บทนำ
คำพูดของแม่และภาพเด็กผู้หญิงผมยาวดำขลับพูดจาน่ารำคาญและแต่งตัวเรียบร้อยเหมือนตุ๊กตาบาร์บี้ฉายเข้ามาในหัวเขาซ้ำ ๆ จนธันวาเผลอขบกรามแน่น
"ตุ๊กตาเสียกบาล…" มือหนากำเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดนูน"ใครโสดขอเสียงหน่อยค่า!!!" นับดาวตะโกนใส่ไมค์พลางโยกย้ายร่างกายไปตามเสียงเพลง เสียงของเธอและท่าทางยั่วยวนเรียกเสียงโห่แซวจากบรรดาชายหนุ่มได้เป็นอย่างดี ด้วยวันนี้เธอสวมใส่ชุดเดรสเกาะอกสีแดงปล่อยผมยาวสยายพลิ้วไหวไปตามจังหวะการโยกย้ายร่างกาย ใบหน้ารูปไข่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางขับให้เธอดูโตกว่าวัยมาก
บท 1
บทนำ
สนามแข่งรถ…
บรื้น…
เสียงรถแข่งดังสนั่นสนามแข่งรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ ในสนามมีแค่รถแข่งสามคันเท่านั้น ธันวาหันไปพยักหน้าให้เพื่อนรักทั้งสองคนแล้วบิดคันเร่งออกไปอย่างเร็ว ปรินกับขุนเขาเร่งรถตามขึ้นมาเทียบเขาจนได้และเป็นธันวาที่เข้าเส้นชัยไปในรอบที่สาม
"แม่ง… ไม่เคยชนะเลย" ปรินถอดหมวกกันน็อกแล้วเดินมาจับมือกับธันวา ส่วนขุนเขาเดินเข้าไปนั่งพักที่ห้องพักนักแข่ง "เออว่าแต่มึงต้องไปกินข้าวกับใครนะ กูฟังไม่ค่อยถนัด" ปรินถามเสียงเรียบพลางหย่อนตัวนั่งลงบนเก้าอี้
"เด็กเหี้ยที่ไหนไม่รู้"
"เด็กเหี้ย?" ขุนเขาแทบสำลักน้ำและทวนคำพูดธันวาอีกครั้ง "เด็กเหี้ยที่ไหนวะ เคยเจอกันยัง?"
"ไม่เคย"
"เอ้า… แล้วแบบนี้ก็เท่ากับไปดูตัวอะดิ ใช่ไหมวะ" ปรินเอี้ยวหน้ามาถามขุนเขา
"ก็ประมาณนั้น" ขุนเขาตอบเสียงเรียบ
"น่ารำคาญฉิบหาย กูยิ่งหงุดหงิดง่ายอยู่ช่วงนี้"
"เออ เออออตามพ่อแม่ไปก่อน เดี๋ยวค่อยมาเคลียร์ทีหลัง" ปรินพยายามพูดให้กำลังใจเพื่อนรัก "กูว่าเด็กเหี้ยที่มึงว่ามันต้องมีอะไรดีแน่ ๆ ไม่งั้นพ่อกับแม่มึงไม่ให้ไปดูตัวหรอก"
"ก็เห็นว่าเงียบ ๆ เรียบร้อย ๆ ยิ่งฟังแล้วยิ่งน่าเบื่อ" ธันวาส่ายหน้าอย่างเบื่อหน่าย "กูยิ่งไม่ชอบอะไรแบบนี้ ยิ่งเด็กนะยิ่งน่ารำคาญ จะมาพูดจาเหมือนคุณหนู ทำตัวอ่อนปวกเปียกกูยิ่งไม่ชอบอะ เข้าใจกูไหม"
"ก็ต้องไปดูก่อนไหมวะ ไม่แน่อาจจะมาร้อยก็เรียบก็ได้นะเว้ย" ขุนเขาว่าพลางหันไปขำกับปรินขณะเดียวกันธันวาก็ทำหน้าเบื่อหน่ายอย่างหนัก
"เออ กูต้องไปแล้ว" ธันวายกหมวกกันน็อกขึ้นมาสวมใส่
"เดี๋ยวโว้ย! จะไปทั้งชุดแข่งแบบนั้นเหรอ"
"เปล่า เดี๋ยวแวะไปคอนโดก่อน"
"อืม โชคดีมึง"
"ไว้เจอกันนะ"
"เค…"
สองชั่วโมงต่อมา
ธันวานั่งอยู่ในโต๊ะอาหารของโรงแรมหรูแห่งหนึ่งที่มีทั้งผู้ใหญ่ฝั่งเขา และมีทั้งผู้ใหญ่ฝั่งเด็กคนนั้น คนที่ว่าพ่อแม่เขาอยากให้มาดูตัวนักหนา
"น้องนับดาว สวัสดีพี่ธันวาสิคะลูก" เสียงหนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลังเรียกความสนใจจากธันวาจนต้องหันกลับไปมองยังต้นทางของเสียง เด็กสาวหน้าตาน่ารักใสชุดเดรสสีชมพูกำลังเดินเข้ามาหาเขาแล้วยกมือไหว้อย่างนอบน้อม แต่ทว่าธันวากลับขมวดคิ้วยุ่งเพราะเขารู้สึกคุ้นหน้าเธอมาก ๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหนสักแห่ง
"ธันอย่าเสียมารยาทสิลูก รับไหว้น้องสิ"
"ครับ" ธันวายกมือรับไหว้แต่สายตาเขากลับจดจ้องเด็กสาวไม่ลดละ พลางคิดไปด้วยว่าเจอเธอที่ไหน แต่จู่ ๆ เสียงหัวเราะขบขันของแม่ก็ดังขึ้นขัดเสียก่อน เขาหันมามองพ่อกับแม่แล้วเลิกคิ้วถาม
"มองน้องนับดาวไม่วางตาเลย น้องนับดาวน่ารักใช่ไหมลูก"
"อ๋อ… เอ่อ… ครับ" ธันวายกยิ้มมุมปากมองนับดาวสาวน้อยที่นั่งเรียบร้อยอยู่ข้างแม่ของเธอ ท่าทางประหม่าที่เธอแสดงออกทำให้ธันวารู้สึกว่าเธอกำลังฝืนทำอะไรสักอย่างที่ตนเองไม่ชอบ แต่ก็ไม่ได้สังเกตอะไรมากนัก
"น้องนับดาวกำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกับที่ธันวาเรียน ลุงอยากให้ธันแนะแนวน้องหน่อยได้ไหม" เสียงเข้มเอ่ยขึ้น ธันวาที่กำลังคิดอะไรเพลิน ๆ ต้องรีบหันไปมองเจ้าของคำขอร้องนั้น
"แนะแนว… ผมเรียนวิศวฯ น่ะครับ ไม่รู้จะแนะแนวได้ดีไหม และไม่รู้ว่า… น้องนับดาวอยากเรียนคณะไหน" เขาตอบแบบเลี่ยง ๆ แล้วตักอาหารใส่ปากโดยที่ไม่สนใจนับดาวซึ่งเธอกำลังมองเขาอยู่
"แล้วลูกอยากเรียนอะไรเหรอดาว"
"หนูอยากเรียนบริหารค่ะ จบมาจะได้ช่วยคุณพ่อทำงาน" เธอคลี่ยิ้มหวานให้ผู้เป็นพ่อแล้วหลุบตามองต่ำเมื่อธันวามองมา
"ถ้าเป็นแบบนั้นผมก็คงแนะแนวได้ไม่มากครับ เพราะผมไม่ค่อยถูกกับเด็กคณะนั้น แม้จะจบมาแล้วก็ตาม" ธันวาเอ่ยบอกเสียงเรียบ ท่าทางเย็นชาที่เขาแสดงออกมาทำพ่อกับแม่รู้สึกหนักใจไม่น้อย เพราะนี่ก็เป็นการดูตัวกันครั้งแรกและพวกเขาคาดหวังไว้มากว่าหนูนับดาวจะเข้าตาลูกชายบ้าง
"อ๋อ… ไม่เป็นไร เอาเท่าที่ธันเข้าใจก็พอแล้วลูก"
"ครับ" ธันวามองหน้านับดาวที่นั่งสงบเสงี่ยมอยู่ ก่อนที่จะส่ายหน้าไปมาน้อย ๆ อย่างเบื่อหน่ายแล้วรีบกินข้าวแล้วขอตัวออกไปสูบบุหรี่ข้างนอก
"ธัน" เสียงหวานของแม่เอ่ยเรียกลูกชายที่ยืนสูบบุหรี่อยู่ในจุดที่ทางโรงแรมจัดไว้ให้แขกมาสูบบุหรี่ ธันวาบี้ก้นบุหรี่ที่เพิ่งสูบหมดลงในถังแล้วเหลือบตามองแม่ที่กำลังทำหน้ายุ่ง ไม่ต้องเดาก็พอรู้ว่าแม่จะพูดอะไรกับเขา
"ไม่ชอบ" เขาชิงพูดก่อนที่แม่จะพูดเสียอีก ดวงใจได้แต่อ้าปากค้างกลืนคำพูดที่จะเอ่ยออกไปเพราะไอ้ลูกชายตัวดีกลับพูดขัดเสียก่อน
"ไม่ชอบก็เก็บอาการไว้ก่อน อย่าทำพ่อกับแม่ขายหน้าได้ไหม"
"เอาจริงไหม แม่ก็รู้ว่าผมไม่ชอบอะไรแบบนี้อยู่แล้ว แล้วยังจะพามาอีก ดูยัยเด็กนั่นสิ… เรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้ น่าเบื่อ"
"อย่าเสียงดังไปได้ไหม แม่ว่าหนูนับดาวน่ารักดีออก"
"น่ารักกับผีสิ ผมไม่ชอบ" เขาตอบกลับทันควันจนผู้เป็นแม่ต้องตีแขนไปหนึ่งที
"พอแล้ว ค่อยกลับไปคุยกันที่บ้าน"
"กลับตอนนี้เลยได้ไหม"
"ไม่ได้ กลับเข้าไปก่อน" ธันวาหันมาคลี่ยิ้มให้แม่อย่างประชดประชันแล้วควงแขนแม่เดินเข้าไปในห้องอาหารอีกครั้ง
"อ้าวหนูนับดาวไปไหนคะ" ดวงใจเอ่ยถามพลางกวาดสายตามองทุกคน
"อ๋อ ไปเข้าห้องน้ำมั้งครับ" เป็นพ่อนับดาวที่ตอบคำถามนั้นแทน ธันวายกยิ้มแล้วนั่งลงที่เดิมด้วยท่าทางสุภาพ แต่กลิ่นบุหรี่ที่ติดตัวเขาก็ทำเอาคนที่ไม่ชอบถึงกับไอออกมาเบา ๆ แล้วทุกสายตาก็มองมาที่เขา
"ผมสูบบุหรี่มาครับ" เขาพูดออกไปด้วยสีหน้าเรียบนิ่งแล้วยกแก้วน้ำขึ้นดื่มด้วยท่าทางสบาย ๆ ไม่ได้สนใจใครแม้ว่าเบื้องหลังแม่จะแอบหยิกขาเขาอยู่
ในห้องน้ำ…
"แก! แกต้องมาเห็นหน้าไอ้พี่คนนั้นนะ หน้าแบบ…" นับดาวตะโกนใส่โทรศัพท์มือถืออย่างเก็บกด "แล้วเมื่อกี้ฉันได้ยินมาว่าเขาไม่ชอบฉัน ว่าฉันน่ารักเกินไป แล้วไม่ดูตัวเองอะ… ใครมันจะไปชอบ โว้ย!! น่ารำคาญมากเลยแล้วทำไมฉันต้องมาแต่งตัวอะไรแบบนี้ด้วยเนี่ย อึดอัดหมดแล้ว"
(แกใจเย็น ๆ ก่อนนะทำตัวเรียบร้อยเข้าไว้ก่อนนะ ดีเสียอีกที่เขาไม่ชอบความน่ารัก เพราะงั้นแกก็ต้องทำตัวน่ารักไปก่อน เอาไว้เราค่อยไปปลดปล่อยที่ผับ)
"เออ! ดีเหมือนกัน อยากปลดปล่อยจะบ้าตายแล้วเนี่ย เบื่อโว้ย…" นับดาวร้องออกมาด้วยความอึดอัด เธอไม่ได้ดีใจที่พ่อแม่พามาดูตัวแต่รำคาญมากกว่า และไม่เป็นตัวของตัวเองเลยสักนิด เพราะต่อหน้าพ่อแม่เธอมักจะเป็นเด็กเรียบร้อยและอ่อนหวาน แต่จริง ๆ แล้วเธอตรงกันข้ามทุกอย่าง เที่ยวเก่ง ช็อปปิ้งเก่ง กินเหล้าเก่ง…
(พอแล้ว ๆ ออกไปได้แล้วเดี๋ยวเขามาตามนะ)
"อืม ได้ระบายกับแกฉันค่อยรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย เดี๋ยวต้องไปปั้นหน้ายิ้มหวานใส่ไอ้หน้าตึงนั่นแล้ว บายแก" นับดาวกดวางสายแล้วเปิดประตูเดินออกมายืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์อ่างล้างมือ เธอสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่แล้วมองดูตัวเองในกระจกเงาก่อนที่จะคลี่ยิ้มหวาน
"พี่ธันชอบกินขนมหวานไหมคะ น้องนับดาวชอบทำนะ เอาไว้จะทำไปให้พี่ธันวากินดีไหมคะ แหวะ!! แค่คิดว่าต้องพูดก็จะอ้วกว่ะ" นับดาวเบ้ปากใส่กระจกแล้วเดินออกมาจากห้องน้ำ เธอปั้นหน้ายิ้มบาง ๆ พร้อมกับปรับท่าเดินให้เรียบร้อยขึ้น เดินตรงไปที่ห้องอาหาร แม่บ้านที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำทีหลังทำหน้ามึนงงกับการกระทำของเธอมาก
"อ้าวมาแล้วเหรอลูก"
"ค่ะ ขอโทษที่น้องดาวไปนานนะคะ"
"ฮึ…" ธันวาแค่นหัวเราะออกมาอย่างขำขันกับสรรพนามที่เด็กสาวใช้เรียกตัวเองก่อนจะยกแก้วน้ำขึ้นมาจิบเล็กน้อยเมื่อถูกคนทั้งโต๊ะหันมามองอีกครั้ง "ครับ?" ธันวาเลิกคิ้วถามเพราะถูกมองนานไป
"เอ่อ… พี่ธันชอบกินขนมหวานมะ…"
"ไม่ชอบ หวานไปมันก็เลี่ยน" นับดาวเม้มปากแน่น ยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดประโยคที่เตรียมมาจบเลยด้วยซ้ำธันวาก็เอ่ยตัดบทแบบไม่มีเยื่อใยเลย นับดาวยิ้มหวานแล้วยกแก้วน้ำขึ้นมาจิบแก้เก้อ
'ไอ้หน้าตึง! คิดว่าตัวเองเป็นใครวะมาหักหน้าคนอื่นต่อหน้าผู้ใหญ่แบบนี้ อย่าให้เจอข้างนอกนะจะตีปากให้!'
"เอาล่ะ ๆ พ่อว่าเราสองคนออกไปคุยกันข้างนอกดีไหม เดี๋ยวผู้ใหญ่จะคุยกับสักหน่อย"
"คะ?" นับดาวหันไปมองพ่อตัวเองด้วยสีหน้าเหมือนจะร้องไห้ จะให้เธอไปคุยกับไอ้เสาไฟฟ้าสองต่อสองเนี่ยนะ…
"ไปสิธัน พาน้องไปเดินเล่นหน่อยลูก"
"ครับ" ธันวาตวัดสายตามองนับดาวแล้วลุกขึ้นยืน เธอรีบลุกขึ้นแล้วเดินมาควงแขนธันวาไว้ "เดินเองไม่ได้เหรอ" น้ำเสียงเย็นยะเยือกที่เปล่งออกมาทำเอานับดาวตัวแข็งทื่อไปแทบไม่เป็น
"อ๊ะ… อ๋อค่ะ เดินเองค่ะ" นับดาวหันไปมองหน้าพ่อกับแม่แล้วรีบเดินตามชายหนุ่มไป
"เอออยู่ไหนวะ" ธันวายกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแนบหูพลางเหลือบตามองนับดาวด้วย
(เออกูออกมาซื้อของกินไปให้เพียงอะ ทำไมวะ)
"กูอยู่ที่โรงแรมxxx… มารับหน่อย"
(ได้ดิ กูใกล้จะถึงโรงแรมแล้ว ทางผ่านพอดีอะ ดีนะมึงโทรมาก่อน)
"อืม"
"พี่ธันจะไปไหนเหรอคะ" เสียงหวานเอ่ยถามชายหนุ่มที่เดินตรงไปทางประตูทางเข้าโรงแรม นับดาวก้าวเท้าเดินตามไปอย่างรวดเร็วแต่ทันใดธันวาก็หยุดเดินกะทันหันทำเอาเธอเบรกแทบหัวทิ่ม
"เธอน่ารักนะแต่เธอไม่ใช่สเปกฉัน หนูนับ… ดาว" ไม่นานมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์คันสีดำก็ขับเข้ามาจอดเทียบฟุตปาธ ธันวาขยิบตาให้นับดาวแล้วก้าวขึ้นไปนั่งซ้อนท้ายก่อนที่คนขับจะขับออกไปด้วยความเร็ว
"กรี๊ด!! ไอ้หน้าตึง ไอ้เสาไฟฟ้า!!"
บทล่าสุด
#72 บทที่ 72 ตอนพิเศษ 1 ฮันนีมูนร้อนรัก(NC)
อัปเดตล่าสุด: 10/22/2025#71 บทที่ 71 บทที่ 70 ตอนจบ
อัปเดตล่าสุด: 10/22/2025#70 บทที่ 70 บทที่ 69 ความสุขของคนรักเมีย
อัปเดตล่าสุด: 10/22/2025#69 บทที่ 69 บทที่ 68 หมั้นหมาย
อัปเดตล่าสุด: 10/22/2025#68 บทที่ 68 บทที่ 67 พร้อมที่จะใช้ชีวิตคู่
อัปเดตล่าสุด: 10/22/2025#67 บทที่ 67 บทที่ 66 คลั่งรัก
อัปเดตล่าสุด: 10/22/2025#66 บทที่ 66 บทที่ 65 เปิดตัวอย่างเป็นทางการ
อัปเดตล่าสุด: 10/22/2025#65 บทที่ 65 บทที่ 64 ตามใจ
อัปเดตล่าสุด: 10/22/2025#64 บทที่ 64 บทที่ 63 มากกว่าความเข้าใจ
อัปเดตล่าสุด: 10/22/2025#63 บทที่ 63 บทที่ 62 ตงิดใจ
อัปเดตล่าสุด: 10/22/2025
คุณอาจชอบ 😍
คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิ”
"ภูวินทร์" แม้จะเป็นศัลยแพทย์ แต่เขากลับเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าที่ใคร ๆ คิดเอาไว้
“ในเมื่อวันนี้คุณหมอไม่พร้อม ก็ยกเลิกงานหมั้นวันนี้ไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นกับพวกคุณนะคะ”
"ศินีนารถ" ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของคู่หมั้น หลังจากที่เขาปล่อยให้งานหมั้นวุ่นวาย เพียบตบเดียวจากเธอ ถึงกับเรียกสติของเขากลับมาทันที
“ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง"
แม้งานหมั้นจะผ่านไปได้วยดี แต่ทว่า.... ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแบบนั้น
ทั้งเรื่องมือที่สาม และความไม่เข้าใจกัน ความดื้อดึงของเธอ เจอกับความเย็นชา เผด็จการและดุดันของเขา
เปลี่ยนคนที่โหดอย่างเขา กลายเป็นเริ่มคลั่งรักเธอ เริ่มขาดไม่ได้ และตามมาด้วยความหึงหวง
ซึ่งเป็นความหึงแบบไม่ธรรมดา ในเมื่อเขาคือ "สายโหด" ความขี้หึง ก็ต้อง "หึงโหด" เช่นกัน
"คู่หมั้นก็ถือเป็นสามีไปแล้วครึ่งหนึ่ง บอกมาว่ามันเป็นใคร แล้วให้มันแตะต้องตรงไหนบ้าง คืนนี้ผมจะลบออกไปให้หมด แล้วอย่าได้ให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องอีก คุณเป็นของผมคนเดียวเข้าใจมั้ย!"
"หมอคะคุณใจเย็น ๆ ก่อน อ๊าา!!!"
"คืนนี้ต่อให้ร้องขอชีวิต ก็อย่าคิดจะคลานลงจากเตียงนี้ไปได้เลย!"
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
บ่วงรักกับดักแค้น
เมื่อรักแรกที่จบลงด้วยการทรยศอย่างเลือดเย็น กลับวนมาเจอกันอีกครั้งในสถานะประธานบริหารคนใหม่กับพนักงานขายตัวท็อป ภีม (ภีมากร) กลับมาพร้อมความเย็นชาและแผนการทำลายชีวิตคนที่เคยทิ้งเขาไป ขณะที่พริก (พริมา) ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการกลั่นแกล้ง เพราะความลับที่เธอซ่อนไว้ในอดีตนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
พี่สาวครับรับรักผมด้วย
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""
เมียเด็กของท่านประธานร้ายรัก
เธอเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานธรรมดา ส่วนเขาคือท่านประธานผู้สูงส่ง เย็นชา และอันตรายเกินกว่าที่หัวใจดวงเล็ก ๆ ของเธอจะรับมือไหว
น้ำขิงไม่เคยคิดเลยว่า การเข้ามาฝึกงานในบริษัทวัฒนากร กรุ๊ป จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลเพราะเพียงคืนเดียว...เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขา
ภูริช วัฒนากร คือผู้ชายที่ใคร ๆ ก็เกรงกลัว
เขาร้าย เขาเย็นชา เขาไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร แต่กับเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ เขากลับทั้งหวง ทั้งหึง ทั้งร้ายกาจ และไม่ยอมปล่อยมือ
“เธอเป็นของฉัน น้ำขิง จำไว้ให้ดี”คำพูดของเขาเหมือนโซ่ตรวนผูกเธอไว้กับความรักที่ทั้งหวาน ทั้งเจ็บ และหนีไม่พ้น
ทว่าเมื่อความลับและคำกล่าวหาร้ายแรงถาโถมเข้ามาผู้ชายที่เคยกอดเธอแน่น กลับเป็นคนเดียวกันที่ทำให้เธอเจ็บจนแทบขาดใจ เธอไม่ได้ต้องการเงินของเขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งเมีย ท่านประธาน เธอต้องการเพียงความเชื่อใจจากผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจแต่เมื่อเขาไม่ฟัง...เธอจึงเลือกจากไป
พร้อมหัวใจที่แตกสลาย และอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ที่เขายังไม่รู้ว่ามีอยู่จริง
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"













