บทนำ
บท 1
"ม่านไหม รอเรานานไหม พี่นทีนะสิแต่งตัวช้าเลยทำให้ออกจากห้องสายเลย เรากลัวไหมบ่นเราจะแย่"
เสียงกระหืดหอบของปิ่นมุก ที่รีบเข้ามาหาฉันและหย่อนสะโพกลงนั่งอยู่ข้างๆที่ทำไว้ให้คนนั่งรอดูหนังหน้าโรงหนังในห้างดังแห่งหนึ่งใจกลางเมือง ใบหน้าสวยหวานของปิ่นมุก ที่ซุกไซร้คลอเคลียออดอ้อนอยู่ที่แขนของฉัน พร่ำขอโทษที่ปล่อยให้ฉันนั่งรอหนึ่งชั่วโมงเต็มๆ ความออดอ้อนและน้ำเสียงที่นุ่มนวลของเพื่อนรักทำให้ฉันโกรธเธอไม่ลง ฉันกับปิ่นมุกเป็นเพื่อนรักกันตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลายด้วยกัน จนกระทั่งตอนนี้เราอยู่ปีสาม เรียนคณะบริหาร ส่วนพี่นทีแฟนปิ่นมุกที่กำลังเดินตามหลังปิ่นมุกมา เรียนคณะบริหาร ปี 4 มหาลัยเดียวกันกับเรา และยังมีฐานะเป็นพี่ชายคนสนิทที่บ้านอยู่ติดกันกับฉัน และเป็นคนที่ฉันแอบหลงรักมาตลอดหลายปี โดยที่ไม่กล้าสารภาพรัก เพราะกลัวความห่างเหิน พี่นทีไม่เคยมองฉันเป็นอย่างอื่น นอกจากน้องสาวข้างบ้านที่สนิทกันมาตั้งแต่เด็ก
"ไม่เป็นไรเรารอได้ เราเองก็เพิ่งมานั่งรอได้ไม่นาน"
ฉันไม่อยากให้เพื่อนเป็นกังวลมากไป จึงได้แต่ปฏิเสธเพื่อไม่ให้เพื่อนสาวต้องรู้สึกผิดมากเกินไป
"ปิ่นจะมาโทษพี่คนเดียวไม่ได้นะ ปิ่นนั่นแหละอยากทำตัวน่ารักให้พี่ทนไม่ไหวเอง"
ฉันแอบชำเรืองมองพี่นทีที่หย่อนตัวลงนั่งข้างปิ่นแฟนสาว พี่นทีดูจะคลั่งรักเพื่อนของฉันเสียเหลือเกิน ฉันได้แต่แอบเก็บซ่อนความรู้สึกหวั่นไหว และสายตาที่เจ็บปวดรวดร้าวกดมันให้จมเข้าไปข้างในใจ ทุกครั้งที่ฉันได้เห็นสายตาของพี่นทีที่มองปิ่นมุกด้วยความรักอันเต็มเปี่ยม หัวใจของฉันก็วูบไหวและปวดหนึบจนต้องเบือนสายตาหนีไปที่อื่น ก่อนที่น้ำตามันจะไหลออกมาไม่รู้ตัว
"พี่นทีอย่าพูดแบบนี้ต่อหน้าม่านไหมสิ ปิ่นอายนะเดี๋ยวม่านไหมก็เข้าใจผิดกันพอดี"
ปิ่นมุกมีท่าทีเขินอายกับคำพูดตรงๆของพี่นที ไม่ต้องบอกก็พอจะเดาออกว่าสองคนนั้นทำอะไรกันมา ก่อนจะออกมาตามนัดกับฉัน สองคนนั้นเป็นแฟนกัน โดยที่ฉันต้องทำหน้าที่เป็นแม่สื่อให้พี่นที พี่ชายข้างบ้านที่เล่นมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก พ่อกับแม่ของพวกเราสองคนก็เป็นเพื่อนรักกัน และนั่นทำให้ฉันกับพี่นทีสนิทสนมกันมากจนหัวใจมันไม่รักดี แอบคิดกับพี่นทีเกินพี่ชายคนสนิท หัวใจดวงน้อยๆของฉันแอบหวั่นไหวและมอบหัวใจให้กับพี่ชายข้างบ้านมาตลอด จนกระทั่งวันที่ฉันชวนปิ่นมุกไปเล่นที่บ้าน พี่ชายข้างบ้านที่เห็นเพื่อนสาวของฉันครั้งแรก พี่นทีก็ตกหลุมรักและให้ฉันทำหน้าเป็นแม่สื่อ สื่อรักให้กับเขาและเพื่อนสาวที่ตกหลุมพี่นทีตั้งแต่ครั้งแรกเหมือนกัน พี่นทีจะรู้ไหมว่าฉันต้องฝืนความรู้สึกมากแค่ไหนเพื่อให้เขาได้มีความสุข
"ก็พี่พูดความจริงนี่ครับ ปิ่นน่ารัก พี่รักปิ่นจนโงหัวไม่ขึ้นแล้วเนี่ย พี่แทบจะจนรอปิ่นเรียนจบไม่ไหว อยากขอปิ่นแต่งงานด้วยจะแย่แล้ว"
หัวใจของฉันมันกระตุกยวบ แทบทนเก็บความรู้ต่อหน้าพวกเขาสองคนไม่ได้ ฉันกลัวเหลือเกินว่ามันจะเปิดเผยมาทางแววตาที่แสนเจ็บปวด จนต้องแสร้งหันหน้าไปมองทางอื่น เพื่อกดความรู้สึกเจ็บหน่วงหัวใจเอาไว้ให้ลึกที่สุด ฉันอยากหายตัวออกไปจากตรงนี้ ฉันแทบไม่มีตัวตนอยู่ในสายตาของพี่นที
"ปิ่นพอดีเราเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีธุระต้องไปทำให้แม่นะ ปิ่นกับพี่นทีไปดูหนังด้วยกันสองคนเลยก็ได้นะ"
ฉันต้องโกหกคำโตเพื่อให้ตัวเองไม่ต้องเป็นส่วนเกิน
"อ้าวไหม พี่รับปากกับแม่พี่แล้วนะว่าจะไปส่งไหมที่บ้าน ถ้าพี่ไม่ไปส่งไหมแม่พี่ต้องบ่นหูชาแน่ แม่พี่ยิ่งขี้ห่วงหลานสาวข้างบ้านด้วย" พี่นทีละสายตาจากคนรักและหันมาคุยกับฉัน แม่พี่นทีชอบย้ำเสมอให้รับฉันกลับพร้อมกัน แม่พี่นทีไม่อยากให้ฉันนั่งรถกลับคนเดียว
"ไม่เป็นไรค่ะพี่นทีเดี๋ยวไหมกลับเองได้ ไหมจะบอกป้านาว่าไหมมีธุระเลยต้องแยกกันกลับ พี่นทีไปดูหนังกับปิ่น และฝากส่งปิ่นที่บ้านด้วยแล้วกันนะคะ"
พี่นทีคงกลัวป้านาเห็นฉันนั่งแท็กซี่กลับคนเดียว แล้วจะถูกบ่น
"ปิ่นคงไม่กลับบ้านหรอกวันนี้ ปิ่นจะไปค้างคอนโดกับพี่ ถ้าแม่พี่ถามหาก็ฝากบอกแม่พี่ด้วยแล้วกัน ว่าวันนี้พี่จะค้างที่คอนโด"
พี่นทีพูดกับฉันเสร็จก็หันไปกุมมือกับปิ่น ถ่ายทอดความรู้สึกแสนรัก ที่ฉันไม่มีวันจะได้ครอบครอง และทนมองมองด้วยหัวใจที่ร้าวลึก
"ค่ะเดี๋ยวไหมจะบอกคุณป้านาให้นะคะ งั้นเราขอตัวไปทำธุระก่อนนะปิ่น ดูหนังให้สนุกนะ พี่นทีไหมไปแล้วนะคะ"
ฉันกับปิ่นมุกนัดกันว่าจะไปดูหนังเรื่องใหมาที่เพิ่งจะเข้าฉาย และฉันก็อยากดูมันมาก ฉันไม่คิดว่าพี่นทีจะตามปิ่นมาด้วย และเพิ่งรู้ว่าเมื่อคืนพวกเขาอยู่ด้วย ไม่ต้องมีคำบอกเล่าจากปิ่นมุก พอเดาได้ว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาสองคนนั้นไปถึงขั้นไหน ฉันคงเข้าไปแทรกในใจของพี่นทีไม่ได้ ความหวังมลายหายไป น้ำตาที่กำลังคลออยู่รอบดวงตาฉันกำลังจะควบคุมมันไม่อยู่ จนต้องหาทางเลี่ยงออกไปให้ไกลจากตรงนี้ ก่อนที่ทุกอย่างมันจะถูกเปิดเผยออกมา ฉันลุกขึ้นยืนแล้วต้องรีบหันหลังเดินออกไปให้พ้นจากตรงนั้น
"ไหมกลับเองได้แน่นะ"
ฉันไม่กล้าแม้แต่จะหันหลังกลับไปมองดูภาพคู่รักที่สวีตหวานแหวว ได้แต่ข่มอารมณ์อ่อนไปตอบกลับพี่นที ที่ฉันพยายามจะควบคุมเสียงเพื่อไม่ให้มันสั่น
"ค่ะ พี่นทีกับปิ่นไม่ต้องเป็นห่วง"
ฉันรีบสาวเท้าเดินเร็วเพื่อออกไปให้เร็วที่สุด น้ำตาหยดใสๆมันกำลังจะหยดแหมะออกมา ฉันเดินก้มหน้าหลบผู้คนที่เดินสวนกันไปขวักไขว่ เพื่อไม่ให้พวกเขาเห็นน้ำตาที่มันกำลังพรั่งพรูออกมา
"ฮือ~ ฮือ~ ไหมเจ็บเหลือเกินพี่นที ไหมเจ็บจนไปต่อไม่ไหว ไหมต้องฝืนมันไปอีกนานแค่ไหนกว่าที่มันจะจบหรือใจไหมต้องแหลกสลายไปเสียก่อน"
ฉันพาตัวเองออกมานั่งร้องไห้ระบายความอัดอั้นที่มันฝังลึกอยู่ในใจ ฉันต้องทนฝืนเก็บคำว่ารักซ่อนไว้ และทำหน้าเป็นแม่สื่อหัวใจให้กับคนที่เรารัก ฉันต้องทำให้หน้าที่สื่อหัวใจให้พี่นทีไปถึงปิ่นมุก ฉันต้องอยู่ระหว่างตรงกลางของสองคนนั้น และนั่งมองดูด้วยหัวใจที่แสนเจ็บปวด ในวันที่ปิ่นมุกตกลงเป็นแฟนพี่นที มันเป็นเวลาที่บีบหัวใจฉันต้องฝืนยิ้มมีความสุขไปกับพวกเขาสองคน ในขณะที่ใจฉันมันแตกสลายไม่มีชิ้นดี ฉันยอมเจ็บคนเดียวเพื่อให้เขามีความสุขทำไงได้ฉันรักพี่นทีแล้วก็รักปิ่นมุกทั้งคู่ การที่เขาสองคนใจตรงกัน คนอย่างฉันก็ไม่มีสิทธิ์ไปฝืนและรั้งพี่นที แม้หัวใจอีกฝ่ายมันบอกให้ฉัน แต่มันจะมีประโยชน์อะไรในเมื่อใจของพี่นทีไม่มีที่ว่างสำหรับน้องสาวข้างบ้านอย่างฉัน
"คุณครับคุณเป็นอะไรหรือเปล่า มีใครทำร้ายคุณใช่ไหม คุณต้องการให้ผมไปแจ้งความไหม"
ฉันกำลังฟุบหน้ากอดเข่าร้องไห้สะอึกสะอื้น อย่างคนที่ควบคุมมันไม่อยู่อีกแล้ว ผู้ชายคนนั้นนั่งอยู่ข้างฉัน ที่เอาตัวเองพิงต้นไม้ใหญ่แอบหลบนั่งร่องไห้คนเดียว ฉันลืมนึกไปว่าตัวเองนั่งอยู่ที่สวนสาธารณะใกล้บ้าน ที่ตอนนี้มีผู้คนกำลังออกมาวิ่ง หรือมาเดินเล่นเป็นจำนวนมากในช่วงเย็น ตอนที่ฉันเดินเข้ามายังไม่มีใครพลุกพล่านเหมือนช่วงเย็น ฉันค่อยๆเงยหน้าขึ้นมามองเสียงผู้ชายที่กำลังเรียกถามฉันด้วยน้ำเสียงที่ดูเป็นห่วงมากๆ น้ำตาที่มันยังคงไหลคลอที่ตวงตาทำให้ฉันมองหน้าผู้ชายคนนั้นพล่ามัว ฉันพยายามสกัดกลั้นน้ำตาให้มันหลุดไหล และเอามือเช็ดมันออกก่อนที่จะได้มองหน้าผู้ชายคนนั้นชัดๆ
"ฉันไม่ได้เป็นอะไรค่ะ ขอโทษที่ทำให้เข้าใจผิด พอดีฉันมีปัญหานิดหน่อย คุณไม่ต้องห่วงนะคะ ขอโทษจริงๆค่ะที่ทำให้เข้าใจผิด"
ฉันมองหน้าผู้ชายคนนั้นชัดๆ เขามีใบหน้าที่หล่อเหลา น่าจะมีอายุมากกว่าฉันนิดหน่อย เขาดูสุภาพอ่อนโยน ดูจากชุดของเขาคงมาออกกำลังกายอยู่แถวนี้แล้วผ่านมาเห็นฉันที่กำลังกอดเข่าร้องไห้ ฉันเพิ่งสังเกตรอบข้างที่ผู้คนที่อยู่แถวนี้มองมาที่ฉัน กับผู้ชายแปลกหน้าคนนั้น คงเข้าใจผิดว่าผู้ชายคนนั้นทำอะไรมิดีมิร้ายฉัน
"คุณมีอะไรอยากให้ผมช่วยไหมครับ"
เขายังคงไม่ลุกไปไหน ยังเฝ้ามองฉันและพยายามจะให้ความช่วยเหลือ จนฉันนึกขึ้นได้ว่าไม่ควรมานั่งร้องไห้ตรงนี้ ทำให้คนอื่นเขาเข้าใจผิด
"ไม่เป็นไรค่ะฉันกำลังจะกลับ ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วง ฉันไม่เป็นไรจริงๆค่ะ คุณไปได้เลยนะคะ"
ฉันรู้สึกเกรงใจและรู้สึกผิดที่ทำให้เขาเสียเวลาออกกำลังกายและเข้าใจผิด ฉันลุกขึ้นยืนเพื่อที่จะเดินออกไปจากตรงนี้ เพราะรู้สึกมีสายตาหลายคู่ที่กำลังจับจ้องมา
"ผมภูมินทร์นะครับ เรียกพี่มินทร์เฉยๆก็ได้คุณน่าจะเป็นน้องผม ว่าแต่คุณชื่อ"
พี่คนนั้นลุกขึ้นยืนตามฉัน ที่กำลังจะเดินออกไป จนพี่เขาเอ่ยแนะนำตัว พี่เขาดูจะต้องการคำตอบจากฉัน
"ม่านไหมคะ"
ฉันบอกชื่อไปตามมารยาท และอีกอย่างฉันสำรวจดูแล้วพี่เขาน่าจะไม่มีอะไรหรือทำอะไรฉัน
"ม่านไหมบ้านอยู่แถวนี้ใช่ไหม ให้พี่ไปส่งไหมมันเย็นมากแล้ว กลับคนเดียวน่าจะไม่ปลอดภัย"
พี่เขาถามฉันท่าทางจะเป็นห่วง และฉันเกรงใจและไม่รู้จักเขาดีใครจะกล้าให้ผู้ชายแปลกหน้าที่เพิ่งเคยเจอกันไปส่ง
"พี่เป็นหมอครับพี่ไม่ทำอะไรม่านไหมหรอก พี่แค่เป็นห่วงเห็นเราร้องไห้ พี่แค่คิดว่าเราน่าจะมีปัญหาอีกอย่างมันเริ่มมืดกลับคนเดียวน่าจะอันตราย"
ฉันสำรวจรอบข้างมันเริ่มมืดอย่างที่พี่เขาบอก แต่สายตาฉันยังไม่เชื่อมั่น จนเขายกบัตรประจำตัวให้ดู และยิ้มอย่างอบอุ่นคงรู้ว่าฉันกำลังคิดอะไรอยู่ และอยากทำให้ฉันเชื่อใจ
"ก็ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะ"
นั่นคือจุดเริ่มต้นเรื่องราวความรักสี่เศร้า ที่ฉันไม่อาจหลีกหนี ทั้งพี่นที พี่มินทร์ และปิ่นมุก
บทล่าสุด
#55 บทที่ 55 น่านฟ้า น่านน้ำ ม่านอิง (END)
อัปเดตล่าสุด: 3/7/2026#54 บทที่ 54 สร้างครอบครัว
อัปเดตล่าสุด: 3/7/2026#53 บทที่ 53 ความสุข
อัปเดตล่าสุด: 3/7/2026#52 บทที่ 52 ความหวัง
อัปเดตล่าสุด: 3/7/2026#51 บทที่ 51 ภาวนา
อัปเดตล่าสุด: 3/7/2026#50 บทที่ 50 ความสุขเล็กๆ
อัปเดตล่าสุด: 3/7/2026#49 บทที่ 49 ความจริง
อัปเดตล่าสุด: 3/7/2026#48 บทที่ 48 ทวงคืน
อัปเดตล่าสุด: 3/7/2026#47 บทที่ 47 ต้องตัดสินใจ
อัปเดตล่าสุด: 3/7/2026#46 บทที่ 46 สายใยรัก
อัปเดตล่าสุด: 3/7/2026
คุณอาจชอบ 😍
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
รักไม่หลอก
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิ”
"ภูวินทร์" แม้จะเป็นศัลยแพทย์ แต่เขากลับเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าที่ใคร ๆ คิดเอาไว้
“ในเมื่อวันนี้คุณหมอไม่พร้อม ก็ยกเลิกงานหมั้นวันนี้ไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นกับพวกคุณนะคะ”
"ศินีนารถ" ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของคู่หมั้น หลังจากที่เขาปล่อยให้งานหมั้นวุ่นวาย เพียบตบเดียวจากเธอ ถึงกับเรียกสติของเขากลับมาทันที
“ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง"
แม้งานหมั้นจะผ่านไปได้วยดี แต่ทว่า.... ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแบบนั้น
ทั้งเรื่องมือที่สาม และความไม่เข้าใจกัน ความดื้อดึงของเธอ เจอกับความเย็นชา เผด็จการและดุดันของเขา
เปลี่ยนคนที่โหดอย่างเขา กลายเป็นเริ่มคลั่งรักเธอ เริ่มขาดไม่ได้ และตามมาด้วยความหึงหวง
ซึ่งเป็นความหึงแบบไม่ธรรมดา ในเมื่อเขาคือ "สายโหด" ความขี้หึง ก็ต้อง "หึงโหด" เช่นกัน
"คู่หมั้นก็ถือเป็นสามีไปแล้วครึ่งหนึ่ง บอกมาว่ามันเป็นใคร แล้วให้มันแตะต้องตรงไหนบ้าง คืนนี้ผมจะลบออกไปให้หมด แล้วอย่าได้ให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องอีก คุณเป็นของผมคนเดียวเข้าใจมั้ย!"
"หมอคะคุณใจเย็น ๆ ก่อน อ๊าา!!!"
"คืนนี้ต่อให้ร้องขอชีวิต ก็อย่าคิดจะคลานลงจากเตียงนี้ไปได้เลย!"
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!
..................................................................
พระเอก: ราฟาเอล มิลเลอร์
มาเฟียหน้าหล่อ แต่นิสัยโหด ไม่เคยได้รับบาดแผลใจอะไรในวัยเด็ก แต่กลับมีนิสัยบิดเบี้ยวอันน่ากลัว เพราะความทะนงตัวทำให้อยากได้อะไรก็ต้องได้ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ใครกล้าขัดใจมีอันต้องอันตรธานหายไปจากสายตา สุขุม ซ่อนความใจร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง แค่เพียงปรายตามองก็ทำเอาคนหายใจแทบไม่ออก
นางเอก: เกรซ โคปา (สีน้ำ)
บอดี้การ์ดสาวสวยฝีมือดี ถูกลักพาตัวมาฝึกเป็นทหารตั้งแต่เด็ก ถูกสอนให้ใช้อาวุธ เรียนศิลปะป้องกันตัว เรียนรู้การอารักขา และลอบฆ่า
นิสัย (เดิม) เงียบขรึม จริงจัง ทะเยอทะยาน
..................................................................
เรื่องย่อ
สีน้ำทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่อ่านอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากสอบเข้ามหาลัยเสร็จหมาด ๆ นิยายเรื่องที่เธออ่านก็คือ 'กรงขังของนายมาเฟีย' นิยายอีโรติกสิบแปดบวกที่พระเอกเป็นมาเฟียจอมยึดติด ราฟาเอล มิลเลอร์ มาเฟียจอมโหดเขาหลงรักนางเอกที่เป็นคนธรรมดา เขาถูกใจในหน้าตาสะสวยของนางเอกของเรื่องอย่าง นาตาลี ตั้งแต่แรกเห็น เขาตกหลุมรักนางเอกในเรื่องอย่างนาตาลีแบบหัวปักหัวปำ แต่เลือกที่จะเข้าหาอีกฝ่ายด้วยวิธีผิด ๆ ซึ่งตัวละครที่สีน้ำทะลุเข้ามาสวมร่างไม่ใช่นางเอก แต่ทว่ากลับเป็นนางร้าย!
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
คลั่งไคล้ยัยแฮกเกอร์
แทนที่จะส่งตัวเธอให้ตำรวจ ประธานกู้ผู้ชอบใช้เงินแก้ปัญหา(และหวงของขั้นสุด) กลับโยนเช็คตัวเลขเจ็ดหลักใส่หน้า พร้อมยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้... นั่นคือการจ้างเธอเป็น 'กระสอบทรายระบายอารมณ์ส่วนตัว' แบบผูกขาด ห้ามรับงานอื่น ห้ามมองผู้ชายคนอื่น และห้ามปฏิเสธเมื่อเขาต้องการ!
ภายใต้แว่นตาขอบเงินที่ดูภูมิฐาน เขาคือพญามารจอมเอาแต่ใจที่ดุดันไม่เกรงใจเตียง จนเธอต้องลอบรีวิวสมรรถภาพของเขาในใจเหมือนรีวิวสินค้าในเถาเป่า ปากสั่นร้องไห้บอกว่าไม่ไหว แต่สมองกลับคำนวณทิปค่ากระเป๋าแบรนด์เนมอย่างรวดเร็ว
เมื่อความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วย 'เงินตราและราคะ' ถลำลึกจนเตียงแทบหักทุกคืน งานนี้สายลับสาวหน้าเงินจะกอบโกยกำไรจนคุ้ม หรือจะขาดทุนย่อยยับเพราะเผลอเอาหัวใจไปจำนองให้ท่านประธานกันแน่?













