตามองก็ทำเอาคนหายใจแทบไม่ออก
นางเอก: เกรซ โคปา (สีน้ำ)
บอดี้การ์ดสาวสวยฝีมือดี ถูกลักพาตัวมาฝึกเป็นทหารตั้งแต่เด็ก ถูกสอนให้ใช้อาวุธ เรียนศิลปะป้องกันตัว เรียนรู้การอารักขา และลอบฆ่า
นิสัย (เดิม) เงียบขรึม จริงจัง ทะเยอทะยาน
..................................................................
เรื่องย่อ
สีน้ำทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่อ่านอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากสอบเข้ามหาลัยเสร็จหมาด ๆ นิยายเรื่องที่เธออ่านก็คือ 'กรงขังของนายมาเฟีย' นิยายอีโรติกสิบแปดบวกที่พระเอกเป็นมาเฟียจอมยึดติด ราฟาเอล มิลเลอร์ มาเฟียจอมโหดเขาหลงรักนางเอกที่เป็นคนธรรมดา เขาถูกใจในหน้าตาสะสวยของนางเอกของเรื่องอย่าง นาตาลี ตั้งแต่แรกเห็น เขาตกหลุมรักนางเอกในเรื่องอย่างนาตาลีแบบหัวปักหัวปำ แต่เลือกที่จะเข้าหาอีกฝ่ายด้วยวิธีผิด ๆ ซึ่งตัวละครที่สีน้ำทะลุเข้ามาสวมร่างไม่ใช่นางเอก แต่ทว่ากลับเป็นนางร้าย!
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว













