บทนำ
ส่วนแม่ของเธอก็ถูกวางยาแล้วมีความสัมพันธ์กับเพื่อนแฟนก็รับไม่ได้จึงหนีอายไปอยู่กับพี่สาวที่ต่างประเทศและเรื่องทั้งหมดทำให้พระเอกต้องค้นหาความจริงเพื่อให้ความกระจ่างว่านางเอกไม่ใช่น้องสาวของเขาเพราะหลงรักลูกน้องของเขานั่นเอง
บท 1
บ้านไม้กึ่งปูนสองชั้นหลังตั้งอยู่ตรงกลางพื้นที่หนึ่งไร่ รอบบ้านมีต้นไม้เล็กใหญ่ร่มรื่นอยู่ในอำเภอเมืองน่านอยู่ห่างจากวัดภูมินทร์ห้าร้อยเมตร ซึ่งเป็นวัดสำคัญและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดน่าน ที่นักท่องเที่ยวรู้จักตำนานรักของปู่ม่านย่าม่าน หรือเรียกกันว่าภาพ กระซิบรักบันลือโลก ภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในวัดภูมินทร์ เป็นภาพของชายหญิงคู่หนึ่งกำลังกระซิบสนทนาจึงทำให้มีชื่อเรียกขานว่า กระซิบรักบันลือโลก กลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองน่าน
วลาลี สิริวงค์ หญิงวัยกลางคนนั่งมองสายฝนที่ตกลงมาไม่ขาดสายตั้งแต่เช้าคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมาเนิ่นนานกว่ายี่สิบหกปีแต่มันเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นไม่นานหลังจากตั้งท้องเธอก็ย้ายไปอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อพี่สาว วิมาลา สิริวงค์ แต่งงานกับโจนัส สแตนเบิร์ก แฟนหนุ่มชาวสวิตฯ แล้วตั้งรกรากอยู่ที่สวิตฯ เธอก็ไม่ได้ติดต่อเพื่อนๆสักคนแม้แต่โชติกาที่สนิทกันที่สุด ป่านนี้ทุกคนจะเป็นยังไงกันบ้างทุกคนคงมีครอบครัวและความสุขกัน เธอตัดสินใจถูกแล้วที่ตัดขาดจากทุกคนถึงแม้จะทำให้ลูกสาวขาดพ่อแต่ลูกสาวของเธอก็มีชีวิตที่สมบูรณ์
“คิดอะไรอยู่คะแม่” เสียงหวานนุ่มไพเราะระรื่นหูถามมารดาที่นั่งมองสายฝนที่ตกลงมาตั้งแต่เช้าเพราะพายุเข้าและเป็นฤดูฝนช่วงเดือนมิถุนายนฝนก็ตกชุกขึ้น ปกติครอบครัวของเธอจะมาปีละครั้งพร้อมกันเพื่อมาทำบุญครบรอบวันตายของตายายในวันที่สิบของช่วงนี้ทุกปีแต่ปีนี้มัมกับแด๊ดดี้และน้องชายไม่ได้มาเพราะย่าไม่สบายเธอจึงมาเป็นเพื่อนแม่
“ก็คิดไปเรื่อยเปื่อยจ้ะ ไมล์มีอะไรหรือเปล่าลูก” วลาลีถามลูกสาวที่เกิดจากเหตุการณ์ในคืนนั้นทันทีที่รู้ตัวว่าท้องเธอก็บอกพี่สาว วิมาลาก็ดีใจหายไม่ดุด่าว่ากล่าวเธอสักนิดและให้เธอไปอยู่ด้วยที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพราะกำลังจะเปิดร้านอาหารไทยที่เมืองซูริคแล้ว แอชลี่ย์ พันไมล์ สแตนเบิร์ก ลูกสาวบุญธรรมของโจนัสกับวิมาลา สแตนเบิร์ก ก็คลอดที่ซูริคได้สัญชาติสวิตเซอร์แลนด์และวลาลีก็ได้สัญชาติสวิตฯตอนเธออายุสามสิบสองปี
แอชลี่ย์ พันไมล์ สแตนเบิร์ก สาวสวยร่างเล็กอ้อนแอ้นนัยน์ตาหวานกลมโตผมยาวสลวยสูงร้อยหกสิบห้าเซ็น อกดูมเอวบางคอดสะโพกผายรับกันอย่างเหมาะเจาะ เรียนจบปริญญาตรีจาก สถาบันเทคโนโลยีแห่งสหพันธ์สวิต ซูริค สาขาสถาปัตยกรรมศาสตร์และปริญญาโทจากสถาบันเดียวกันสาขาวิศวกรรมศาตร์ เธอมีน้องชายหนึ่งคนคือ แอชตัน แสนไมล์ สแตนเบิร์ก วัย 26ปี อ่อนกว่าเธอสองปี
“แม่อยากกลับมาอยู่เมืองไทยมั้ยคะ” พันไมล์กับแสนไมล์พูดภาษาไทยคล่องพอๆกับภาษาเยอรมัน ฝรั่งเศส อิตาเลี่ยน โรมานซ์และอังกฤษ เพราะชาวสวิตฯจะใช้สี่ภาษหลักนี้เป็นส่วนใหญ่ หญิงสาวเห็นแม่มีท่าทางเศร้าๆขนาดมีหนุ่มฝรั่งมาจีบแม่ก็ไม่เคยสนใจ เธอเป็นรู้ว่าตัวเองเป็นแค่ลูกบุญธรรมของป้ากับลุงเพราะพวกท่านไม่ปิดบังเธอ ครอบครัวของเธอมีฐานะปานกลางพอมีอันจะกินเพราะรายได้จากร้านอาหารไทยชื่อ Thai Restaurant ก็ดีมากพอสมควร ไหนเธอจะรับจ๊อบรับนักท่องเที่ยวล่องเรือชมทะเลสาปซูริคเพื่อหารายได้เสริมเพราะโจนัสมีเรือลำใหญ่จะจอดทิ้งไว้เฉยๆก็เสียดายเธอกับน้องชายก็เอาออกมารับนักท่องเที่ยวกลุ่มเล็ก ที่มากินอาหารแล้วอยากชมบรรยากาศทะเลสาปซูริคยามเย็น และยังทำงานประจำที่บริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่ของสวิตฯในตำแหน่งสถาปนิกออกแบบบ้าน อาคาร ตามความต้องการของลูกค้า พันไมล์ทำงามมาตั้งแต่สมัยเรียนและฝึกงานกับบริษัท ยูนิเวอร์ซิตี้ ดีไซน์ แล้วทำงานต่อทันทีเมื่อเธอเรียนจบจนตอนนี้ก็เข้าปีที่สามแล้วมีรายได้ดีพอสมควร
“แม่ก็อยากมาใช้ชีวิตบั้นปลายที่เมืองไทยนะลูก แต่ที่โน่นก็เหมือนกับบ้านอีกหลังของเรา หากแม่มาอยู่เมืองไทยจริงๆล่ะไมล์จะว่ายังไง” วลาลีถามลูกสาว
“ไมล์ก็มาอยู่กับแม่สิคะ ที่โน่นมีนายแสนคอยดูแด๊ดดี้กับมัมและร้านได้สบายอยู่แล้วค่ะ แต่มัมคงไม่ให้แม่มาอยู่คนเดียวแน่ค่ะ” พันไมล์รู้ว่าป้าเป็นห่วงแม่ของเธอไม่มีทางปล่อยให้อยู่คนเดียวแม้จะรู้วาแม่ของเธออยู่ได้ก็ตาม
“แม่แค่คิดเฉยๆ เอาไว้แม่จะคุยกับมัมของเราก่อน ไม่รู้ว่าจะให้กลับมาหรือเปล่า” วลาลีเคยเปรยกับพี่สาวว่าอยากกลับมาอยู่เมืองไทยพี่สาวก็เห็นด้วยเพราะอยู่ที่สวิตฯวลาลีมีเพื่อนน้อยมากและไม่มีความสุขแต่พอกลับมาเมืองไทยน้องสาวจะมีความสุขมากและคิดว่าน้องสาวคงเข้มแข็งพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกอย่างได้และเธอจะให้น้องสาวตัดสินใจเอง
“ไมล์มีเพื่อนที่รู้จักทำงานบริษัทใหญ่เขาก็ทาบทามไว้แต่ไมล์ยังไม่ได้ให้คำตอบ เพราะไม่รู้ว่าแม่จะมาอยู่เมืองไทยจริงหรือเปล่า” หญิงสาวมีเพื่อนรุ่นพี่ทำงานที่บริษัทก่อสร้างรายใหญ่ของเมืองไทยทาบทามเธอมาร่วมงานเพราะเห็นฝีมือของรุ่นน้องตอนฝึกงานที่บริษัทใหญ่ด้วยกันจึงอยากได้มาร่วมทีม
“ไมล์อยากมาอยู่เมืองไทยเหรอลูก” วลาลีถามลูกสาวปกติพันไมล์จะมาเมืองไทยปีละครั้งตั้งแต่เด็ก หลังจากที่ลูกสาวของเธอทำงานก็จะไปเที่ยวเมืองไทยสองครั้งต่อปีกับเพื่อนบ้าง
“ไมล์อยู่ที่ไหนก็ได้ค่ะที่มีแม่”
“อ้าว, ถ้าแม่มาอยู่น่านล่ะ ไมล์จะทำยังไง”
“นั่นสิคะ งานไมล์อยู่กรุงเทพจะทำยังไงดี งั้นแม่ก็อยู่กรุงเทพกับไมล์สิที่บ้านเราก็ทำร้านกาแฟได้นี่คะ” พันไมล์พูดถึงบ้านที่กรุงเทพ เมื่อยี่สิบปีก่อนยังไม่เจริญเท่าตอนนี้ และบ้านหลังเล็กในพื้นที่หนึ่งไร่ติดถนนกาญจนาภิเษกข้างๆก็เป็นหมู่บ้านหรูหลายแห่งมาสร้างมากมาย มีอพาร์ทเมนท์ บริษัท เต้นซ์รถ ห้างสรรพสินค้าผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด บ้านหลังนี้มี ขจร หลานชายของแม่พักอยู่และทำงานเป็นช่างซ่อมบำรุงที่บริษัทรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นใกล้บ้านจึงไม่ต้องห่วงอะไรและขจรก็ยังเป็นโสด
“นี่เราคุยกันเหมือนจะกลับมาอยู่กันจริงๆแล้วนะลูก” วลาลียิ้มขำที่เธอกับลูกสาวพูดคุยกันเป็นคุ้งเป็นแควก่อนจะหัวเราะ
“โธ่ แม่ขา ของอย่างนี้ต้องวางแผนสิคะ งั้นพรุ่งนี้เรากลับไปบ้านที่กรุงเทพดีมั้ยคะ จะได้ดูด้วยว่าจะทำอะไรได้บ้างแล้วไมล์จะได้คุยกับมัมและแด๊ด” พันไมล์บอกแม่ของเธอเพราะเห็นแม่พูดเรื่องมาอยู่เมืองไทยแล้วหน้าตาสดใสและเธอก็อยากให้แม่มีความสุข
“ได้สิลูก ไมล์.”
“ขาแม่..”
“หากวันหนึ่งหนูเจอพ่อจะทำยังไง” วลาลีถามลูกสาวเบาๆเธอรู้ว่าลูกสาวก็อยากรู้ว่าพ่อเป็นใครแต่ไม่ถามเธอเท่านั้นเอง
“ก็ไม่รู้สิคะ ไมล์มีแม่แค่คนเดียวก็พอแล้วค่ะ หากเจอกันจริงไมล์ก็อยากขอบคุณเขาที่ทำให้ไมล์เกิดมาเป็นลูกของแม่ก็เท่านั้นค่ะ แม่ไม่ต้องห่วงค่ะไมล์เข้าใจยังไงไมล์ก็มีแด๊ดดี้ มัม แม่และนายแสนก็พอแล้วค่ะ” พันไมล์กอดแม่อบย่างปลอบใจเธอคิดว่าแม่มีเหตุผลถึงได้เลือกแบบนี้และมัมก็บอกตลอดว่าแม่คิดถูกแล้ววันหนึ่งหากแม่พร้อมก็จะเล่าให้เธอฟังเองและวเธออาจจะเจอกับพ่อผู้ให้กำเนิด
“ขอบใจมากนะลูก วันหนึ่งแม่จะเล่าให้ฟังนะจ้ะ”
“ค่ะแม่ตอนนี้ไปกินข้าวกันเถอะค่ะ ยายกระถิน ให้ไมล์มาเรียกแม่ป่านนี้บ่นแล้วมั้งคะ” พันไมล์เพิ่งนึกได้ว่ายายกระถิน น้องสาวของยายที่บ้านอยู่ติดกันเรียกไปกินอาหารและครอบครัวของท่านก็ช่วยดูแลบ้านให้แล้วแม่ของเธอก็จะส่งเงินมาให้ทุกเดือนเพื่อตอบแทนน้ำใจทั้งที่ยายบอกไม่ต้องแต่ป้ากับแม่ก็ส่งมาให้ทุกเดือนไม่เคยขาด
บทล่าสุด
#187 บทที่ 187 รักเธอชั่วนิจนิรันคร์
อัปเดตล่าสุด: 7/24/2026#186 บทที่ 186 ครอบครัวสุขสันต์
อัปเดตล่าสุด: 7/24/2026#185 บทที่ 185 เจอตัวสาวคัพดี
อัปเดตล่าสุด: 7/24/2026#184 บทที่ 184 สมรสสมรัก
อัปเดตล่าสุด: 7/24/2026#183 บทที่ 183 ร่วมเตียงเคียงหมอน
อัปเดตล่าสุด: 7/24/2026#182 บทที่ 182 วันชื่นคืนสุข
อัปเดตล่าสุด: 7/24/2026#181 บทที่ 181 มงคลสมรส
อัปเดตล่าสุด: 7/24/2026#180 บทที่ 180 แสนหวาน
อัปเดตล่าสุด: 7/24/2026#179 บทที่ 179 คืนฝันปั้นรัก
อัปเดตล่าสุด: 7/24/2026#178 บทที่ 178 เข้าห้องหอ
อัปเดตล่าสุด: 7/24/2026
คุณอาจชอบ 😍
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
รักระรินใจ
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
คลั่งไคล้ยัยแฮกเกอร์
แทนที่จะส่งตัวเธอให้ตำรวจ ประธานกู้ผู้ชอบใช้เงินแก้ปัญหา(และหวงของขั้นสุด) กลับโยนเช็คตัวเลขเจ็ดหลักใส่หน้า พร้อมยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้... นั่นคือการจ้างเธอเป็น 'กระสอบทรายระบายอารมณ์ส่วนตัว' แบบผูกขาด ห้ามรับงานอื่น ห้ามมองผู้ชายคนอื่น และห้ามปฏิเสธเมื่อเขาต้องการ!
ภายใต้แว่นตาขอบเงินที่ดูภูมิฐาน เขาคือพญามารจอมเอาแต่ใจที่ดุดันไม่เกรงใจเตียง จนเธอต้องลอบรีวิวสมรรถภาพของเขาในใจเหมือนรีวิวสินค้าในเถาเป่า ปากสั่นร้องไห้บอกว่าไม่ไหว แต่สมองกลับคำนวณทิปค่ากระเป๋าแบรนด์เนมอย่างรวดเร็ว
เมื่อความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วย 'เงินตราและราคะ' ถลำลึกจนเตียงแทบหักทุกคืน งานนี้สายลับสาวหน้าเงินจะกอบโกยกำไรจนคุ้ม หรือจะขาดทุนย่อยยับเพราะเผลอเอาหัวใจไปจำนองให้ท่านประธานกันแน่?
สัญญารักประธานร้าย
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า













