บทนำ
บท 1
ความขัดแย้งเรื่องอำนาจและการล่าอาณาเขตทำให้สองแคว้นต้องห้ำหั่นกัน ด้วยเหตุที่จักรพรรดิแคว้นจ้าวต้องการขยายอำนาจทางทหาร พระองค์จึงต้องบุกเข้าตีแคว้นใกล้เคียงอย่างแคว้นฉีเพื่อที่ตนจะได้เรืองอำนาจ ‘หานเฟิง’ ซึ่งเป็นแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นฉีจึงทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาบ้านเมืองจากคนโฉดชั่วอย่างฮ่องเต้วิปลาสจากแคว้นจ้าว
เดือนซานเยวฺ่[1]กองทัพเรือแคว้นฉีถูกถล่มราบที่เมืองฉือกวน กองทัพแคว้นจ้าวรุกคืบอย่างไร้ความปรานีจนสามารถบุกยึดจุดยุทธศาสตร์ได้สองแห่ง
ในเดือนซื่อเยว่[2]หานเฟิงรวบรวมผู้คนเพื่อต่อต้านกองทัพแคว้นจ้าวที่เมืองหนานฉู่ หลังจากการสู้รบแม่ทัพหนุ่มรวบรวมกำลังพลที่รอดชีวิตได้จำนวนหนึ่ง กองทัพของเขาห่างจากเมืองต้าเหลียงที่กองทัพแคว้นจ้าวตั้งฐานทัพอยู่ ขณะนั้นเองกองทัพแคว้นจ้าวกำลังวางแผนโจมตีกองทัพแคว้นฉี พวกเขามีกำลังทหารถึงสองแสนนาย ต่างจากกองทัพแคว้นฉีที่มีกำลังทหารเพียงสี่หมื่นนายเท่านั้น
สองกองทัพประจันหน้า ณ สนามรบ ที่รุกโชนด้วยแสงเพลิง กองทัพแคว้นจ้าวนับแสนนำโดย ‘พระเจ้าอี้จง’ หรืออีกชื่อหนึ่งคือ
‘จ้าวอี้เทียน’ เข้าตีทัพหน้าแคว้นฉีซึ่งนำทัพโดยหานเฟิงแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นฉี สองแคว้นห้ำหั่นกันอย่างไม่ลดละ เหล่าทหารล้มตายเป็นจำนวนมากจนไม่รู้ว่าผู้ใดเป็นผู้ใด
“พวกเราจะทำเช่นไรดีขอรับท่านแม่ทัพ!” เสียงตะโกนของ ‘หลิงจิ้ง’ รองแม่ทัพที่กำลังต่อสู้กับข้าศึกดังอยู่ไม่ไกลนัก หานเฟิงที่นั่งอยู่บนหลังอาชาสีดำสนิทก็เคลื่อนกำลังพลรุดหน้าเข้าโจมตีกองทัพแคว้นจ้าว แม่ทัพหนุ่มใช้ทวนของตนแทงทหารของศัตรูอย่างไร้ความปรานีแต่
ดูเหมือนว่าศึกคราวนี้กองทัพแคว้นจ้าวจะได้เปรียบกองทัพแคว้นฉีอยู่มากนัก
“ยอมแพ้เสียเถอะหานเฟิง แล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้า” เสียงอัน
ทรงอำนาจดังขึ้นจากหลังม่านหมอกก่อนที่จะปรากฏร่างอันน่าเกรงขาม แม่ทัพหนุ่มหันไปตามเสียงนั้นก็พบกับฮ่องเต้จ้าวอี้เทียนที่นั่งอยู่บนหลังอาชาเช่นเดียวกับตน
หานเฟิงไม่รอช้ารีบควบม้าเข้าโจมตีอีกฝ่ายในทันที แม่ทัพหนุ่มใช้ทวนของตนแทงเข้าไปในอากาศหวังให้โดนตัวจักรพรรดิแคว้นจ้าวแต่อีกฝ่ายก็ใช้อาวุธของตนรับการโจมตีจากหานเฟิงไว้ได้ทันท่วงที ทั้งสองต่อสู้กันอย่างไม่ลดละ ด้านกำลังทหารก็ดูเหมือนว่ากองทัพแคว้นฉีจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบเนื่องด้วยกำลังทหารที่น้อยกว่าอยู่ถึงหนึ่งแสนหกหมื่นนายจึงยากที่จะเอาชนะศัตรูที่แข็งแกร่งได้
“อวดดีเสียจริงหานเฟิง” ฮ่องเต้หนุ่มกล่าวออกมาอย่างเยาะเย้ย ทำให้หานเฟิงยิ่งทวีความโกรธแค้นมากขึ้น
แม่ทัพใหญ่แคว้นฉีจับอาวุธของตนอย่างมาดมั่นมุ่งตรงเข้าหาฮ่องเต้แคว้นศัตรูในทันที แต่ด้วยความโชคดีของอีกฝ่ายจึงสามารถรับการโจมตีของหานเฟิงได้อย่างทันท่วงทีและเพียงชั่วอึดใจฮ่องเต้หนุ่มก็ใช้ง้าวของตนฟันเข้าที่ไหล่ของแม่ทัพหนุ่มทำให้ชุดเกราะของเขาขาดออกจากกัน จากนั้นจึงใช้วิชาตัวเบากระโดดลงจากหลังม้าควงง้าวไปรอบตัวพุ่งเข้าหาแม่ทัพใหญ่แคว้นฉี ทันใดนั้นแม่ทัพหนุ่มจึงใช้ทวนของตนดันเอาไว้และผลักอีกฝ่ายให้พ้นตัว ทำให้ร่างสูงของพระเจ้าอี้จงกระเด็นออกไป
หานเฟิงไม่รอช้ามุ่งแทงเข้าไปที่อีกฝ่าย แต่ด้วยความมีไหวพริบทำให้ฮ่องเต้หนุ่มหลบได้ทันแต่ก็โดนทวนของหานเฟิงเฉียดเข้าที่หน้าท้อง
ไม่ทันที่พระเจ้าอี้จงจะเสียเปรียบไปมากกว่านี้ พระองค์ทรงใช้วรยุทธ์ที่
ร่ำเรียนมาควงง้าวไปรอบตัวอีกครั้ง ทำให้หานเฟิงที่ไม่ทันตั้งตัวพลาดท่าลงไปกองกับพื้นและยังไม่ทันที่จะฉุดตัวขึ้น ง้าวของจักรพรรดิจ้าวก็มาอยู่ที่หน้าของตนเสียแล้ว
“เจ้าแพ้แล้ว”
ไม่นานก็มีเสียงโห่ร้องแห่งชัยชนะดังไปทั่วบริเวณ ทหารแคว้นฉีถูกต้อนไปเป็นเชลยรวมถึงหานเฟิงแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้น เขาถูกคุมขังไว้ที่คุกในฐานทัพของแคว้นจ้าวโดยมีหลิงจิ้งถูกคุมขังไว้ด้วยเช่นกัน
“ท่านแม่ทัพขอรับ พวกเราจะออกไปจากที่นี่ได้เช่นไรขอรับ ข้ามิเห็นทาง กองทัพของเราคงแตกพ่ายแล้วจริง ๆ เห็นทีคงต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่เสียแล้ว” รองแม่ทัพหนุ่มเริ่มตัดพ้อออกมา
เมื่อหานเฟิงหันไปดูสภาพของสหายข้างกายที่เนื้อตัวเปื้อนไปด้วยโลหิตจากการศึกก็อนาถใจยิ่งนัก หากองค์จักรพรรดิของพวกเขาไม่หลงใหลในกามราคะจนไม่ใส่ใจในการปกครองบ้านเมือง พวกเขาก็คงไม่มีสภาพเช่นนี้ จะโทษกองทัพแคว้นจ้าวที่มารุกรานอย่างเดียวก็ไม่ได้เพราะหากแคว้นไหนที่กษัตริย์อ่อนแอนั้นมีหรือที่อีกแคว้นจะไม่โจมตี แต่เอาเถิดเขาเป็นเพียงแม่ทัพจะริอาจไปกล่าวร้ายองค์จักรพรรดิได้เช่นไร มีแต่เพียงหน้าที่ที่ต้องรักษาบ้านเมืองเอาไว้เท่านั้น แต่บัดนี้เขาไม่สามารถรักษามันได้อีกต่อไปแล้ว
“เจ้าอย่าพึ่งกังวลไปหลิงจิ้ง ข้าจะพาเจ้าไปจากที่นี่ให้ได้”
“ด้วยวิธีใดเล่าขอรับ”
“ข้าก็ไม่รู้ แต่ข้าคาดว่าเวลานี้ฮ่องเต้แคว้นจ้าวคงจะตัดหัวฮ่องเต้ของเราไปแล้ว”
ด้านแคว้นจ้าวเมื่อมีชัยเหนือแคว้นฉีจึงฉลองชัยชนะ เหล่าทหารรินสุราอย่างสำราญพร้อมทั้งร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนานหลังจากที่ทำศึกมานาน คราวนี้พวกเขาจะได้กลับบ้านเมืองไปหาลูกเมียเสียที
“ฝ่าบาทนี่คือหัวของจักรพรรดิแคว้นฉีพ่ะย่ะค่ะ” ทหารนายหนึ่งกล่าวในมือก็ถือกล่องไม้เอาไว้ ฮ่องเต้หนุ่มไม่รอช้ารีบสั่งทหารให้เปิดกล่องไม้ทันทีพร้อมหยิบหัวจักรพรรดิแคว้นฉีขึ้นมาแล้วชูขึ้นเพื่อประกาศชัยชนะของตน
เมื่อเหล่าทหารได้เห็นเช่นนั้นต่างโห่ร้องดีใจดังกึกก้อง เพราะการยึดแคว้นฉีได้ในครั้งนี้ถือเป็นการประกาศว่ากองทัพแคว้นจ้าวนั้นยิ่งใหญ่หาผู้ใดต่อกรได้อีกต่อไป
การฉลองชัยชนะในครั้งนี้นั้นจัดอยู่สามวันสามคืน ทหารแคว้นจ้าวต่างเมามายด้วยฤทธิ์สุราซ้ำร้ายพวกเขายังจับทหารแคว้นฉีมาทรมานกันอย่างสนุก พระเจ้าอี้จงมองการกระทำของทหารของตนอย่างไม่ทุกข์ร้อน พลางนึกถึงใบหน้าอันเย่อหยิ่งของแม่ทัพหนุ่มผู้เป็นเชลย หากตนได้อีกฝ่ายมาครอบครองเขาจะยังเย่อหยิ่งอยู่อีกหรือไม่
สองวันหลังจากกองทัพแคว้นจ้าวยกทัพกลับเมืองหลวง ข่าวการกลับมาของกองทัพแพร่ไปอย่างรวดเร็ว ชาวเมืองต่างพากันมาชม
ขบวนเสด็จและเชลยกันอย่างคึกคัก แต่เมื่อมาถึงขบวนเสด็จพวกเขา
ต่างพากันก้มหน้าติดพื้นไม่กล้าที่จะมองพระพักตร์เจ้าเหนือหัว
ครั้นขบวนเสด็จเคลื่อนผ่านไปพวกเขาต่างจับกลุ่มพูดคุยถึงความเหี้ยมโหดขององค์จักรพรรดิ บ้างว่าองค์จักรพรรดิไร้หัวใจฆ่าคนเป็นผักปลา สมัยเป็นองค์ชายก็เข่นฆ่าพี่น้องเพื่อแย่งชิงบัลลังก์มังกร ปราบปรามขุนนางกังฉิน และมากไปกว่านั้นพระองค์ทรงสั่งประหาร
พระชายาของตนขณะขึ้นครองราชย์ได้เพียงวันเดียวเท่านั้น
แต่ก็นับเป็นโชคดีของชาวเมืองแคว้นจ้าวเพราะถึงพระเจ้าอี้จงจะเหี้ยมโหดสักเพียงใดพระองค์ก็ปกครองบ้านเมืองจนมีความเจริญรุ่งเรือง ด้านการค้าก็มีกำไรเป็นกอบเป็นกำ ทำให้ชาวเมืองรักและเคารพพระองค์เป็นอย่างมาก
ขบวนเสด็จเดินทางมาถึงวังหลวง จ้าวอี้เทียนสั่งให้ทหารกลับไปพักผ่อนด้วยเห็นว่าพวกเขาเหนื่อยล้าจากการสู้รบและการเดินทางอยู่
ไม่น้อย พระองค์เองก็เหนื่อยล้าเต็มทีจึงต้องการจะพักผ่อน
ฮ่องเต้หนุ่มจึงนั่งแช่ตัวอยู่ในอ่างน้ำใบใหญ่โดยมีเหล่านางกำนัลคอยปรนนิบัติ ไอน้ำร้อนเกาะอยู่เต็มใบหน้าของผู้เป็นใหญ่แห่งแคว้น ฮ่องเต้หนุ่มมีใบหน้าที่งดงาม ร่างกายกำยำ อีกทั้งยังสูงโปร่ง ดวงตากลมเรียว จมูกโด่งเป็นสัน เส้นผมดำสนิทขับกับคิ้วเรียวงาม ผิวแม้ต้องแสงแดดก็ไม่ทำให้พระองค์หม่นหมอง ซ้ำยังทำให้น่าหลงใหลเสียกว่าเก่า
“ฝ่าบาทจะทรงให้ยกเครื่องเสวยมาเลยหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
‘รุ่ยอัน’ เอ่ยถามในขณะจัดฉลองพระองค์ให้เข้าที่
“อืม...ก็ดีเหมือนกัน เราก็ชักจะหิวแล้ว”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“จริงสิ เจ้าว่าเราควรมีสนมดีหรือไม่” คำถามของฮ่องเต้ทำเอากงกงน้อยชะงักงันในทันที พลันคิดไปถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นถึงแม้เขาจะมีอายุเพียงสิบสามหนาว (สิบสามปี) ก็พอได้ยินมาบ้างว่าองค์จักรพรรดิสั่งประหารพระชายาขณะขึ้นครองราชย์ได้เพียงวันเดียวเท่านั้น
“ทำไมหรือว่าเจ้าคิดว่ามันไม่ดี”
“หามิได้ฝ่าบาท หากแต่กระหม่อม...เอ่อ...”
“แต่อะไร”
“เปล่า เปล่าพ่ะย่ะค่ะ”
“อย่างนั้นก็ดี บอกทหารให้นำตัวแม่ทัพแคว้นฉีมาพบเราที่ตำหนักในคืนนี้”
“แม่ทัพแคว้นฉีหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“ทำไม เจ้ามีอะไรสงสัย”
“หามิได้พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะรีบไปเดี๋ยวนี้”
ด้านหานเฟิงที่ถูกคุมขังก็ไม่นิ่งนอนใจ แม่ทัพหนุ่มพยายามคิดหาแผนการหลบหนีตลอดเวลา แต่ดูเหมือนฮ่องเต้วิปลาสผู้นั้นจะสั่งทหารคุ้มกันที่นี่อย่างหนาแน่นจนมิอาจเห็นหนทางที่จะออกไปได้เลย หานเฟิงคิดว่าคนอย่างจ้าวอี้เทียนอีกไม่นานก็คงจะสั่งประหารชีวิตตนเป็นแน่ หากเขาไม่หลบหนีคงจะตายอยู่ที่แคว้นจ้าวแห่งนี้
“มีรับสั่งจากฝ่าบาทให้นำตัวเชลยไป” ทหารนายหนึ่งที่ดูคล้าย
ผู้คุมกล่าวกับทหารเฝ้าประตูก่อนที่ประตูคุกจะถูกเปิดออก แม่ทัพหนุ่มมาที่นี่ได้ไม่ถึงวันจะถูกประหารเสียแล้วหรือนี่
“พวกเจ้าจะพาท่านแม่ทัพของข้าไปไหนพวกทหารชั่ว!” หลิงจิ้งโวยวาย ทหารนายหนึ่งจึงใช้ด้ามดาบฟาดเข้าไปที่หน้ารองแม่ทัพแคว้นเชลยอย่างเต็มแรงจนทำให้โลหิตสีแดงชาดไหลออกมา
“หลิงจิ้ง!” หานเฟิงเมื่อเห็นภาพนั้นก็สะบัดทหารจนหลุดพ้นพลันรีบเข้าไปช่วยรองแม่ทัพของตนในทันที แต่ด้วยเหตุที่ถูกจับใส่ขื่อไว้
แม่ทัพหนุ่มจึงไม่สามารถช่วยรองแม่ทัพของตนที่ถูกทหารซ้อมอยู่ได้
“พวกทหารชั่ว! ข้าจะฆ่าเจ้า!”
“หุบปาก! เจ้าเป็นแค่เชลยจะมาทำอะไรพวกข้าได้” นายทหารนายหนึ่งพูดก่อนจะลากตัวหานเฟิงไป
[1] เดือนซานเยวฺ่ (เดือนมีนาคม)
[2] เดือนซื่อเยว่ (เดือนเมษายน)
บทล่าสุด
#128 บทที่ 128 เคียงคู่ 62/4 (บทส่งท้าย)
อัปเดตล่าสุด: 7/23/2026#127 บทที่ 127 เคียงคู่ 62/3 (บทส่งท้าย)
อัปเดตล่าสุด: 7/23/2026#126 บทที่ 126 เคียงคู่ 62/2 (บทส่งท้าย)
อัปเดตล่าสุด: 7/23/2026#125 บทที่ 125 เคียงคู่ 62/1 (บทส่งท้าย)
อัปเดตล่าสุด: 7/23/2026#124 บทที่ 124 กำเนิดโอรสสวรรค์ 61/3
อัปเดตล่าสุด: 7/23/2026#123 บทที่ 123 กำเนิดโอรสสวรรค์ 61/2
อัปเดตล่าสุด: 7/23/2026#122 บทที่ 122 กำเนิดโอรสสวรรค์ 61/1
อัปเดตล่าสุด: 7/23/2026#121 บทที่ 121 คำตอบ 60/2
อัปเดตล่าสุด: 7/23/2026#120 บทที่ 120 คำตอบ 60/1
อัปเดตล่าสุด: 7/23/2026#119 บทที่ 119 ดูแลสามีชั่ว 59/2
อัปเดตล่าสุด: 7/23/2026
คุณอาจชอบ 😍
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
รักไม่หลอก
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
รักระรินใจ
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิ”
"ภูวินทร์" แม้จะเป็นศัลยแพทย์ แต่เขากลับเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าที่ใคร ๆ คิดเอาไว้
“ในเมื่อวันนี้คุณหมอไม่พร้อม ก็ยกเลิกงานหมั้นวันนี้ไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นกับพวกคุณนะคะ”
"ศินีนารถ" ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของคู่หมั้น หลังจากที่เขาปล่อยให้งานหมั้นวุ่นวาย เพียบตบเดียวจากเธอ ถึงกับเรียกสติของเขากลับมาทันที
“ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง"
แม้งานหมั้นจะผ่านไปได้วยดี แต่ทว่า.... ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแบบนั้น
ทั้งเรื่องมือที่สาม และความไม่เข้าใจกัน ความดื้อดึงของเธอ เจอกับความเย็นชา เผด็จการและดุดันของเขา
เปลี่ยนคนที่โหดอย่างเขา กลายเป็นเริ่มคลั่งรักเธอ เริ่มขาดไม่ได้ และตามมาด้วยความหึงหวง
ซึ่งเป็นความหึงแบบไม่ธรรมดา ในเมื่อเขาคือ "สายโหด" ความขี้หึง ก็ต้อง "หึงโหด" เช่นกัน
"คู่หมั้นก็ถือเป็นสามีไปแล้วครึ่งหนึ่ง บอกมาว่ามันเป็นใคร แล้วให้มันแตะต้องตรงไหนบ้าง คืนนี้ผมจะลบออกไปให้หมด แล้วอย่าได้ให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องอีก คุณเป็นของผมคนเดียวเข้าใจมั้ย!"
"หมอคะคุณใจเย็น ๆ ก่อน อ๊าา!!!"
"คืนนี้ต่อให้ร้องขอชีวิต ก็อย่าคิดจะคลานลงจากเตียงนี้ไปได้เลย!"
คลั่งไคล้ยัยแฮกเกอร์
แทนที่จะส่งตัวเธอให้ตำรวจ ประธานกู้ผู้ชอบใช้เงินแก้ปัญหา(และหวงของขั้นสุด) กลับโยนเช็คตัวเลขเจ็ดหลักใส่หน้า พร้อมยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้... นั่นคือการจ้างเธอเป็น 'กระสอบทรายระบายอารมณ์ส่วนตัว' แบบผูกขาด ห้ามรับงานอื่น ห้ามมองผู้ชายคนอื่น และห้ามปฏิเสธเมื่อเขาต้องการ!
ภายใต้แว่นตาขอบเงินที่ดูภูมิฐาน เขาคือพญามารจอมเอาแต่ใจที่ดุดันไม่เกรงใจเตียง จนเธอต้องลอบรีวิวสมรรถภาพของเขาในใจเหมือนรีวิวสินค้าในเถาเป่า ปากสั่นร้องไห้บอกว่าไม่ไหว แต่สมองกลับคำนวณทิปค่ากระเป๋าแบรนด์เนมอย่างรวดเร็ว
เมื่อความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วย 'เงินตราและราคะ' ถลำลึกจนเตียงแทบหักทุกคืน งานนี้สายลับสาวหน้าเงินจะกอบโกยกำไรจนคุ้ม หรือจะขาดทุนย่อยยับเพราะเผลอเอาหัวใจไปจำนองให้ท่านประธานกันแน่?













