บทนำ
สิ่งที่ข้าต้องการมันสำคัญขนาดนั้นเชียวหรือ? เพียงเพื่อเอาใจชายคนรัก ถึงขนาดลากตระกูลหลินทั้งตระกูลและตระกูลเสวี่ยต้องลงเหวไปพร้อม ๆ กัน
หากไม่เป็นเพราะข้าดึงดัน ทุกอย่างมันจะดำเนินมาถึงจุดนี้ไหมนะ
ลูกจะแต่งกับเขา!
หากเจ้าเป็นเด็กดียอมเชื่อฟัง ข้าจะให้ทุกอย่างกับเจ้า...
วางใจเถอะ! ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อท่าน
ตระกูลหลินและตระกูลเสวี่ยมีโทษฐานก่อกบฏ ประหารเก้าชั่วโคตร!
ถ้าไม่ใช่เพราะนาง ตระกูลของเราจะมีจุดจบเช่นนี้เหรอ!
ทั้งหมด มันก็เป็นเพราะความโง่งมของเจ้า!
ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านพี่ ซูเอ๋อร์ผิดต่อพวกท่าน ซูเอ๋อร์ไม่หวังให้พวกท่านให้อภัย แต่ซูเอ๋อร์จะตามพวกท่านไป
ถ้าหากข้า สามารถกลับไปเริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง...ข้าจะเอาคืนอย่างสาสม!!
บท 1
บทที่ 1
หลินซูเม่ย
รัชศกหยงเล่อปีที่ยี่สิบหก
ต้นสารทฤดู ช่วงที่อากาศทั่วทั้งเมืองหลวงกำลังอบอุ่น สายลมพัดเอื่อยเฉื่อย บ่งบอกว่าฤดูเก็บเกี่ยวได้วนมาถึงอีกคราหนึ่ง แต่ทว่าในปีนี้กลับเกิดเหตุการณ์ใหญ่ขึ้น
สกุลหลินและสกุลเสวี่ยคิดมักใหญ่ใฝ่สูง แอบซ่องสุมกองกำลังคิดก่อกบฏ ทั้งยังลักลอบติดต่อกับแคว้นศัตรูชักศึกเข้าบ้าน สร้างความเสียหายแก่บ้านเมือง จนต้องโทษประหารทั้งตระกูล หนำซ้ำเรื่องนี้ยังเกี่ยวพันมาถึงองค์รัชทายาทฉีรุ่ยซิงด้วย เนื่องจากสกุลหลิน คือพระญาติสายนอกของฮองเฮา อีกทั้งหลินเฮ่าผู้นำตระกูลคนปัจจุบันยังเป็นถึงท่านราชครูอีก
“พวกคนสกุลหลินและตระกูลเสวี่ย ช่างบังอาจยิ่งนัก มักใหญ่ใฝ่สูงเกินตัว กล้าคิดการกบฏ เอาพวกมันไปประหาร เสียบหัวประจานที่กำแพงเมือง ให้เป็นเยี่ยงอย่างให้คนอื่นดูว่าใครคิดจะทำเยี่ยงนี้จะพบเจอกับอะไรบ้าง” ฮ่องเต้มีบัญชาลงมาให้ลงลงโทษทั้งสองตระกูลอย่างเด็ดขาด“พ่ะย่ะค่ะ”
เหล่าทหารขานรับบัญชาแล้วลงมือลากคนที่ต้องโทษตายออกไปจากท้องพระโรง จึงเหลือแค่ขุนนางกับพระญาติต่าง ๆ เท่านั้น ก่อนที่คำบัญชาจะถูกส่งมาอีกครั้ง และครั้งนี้คนที่ได้รับโทษคือคนที่นั่งตัวสั่นอยู่
“ส่วนหลินฮองเฮาให้ยึดตราหงส์และขับไปอยู่ตำหนักเย็นตลอดไป โทษฐานมีความร่วมในการก่อกบฏในครั้งนี้”
เคราะห์กรรมนี้ ทั้งองค์รัชทายาทและฮองเฮาก็ไม่อาจหลีกหนีพ้น นางลุกขึ้นและยินยอมเดินตามขันทีไปอย่างง่ายดาย
“เสด็จพ่อ ท่านแม่ไม่มีส่วนร่วมในครั้งนี้เลย โปรดงดเว้นโทษให้เสด็จแม่ด้วยพ่ะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาทที่กตัญญูต่อมารดา รีบมาขอความเมตตาจากเสด็จพ่อของตน
“บังอาจ เจ้ายังมีหน้ามาต่อรองกับข้าอีกหรือ เจ้าทำอะไรไว้ก็ย่อมต้องรู้อยู่แก่ใจ เอาตัวเขาไปขังไว้รอข้าสำเร็จโทษ”
การกระทำของเขายิ่งทำให้พระองค์กริ้วใส่ เมื่อพระองค์สืบรู้ว่าแท้จริงแล้ว ผู้ที่อยู่เบื้องหลังในเหตุการณ์ก่อกบฏคือองค์รัชทายาทนั่นเอง
“เสด็จพ่อ ข้าไม่ได้ทำการอันใด เหตุใดต้องสั่งขังข้าเล่า” องค์รัชทายาทดิ้นรนเอาตัวรอดและร้องถามออกมาเสียงดังลั่น
“ไม่ได้ทำการอันใดเช่นนั้นหรือ เจ้ารู้หรือไม่ว่าข่าวของเจ้าดังไปทั่วแล้ว ทำสิ่งใดไว้ ใช่ว่าจะเป็นความลับเสมอไปนะ เอาตัวเขาไปรอการตัดสินโทษจากข้า” องค์ฮ่องเต้ตรัสขึ้นด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ
ก็ไม่รู้ว่าตอนนี้มีคนจงใจ หรือเพราะฟ้าลิขิตกันแน่เพราะจู่ ๆ หลักฐานความผิดต่าง ๆ ขององค์รัชทายาทก็ค่อย ๆ ผุดออกมาราวกับดอกเห็ด แล้วมาวางเรียงรายอยู่ในห้องทรงพระอักษรของพระองค์ ดังนั้นหลังจากที่ได้ทำการประหารสกุลหลินและสกุลเสวี่ยจนเลือดนองเป็นสายแล้ว ฮ่องเต้ฉีอี้เหรินก็ได้มีรับสั่งให้ประหารองค์รัชทายาทต่อในทันที
เรื่องนี้สร้างความสะเทือนใจกับพวกชาวบ้านไม่น้อย เพราะพวกเขาต่างก็คิดไม่ถึงว่าองค์รัชทายาทที่มีจิตใจดีงาม อีกทั้งสกุลหลินและสกุลเสวี่ยที่คอยปกป้องบ้านเมืองมาตลอดจะกระทำการเช่นนี้
นี่แหละน้าที่เขาว่า จิตใจคนเรายากลึกหยั่งถึงจริง ๆ
อีกด้านหนึ่ง
เรือนแยกฝ่ายในของจวนองค์ชายรอง บรรยากาศรอบด้านเงียบสงบราวกับเป็นเรือนร้างไร้ผู้คน ทว่ากลับยังมีเสียงร้องไห้คร่ำครวญอย่างไม่ยินยอมดังแว่วออกมา
“ยามนี้ท่านก็สิ้นไร้ไม้ตอกเหลือตัวคนเดียวแล้ว เหตุใดถึงยังไม่ยอมปล่อยวางอีก เหนียงเหนียง หักห้ามใจเสียเถอะ หากยังดึงดันอีก เกรงว่าแม้แต่ชีวิตของท่านก็จะไม่เหลือแล้ว สกุลหลินของท่านยังรอให้ท่านไปเก็บรวบรวมกระดูกคนในตระกูลอยู่นะ”
ขันทีร่างท้วมหว่านล้อมอย่างจนใจ ยามนี้สกุลหลินของนางพินาศสิ้นแล้ว ตัวของนางเองก็ถูกปลดจากตำแหน่งพระชายาเอก เหลือเพียงแค่ตำแหน่งอนุชายาเท่านั้น ทั้งยังถูกขับให้มาอยู่ที่เรือนเปลี่ยวร้างนี่ โดยไม่มีผู้ใดสนใจดูแล ทำกับนางราวกับเป็นคนตายคนหนึ่ง
และที่ขันทีผู้นี้ยังคอยแวะเวียนมาหานาง เนื่องจากครั้งอดีตเขาเคยได้รับการช่วยเหลือจากท่านราชครูหลิน บิดาของหลินซูเม่ย บุญคุณในครั้งนั้นเขายังจดจำมิเคยลืม
“เจ้าจะให้ข้าหักห้ามใจอย่างนั้นหรือ? ตระกูลหลินของข้าทั้งตระกูลต้องมาตายอย่างไร้ความเป็นธรรมเช่นนี้ เจ้ายังมีหน้ามาให้ข้าหักห้ามใจอีกอย่างนั้นหรือ?!” หลินซูเม่ยทุบอกของตัวเองเสียงดังราวกับอยากหาที่ระบาย
“อย่างไรท่านก็ต้องหักห้ามใจเพื่อรักษาชีวิต ดูเถิดว่าร่างกายของท่านย่ำแย่เช่นนี้ จะไปกอบกู้ตระกูลหลินได้เยี่ยงไร ท่านต้องดูแลตัวเองเพื่อตระกูลหลินที่เหลืออยู่” ขันทีเอ่ยเพื่อเตือนสติของนาง เขามองดูสภาพร่างกายของนางแล้ว ทำได้เพียงส่ายหน้าไปมา
“กายข้าเจ็บเพียงเท่านี้ มันเทียบไม่ได้กับใจของข้าที่แหละสลายไปแล้วได้หรอก สิ่งที่ต้องกอบกู้ใช่ร่างกายไม่ แต่เป็นจิตใจของข้านี่”
นางกล่าวออกมาพร้อมกับยกมือขึ้นทุบลงที่อกข้างซ้าย
แม้ว่าในยามนี้ทั่วร่างของนางจะเต็มไปด้วยบาดแผล สภาพเอเนจอนาถอย่างอยู่ไม่สู้ตาย แต่ว่าบาดแผลที่กายนางยังพอกัดฟันทนได้ แต่บาดแผลที่ใจ ที่นางได้เห็นคนในตระกูลของตัวเองต้องถูกประหารไปต่อหน้าต่อตา ไม่ให้นางเสียใจ จะไม่ให้นางคร่ำครวญได้อย่างไร
ศีรษะแล้วศีรษะเล่าหลุดกระเด็น แอ่งโลหิตหลั่งไหลอาบย้อมทั่วลานประหาร นางวิ่งไปหาอย่างโซซัดโซเซราวกับหญิงเสียสติ กรีดร้องจนแทบสิ้นเสียง แต่ก็ราวกับไม่มีผู้ใดได้ยินเสียงของนาง แต่ถึงจะได้ยิน แล้วใครจะไปสนใจนางกัน
นางได้แต่สมเพชเวทนาตนเองที่ไร้กำลัง ไม่สามารถทำอันใดได้ ซ้ำร้ายนางยังต้องมารับรู้ความจริงว่าหายนะที่เกิดขึ้นกับสกุลหลินและสกุลเสวี่ย ทั้งหมดนี่เป็นเพราะชายผู้นั้น!
ก่อนหน้านี้ที่คนสกุลหลินและสกุลเสวี่ยถูกจับไปขังคุกเพื่อรอการไต่สวน ตอนนั้นนางได้เคยไปขอร้องวิงวอนให้สามีของนางช่วย นางโขลกศีรษะจนศีรษะแตกเลือดอาบ แต่ผลเป็นอย่างไร? อีกฝ่ายกลับมองนางราวกับมองตัวโง่งม หรือมดปลวกที่เขาอยากจะบี้ทิ้งเต็มแก่
ตอนแรกนางยังคิดว่าเพราะนางเสียขวัญมากเกินไป ก็เลยมองผิด แต่ที่ไหนได้ หลังจากที่ได้ยินอีกฝ่ายพรั่งพรูแผนการอันสุดแสนจะชั่วช้าโสมมนั่นออกมา ก็ทำเอานางราวกับถูกสายฟ้าจากทัณฑ์สวรรค์ฟาดใส่
จะบอกว่าที่เรื่องทุกอย่างมันกลายมาเป็นเช่นนี้ ก็เพราะตัวนางอย่างนั้นหรือ? เพราะอีกฝ่ายคิดยืมดาบฆ่าคน ก็เลยหลอกใช้นาง ให้นางไปทำเรื่องโง่งมจนลากตระกูลหลินและตระกูลเสวี่ยลงเหว จนต้องพินาศทั้งตระกูลอย่างนั้นหรือ เรื่องแบบนี้...เรื่องแบบนี้มันทำให้นางเกินจะรับไหวจริง ๆ
บัดซบนัก! เหตุใดตอนนั้นนางถึงได้หน้ามืดตามัวคิดอยากจะแต่งกับเขากัน!
หลินซูเม่ยนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ก่อนหน้า ยามนั้นนางเป็นถึงคุณหนูตระกูลผู้สูงศักดิ์ เนื่องจากเป็นบุตรสาวคนเล็กที่เกิดจากภรรยาเอกของท่านราชครูหลิน หลินเฮ่า ที่ปรึกษาคนสนิทของฮ่องเต้ และยังเป็นหลานสาวแท้ ๆ ของหลินฮองเฮา
สกุลหลินของนางเป็นหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ของแคว้นต้าฉี จึงถูกทุกคนในตระกูลโอบอุ้มเลี้ยงดูอย่างตามใจราวกับไข่ในหิน นี่จึงทำให้นางมีนิสัยดื้อรั้นติดตัว
ต่อมาเมื่อนางอายุย่างเข้าสู่วัยที่ใกล้จะปักปิ่น นางบังเอิญได้ไปเที่ยวที่ตลาด ในตอนนั้นมีอุบัติเหตุซึ่งม้าของใครก็ไม่รู้ จู่ ๆ ก็ตื่นคนแล้วเตลิดวิ่งตรงมาหานาง ตัวนางที่ได้แต่นิ่งอึ้งยืนขาแข็งทำอะไรไม่ถูก จนเกือบจะถูกม้าตัวนั้นเหยียบ
‘คุณหนูเจ้าคะ ระวังเจ้าค่ะ’ เสียงสาวใช้ตะโกนมาอย่างตื่นตกใจ
‘….’ นางได้แต่ยืนอึ้งอย่างทำอะไรไม่ถูก ทันใดนั้น
ก็ได้องค์ชายรองซึ่งผ่านทางมาพอดีช่วยเอาไว้
‘แม่นาง เจ้าเป็นอะไรหรือไม่’ ชายหนุ่มเอ่ยถามหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมแขนของเขา หญิงสาวที่เขาช่วยดึงให้พ้นจากการถูกม้าเหยียบ
‘ข้าไม่เป็นไร ขอบคุณท่านมาก’ นางค่อย ๆ ขยับตัวออกเมื่อทุกสายตามองมาที่ทั้งสอง
ท่าทางสุภาพและกล้าหาญของเขา ทำให้นางตกหลุมรักอีกฝ่ายตั้งแต่แรกพบ ตอนที่กลับถึงจวนก็รบเร้าบิดามารดาให้จัดการให้นางได้แต่งกับองค์ชายรอง
แต่ทว่าทุกคนกลับไม่มีใครเห็นด้วย ไม่ว่าจะเป็นบิดามารดาของนาง หรือแม้แต่หลินฮองเฮาเอง ต่างก็เอ่ยคัดค้านในเรื่องนี้
‘ท่านพ่อ ใยพวกท่านต้องห้ามข้าด้วย ชีวิตนี้เป็นของข้า ข้าควรจะได้เลือกคู่ครองด้วยตนเองมิใช่หรือ’ นางโต้เถียงออกไปอย่างไม่ยินยอม
‘เจ้ายังเด็กนัก ถึงยังไม่รู้ว่าในวังหลวงที่ดูสวยงามนั้น มีอันตรายแอบแฝงไว้ทุกที่ ไหนเลยจะหาความสุขสงบได้’ บิดาของนางเอ่ยบอกถึงสาเหตุที่ไม่ยินยอมให้นางแต่งให้กับคนคนนั้น...คนที่อันตรายมาก
เหตุผลหลัก ๆ คือ แม้บิดาของนางจะเป็นถึงราชครู แต่กระนั้นพวกเขาก็ไม่อยากให้นางเข้าวัง เพราะในวังนั้นราวกับห้วงน้ำลึก ที่รายล้อมไปด้วยอันตราย หากเป็นไปได้ เขาแค่อยากให้นางได้แต่งกับคุณชายสูงศักดิ์ หรือซื่อจื่อ[1]ของจวนไหนสักจวนเท่านั้น
[1] ซื่อจื่อ คือ ตำแหน่งที่มอบให้กับบุตรชายคนโตของบิดาที่เป็นเชื้อพระวงศ์หรือขุนนางชั้นสูงที่ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์จากฮ่องเต้
บทล่าสุด
#62 บทที่ 62 บทส่งท้าย กลับเมืองหลวงเพื่ออยู่พร้อมหน้า
อัปเดตล่าสุด: 8/25/2026#61 บทที่ 61 กลยุทธ์ศึกของสองแม่ทัพ
อัปเดตล่าสุด: 8/25/2026#60 บทที่ 60 สะสางแค้นเลือด
อัปเดตล่าสุด: 8/25/2026#59 บทที่ 59 ซ้อนแผนตลบหลัง
อัปเดตล่าสุด: 8/25/2026#58 บทที่ 58 ชิงบัลลังก์
อัปเดตล่าสุด: 8/25/2026#57 บทที่ 57 รับไมตรี
อัปเดตล่าสุด: 8/25/2026#56 บทที่ 56 ตั้งครรภ์
อัปเดตล่าสุด: 8/25/2026#55 บทที่ 55 พบเจอคนที่ไม่อยากเจอ
อัปเดตล่าสุด: 8/25/2026#54 บทที่ 54 ศึกลวง
อัปเดตล่าสุด: 8/25/2026#53 บทที่ 53 แผนชั่วร้าย
อัปเดตล่าสุด: 8/25/2026
คุณอาจชอบ 😍
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
รักซึมร้าย NC 25++
ห้องที่หญิงสาวกำลังขึ้นไปนี้มีลักษณะเป็นห้องชุดรอยัลสวีท สุดหรู มีสองห้องนอน ห้องนอนใหญ่เป็นห้องส่วนตัวของเจ้านายใหญ่ยามที่ต้องมาค้างที่นี่ อีกห้องเป็นห้องนอนขนาดเล็กกว่าหน่อย เอาไว้สำหรับพาสาวๆ มาหาความสำราญ ด้านนอกมีห้องนั่งเล่นที่มีโซฟาชุดใหญ่วางอยู่ เมื่อไปถึงเจ้าตัวก็ยกมือขึ้นเคาะประตูสองครั้งก่อนจะผลักเข้าไปทันทีโดยไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องอนุญาต
สูตรรักศาสตราจารย์
ในวันที่คุณหมอออกเวรตอนเช้า แล้วเพิ่งจะคล้อยหลับไปไม่ทันได้หนึ่งชั่วโมง เสียง ปัก ปัก จากข้างห้องดังจนหัวเตียงเธอแทบจะคลอนตาม ด้วยความโมโห หมอปรางถึงขั้นเอากระดาษที่เขียนด้วยลายมือหมอ ไปแปะไว้ที่หน้าห้องข้างๆ
"ตำน้ำพริก กรุณารองครกด้วยค่ะ"
พร้อมคำสาบแช่งเล็กๆ น้อยๆ
"สาธุ ขอให้มันอักเสบ หรือไม่ก็ให้เตียงมันหักไปซะจะได้ไม่ต้องเสียงดัง"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"คุณไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล เชิญห้องตรวจหนึ่งค่ะ"
"ตุ่มคล้ายสิวหรือหนองขึ้นที่โคนอวัยวะเพศใช่ไหมคะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"ฉิบหายแล้วแกนังปราง มีเรื่องกับใครไม่มี นั่นน่ะหรือตาบ้าข้างห้องแกอ่ะ"
"อื้อ แกรู้จักหรือ"
"เรียกว่าทั้งมหาวิทยาลัยใครบ้างไม่รู้จักเขาดีกว่า"
"ตอนนั้นฉันอยู่ไม่เห็นรู้จัก"
"ก็แก มันสนใจอะไรรอบตัวบ้าง นั่นน่ะ อาจารย์วิทย์ รองศาสตราจารย์ไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล กำลังจะได้เป็นศาสตราจารย์อยู่รอมร่อ จนเขาว่ากันว่าจะเป็นศาตราจารย์ที่หนุ่มและหล่อที่สุด ที่สำคัญเขาเป็นอาจารย์อยู่คณะนิติศาสตร์ ฉิบหายไหมคราวนี้"
"ฉิบหายล่ะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
ลุ้นรัก เจ้าสาวใบสั่ง
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว













