บทนำ
เวลาที่เห็นเธอเผลอกัดริมฝีปากเพราะความเจ็บ นายหัวก็รีบพรมจูบ ประคับประคองให้เธอได้ผ่านมันไปพร้อมๆกับเขา ปล่อยให้ความลี้ลับของร่างกาย ได้ทำหน้าที่ของมัน ดุจเดียวกับหญิงสาวที่พริ้มตากับความรู้สึกอันเป็นผลพวงจากความรักที่ได้รับ มันเป็นสัมผัสแรกที่วัยสาวเพิ่งได้พานพบ ความรู้สึกจากการกอด จูบ ลูบ คลำ ที่เกิดขึ้นจริง ความรู้สึกว่าเธอและเขา ‘เป็นของกันและกัน’ มันวาบหวิวยิ่งกว่าความรู้สึกในนิยายที่เธอบรรยายเป็นไหนๆ
มินตราได้แต่หลับตา…ความสุขละเลียดลึกไปในทุกอณูเซลล์ ซึมวาบไปตามรูขุมขน นายหัวกำลังลำเลียงความเสียวซ่านเข้าสู่หัวใจดวงน้อยๆ เขาตรึงเธอไว้ในปัจจุบันขณะที่รับรู้ได้ตรงปลายจมูก กับจังหวะ ‘เข้า’และ ‘ออก’ ของลมปราณอันเกิดจากการประสานร่างกายเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน
บท 1
ไม่อนุญาตให้สแกนหนังสือ
หรือคัดลอกเนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือ
เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของหนังสือเท่านั้น
นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่สมมติขึ้น
ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องจริงแต่อย่างใด ชื่อบุคคล
และสถานที่ที่ปรากฏในเนื้อเรื่อง ไม่มีเจตนา
อ้างอิงหรือก่อให้เกิดความเสียหายใดๆ
……….
นิยายเรื่องนี้… ไม่มีแก่นสารสารัตถะอะไรนักหนา
ทั้งเรื่องขับเคลื่อนด้วยอารมณ์อันมืดดำของมนุษย์
ดำเนินเรื่องด้วยตัณหาราคะสุดร้อนแรง
ท่านใดที่ไม่ชอบโปรดหลีกเลี่ยง
เราเตือนท่านแล้ว
“ทาสรักคนเถื่อน”
โดยกาสะลอง
มินตรา หญิงสาวใบหน้าสะสวย อำพรางดวงตาเอาไว้ภายใต้แว่นกันแดดสีดำ เดินย่ำไปบนผืนทรายชุ่มน้ำอย่างไม่รีบร้อน ในมือถือกระดานรองวาดรูป แลเห็นกระดาษสีขาวหลายแผ่น หนีบซ้อนกันเอาไว้ ดินสอ สีน้ำ พู่กัน อุปกรณ์สำหรับเขียนรูป รวมอยู่ในย่ามใบเก่าที่ตัดเย็บด้วยผ้าดิบสีขาวขุ่น คล้องเอาไว้ที่หัวไหล่กลมกลึง ลัดเลาะมาถึงเนินหินสีดำเตี้ยๆที่ผุดพ้นผืนทรายตรงหน้าขึ้นมาตะปุ่มตะป่ำ เล็กบ้างใหญ่บ้าง สลับไปเป็นช่วงๆกับผืนทรายสีขาวที่โอบเวิ้งน้ำเบื้องหน้าเอาไว้ในอ้อมกอด
“สวยเหลือเกิน…” มินตรารำพึงขึ้นมาลอยๆ กับทัศนียภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า
จากจุดที่เธอยืนอยู่ แลเห็นแสงแดดสาดกระทบผืนทรายจนแลดูเป็นสีขาว ในยามที่แสงแดดสะท้อนน้ำสะท้อนทราย เปลือกหอยสีขาวมากมาย กลาดเกลื่อนเหมือนมีใครหว่านเอาไว้ สาดประกายระยิบระยับไปทั่วทั้งหาด เหมือนมีเกล็ดพลอยเจือผสมเป็นส่วนหนึ่งของเม็ดทรายสะอาดเหล่านั้น
“หากสวรรค์บนดินมีจริง ที่แห่งนี้ก็อาจจะเรียกได้ว่าเป็นสวรรค์แห่งหนึ่ง”
มินตราสูดเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดเฮือกใหญ่ หยุด แล้วคว้าสมุดโน้ตเล่มเล็กๆออกมาจากย่าม เขียนบางอย่างราวสองสามประโยคลงไปบนหน้ากระดาษ จากนั้นจึงก้าวต่อ
“เรื่องสำบัดสำนวน ไม่มีใครเกินเธอจริงๆยัยมิน” ดาริน เพื่อนสาวที่ก้าวตามมาข้างหลัง กล่าวชมออกมาเบาๆ หากเธอก็คุ้นชินเสียแล้ว กับภาพของมินตราที่มักจะพกสมุดโน้ตเล่มเล็กๆติดตัวเอาไว้ตลอดเวลา
และหลายครั้งที่มักจะเห็นมินตราหยิบสมุดโน้ตออกมาจากย่าม บางครั้งก็หยุดกะทันหัน จนเพื่อนที่เดินตามมาข้างหลังเกือบเบรกไม่ทัน ทุกครั้งที่มินตรารีบจดบันทึกสิ่งที่สะดุดเข้ามาในเสี้ยวคิดโดยบังเอิญ ราวกับกลัวว่าหากทิ้งเอาไว้นาน ความคิดเหล่านั้นจะปลิวหายไปกับสายลมเสียก่อนที่เธอจะบันทึกเอาไว้ แต่นั่นก็สมกับความที่มินตราเป็นนักเขียน ทำให้บุคลิกภาพบางอย่างฉายชัด ในความเป็นตัวตนของเธอ
มินตราเริ่มเขียนนิยายเมื่อไม่นานมานี้ เริ่มจากมีเพื่อนคนหนึ่งซึ่งเห็นแววความเป็นนักเขียนของเธอเข้าโดยบังเอิญ จึงแนะนำให้มินตราลองเขียนนิยายลงในเวปไซต์นิยายออนไลน์แห่งหนึ่ง มินตราเขียนไปได้ค่อนเรื่อง ใช้เวลาเขียนอยู่สองเดือนกว่า เพราะความคาดหวังว่านิยายจะได้ตีพิมพ์เป็นรูปเล่ม ทำให้ช่วงเวลานั้นจึงดำเนินไปด้วยความมุ่งมั่นฝันใฝ่ แต่ก็ยังไม่มีสำนักพิมพ์ไหนติดต่อขอต้นฉบับเพื่อไปตีพิมพ์
ในวันที่มินตราเริ่มถอดใจ ระทดท้อจนเกือบจะหยุดเขียนนิยาย ขณะที่เธอกำลังตัดสินใจว่าอาจจะต้องละทิ้งความฝันที่อยากเป็นนักเขียน เพื่อไปทำสิ่งอื่นซึ่งมีโอกาศเป็นจริงได้มากกว่า ทว่าอยู่ๆก็มีบรรณาธิการของสำนักพิมพ์แห่งหนึ่งบังเอิญมาเห็นนิยายที่เธอเขียน ด้วยเอกลักษณ์ในการเล่าเรื่องที่ไม่เหมือนใคร และสำนวนภาษาซึ่งหาไม่ได้ในนักเขียนนวนิยายโรมานซ์รุ่นใหม่ๆ ทำให้ต้นฉบับของมินตราได้รับการติดต่อเพื่อตีพิมพ์ นับเป็นอีกหนึ่งความฝันที่มินตราไขว่คว้าเอาไว้ได้ ในวันที่เกือบปล่อยให้มันหลุดลอยไปกับความท้อแท้
‘ยัยโก๊ะ’ เป็นคำที่มินตรายอมรับว่ามันเหมาะสมกับตัวเธอ สมัยที่ยังเรียนหนังสือ หลายๆครั้งที่เพื่อนๆมักจะใช้คำนี้เพื่อนิยามบุคลิกภาพบางอย่างของเธอ ทว่าด้วยดวงตาของเธอที่เปี่ยมไปด้วยหยาดแววชีวิตอย่างคนมองโลกในแง่ดี ความมีชีวิตชีวา น่ารัก เป็นธรรมชาติ รอยยิ้มสดใส ไมตรีจิตและความจริงใจที่เธอแสดงออกต่อผู้คนรอบข้าง ทำให้ผู้คนมองข้ามความ ‘โก๊ะ’ ของเธอไปโดยปริยาย ซึ่งมินตราก็ไม่เคยถือโทษโกรธเคืองเพื่อนๆ แถมยังยอมรับอย่างหน้าชื่นตาบาน ในความกระโดกกระเดกของตัวเอง
“มิน!...ระวังจะลื่น ดูทำเข้าสิ เล่นเป็นเด็กไปได้” ดารินตะโกนเสียงดัง รีบเตือนเพื่อนสาว เมื่อเห็นมินตรากระโดดโลดเต้นไปตามก้อนหินตะปุ่มตะป่ำด้วยความรู้สึกใจหาย หวาดเสียวแทนว่าเพื่อนอาจจะหกคะมำคว่ำคะเมนเอาง่ายๆ กับตะไคร่เขียวที่เคลือบอยู่ตามโขดหิน
แม้มินตราจะอยู่ในวัยสาวสะพรั่งก็จริง ทว่าบางครั้งเธอก็ยังเหมือนเด็กผู้หญิงที่เต็มไปด้วยความซุกซน ยังโหยหาความสนุกแบบเด็กๆ อดใจเอาไว้ไม่ไหวที่จะก้าวเหยียบไปตามก้อนหินเหล่านั้นด้วยความสนุกสนาน
“อากาศดีมากเลย” มินตราเปรยขึ้นลอยๆ เขย่งปลายเท้า เชยใบหน้าสวยขึ้นสูดกลิ่นเค็มและคาวทะเลที่ผสานเป็นส่วนหนึ่งของเกลียวคลื่น ในขณะหนึ่งของกระแสลมที่หอบเอาเอาระลอกคลื่นส่งต่อกันมาเป็นทอดๆจากห้วงอันดามันอันไกลโพ้น
บทล่าสุด
#121 บทที่ 121 ตอนที่ 121
อัปเดตล่าสุด: 11/25/2025#120 บทที่ 120 ตอนที่ 120
อัปเดตล่าสุด: 11/25/2025#119 บทที่ 119 ตอนที่ 119
อัปเดตล่าสุด: 11/25/2025#118 บทที่ 118 ตอนที่ 118
อัปเดตล่าสุด: 11/25/2025#117 บทที่ 117 ตอนที่ 117
อัปเดตล่าสุด: 11/25/2025#116 บทที่ 116 ตอนที่ 116
อัปเดตล่าสุด: 11/25/2025#115 บทที่ 115 ตอนที่ 115
อัปเดตล่าสุด: 11/25/2025#114 บทที่ 114 ตอนที่ 114
อัปเดตล่าสุด: 11/25/2025#113 บทที่ 113 ตอนที่ 113
อัปเดตล่าสุด: 11/25/2025#112 บทที่ 112 ตอนที่ 112
อัปเดตล่าสุด: 11/25/2025
คุณอาจชอบ 😍
สูตรรักศาสตราจารย์
ในวันที่คุณหมอออกเวรตอนเช้า แล้วเพิ่งจะคล้อยหลับไปไม่ทันได้หนึ่งชั่วโมง เสียง ปัก ปัก จากข้างห้องดังจนหัวเตียงเธอแทบจะคลอนตาม ด้วยความโมโห หมอปรางถึงขั้นเอากระดาษที่เขียนด้วยลายมือหมอ ไปแปะไว้ที่หน้าห้องข้างๆ
"ตำน้ำพริก กรุณารองครกด้วยค่ะ"
พร้อมคำสาบแช่งเล็กๆ น้อยๆ
"สาธุ ขอให้มันอักเสบ หรือไม่ก็ให้เตียงมันหักไปซะจะได้ไม่ต้องเสียงดัง"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"คุณไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล เชิญห้องตรวจหนึ่งค่ะ"
"ตุ่มคล้ายสิวหรือหนองขึ้นที่โคนอวัยวะเพศใช่ไหมคะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"ฉิบหายแล้วแกนังปราง มีเรื่องกับใครไม่มี นั่นน่ะหรือตาบ้าข้างห้องแกอ่ะ"
"อื้อ แกรู้จักหรือ"
"เรียกว่าทั้งมหาวิทยาลัยใครบ้างไม่รู้จักเขาดีกว่า"
"ตอนนั้นฉันอยู่ไม่เห็นรู้จัก"
"ก็แก มันสนใจอะไรรอบตัวบ้าง นั่นน่ะ อาจารย์วิทย์ รองศาสตราจารย์ไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล กำลังจะได้เป็นศาสตราจารย์อยู่รอมร่อ จนเขาว่ากันว่าจะเป็นศาตราจารย์ที่หนุ่มและหล่อที่สุด ที่สำคัญเขาเป็นอาจารย์อยู่คณะนิติศาสตร์ ฉิบหายไหมคราวนี้"
"ฉิบหายล่ะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
เมียเด็กของผู้พันสายดุ
การสูญเสียพ่อผู้เป็นดั่งโลกทั้งใบในภารกิจลับ ทำให้ชีวิตของ ‘ม่านมุก’ เด็กสาววัยยี่สิบปีต้องพลิกผัน เธอถูกโยนเข้ามาอยู่ในความดูแลของ ‘พันเอก รุจิภาส วงศ์เดชา’ ผู้บังคับการกองพันทหารราบสายดุ ผู้ชายที่พ่อเธอเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเขาไว้!
เขาคือเสือร้ายแห่งกองทัพ เย่อหยิ่ง บ้าอำนาจ และไร้ซึ่งความอ่อนโยน
เขาต้อนรับเธอด้วย 'กฎเหล็ก 5 ข้อ' ที่ขีดเส้นแบ่งสถานะระหว่าง 'ผู้ปกครอง' และ 'เด็กในความดูแล' อย่างชัดเจน
ทว่า... ภายใต้ใบหน้าที่ถมึงทึงและคำพูดที่เย็นชา กลับซ่อนความรู้สึกหวงแหนที่ลึกล้ำจนน่ากลัว
ยิ่งเธอพยศ เขาก็ยิ่งอยากปราบให้อยู่หมัด
ยิ่งเธอหนี เขาก็ยิ่งอยากกักขังเธอไว้ในกรงทองของเขาตลอดกาล!
แต่เมื่อความจริงในอดีตถูกเปิดเผย พร้อมกับความลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้รอยแผลเป็น
สมรภูมิแห่งความรักครั้งนี้... ผู้พันสายดุจะยอมคุกเข่าเพื่อสยบหัวใจเด็กพยศได้อย่างไร?
“จำไว้นะม่านมุก... ใครกล้าแตะต้องเธอ... มันต้องตาย!”
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
My Husband คุณสามีเมื่อไหร่จะหย่า?
ว่าที่เจ้าบ่าวรู้เรื่องก็กับรีบเอ่ยปากตั้งเงื่อนไขการหย่าตั้งแต่ยังไม่ทันได้แต่งงาน
แล้วแบบนี้เธอจะใช้ชีวิตหลังแต่งงานกับเขาได้ยังไงกัน?
เมื่อเขาปากร้าย ส่วนเธอไม่ชอบพูด
แต่เมื่อเธอเลือกพูด สิ่งที่พูดออกไปคือ “กลับมาแล้วเราไปหย่ากัน! ไม่ต้องรอแล้ว หย่ากันเลย!!” เพียงประโยคเดียวสั้น ๆ
ทำให้ชายหนุ่มที่อยู่ไกลเริ่มร้อนลน ทั้งเคยพูดเรื่องหย่าอยู่บ่อยครั้ง ได้ยินคำจริงจังนั่นถึงกับรีบแจ้นกลับมา
แล้วตกลงคุณสามี ตกลงอยากหย่า หรือ ไม่อยากหย่านะ?
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ













