บทนำ
บท 1
ภายในวังหลวงขนาดใหญ่เป็นสถานที่สตรีมากมายต่างใฝ่ฝันอยากจะเข้ามาเป็นสนมของฮ่องเต้ ถ้าหากว่าโชคดีก็จะได้เลื่อนขั้นสูงทำให้ครอบครัวมีหน้ามีตา แต่บางคนก็ต้องมาจบชีวิตลงในตำหนักเย็น ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือซูเซียว ก่อนหน้านี้นางเป็นชายาเอกขององค์ชายรองกัวเจียอี นางกับเขาเคยเจอกันในงานเลี้ยงชมบุปผา เขาตามเกี้ยวนางอยู่นานจนทำให้นางหัวใจสั่นไหวจนตกหลุมรัก หลังจากที่นางได้สมรสกับเขา ครอบครัวของนางก็สนับสนุนเขาเพื่อที่จะให้ชายหนุ่มได้ขึ้นเป็นใหญ่ แต่พอทุกอย่างสำเร็จเขาได้เป็นฮ่องเต้ครอบครองบัลลังก์
สิ่งที่นางไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อเขาใส่ความทำให้ตระกูลของนางต้องโทษประหารทั้งตระกูล ส่วนนางก็ถูกกักขังอยู่ในตำหนักเย็นอันซ่อมซอ ส่วนสาวรับใช้ทั้งสองคนที่เคยติดตามนางก็โดนฆ่าตาย ตอนนี้ในตำหนักเย็นจึงมีแค่นางที่ถูกมัดเอาไว้
"ข้าต้องการพบกัวเจียอี" ซูเซียวร้องตะโกนจนน้ำเสียงแหบแห้งแต่ก็ไม่สามารถเรียกความสนใจจากคนที่เฝ้าประตูได้ ทำไมเขาถึงได้โหดร้ายกับนางเช่นนี้ ก่อนนี้ไม่ใช่เขาหรอกหรือที่พร่ำบอกรักนางอย่างนั้นอย่างนี้ จะอยู่ไม่ได้ถ้าหากขาดนางไป เขาบอกว่านางสำคัญกว่าทุกอย่างแต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าการได้ขึ้นนั่งบัลลังก์เป็นสิ่งที่เขาต้องการเสียมากกว่าสิ่งใด
"ถึงเจ้าอยากพบเขาแต่เป็นเขาที่ไม่อยากจะพบเจา ข้าก็ช่วยอะไรไม่ได้" ประตูเรือนเปิดออกพร้อมกับหญิงร่างบางที่แต่งตัวงามสง่าไปทั่วร่างเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าของซูเซียว เสิ่นซิ่วอิงมองคนที่ถูกมัดตรงหน้าด้วยแววตาสมเพช ไม่คิดเลยว่าซูเซียวสตรีที่เคยเป็นที่ชอบของคนทั้งแคว้นจะมีวันตกต่ำถึงเพียงนี้
"เจ้ามาทำไม ข้าไม่อยากเห็นหน้าสตรีที่ใจคอร้ายกาจเช่นเจ้า" ซูเซียวมองเห็นคนตรงหน้าก็รู้สึกโมโหเป็นอย่างมาก ในวันที่กัวเจียอีได้เป็นฮ่องเต้กับเป็นสตรีนางนี้ที่ได้อยู่ข้างกายของเขา แต่นางกับถูกกักขังอยู่ในนี้ ความจริงแล้วซูเซียวสงสัยมาตลอดว่าเขาเคยรักนางบ้างหรือเปล่า
"ความจริงข้าก็ไม่อยากจะมาในที่สกปรกเช่นนี้หรอก แต่ที่ข้ามาก็เพราะว่าฝ่าบาทต้องการให้ข้ามาทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ" เสิ่นซิ่วอิงพูดพร้อมกับโบกมือให้นางกำนัลเดินเข้ามา ในมือประคองถาดที่มีจอกวางเอาไว้
"เจ้าคิดจะทำอะไร" ซูเซียวเอ่ยถามออกไปเสียงกร้าว เพียงแค่เห็นนางกำนัลถือถาดเข้ามานางก็รู้แล้วว่าชะตาชีวิตของนางคงจะต้องจบลงด้วยน้ำมือของสตรีนางนี้แล้ว นางยังไม่อยากตาย ตอนนี้นางกำลังตั้งครรภ์ นางจะตายไม่ได้เด็ดขาด
"ข้าก็จะส่งเด็กในครรภ์ของเจ้าไปสู่ปรโลกไง" คิดเหรอว่านางจะปล่อยให้เด็กคนนี้มีชีวิตรอดไปได้ ถ้าหากว่าฮ่องเต้ทรงใจอ่อนขึ้นมาแล้วจะยุ่งยากเข้าไปใหญ่ ทางที่ดีส่งเด็กคนนี้ไปลงนรกให้สิ้นเรื่องราวไปซะ
"แต่นี่คือเชื้อไขของกัวเจียอีนะ เจ้ากล้าทำเช่นนี้ได้อย่างไร" ซูเซียวได้ฟังก็รู้สึกหนาวสั่นไปถึงหัวใจ ไม่คิดว่าสตรีตรงหน้าจะกล้าฆ่าแม้กระทั่งเด็กที่ยังไม่ทันได้ลืมตาดูโลก
"เป็นลูกของฝ่าบาทแล้วอย่างไร ในเมื่อคนที่ไม่ต้องการให้เด็กคนนี้ลืมตาดูโลกก็คือฝ่าบาท"
"ไม่จริง ข้าไม่เชื่อ ข้าต้องการพบกัวเจียอี ให้เขามาพบข้าเดี๋ยวนี้" ซูเซียวได้ฟังที่เสิ่นซิ่วอิงบอกก็ร้องออกมาเสียงดังด้วยความไม่เชื่อ ถ้าหากว่าเขารู้ว่านางตั้งครรภ์เขาจะต้องเก็บเด็กคนนี้เอาไว้แน่ ถึงอย่างไรก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา
"ข้าเสียใจด้วยนะ ตอนนี้ฝ่าบาทคงไม่มีเวลามาพบเจ้าหรอก ทำใจให้สบายเดี๋ยวทุกอย่างก็จะดีเอง" เสิ่นซิ่วอิงเอ่ยบอกพร้อมกับส่งสัญญาณให้นางกำนัลเดินเข้าไปหาซูเซียวที่มือถูกพันธนาการเอาไว้ด้วยเชือก
"ไม่นะ เจ้าจะทำเช่นนี้ไม่ได้นะ" ซูเซียวร้องออกมาเสียงดังลั่นตำหนักแต่ก็ไม่มีใครคิดที่จะเข้ามาช่วยหรือบางทีก็อาจจะไม่มีใครได้ยินก็เป็นได้ ความกลัวคลืบคลานเข้าสู่หัวใจของนางจนร่างกายสั่นเทา
"เจ้าก็คอยดูแล้วกันว่าข้าทำได้หรือไม่" เสิ่นซิ่วอิงพูดจบก็ยื่นมือไปบีบปากของซูเซียวให้อ้าออกก่อนจะรับจอกยาจากนางกำนัลมากรอกยาทั้งหมดเข้าไปในปากของซูเซียว หญิงสาวพยายามดิ้นรนขัดขืนโดยการส่ายหน้าไปมาแต่ก็ทำไม่สำเร็จเมื่อของเหลวรสขมไหลเข้าไปในลำคอ
ผ่านไปไม่นานซูเซียวก็เริ่มรู้สึกปวดท้องขึ้นมาก่อนจะหนักขึ้นเรื่อยๆ จนต้องพยายามขดตัวแต่ด้วยความที่ถูกเชือกมัดเอาไว้จึงทำได้แค่ยืนงอตัวเท่านัั้น นางรู้สึกถึงความเปียกชื้นที่ขาพอก้มมองดูก็เห็นเลือดหยดลงบนพื้น หัวใจของนางเหมือนถูกบีบคั้นอย่างรุนแรงรู้สึกเจ็บปวดจนน้ำตารินไหลออกมาอาบเต็มใบหน้า
"เจ้ามันสตรีอำมหิต เจ้าไม่มีทางได้ตายดีแน่เสิ่นซิ่วอิง" ซูเซียวกัดฟันพูดออกมาด้วยความโกรธแค้น ดวงตาแดงก่ำชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำตา รู้สึกสงสารบุตรในครรภ์ที่ต้องมาตายอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว กัวเจียอีนะกัวเจียอี ข้าละนึกว่าเจ้าจะเป็นคนดี แต่ความจริงแล้วเจ้ามันเลวมากว่าที่ข้าคิด เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นคงจะเป็นแผนการของเจ้าสินะ
เมื่อบัลลังก์มังกรมันหอมหวนเกินจะห้ามใจ ไม่ว่าอะไรก็ฉุดรั้งเจ้าไม่อยู่ ถ้าหากรู้ว่าต้องมาพบเจอเรื่องเช่นนี้ ข้าจะไม่มีวันแต่งให้เจ้าโดยเด็ดขาด แต่ทุกอย่างก็สายไปแล้ว ไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขอะไรได้ ซูเซียวทำได้แต่นึกเสียใจ
"ใครกันแน่ที่จะไม่ได้ตายดี เอาละวันนี้ข้าเล่นสนุกจนพอใจแล้ว เอาไว้ข้าจะมาเล่นกับเจ้าใหม่แล้วกัน" เสิ่นซิ่วอิงพูดจบก็เดินออกไปด้วยใบหน้ามีรอยยิ้มอย่างคนมีความสุข ปล่อยให้ซูเซียวมองตามด้วยความโกรธแค้นจนแทบจะกะอักเลือดออกมา
เสิ่นซิ่วอิงก้าวเท้าเดินเข้าไปในตำหนักขนาดใหญ่ พอนางเดินไปถึงหน้าห้องก็มีขันทีเข้าไปรายงานคนข้างใน ไม่นานหลี่กงกงก็มาเชิญนางเข้าไปข้างในด้วยท่าทางน้อบน้อม หญิงสาวเดินเข้าไปกวาดสายตามองก็เห็นกัวเจียอีกำลังนั่งเดินหมากอยู่คนเดียว เสินซิ่วอิงจึงเดินเข้าไปนั่งตรงข้ามชายหนุ่ม กัวเจียอียังคงไม่เงยใบหน้าขึ้นมามองแต่ปากก็เอ่ยถามขึ้น
"นางเป็นอย่างไรบ้าง" ถึงแม้เขาจะจัดการกับตระกูลของซูเซียวไปเรียบร้อยแล้วแต่อย่างไรนางก็ถือว่าเคยเป็นชายาของเขามาก่อนจะไม่ให้สนใจเลยก็คงไม่ได้ ถึงแม้นางจะไร้ประโยชน์ต่อเขาแต่อย่างไรการเก็บนางเอาไว้ก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรต่อเขาอยู่แล้ว
"หม่อมฉันพยายามเกลี้ยกล่อมนางให้ลืมทุกอย่างแล้วมาตั้งใจรับใช้ฝ่าบาทแต่นางก็ไม่ยอม นางทรมานตนเองจนแท้งเพคะ" เสิ่นซิ่วอิงเอ่ยบอกพร้อมกับใช้สายตาสังเกตคนตรงหน้าว่ามีปฏิกิริยาอะไรต่อสิ่งที่ได้ยินหรือไม่ แต่นางก็เห็นเพียงชายหนุ่มคีบหมากไปวางลงบนกระดานเหมือนได้ฟังเรื่องปกติธรรมดา เห็นเป็นเช่นนี้นางก็สบายใจที่ได้รู้ว่าเขาไม่ได้ให้ความสำคัญอะไรกับสตรีนางนั้น
"แท้งแล้วเหรอ" ชายหนุ่มเอ่ยถามขึ้น ถึงแม้จะยังทำตัวปกติแต่ในใจก็รู้สึกหวิวเหมือนกันที่ได้ยินว่าซูเซียวแท้งบุตร แต่ก็ดีเหมือนกันที่นางเสียลูกไปจะได้ไม่ทำให้ตระกูลเสิ่นเกิดความไม่พอใจที่เขาจะเก็บบุตรที่เกิดจากอดีตชายาเอาไว้
"เพคะ"
"ส่งหมอหลวงไปตรวจนางเสียหน่อยแล้วกัน" อย่างไรนางก็สูญเสียบุตรในครรภ์ไปแล้ว ร่างกายก็คงจะได้รับความเสียหายไม่น้อย ส่งหมอหลวงไปดูอาการนางหน่อยก็ดีเหมือนกัน หากร่างกายอ่อนแอจะทำให้นางป่วยเรื้อรังเอาได้
"หม่อมฉันได้ส่งหมอหลวงเก่งที่สุดไปตรวจอาการนางเรียบร้อยแล้วเพคะ" เสิ่นซิ่วอิงเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มเอาใจคนตรงหน้า แต่ในใจนางกลับรู้สึกริษยา ขนาดสตรีนางนั่นไร้ประโยชน์ต่อเขาแล้วก็ยังจะเก็บเอาไว้อีก แต่เสียใจด้วยนางไม่มีวันส่งหมอหลวงไปเด็ดขาด เพราะอีกไม่นานนางจะทำให้คนในตำหนักเย็นหายไปจากโลกใบนี้ หายไปจากชีวิตของฝ่าบาท ไม่ให้เขาได้เห็นแม้แต่เงาของสตรีนางนั้น
"เจ้าทำได้ดีมาก สมกับเป็นฮองเฮาของเรา" กัวเจียอีหยุดสนใจหมากที่กำลังเล่นก่อนจะเงยใบหน้าขึ้นมามองคนตรงหน้าด้วยแววตาภูมิใจที่อีกฝ่ายรู้งานโดยที่เขาไม่ต้องบอก ชายหนุ่มยื่นมือไปจับคางของหญิงสาวด้วยความทะนุถนอมก่อนจะลูบแก้มเนียนเบาๆ ราวกับว่ารักใคร่ในตัวของเสิ่นซิ่วอิงเป็นอย่างมาก
"ฝ่าบาททรงชมหม่อมฉันเกินไปแล้วเพคะ หม่อมฉันแค่ทำตามหน้าที่ก็เท่านั้น" หญิงสาวเอ่ยบอกก่อนจะส่งยิ้มเอียงอายไปให้ชายหนุ่ม นางช่างโชคดีจริงๆ ที่ได้เป็นฮองเฮาของเขา ตอนที่นางได้พบเขาครั้งแรกก็รู้สึกพึงพอใจในตัวของชายหนุ่มเป็นอย่างมาก พอได้เขามาครอบครองนางก็รู้สึกเหนือกว่าสตรีทุกคน ทั้งได้ครอบครองคนที่ตนเองรักแถมยังมีอำนาจมากล้นเพราะได้เป็นถึงฮองเฮาที่สตรีทุกคนต้องอิจฉา
"ในเมื่อเจ้าทำความดีเราก็ควรต้องตกรางวัลให้แก่เจ้า"
"ไม่ทราบว่าฝ่าบาทจะทรงมอบอะไรให้แก่หม่อมฉันเพคะ" หญิงสาวเอ่ยถามพร้อมกับส่งสายตายั่วยวนไปให้ชายหนุ่ม กัวเจียอีไม่รอช้ารีบโยนหมากในมือทิ้งก่อนจะลุกขึ้นไปอุ้มหญิงสาวแล้วเดินไปวางบนแท่นบรรทม
"เราจะโปรดเจ้าทั้งคืนเลยดีหรือไม่" แค่เห็นสายตาของหญิงสาวชายหนุ่มก็รู้แล้วว่านางต้องการอะไร คนอย่างกัวเจียอีจะทำให้นางผิดหวังได้อย่างไร คืนนี้เขาจะสนองจนนางไม่สามารถลุกขึ้นจากเตียงได้เลยล่ะ
"ดีที่สุดเลยเพคะ" เสิ่นซิ่วอิงเอ่ยบอกพร้อมกับยกมือขึ้นไปคล้องที่ลำคอของชายหนุ่มแสดงออกถึงความต้องการของตัวเองออกมาอย่างไม่ปิดบัง นานแค่ไหนแล้วที่เขายุ่งจนไม่มีเวลามาใส่ใจนาง วันนี้นางจะต้องมีความสุขมากๆ แน่ หญิงสาวยิ้มให้กับชัยชนะของตัวเองที่สามารถเป็นที่หนึ่งในใจของกัวเจียอีได้
บทล่าสุด
#85 บทที่ 85 ความสุขที่แท้จริง จบ
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026#84 บทที่ 84 การเปลี่ยนแปลงของทุกคน
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026#83 บทที่ 83 เตรียมเปิดร้าน
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026#82 บทที่ 82 คืนเร่าร้อนของทั้งสอง
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026#81 บทที่ 81 เอาของไปฝากบ้านใหญ่
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026#80 บทที่ 80 เข้าเมืองขายผ้า
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026#79 บทที่ 79 ความน่ารักของภรรยา
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026#78 บทที่ 78 มาเยือนถึงบ้าน
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026#77 บทที่ 77 เลี้ยงฉลองการกลับมา
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026#76 บทที่ 76 ไปเยี่ยมครอบครัว
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026
คุณอาจชอบ 😍
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
พี่สาวครับรับรักผมด้วย
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
คลั่งไคล้ยัยแฮกเกอร์
แทนที่จะส่งตัวเธอให้ตำรวจ ประธานกู้ผู้ชอบใช้เงินแก้ปัญหา(และหวงของขั้นสุด) กลับโยนเช็คตัวเลขเจ็ดหลักใส่หน้า พร้อมยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้... นั่นคือการจ้างเธอเป็น 'กระสอบทรายระบายอารมณ์ส่วนตัว' แบบผูกขาด ห้ามรับงานอื่น ห้ามมองผู้ชายคนอื่น และห้ามปฏิเสธเมื่อเขาต้องการ!
ภายใต้แว่นตาขอบเงินที่ดูภูมิฐาน เขาคือพญามารจอมเอาแต่ใจที่ดุดันไม่เกรงใจเตียง จนเธอต้องลอบรีวิวสมรรถภาพของเขาในใจเหมือนรีวิวสินค้าในเถาเป่า ปากสั่นร้องไห้บอกว่าไม่ไหว แต่สมองกลับคำนวณทิปค่ากระเป๋าแบรนด์เนมอย่างรวดเร็ว
เมื่อความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วย 'เงินตราและราคะ' ถลำลึกจนเตียงแทบหักทุกคืน งานนี้สายลับสาวหน้าเงินจะกอบโกยกำไรจนคุ้ม หรือจะขาดทุนย่อยยับเพราะเผลอเอาหัวใจไปจำนองให้ท่านประธานกันแน่?
รักไม่หลอก
เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!
..................................................................
พระเอก: ราฟาเอล มิลเลอร์
มาเฟียหน้าหล่อ แต่นิสัยโหด ไม่เคยได้รับบาดแผลใจอะไรในวัยเด็ก แต่กลับมีนิสัยบิดเบี้ยวอันน่ากลัว เพราะความทะนงตัวทำให้อยากได้อะไรก็ต้องได้ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ใครกล้าขัดใจมีอันต้องอันตรธานหายไปจากสายตา สุขุม ซ่อนความใจร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง แค่เพียงปรายตามองก็ทำเอาคนหายใจแทบไม่ออก
นางเอก: เกรซ โคปา (สีน้ำ)
บอดี้การ์ดสาวสวยฝีมือดี ถูกลักพาตัวมาฝึกเป็นทหารตั้งแต่เด็ก ถูกสอนให้ใช้อาวุธ เรียนศิลปะป้องกันตัว เรียนรู้การอารักขา และลอบฆ่า
นิสัย (เดิม) เงียบขรึม จริงจัง ทะเยอทะยาน
..................................................................
เรื่องย่อ
สีน้ำทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่อ่านอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากสอบเข้ามหาลัยเสร็จหมาด ๆ นิยายเรื่องที่เธออ่านก็คือ 'กรงขังของนายมาเฟีย' นิยายอีโรติกสิบแปดบวกที่พระเอกเป็นมาเฟียจอมยึดติด ราฟาเอล มิลเลอร์ มาเฟียจอมโหดเขาหลงรักนางเอกที่เป็นคนธรรมดา เขาถูกใจในหน้าตาสะสวยของนางเอกของเรื่องอย่าง นาตาลี ตั้งแต่แรกเห็น เขาตกหลุมรักนางเอกในเรื่องอย่างนาตาลีแบบหัวปักหัวปำ แต่เลือกที่จะเข้าหาอีกฝ่ายด้วยวิธีผิด ๆ ซึ่งตัวละครที่สีน้ำทะลุเข้ามาสวมร่างไม่ใช่นางเอก แต่ทว่ากลับเป็นนางร้าย!
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
บ่วงรักสายใยพิศวาส: Oath of Love
เธอคือดาราสาวที่โลกรู้จักในฐานะนางร้าย แต่หัวใจข้างในเก็บรักชายคนเดียวมาทั้งชีวิต
ไฟระหว่างพวกเขาปะทุขึ้นคืนหนึ่งที่สมุย และมันก็ไม่มีวันดับลงได้อีกแล้ว แม้เขาจะพยายามบอกตัวเองว่า "ไม่รัก" สักแค่ไหนก็ตาม
แต่แล้วคำพูดที่โหดเหี้ยมที่สุดในชีวิตเธอก็หลุดออกมาจากปากเขา
"ต่อให้แพมเป็นผู้หญิงคนเดียวในโลกนี้ พี่ก็ไม่เอาแพมมาเป็นแม่ของลูก"
เธอเก็บคำนั้นไว้ในใจ พร้อมกับชีวิตน้อยๆ ในท้องที่เขาไม่รู้ แล้วหายตัวไปจากชีวิตเขาสามปีเต็มๆ
สามปีต่อมา เธอกลับมาพร้อมบุตรสาวตัวน้อยที่มีดวงหน้าเหมือนเขาราวกับแกะ
และในที่สุด อนาวรรธน์ก็รู้ว่าตัวเองรักเธอ
แต่กว่าจะรู้...มันสายไปแล้วหรือเปล่า?
บ่วงรักสายใยพิศวาส — เรื่องราวของรัก ความเจ็บ สัญญา และสายใยที่ไม่มีสิ่งใดตัดขาดได้
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
หวานใจคุณพ่อจำเป็น
สิ้นเสียงประกาศกร้าวของ 'มดตะนอย' กามเทพตัวจิ๋ววัย 3 ขวบครึ่งที่ชี้เป้าเลือกพ่อกลางห้างสรรพสินค้า ทำเอา 'มัดไหม' น้าสาวในร่างแม่จำเป็นถึงกับช็อกแทบสลบ!
เพราะผู้ชายที่หลานเธอวิ่งไปเกาะขา ดันเป็น 'พีร์ภูรินท์' ซีอีโอหนุ่มสุดเนี้ยบผู้รักความเพอร์เฟกต์และประกาศตัวว่า 'ไม่ชอบเด็ก!' มัดไหมเตรียมใจรับพายุอารมณ์ แต่ผิดคาด... เมื่อท่านประธานหน้านิ่งกลับยอมรับบท "คุณพ่อปลอมๆ" ซะงั้น แถมยังขยันขับรถสปอร์ตมาป้วนเปี้ยนที่คาเฟ่ของเธอทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ!
จากภารกิจ Fake Family สุดป่วนที่เริ่มเพราะโดนลูกตก ค่อยๆ ลุกลามกลายเป็นอาการ 'คลั่งรักแม่' แบบเต็มคาราเบล! จากผู้ชายเย็นชาที่หวงพื้นที่ส่วนตัวขั้นสุด กลายร่างเป็นแด๊ดดี้สายเปย์สุดอบอุ่น ที่พร้อมทิ้งตรรกะทุกอย่างบนโลก เพื่อเลื่อนขั้นจาก 'พ่อกำมะลอ' ไปเป็น 'สามีตัวจริง'
มาร่วมโดนตกไปกับความน่ารักนุบนิบหัวใจ โบ๊ะบ๊ะกับหลานตัวแสบ และฟินจิกหมอนกับพระเอก CEO ธงเขียว นิยายโรแมนติกคอมเมดี้สายครอบครัว ฟีลกู๊ด อ่านง่าย ชุบชูใจ เสิร์ฟความหวานสไตล์สโลว์เบิร์น ปลอดสารดราม่าปวดตับ 100%!
#หวานใจคุณพ่อจำเป็น













