บทนำ
“คืนนั้นทุกคนได้ยิน…แต่ไม่มีใครเปิดประตู”
อดีตพยาบาลถูกพบเป็นศพใต้ผ้าห่มที่จัดไว้อย่างเรียบร้อย ข้อมือถูกตรึงกับเตียง ข้างร่างมีปุ่มเรียกพยาบาลที่ถูกตัดสาย—และมันยังส่งเสียง
ข้อความสุดท้ายของเธอพา สารวัตรภูเมือง กับ แพทย์หญิงนวลละออ ย้อนกลับไปยังสถานดูแลร้าง ที่ซึ่งหญิงสาวคนหนึ่งเคยร้องขอความช่วยเหลือจนสิ้นใจในห้องหมายเลขเจ็ด
เมื่อคนที่เกี่ยวข้องทยอยเสียชีวิต ร่องรอยบนศพกลับบอกเล่าเรื่องต่างจากคำให้การ ขณะที่ผู้รอดชีวิตยืนยันตรงกันว่า…เห็นหญิงที่ตายไปแล้วมายืนรออยู่ปลายเตียง
ท่ามกลางคดีอำมหิต การกลับมาของคนรักเก่าทำให้ความสัมพันธ์ของภูเมืองกับนวลสั่นคลอน โดยทั้งคู่ยังไม่รู้ว่าใครบางคนกำลังเฝ้ามอง และค่อย ๆ เลือกเหยื่อรายสุดท้าย
นวลอาจอ่านความลับจากศพได้ทุกศพ
แต่ครั้งนี้ ฆาตกรตั้งใจให้เธอมีชีวิตอยู่…จนกว่าจะถึงตาของเธอ
บท 1
สุรีย์เพิ่งรู้ว่ามือของตัวเองสั่น ตอนเสียบกุญแจเข้ารูไม่ตรงเป็นครั้งที่สาม
เธอหันไปมองถนนหน้าบ้าน
รถเก๋งสีดำยังจอดอยู่ฝั่งตรงข้าม กระจกหน้าสะท้อนแสงจากเสาไฟจนมองคนข้างในไม่เห็น เมื่อครู่มันตามเธอออกมาจากร้านถ่ายเอกสาร พอเธอเลี้ยวเข้าซอย รถก็เลี้ยวตาม
กุญแจหลุดจากมือกระแทกพื้น
โทรศัพท์ดังขึ้นพอดี
ชื่อที่ปรากฏทำให้เธอยืนนิ่ง ก่อนก้มเก็บกุญแจแล้วรับสาย
“ถึงบ้านแล้วหรือครับ”
“ค่ะ”
“เสียงเหมือนเหนื่อย ไปไหนมาหรือเปล่า”
“ซื้อของค่ะ”
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง
“อย่าลืมกินยานะครับ ช่วงนี้คุณพักผ่อนน้อย”
“ค่ะ”
“แล้วเรื่องที่เราคุยกัน…”
สุรีย์กำกุญแจแน่น
“หนูจำได้ค่ะ”
“ดีครับ ผมเป็นห่วง”
เขาวางสายก่อน
เธอรอจนรถสีดำเคลื่อนออกจากซอย จึงไขประตูเข้าบ้าน ล็อกทั้งลูกบิดและกลอนบน แล้วลากเก้าอี้มาขัดไว้อีกชั้น
ในถุงกระดาษจากร้านถ่ายเอกสารมีสำเนาสิบสองแผ่น
สุรีย์วางมันบนโต๊ะกินข้าว ดึงโทรศัพท์ออกมาเปิดบทสนทนากับหมอธวัช ข้อความนัดหมายยังอยู่ที่เดิม
พรุ่งนี้สิบโมง มาที่ห้องทำงานได้ครับ
เธอพิมพ์คำว่า หนูขอไปคืนนี้ได้ไหมคะ แล้วลบทิ้ง
แต่เขารู้แล้ว
สุรีย์เหลือบมองประตู ก่อนแยกสำเนาสองแผ่นใส่ซอง เขียนชื่อธวัชลงไป ตัวหนังสือเอียงจนต้องเขียนนามสกุลใหม่
เสียงกริ่งดังขึ้น
เธอสะดุ้งจนปากกากลิ้งตกโต๊ะ
“พี่สุรีย์ ของมาส่งค่ะ”
เสียงเด็กสาวข้างบ้าน
เธอรวบกระดาษคว่ำลง เดินไปถามผ่านประตู
“ใครเอามา”
“คนส่งของค่ะ เขาฝากไว้บ้านหนูตั้งแต่เย็น”
สุรีย์เปิดประตูเพียงแง้มเดียว รับกล่องเล็กจากมือเด็ก
“ขอบใจนะ”
เธอรอจนเด็กกลับเข้าบ้าน จึงยกเก้าอี้ขัดประตูตามเดิม
กล่องไม่มีชื่อผู้ส่ง
ด้านในเป็นปุ่มเรียกพยาบาลพลาสติกสีครีม คราบเหลืองฝังอยู่ตามรอยต่อ สายไฟถูกตัดเหลือไม่ถึงคืบ
สุรีย์ปล่อยกล่องหล่นทันที
เธอจำรอยบิ่นข้างปุ่มได้
ครั้งหนึ่งมาลินีเคยยื่นมันให้เธอดู บอกว่ากดแล้วไม่มีใครมา สุรีย์รับปากว่าจะตามช่าง แต่สุดท้ายก็วางใบแจ้งซ่อมไว้ใต้แฟ้มอื่น
คืนนั้นเธอได้ยินเสียงเรียกจากห้องเจ็ด
เธอไม่ได้เข้าไป
สุรีย์ถอยจนชนขอบโต๊ะ
โทรศัพท์สั่นอยู่ข้างกองเอกสาร เธอคว้ามาดู เป็นหมายเลขที่ไม่ได้บันทึกชื่อ
เธอปล่อยให้มันดังจนเงียบ
ไม่ถึงห้าวินาที สายใหม่ก็เข้ามา
คราวนี้เธอรับ
“เอามาให้ทำไม”
ปลายสายมีเสียงลมหายใจเบา ๆ
“ฉันถามว่าเอามาให้ทำไม!”
มีเสียงเสียดสีกับพื้นดังลอดมา ช้า หนัก เหมือนใครกำลังลากของบางอย่าง
แล้วเสียงผู้หญิงก็พูดขึ้น
“พี่สุรีย์”
เธอกดตัดสาย
โทรศัพท์หลุดลงบนโต๊ะ หน้าจอยังสว่าง เธอจ้องมันจนเริ่มแสบตา ก่อนคว้าขึ้นมากดโทรหาธวัช
ไม่มีคนรับ
เธอกดอีกครั้ง เดินไปดับไฟหน้าบ้าน มืออีกข้างพยายามรวบเอกสารใส่ถุง แต่กระดาษกลับหล่นกระจาย
เสียงหนึ่งดังขึ้นจากกล่องบนพื้น
ติ๊ง
สุรีย์หยุดหายใจ
มันเป็นเสียงสั้น ๆ ที่เธอเคยได้ยินตลอดกะดึก เสียงเดียวกับที่ดังตรงโต๊ะพยาบาลทุกครั้งเมื่อมีคนกดเรียก
เธอมองปลายสายที่ถูกตัด
ติ๊ง
คราวนี้ดังจากชั้นบน
ธวัชออกจากห้องน้ำขณะโทรศัพท์หยุดสั่น
เขาเห็นสายไม่ได้รับจากสุรีย์สองสาย จึงโทรกลับระหว่างหยิบแว่นบนหัวเตียง
ไม่มีคนรับ
ข้อความเสียงเข้ามาตามหลัง เขากดเปิดฟัง
“อาจารย์คะ หนูสุรีย์นะคะ”
เสียงเธอเบาและขาดเป็นช่วง
“พรุ่งนี้หนูอาจไปไม่ได้…หนูส่งของไว้ให้แล้วค่ะ ถ้ามีใครมาถาม อย่าบอกนะคะว่าหนูไม่ได้ยิน”
ธวัชขมวดคิ้ว
“คืนนั้นทุกคนได้ยินเสียงจากห้องเจ็ด”
มีเสียงกระแทกดังขึ้นหนึ่งครั้ง ตามด้วยเสียงสุรีย์หอบหายใจ
“หนูผิดเองที่ไม่เปิดประตู แต่หนูไม่ได้—”
ข้อความจบตรงนั้น
ธวัชกดโทรกลับทันที
สุรีย์ซุกโทรศัพท์ไว้ใต้กองผ้าที่รอรีด
หน้าจอสว่างขึ้นอีกครั้ง เธอเอาผ้าขนหนูคลุมทับ แสงจึงหายไป แต่เสียงสั่นยังดังเบา ๆ กับพื้นตะกร้า
ลูกบิดประตูห้องนอนหมุน
เธอถอยไปยืนชิดหน้าต่าง เหล็กดัดเย็นจัดเมื่อมือแตะ เธอเพิ่งเก็บกุญแจแม่แรงสำหรับเปิดช่องหนีไฟลงลิ้นชักเมื่ออาทิตย์ก่อน ตอนลูกสาวกลับมาเยี่ยมแล้วบ่นว่ามันเกะกะ
“สุรีย์”
เสียงผู้ชายเรียกจากอีกด้าน
“เปิดเถอะครับ เราคุยกันได้”
เธอเอามือปิดปาก
“คุณให้ผมมาเอง จำไม่ได้หรือ”
เธอหลับตา พยายามนึกว่ามือถืออยู่ตรงไหน จะคลานไปหยิบทันหรือไม่
“อาจารย์ธวัชยังไม่รู้อะไรค่ะ” เธอพูด “หนูยังไม่ได้บอก”
เสียงข้างนอกเงียบลง
แล้วเขาถามด้วยน้ำเสียงเดิม
“ผมถามถึงอาจารย์หรือครับ”
สุรีย์ทรุดลงข้างเตียง
ลูกบิดหยุดหมุน มีเสียงโลหะกระทบกันเบา ๆ ก่อนประตูค่อย ๆ เปิดออก
ชายตรงหน้ามองตะกร้าผ้าเป็นอย่างแรก
เขาดึงโทรศัพท์ออกมา เห็นชื่อบนหน้าจอแล้วปิดเครื่อง จากนั้นจึงวางไว้บนตู้เสื้อผ้า สูงเกินกว่าที่เธอจะเอื้อมถึง
“ลุกขึ้นครับ”
“หนูขอโทษ”
เขาเหลือบมองเตียง
“ปูผ้าให้เรียบร้อยก่อน คุณไม่ชอบนอนบนผ้ายับไม่ใช่หรือ”
เธอมองเขา น้ำตาไหลโดยไม่มีเสียง
“พรุ่งนี้ลูกหนูจะโทรมา”
“ครับ ผมรู้”
เสียงรถเข็นดังขึ้นกลางดึก
ล้อฝืดครูดผ่านหน้าห้องนอน หยุด แล้วขยับต่ออีกนิด
สุรีย์ลืมตา
ผ้าห่มคลุมถึงอก เธอพยายามยกแขน แต่ข้อมือถูกตรึงไว้กับข้างเตียง กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อฉุนจนแสบจมูก ทั้งที่เมื่อเย็นเธอยังได้กลิ่นกระเทียมเจียวจากบ้านข้าง ๆ
ประตูเปิดค้างอยู่
ทางเดินนอกห้องยาวกว่าที่ควรเป็น
ใต้หลอดไฟดวงสุดท้าย มีผู้หญิงนั่งอยู่บนรถเข็น ศีรษะก้มจนผมปิดหน้า เท้าเปล่าสองข้างลากกับพื้น
สุรีย์พยายามเรียก แต่เสียงออกมาเพียงลม
ผู้หญิงคนนั้นค่อย ๆ เงยหน้า
มาลินีมองเธออยู่นาน ก่อนเลื่อนสายตาไปยังปุ่มเรียกบนหมอน
คราวนี้สายของมันยาวลงไปถึงพื้น และทอดหายเข้าใต้เตียง
“กดสิคะพี่”
เสียงนั้นแหบจนแทบฟังไม่ออก
“ลองดูว่าจะมีใครมาไหม”
บทล่าสุด
#45 บทที่ 45 ผู้ป่วยที่ยังอยู่
อัปเดตล่าสุด: 10/28/2026#44 บทที่ 44 เปิดประตู
อัปเดตล่าสุด: 10/28/2026#43 บทที่ 43 คนเฝ้าคนป่วย
อัปเดตล่าสุด: 10/28/2026#42 บทที่ 42 คนที่บินมา
อัปเดตล่าสุด: 10/28/2026#41 บทที่ 41 คนที่ยังนั่งอยู่
อัปเดตล่าสุด: 10/28/2026#40 บทที่ 40 คนที่บอกเขา
อัปเดตล่าสุด: 10/28/2026#39 บทที่ 39 คนที่ต้องออกไปก่อน
อัปเดตล่าสุด: 10/28/2026#38 บทที่ 38 บ้านพักหลังเก่า
อัปเดตล่าสุด: 10/28/2026#37 บทที่ 37 ที่ว่างข้างเตียง
อัปเดตล่าสุด: 10/28/2026#36 บทที่ 36 คนที่เขาเลือกไว้
อัปเดตล่าสุด: 10/28/2026
คุณอาจชอบ 😍
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
กลรักเมียแต่ง
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
เกิดใหม่เป็นเมียของตัวร้าย...พลิกฐานะให้ร่ำรวยด้วยมิติวิเศษในยุค80
หลินเฟยเฟยตื่นขึ้นมาในร่างของเด็กสาวอาภัพที่ถูกทิ้งเพราะคำทำนายลวงโลก ปล่อยให้แฝดพี่สวมรอยเป็นหงส์ฟ้าเสวยสุขในบ้านเศรษฐี ส่วนเธอต้องทนลำบากแถมยังถูกใส่ร้ายจนตาย!
แต่ขอโทษที หลินเฟยเฟยคนใหม่นี้ไม่หมูเหมือนคนเก่า ในมือมีระบบแลกเปลี่ยนมิติสุดล้ำ สมองมีแผนธุรกิจระดับร้อยล้าน เธอจะพลิกโฉมสมุนไพรบ้านนอกให้กลายเป็นอาณาจักรเครื่องสำอางระดับชาติ ตอกหน้าแฝดพี่ดอกบัวขาวและอดีตคู่หมั้นเฮงซวยให้หงายหลัง!
แถมยังมีเซี่ยจินเหิง พญามารคุมตลาดมืดที่ใครๆต่างหวาดกลัว มาคอยตามป้วนเปี้ยนขอสมัครเป็นบอดี้การ์ดพ่วงตำแหน่งสามี... หึ ดาวไม้กวาดงั้นเหรอ คอยดูเถอะ ฉันจะกวาดเงินกวาดทองให้เกลี้ยงประเทศเลย!
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
เจ้าสาวนอกปรารถนา
จู่ ๆ วันหนึ่งเขาเดินเข้ามาบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า ‘ทำผู้หญิงคนอื่นท้อง’ พร้อมยื่นคำขาดว่า… หากรับไม่ได้ก็เซ็นใบหย่าแล้วไสหัวไป แต่ถ้าอยากรักษาตำแหน่งภรรยาแต่งเอาไว้ ก็จงยอมรับสภาพการใช้ชีวิตแบบ ‘สามคนผัวเมีย’ ในบ้านหลังนี้ซะ!
วันนี้หญิงสาวจึงต้องตัดสินใจ เธอจะยอมก้มหน้ารับความอดสู หรือจะลุกขึ้นสู้เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีและเดินออกจากกรงขังไร้รักแห่งนี้ด้วยตัวเอง
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
My Husband คุณสามีเมื่อไหร่จะหย่า?
ว่าที่เจ้าบ่าวรู้เรื่องก็กับรีบเอ่ยปากตั้งเงื่อนไขการหย่าตั้งแต่ยังไม่ทันได้แต่งงาน
แล้วแบบนี้เธอจะใช้ชีวิตหลังแต่งงานกับเขาได้ยังไงกัน?
เมื่อเขาปากร้าย ส่วนเธอไม่ชอบพูด
แต่เมื่อเธอเลือกพูด สิ่งที่พูดออกไปคือ “กลับมาแล้วเราไปหย่ากัน! ไม่ต้องรอแล้ว หย่ากันเลย!!” เพียงประโยคเดียวสั้น ๆ
ทำให้ชายหนุ่มที่อยู่ไกลเริ่มร้อนลน ทั้งเคยพูดเรื่องหย่าอยู่บ่อยครั้ง ได้ยินคำจริงจังนั่นถึงกับรีบแจ้นกลับมา
แล้วตกลงคุณสามี ตกลงอยากหย่า หรือ ไม่อยากหย่านะ?
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
รักร้อน ซ่อนเกียร์ร้าย
เดือนมหาวิทยาลัย 4 ปี ซ้อนอย่าง "เซย์จิ" หล่อ รวย เด็กท็อปคณะวิศวะ เจ้าชู้ เอาแต่ใจตัวเอง ไม่สนใจใคร ไม่คบกับใครจริงจัง เปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่น
แต่ใครจะรู้ว่า เขาจะแพ้ทาง แม่เด็กเนิร์ดที่ทั้งเฉิ่มและดูจืดชืดต่างกับชื่อของเธออย่าง...
"มะนาว" สาวน้อยนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ปี 2 เธอ... เป็นลูกสาวแม่บ้าน ในบ้านของเขา
คืนเดียวที่เปลี่ยนชีวิตเขาและเธอไปตลอดกาล....
"ช่วยด้วย ยัยบ้านั่น! เมียน้อยพ่อฉัน..."
เขาถูกเมียน้อย หรือแม่เลี้ยงคนล่าสุดของพ่อ วางยา!
พอหนีมาได้ ก็เจอเธอที่เอาของขึ้นมาเก็บ หลังจากคืนเร่าร้อนผ่านไป ชีวิตของมะนาวก้ไม่เคยเหมือนเดิมอีกเลย
เธอยิ่งหนี ไม่อยากถลำลึก แต่เขากลับไม่ยอมปล่อย และตามติดเธอไปทุกที่
โดยขอแม่เธอว่า "ผมต้องการแม่บ้านที่คอนโด"
สุดท้ายมะนาวก็ต้องทำหน้าที่แม่บ้าน และบริการเขาทั้งวัน.... ทั้งคืน แต่ทว่า....
ทุกอย่างมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น เพราะผู้หญิงรอบตัวเขา ที่คอยมาวุ่นวายกับเธอ
และเธอเองก็มีคนอื่น ที่เข้ามาจีบอยุ่ไม่น้อย
ทำให้เซย์จิ ปลุกซาตานในตัวขึ้นมา และตามหึงหวงเธอไปทุกที่
ทำเอามหาวิทยาลัยแทบลุกเป็นไฟ!!
"ถ้ากล้าคุยกับมันต่อหน้าฉันอีก ระวังเธอจะตาคาเตียงนะมะนาว!!"
ฝากติดตามความหึงหวงของไอ้โบ้ตัวใหม่ ที่ปากร้าย "ขึ้นอย่างหงส์ ลงอย่างเอ๋ง..." ด้วยนะคะ
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด













