บทนำ
บท 1
ตอนที่ 1 หนี
เสียงฟ้าร้อง ฟ้าผ่าราวกับเทวดาฟ้าดินจะโกรธเกลียดรังแกคนอย่างผม ทันทีเมื่อผมก้าวขาลงมาจากรถไฟซึ่งมันหอบพาเอาคนไร้ค่าอย่างผมซานซมมาจนถึงกรุงเทพมหานคร โดยที่ผมไม่ต้องเสียเงินสักบาทเพราะมันมีไว้สำหรับบริการประชาชนคนชั้นล่างอย่างผมแบบฟรีๆ
ผมหยิบกระดาษสีขาวซึ่งฉีกมันออกมาจากสมุดเรียนวิชาสังคมศาสตร์หน้าที่ยังว่างอยู่เพราะผมใช้จดบันทึกวิชาเรียนไม่หมดก่อนจบเทอมสุดท้าย บนหน้ากระดาษซึ่งมีรอยยับนั้นผมจดที่อยู่ของรุ่นพี่คนหนึ่งเอาไว้เมื่อหลายอาทิตย์ก่อน ตอนที่เขากลับไปเที่ยวบ้านที่ต่างจังหวัดแล้วผมได้มีโอกาสพูดคุยกัน
กรุงเทพมหานครคือเมืองหลวงอันศิวิไลซ์ที่ผมไม่เคยก้าวเท้าเหยียบมาก่อน ที่นี่ดูทุกอย่างสับสนวุ่นวายไปหมด และยิ่งยากขึ้นเมื่อผมต้องมายืนติดอยู่ตรงป้ายรถเมล์กับน้ำท่วมสูงถึงครึ่งหน้าแข้งในช่วงค่ำที่ฝนกระหน่ำตกลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตาต้อนรับผม
ผมหันไปถามคนที่ยืนตากฝนจนตัวเปียกอยู่ข้างๆ ถึงการเดินทางเพื่อไปตามที่อยู่ซึ่งผมจดเอาไว้และผมได้รับคำแนะนำให้เดินทางด้วย “รถเมล์ฟรี” ซึ่งมันเบียดเสียดยัดเยียดกันอย่างน่ากลัว
ผมยืนมาบนรถเมล์ซึ่งมีผู้โดยสารแออัดเบียดกันจนแทบหายใจไม่ออก ท่ามกลางการจราจรที่แทบไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกว่าการขึ้นรถเมล์มันเร็วกว่าการเดินด้วยเท้าตรงไหน ผมยืนเมาไปกับกลิ่นเหงื่อ กลิ่นตัว กลิ่นน้ำหอมของคนเมืองจนแทบหายใจไม่ออก
“เอ็นเอสไนท์ บาร์” ผมยกแผ่นกระดาษยับๆ นั้นขึ้นมาแล้วแหงนหน้าอ่านทวนป้ายไฟด้านบนอีกครั้ง
หลังจากใช้ความพยายามฝ่าฟันความกล้าๆ กลัวๆ ถามคนนั้น คนนี้มาตลอดทางในที่สุดผมก็มายืนอยู่หน้าบาร์แห่งหนึ่ง ตัวตึกเป็นคล้ายๆ อาคารพาณิชย์สูงสี่ชั้น มีป้ายไฟขนาดใหญ่ติดเป็นชื่อบาร์เหมือนอย่างในกระดาษที่ผมถืออยู่ สภาพเนื้อตัวของผมเวลานี้มันเปียกตั้งแต่หัวจรดเท้า กระเป๋าเป้สะพายหลังชุ่มไปด้วยน้ำ ตอนนี้ฝนหยุดแล้วเหลือแค่ละอองฝอยเล็กๆ เท่านั้น
“เอ่อ...ขอโทษครับ ผมมาหาพี่กบ” ผมเดินตัวเปียกไปยืนแหงนคอคุยกับผู้ชายใส่ชุดเสื้อยืดกางเกงยีนสีดำสองคนท่าทางน่ากลัวตรงประตูทางเข้า
“กบไหน ที่นี่ไม่มีคนชื่อกบ”
“แต่...พี่กบบอกว่าทำงานอยู่ที่นี่...เอ่อ นี่ไงครับผมมีที่อยู่พี่เขาให้ผมไว้”
“นี่ไอ้น้องหลบไปไกลๆ อย่ามาเกะกะทางเข้าร้าน" ผู้ชายหน้าดุคนเดิมยื่นมือมาผลักผมให้ถอยออกไปด้านข้าง
"พี่...แต่ว่าเขาบอกว่าเขาทำงานที่นี่จริงๆ นะ"
"ถ้าเพื่อนน้องทำงานที่นี่ก็ลองโทรถามเพื่อนสิให้เขาออกมารับแล้วนี่อายุถึงสิบแปดแล้วหรือยัง หัวยังเกรียนอยู่เลย อย่ามายืนแถวนี้เดี๋ยวร้านพี่ก็ซวยหรอก” คนหน้าดุจับไหล่ผมแล้วเหวี่ยงผมออกมาอีกครั้ง
ผมใช้โทรศัพท์มือถือกดเบอร์ตามที่รุ่นพี่ได้เคยให้ผมไว้แต่ไม่มีคนรับสาย ผมไม่รู้จะไปทางไหนดีเพราะใจกลางเมืองหลวงใหญ่โตนี้ผมรู้จักเพียง “พี่กบ” รุ่นพี่โรงเรียนเก่าซึ่งเข้ามาหางานทำในกรุงเทพและเคยออกปากชวนผมให้มาเที่ยวหาได้ที่กรุงเทพ
ผมเพิ่งเรียนจบมัธยมปลายจากโรงเรียนประจำจังหวัดในภาคเหนือของเมืองไทย โดยแรกเริ่มทีเดียวผมก็เป็นเหมือนเด็กวัยรุ่นทั่วไปที่ใฝ่ฝันอยากเรียนต่อในรั้วมหาวิทยาลัยแต่เพราะเหตุการณ์บางอย่างทำให้ผมต้องละทิ้งความฝัน ละทิ้งบ้านเกิดเพื่อมุ่งหน้าเข้ามาหางานทำในกรุงเทพ
ผมนั่งมองผู้คนหลายร้อยคนเดินหลั่งไหลหายเข้าไปภายในบาร์แห่งนี้ ซึ่งมันเป็นจุดหมายปลายทางที่ผมตั้งใจมาหาพี่กบ ผมนั่งรออยู่บนทางเท้าหน้าร้านตรงส่วนที่มันเป็นลานจอดรถ จนความหิวเล่นงานผมอย่างหนักเพราะตั้งแต่ขึ้นรถไฟมาเมื่อเช้าผมมีเพียงข้าวเหนียวไก่ย่างราคาถูกยัดใส่เข้าไปภายในกระเพาะผมเท่านั้น ตอนนี้หน้าจอโทรศัพท์มือถือของผมแบตของมันขึ้นขีดสีแดงและตัวเลขบอกเวลาว่ากำลังจะเที่ยงคืนในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ความกระวนกระวายวิตกทำให้ผมนั่งไม่ติดเพราะผมยังไม่สามารถติดต่อพี่กบได้
ผมตัดสินใจส่งข้อความเข้าไปยังเบอร์โทรศัพท์ของพี่กบเพื่อบอกให้รู้ว่า ผมมาถึงกรุงเทพแล้วและจะนั่งรออยู่ตรงนี้เพื่อรอให้พี่กบมารับ แต่ทุกอย่างยังคงเงียบหายไม่มีการตอบรับหรือโทรกลับมาจากรุ่นพี่ของผม จนกระทั่งนักเที่ยวกลางคืนเริ่มทยอยเดินกลับออกมาจากร้าน รถยนต์เกือบทั้งหมดถูกขับหายออกไปจนลานจอดรถที่ผมนั่งอยู่ไม่เหลือรถยนต์แม้แต่คันเดียว ป้ายไฟด้านหน้าซึ่งบอกชื่อร้านเอาไว้ถูกปิดลง
“พี่...” ผมวิ่งแบกกระเป๋าไปดักหน้าผู้ชายตัวโตสองคนซึ่งกำลังจะเดินหายเข้าไปภายในร้าน
“เฮ้ย นี่ยังไม่กลับอีกหรือไงวะ” พี่ผู้ชายชุดดำหน้าดุหันมาถลึงตาใส่ผม
“ตกลงว่าพี่รู้จักพี่กบมั้ย ผมขอร้องล่ะเขาบอกว่าเขาทำงานที่นี่จริงๆ นะ ผมมาจากต่างจังหวัดพี่เข้าไปบอกเขาให้หน่อยว่าผมรออยู่ข้างหน้า”
“บอกว่าไม่มีคนชื่อกบ ทำไมพูดไม่รู้เรื่องวะ” ผู้ชายหน้าดุตะคอกใส่ผมเสียงดังก่อนจะสะบัดแขนแล้วเดินเข้าไปด้านในทิ้งให้ผมยืนสับสนอยู่เพียงลำพัง
ผมยกโทรศัพท์มือถือของผมออกมาทันได้เห็นหน้าจอของมันดับพรึ่บไปต่อหน้าต่อตา ผมไม่กล้าเดินไปไหนเพราะกลัวว่าถ้าพี่กบอ่านข้อความแล้วเดินมาหาผมจะไม่เจอ ผมถอยกลับไปนั่งรออยู่บนหมอนคอนกรีตกั้นล้อรถตรงหน้าประตูทางเข้าออกร้านเพื่อหวังว่าอย่างน้อยถ้าพี่กบเลิกงานแล้วเดินออกมาจะได้เห็นผมในทันที
แต่ไม่มีใครเดินออกมาจากประตูกระจกทึบบานนี้แม้แต่ผู้ชายหน้าดุสองคนนั้นก็หายไปเลย เวลานี้ไม่เหลือใครแล้ว ไฟทุกดวงถูกดับลง ผมนั่งคุดคู้ดึงหัวเข่าตัวเองขึ้นมากอดเพื่อช่วยให้ตัวเองรู้สึกอุ่นขึ้นแต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก เสียงท้องร้องอุทธรณ์ขอความเห็นใจจากผมเพราะมันคงต้องการอาหาร ผมกวาดสายตาหันไปรอบตัวเห็นป้ายร้านสะดวกซื้อที่เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงอยู่ห่างออกไปไม่ไกลมากนักก่อนจะหยิบกระเป๋าเงินแบนๆ ของตัวเองออกมาแล้วใช้นิ้วมือเล็กเขี่ยๆ ขอบธนบัตรภายในนับดูเป็นครั้งที่ร้อย ผมมีเงินติดตัวอยู่ไม่ถึงห้าร้อยบาทและไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าผมต้องเจอกับอะไรบ้างความหิวเพียงแค่นี้คงไม่ฆ่าผมให้ถึงกับตาย
เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงใหญ่ดังสนั่นจนผมสะดุ้ง ฝนที่เพิ่งขาดเม็ดไปดูเหมือนมันจะซ้ำเติมผมอีกครั้ง ลมพายุพัดซัดมาจากทุกทิศทางผมลุกขึ้นจากแล้ววิ่งเข้าไปหลบฝนอยู่บริเวณหน้าร้านซึ่งพอมีชายคาให้ผมหลบฝน
ตึง! ผมสะดุ้งสุดตัวเมื่ออยู่ๆ มีเสียงดังขึ้นมาจากภายในร้านซึ่งด้านในปิดไฟมืดสนิท ผมแนบสายตาจ้องฝ่าความมืดเข้าไปด้านในแต่ก็มองอะไรไม่เห็นเลย
ตึง! อีกครั้งเสียงนั้นดังมาจากด้านในแน่ๆ ผมรวบรวมความกล้าแล้วเดินไปชะโงกหน้าตรงด้านข้างซอกตึกเล็กๆ ก่อนจะเดินเลาะไปจนถึงจุดทิ้งขยะซึ่งมีถังขยะใบใหญ่กว่าตัวผมวางเรียงกันอยู่หลายใบ ข้างๆ นั้นเป็นประตูกระจกบานหนึ่งมีสติ๊กเกอร์แปะเอาไว้เป็นชื่อของบาร์แห่งนี้
ตึง! อีกครั้ง เสียงนั่นอีกแล้วผมเอื้อมมือไปดึงประตูกระจกนั้นแล้วออกแรงดึงมันอย่างกล้าๆ กลัว
“ไม่ได้ล็อกเหรอ” ผมหันซ้ายหันขวาแล้วค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าไปด้านในอย่างช้าๆ
กลิ่นเหม็นอับ เหม็นเปรี้ยว คลุ้งไปทั่วจนผมต้องยกมือมาปิดจมูก ภายในห้องนี้ไม่ได้มืดสนิทเสียทีเดียว ผมยืนนิ่งๆ สักพักเพื่อปรับสายตาให้ชินกับความมืดด้านใน แสงสีเขียวสว่างสะท้อนอยู่ด้านข้างผนัง ผมเดาว่ามันคงเป็นสวิตช์ไฟจึงตัดสินใจเดินไปใกล้แล้วกดเปิดมันเพียงหนึ่งดวงอย่างเดาสุ่ม
ตึง ตึง ตึง จี๊ดด ผมสะดุ้งขนหัวลุกซู่ทันทีเมื่อไฟสว่างขึ้นกลางห้อง หนูตัวเท่าแมวสามสี่ตัววิ่งพล่านไปทั่วห้องมีอยู่ตัวหนึ่งมันเหยียบกับดักกาวเข้า ทำให้มันลากเอาถาดกาวไปชนกับซิงค์ล้างจานจนเป็นที่มาของเสียงตึงๆ ที่ผมได้ยินเมื่อครู่
“อะไรเนี่ย” ผมกวาดสายตาไปรอบห้อง ที่นี่เหมือนจะเป็นห้องครัวหรือห้องเก็บของอะไรสักอย่างแต่มันสกปรกจนน่าอ้วก มีเศษขยะ เศษอาหารเต็มไปหมด จานชามใช้แล้วถูกวางทิ้งระเกะระกะเกลื่อนห้องผมต้องยกมือขึ้นมาอุดปากเพราะผมรู้สึกคลื่นไส้จนทนไม่ไหวจริงๆ ห้องครัวถึงจะรกไปหน่อยแต่ก็พอมองออกว่ามันคือห้องสำหรับใช้ปรุงอาหาร จานใช้แล้วกองเท่าภูเขาถมอยู่ในซิงค์ขนาดใหญ่ แก้วน้ำ แก้วเหล้าทรงสวยๆ หลายแบบวางเรียงเป็นร้อยๆ ใบ
ผมขยับเท้าเดินเข้าไปยืนอยู่หน้าตู้แช่หลังใหญ่แล้วเอื้อมมือเปิดมันออก ภายในนั้นอัดแน่นไปด้วยของสดมากมาย ไส้กรอก แหนม เบคอน เยอะจนละลานตา ทันทีที่สายตาของผมรับภาพอาหารเข้าสู่สมองท้องของผมมันก็ร้องประท้วงอย่างดุเดือด ผมรับรู้ถึงการบิดตัวของลำไส้น้อยแทบจะทันที
“ของกินเยอะเลย” ผมยกมือขึ้นมากุมหน้าท้องตัวเองแล้วหมุนตัวมองไปทั่วห้องครัวแคบๆ อีกครั้งก่อนจะปิดประตูตู้แช่เอาไว้ตามเดิม
ผมเดินลึกเข้าไปพ้นประตูอีกบานเป็นทางเดินแคบๆ จนไปถึงส่วนของร้านด้านใน โต๊ะ เก้าอี้ วางระเกะระกะ ถังน้ำแข็งแก้วเหล้า ขวดเหล้า ขวดเบียร์ บางส่วนไม่ได้ถูกเก็บออกจากโต๊ะ ผมหมุนตัวมองไปรอบๆ ไม่มีใครเหลืออยู่เลยสักคนเดียว
“นี่ไม่คิดจะเก็บร้านกันเลยอย่างนั้นเหรอ”
ผมเดินไปนั่งลงบนโซฟาตัวหนึ่งด้านหน้าเวที บนโต๊ะกลางด้านหน้านั้นมีจานออเดิร์ฟถูกวางทิ้งเอาไว้ อาหารเหลือทิ้งเกินกว่าครึ่งมีทั้งไส้กรอกทอด ถั่วลิสง แหนม แล้วอะไรวางเคียงๆ กันอีกสองสามอย่าง
“กินของเหลือแบบนี้ ไม่ถือว่าขโมยใช่มั้ย” ผมหันคอมองไปรอบตัวอีกครั้งก่อนจะค่อยๆ เอื้อมมือไปหยิบของบนจานยัดใส่ปากด้วยความหิวโหย เพียงไม่กี่นาทีของเหลือเดนทุกอย่างที่คนมีเงินกินทิ้งกินขว้างเอาไว้ก็ถูกผมกินจนเกลี้ยง
ผมทำแบบเดียวกันกับอาหารอีกสองสามจานที่ถูกวางเหลือทิ้งเอาไว้ แล้วเดินเก็บจานและแก้วเข้าไปเก็บในครัวเพื่อชดเชยแทนค่าเศษอาหารที่ผมกินเข้าไปเมื่อครู่
ผมยืนชั่งใจอยู่นานกับสภาพห้องครัวอันทุเรศตา ก่อนจะตัดสินใจทำเรื่องบ้าๆ นั่นคือจัดการล้างถ้วย ล้างจาน และทำความสะอาดห้องครัวโดยใช้เวลาเกือบสองชั่วโมง และใช้เวลาสิบนาทีในการเข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำเล็กๆ ภายในห้องครัว ผมรื้อกระเป๋าหยิบสายชาร์ตโทรศัพท์ออกมาแล้วเห็นว่าสายชาร์ตมันเปียกฝนเพราะกระเป๋าเป้ใบเก่าของผมมันไม่ได้หนามากพอที่จะปกป้องสิ่งของที่มันห่อหุ้มเอาไว้ เสื้อผ้าของผมด้านในเปียกชื้นไม่มีเหลือ รวมถึงสายชาร์ตโทรศัพท์ด้วย
ความพยายามในการชาร์ตแบตมือถือของผมหมดลงเมื่อประกายไฟลุกพรึ่บขึ้นมาขณะที่ผมพยายามเสียบปลั๊กไฟ สายชาร์ตโทรศัพท์ของผมควันขึ้นโขมงพังคามือ มันยิ่งซ้ำเติมความหนักใจให้กับผมเพราะผมจะหาหนทางติดต่อพี่กบได้ยังไง
ผมจัดการรื้อเอาเสื้อผ้าเพียงสองสามชุดที่เปียกชื้นนั้นออกมาแล้วเปิดพัดลมตัวใหญ่ในครัวเพื่อช่วยเป่าให้เสื้อผ้านั้นแห้งเร็วขึ้น
“ผม...ถือว่าผมทำงานแลกกับอาหารและที่พักคืนนี้และนะ”
ผมพูดกับอากาศในห้องก่อนจะนั่งพนมมือไหว้อะไรก็ได้ที่จะช่วยเป็นพยานให้ว่าผมไม่ได้คิดไม่ดีหรือทำเรื่องชั่วๆ ผมแค่ต้องการที่ซุกหัวนอนในคืนนี้ เพราะผมหมดหนทางจะไปแล้วจริงๆ
ผมใช้โซฟาตัวยาวเป็นที่นอนเพียงแค่ผมนอนหลับตาความรู้สึกทุกอย่างของผมก็ถูกดูดให้จมหายเข้าไปว่ายวนอยู่กับฝันร้ายอีกครั้ง
“ฮึก ฮึก” ผมสะดุ้งสุดตัวลุกขึ้นมาจากโซฟาหันไปมองรอบตัวซึ่งมีเพียงความว่างเปล่างวังเวง
เมื่อมั่นใจว่ารอบๆ ตัวของผมเวลานี้ไม่มีใครอื่น นอกจากผมเพียงคนเดียว เสียงสะอื้นที่ผมกลั้นเก็บเอาไว้เพียงในฝันก็ระเบิดออกมาในทันที
“ฮืออออออ” เสียงสะท้อนของความเจ็บปวดจากการเป็นผู้ถูกกระทำ ความเจ็บช้ำที่ผมแบกหอบมันเอาไว้ไหลทะลักออกมาเป็นสายน้ำเย็นๆ ตรงบริเวณหัวตาอย่างไม่ขาดสาย พื้นที่ห้องสี่เหลี่ยมขนาดกว้างหลายสิบตารางเมตรมีเพียงเสียงร้องไห้ของผมดังก้องสะท้อนไปมาในความเงียบสงัด เสียงซึ่งโหยหวนชวนให้เวทนา
ความทรงจำบางอย่าง......เวลาไม่อาจลบมันออกไป
ความทรงจำบางอย่าง......ระยะทางไม่อาจทำให้ความเจ็บนั้นจางลง
ความทรงจำบางอย่าง......ยิ่งเราพยายามจะลืม มันก็เหมือนจะยิ่งแจ่มชัดขึ้นกว่าเดิม
ผมนั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่บนโซฟาตัวใหญ่ หัวใจที่คิดว่ามันทนต่อความเจ็บได้เพราะความเคยชิน แต่ยามนี้หัวใจอันเน่าเหม็นฟอนเฟะเละด้วยน้ำมือของคนที่ผมรัก มันกำลังกลัดหนองบวมช้ำและซ้ำเติมให้ผมเจ็บขึ้นมาอีกครั้ง
แค่ลำพัง.....เพียงแค่ผม ที่ต้องเผชิญมันเพียงลำพัง
“อ๊ากกกกกก”
บทล่าสุด
#42 บทที่ 42 จนกว่าลมหายใจสุดท้าย (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#41 บทที่ 41 คอรบครัวทรงโจร
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#40 บทที่ 40 ลูกไม้ใต้ต้น
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#39 บทที่ 39 ยินดีต้อนรับ
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#38 บทที่ 38 ความรู้สึก
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#37 บทที่ 37 ดาวนำโชค
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#36 บทที่ 36 ตีตราจอง
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#35 บทที่ 35 รักเด็ก
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#34 บทที่ 34 ลูกเพื่อน
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#33 บทที่ 33 เพื่อนพ่อ
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026
คุณอาจชอบ 😍
เจ้าสาวนอกปรารถนา
จู่ ๆ วันหนึ่งเขาเดินเข้ามาบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า ‘ทำผู้หญิงคนอื่นท้อง’ พร้อมยื่นคำขาดว่า… หากรับไม่ได้ก็เซ็นใบหย่าแล้วไสหัวไป แต่ถ้าอยากรักษาตำแหน่งภรรยาแต่งเอาไว้ ก็จงยอมรับสภาพการใช้ชีวิตแบบ ‘สามคนผัวเมีย’ ในบ้านหลังนี้ซะ!
วันนี้หญิงสาวจึงต้องตัดสินใจ เธอจะยอมก้มหน้ารับความอดสู หรือจะลุกขึ้นสู้เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีและเดินออกจากกรงขังไร้รักแห่งนี้ด้วยตัวเอง
ม่านหมอก
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
กับดักรักบอสจอมร้าย
ศักดิ์ศรีที่กินได้แต่ไม่อิ่มทำให้เธอตบหน้าเขาแล้วหนีไปพักใจที่บ้านสวน ทว่าซาตานในคราบเทพบุตรอย่างเขามีหรือจะยอมปล่อยเหยื่อไปง่ายๆ สิบทิศใช้โปรเจกต์ยักษ์และค่าปรับนับสิบล้านบีบบังคับให้เธอกลับมาสยบแทบเท้า พร้อมคำสั่งเผด็จการที่ต้องมานั่งทำงานข้างกายเขาตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง
ท่ามกลางสงครามประสาทและแรงดึงดูดทางกายที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ แก้มใสต้องรับมือทั้งคู่หมั้นนางร้ายที่จ้องทำลาย และบอสจอมหึงที่เริ่มเปลี่ยนจากเผด็จการเป็นคลั่งรักจนถอนตัวไม่ขึ้น
"เงินซื้อศักดิ์ศรีฉันไม่ได้หรอกค่ะบอส"
"งั้นถ้าเปลี่ยนจากเงินเป็นตัวฉันและหัวใจทั้งดวงล่ะ เธอจะรับไว้พิจารณาไหมแก้มใส"
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
ดวงใจอัสวัส
เขา... คือทายาทนักธุรกิจหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบ มีทุกอย่างในชีวิต ยกเว้นคนที่จะรักเขาจากหัวใจจริง
ในวันที่หัวใจของเขาแหลกสลาย เพราะถูกคนรักทรยศเพื่อเงิน เธอได้แต่ยืนมองอยู่ห่าง ๆ โดยไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะปลอบโยน
เมื่อโชคชะตาพาให้คนทั้งสองได้ใกล้ชิดกัน ความรักค่อย ๆ ผลิบาน ทว่าความต่างของฐานะ กลับกลายเป็นกำแพงใหญ่ที่ไม่มีใครคาดคิด
แม่ของเขา... ใช้เงินซื้อการจากลา
เพื่อนสนิทของเธอ... หักหลังเพื่อแย่งผู้ชายคนเดียวกัน
ส่วนเขา... เข้าใจว่าเธอทรยศ เลือกเงินมากกว่าความรัก จึงเฝ้าเกลียดชังและแก้แค้นผู้หญิงที่เคยเป็นดั่งดวงใจ
ห้าปีต่อมา...
โชคชะตานำพาเธอกลับมายืนตรงหน้าเขาอีกครั้ง ในฐานะเพียงลูกจ้างคนหนึ่งของไร่
เขาจ้างเธอไว้เพื่อแก้แค้น
เธอยอมทนทุกอย่างเพื่อความอยู่รอดของครอบครัว
แต่ไม่มีใครรู้ว่า... ผู้หญิงที่เขาเหยียบย่ำ คือคนเดียวกับที่ยังรักเขาหมดหัวใจ
และไม่มีใครรู้เช่นกันว่า... เมื่อความจริงทั้งหมดถูกเปิดเผย คนที่เจ็บปวดที่สุด อาจไม่ใช่เธอ... แต่เป็นเขา
รักระรินใจ
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง













