บทนำ
“เภตรา” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยเรียกเธอในระยะประชิด ทางด้านหลัง
หญิงสาวหันขวับไปโดยอัตโนมัติ ดวงตาเบิกโพลงเมื่อเห็นคนตรงหน้า ที่กำลังถือโทรศัพท์แนบหู
“มาทำไม...” เธอหลบสายตาจากเขา แล้วค่อยๆ ผ่อนลมหายใจที่แน่นอัดให้คลายลง ยอมรับว่าไม่ได้ตั้งตัวที่จะพบเจอสถานการณ์เช่นนี้
“มาหาหนู...กับลูก” เขาลดมือลง แล้วเก็บมือถือเข้ากระเป๋า
“เพื่อ?” หญิงสาวแสยะยิ้มแล้วเหลือบมองเขาด้วยความสังเวช
“ไม่เอาน่า...พี่อยากคุยกับหนู แล้วก็อยากเจอลูกด้วย”
“ลูก...คุณอมันต์คะ ลูกของคุณคุณได้ฆ่าแกกับมือไปแล้ว จำไม่ได้เหรอคะ หึ...อย่ามาน้ำเน่ากับฉันดีกว่า ไร้สาระ จะไปไหนก็ไปเถอะ อย่ามาสร้างความวุ่นวายให้ชีวิตพวกเราอีกเลย” เธอยกมือขึ้นกอดอกแล้วจ้องตาเขาเขม็ง
กลับเป็นอีกฝ่าย...ที่มองตอบด้วยความเสียใจ เว้าวอน...
“พี่รู้ว่าพี่ผิดอย่างไม่น่าให้อภัย และหนูก็คงไม่ให้อภัยพี่ แต่ในเมื่อเรื่องมันเป็นแบบนี้แล้ว พี่ก็อยากรับผิดชอบในสิ่งที่เคยทำลงไป”
“ไม่มีใครต้องการให้คุณรับผิดชอบ...เรามีความสุขกันดีตามประสาแม่ลูก แล้วมันคงแย่มาก ถ้าคุณจะเข้ามาเกี่ยวข้อง” น้ำเสียงของเธอไม่ยินดียินร้าย
จนคนฟังใจหาย ราวกับเขากำลังสนทนาอยู่กับเภตรา ที่ไม่ใช่เธอคนเดิม
บท 1
ท้องฟ้ามืดครึ้ม สายฝนสาดพรมลงมาประปราย แต่ส่อเค้าให้เห็นว่ากำลังจะสาดเทห่าใหญ่ในอีกไม่ช้า เพิ่มความวุ่นวายให้กับผู้คนที่กำลังใช้ชีวิตประจำวัน ต่างก็ต้องเร่งรีบแข่งกับเวลาและพายุที่ค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้ามาในอีกไม่ช้า
“หนูมิ้น...คุณแม่มารับแล้วจ้า” คุณครูสาวยิ้มหวานให้กับผู้ปกครอง แล้วเดินไปจูงมือเด็กน้อยเจ้าของชื่อพามาส่งถึงหน้าประตูห้องเรียน
“ขอบคุณค่ะครูฟ้า” เภตรายกมือไหว้ครูประจำชั้นของลูกสาวพลางยิ้ม สายตาก็มองลูกน้อยที่กำลังยิ้มร่าเดินเข้ามากอดด้วยความรักและเอ็นดู
“ไม่เลยค่ะ เริ่มคุ้นเคยกับเพื่อนๆ และสภาพแวดล้อมในโรงเรียนแล้ว คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ น้องเป็นเด็กน่ารัก ฉลาดด้วยค่ะ แกแค่ต้องการเวลา เพราะที่ผ่านมาไม่เคยอยู่ห่างคุณแม่เลย” คุณครูอธิบาย แล้วส่งกระเป๋าที่ถือมาด้วยให้คุณแม่
เภตรารับไว้แล้วสะพายไว้ด้านหลัง เพื่อเตรียมความพร้อมในการเดินทางกลับบ้าน
“แม่ต๋า...” บุษบามินตรากอดแม่ของเธอเอาไว้แน่นด้วยความคิดถึง หลังจากต้องต้องแยกจากอกในช่วงกลางวัน เพราะต้องมาโรงเรียนได้สองสัปดาห์แล้ว
แรกๆ เด็กหญิงก็ร้องไห้งอแงตามประสา ด้วยตั้งแต่เกิดจนอายุได้สี่ขวบแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่เธอกับแม่ต้องอยู่ห่างติดต่อกันหลายชั่วโมง จิตใจนั้นโหยหาหดหู่เป็นอย่างยิ่ง ทั้งหวาดกลัวและระแวงทุกสิ่งอย่างที่ไม่คุ้นชิน ออกมาจากอ้อมกอดของแม่แล้ว มันรู้สึกไม่อบอุ่น ไม่ปลอดภัยเอาเสียเลย
แต่ด้วยความเอาใจใส่อย่างดีจากคุณครูและครูพี่เลี้ยง มีของเล่นและกิจกรรมมากมายไว้หลอกล่อตามช่วงวัย รวมถึงเพื่อนๆ รุ่นเดียวกัน ก็พอช่วยดึงความสนใจได้อยู่บ้าง กระนั้น...ลึกๆ ก็ยังคิดถึงแต่แม่อยู่ดี เฝ้ารอคอยเวลาเมื่อไหร่แม่จะมารับ เมื่อไหร่หนอ...จะได้เห็นหน้าแม่อีกครั้ง
“ฝนจะตกแล้ว...แม่ขอพาน้องกลับบ้านก่อนนะคะคุณครู ขอบคุณมากๆ ที่ช่วยดูแลลูกของแม่” เภตรายกมือไหว้อีกครั้งร่ำลาครูของลูกสาว มือหนึ่งยกร่มขึ้นมากางเพื่อกันฝน ก่อนจะใช้อีกมือยกเจ้าตัวน้อยขึ้นอุ้ม แล้วพากันเดินออกไปจากอาคารเรียนโทนสีพาสเทลน่ารักหลังนั้น
“หนูมิ้นอยากกินขนมค่ะแม่ต๋า” หนูมิ้นกอดคอแม่แล้วซบหน้าอิงแอบด้วยความคุ้นเคย ก่อนจะร้องขอด้วยน้ำเสียงออดอ้อน สองเท้าก็ขยับไกวเป็นจังหวะ ไม่ได้สนใจว่าตอนนี้ท้องฟ้ากำลังโปรยสายฝนลงมาพร่างพราว
“ถึงบ้านก่อนนะลูก วันนี้เราต้องรีบกลับเพราะฝนตก ไม่งั้นเดี๋ยวลูกไม่สบาย ต้องไปหาคุณหมออีกนะคะ”
“ไม่ฉะบาย ก็ต้องไปหาคูมหมอ ต้องกินยาด้วย” เธอพูดไปตามประสา ตามประสบการณ์ที่เคยเจอ
“ใช่...ถ้าไม่ชอบกินยาก็ต้องอย่าดื้อนะคะวันนี้ แม่คงพาแวะซื้อขนมไม่ได้ เราต้องรีบกลับบ้านกัน”
“ได้ค่ะ หนูมิ้นไม่ดื้อก็ได้ ถ้าไม่ดื้อก็จะไม่ป่วยใช่ไหมคะ” เธอผละออกมาแล้วส่ายหน้าเป็นการยืนยัน
“จ้าคนเก่งของแม่...” แล้วจึงหอมแก้มยุ้ยๆ นั้นด้วยความชื่นอกชื่นใจ
เป็นความเคยชิน เป็นสิ่งที่ทำได้ทุกวันทุกเวลาและไม่เคยแหนงหน่าย นั่นคือการได้กอดได้จูบ ได้หอมเจ้าตัวน้อยในอ้อมกอดนี้ และไม่ใช่เพียงลูกหรอกที่ใจหายยามต้องห่างจาก ตัวเภตราเองก็อดที่จะโหวงในอกไม่ได้เช่นกันยามต้องพาลูกมาส่งโรงเรียน
แม้จะเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ตาม เพราะบุษบามินตราเพิ่งจะเข้าเรียนชั้นเตรียมอนุบาล แต่ด้วยความที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเพียงสองคน ทั้งคู่จึงสนิทกันมาก เสมือนเป็นเงาตามตัวของกันและกันก็ว่าได้
สองแม่ลูกเดินออกจากโรงเรียนท่ามกลางผู้ปกครองและเด็กนักเรียนอีกนับร้อย บางคนมีรถส่วนตัว บางคนก็โดยสารรถประจำทางเหมือนกับเธอ
เภตราพาลูกไปยืนรอรถที่ป้ายรถเมย์ ซึ่งยามนี้ค่อนข้างแออัดจอแจ เพราะเป็นเวลาช่วงเดินทางของหลายๆ คนเช่นเดียวกัน เธอวางลูกให้ยืนด้วยตัวเอง แล้วจึงนั่งยองลงข้างๆ เพื่อให้ร่มป้องกันเม็ดฝนที่เริ่มตกหนักลงมาให้มากที่สุด เพื่อรอรถแท็กซี่เจ้าประจำ
“หนูมิ้นยืนดีๆ นะลูก แม่จะโทร.หาลุงตาบหน่อย ยังไม่เห็นมาเลยป่านนี้แล้ว” เธอว่าขณะที่มือหนึ่งล้วงกระเป๋าสะพายข้างของตัวเองเพื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทร.หาคนขับแท็กซี่ ซึ่งคุ้นเคยกันดี เพราะคอยรับคอยส่งเวลาเธอกับลูกไปไหนมาไหนเป็นประจำ
“ค่า...” เด็กหญิงรับคำอย่างอารมณ์ดี เมื่อเห็นแม่จดจ่ออยู่กับโทรศัพท์ ก็มีแอบเอามือโผล่ออกไปนอกร่ม กวักเล่นน้ำฝนสนุกสนาน
“ลุงตาบ...ใกล้ถึงยัง ฝนกำลังตกเลยตอนนี้ รีบหน่อยนะคะ” เภตราแนบสมาร์ตโฟนกับหูแล้วพยายามฟังเสียงจากปลายสาย แต่เพราะรอบๆ ตัวเต็มไปด้วยสภาพแวดล้อมอึกทึกจอแจ ไม่เอื้ออำนวยต่อการสื่อสารเท่าไหร่นัก
“ว้าย!” เสียงหวีดร้องด้วยความตกใจของผู้คนดังขึ้นพร้อมเพรียง เมื่อฝนที่ตกโปรยปรายเกิดมีลมพายุโหมกระหน่ำลงมาอย่างไม่มีใครทันได้ตั้งตัว
“แม่ต๋า ร่ม...” หนูมิ้นกระโดดตัวลอยเมื่อร่มในมือของมารดาหลุดปลิวลอยตามแรงลม เธอวิ่งตามไปด้วยความไม่ประสา ด้วยกลัวร่มจะหาย แล้วตัวเองกับแม่คงต้องเปียกน้ำฝน
“หนูมิ้น! อย่าไปลูก” หญิงสาวที่พวงอยู่กับการพูดคุยกับคนขับรถแท็กซี่พลันลุกขึ้นยืนโดยไม่สนใจว่าสมาร์ตโฟนและกระเป๋าจะหล่นร่วงจากมือ เมื่อเห็นว่าร่มกำลังปลิวไปอยู่กลางถนนที่รถกำลังสัญจรไปมา และลูกน้อยของเธอก็กำลังจะก้าวตามไปอย่างไม่ลดละ
ผู้คนส่งเสียงวี๊ดว้ายอีกครั้ง เมื่อทุกสายตาหันไปให้ความสนใจที่ตัวเด็กหญิง ท่ามกลางฟ้าฝนที่โหมเทกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย เภตรารีบวิ่งไปหาลูกอย่างไม่คิดชีวิต ทุกอย่างรอบตัวของเธอดับสนิท ไม่เห็นอะไรนอกจากร่างเล็กป้อมที่กำลังวิ่งเหยาะแหยะตากลมตากฝน ไม่ได้ยินไม่ได้ฟังอะไรทั้งสิ้น เหมือนว่ารอบๆ ตัวได้ถูกหยุดเวลาเอาไว้เสียอย่างนั้น
“หนูมิ้น!” ในที่สุดเธอก็คว้าตัวลูกสาวเอาไว้ได้ แต่...
บทล่าสุด
#71 บทที่ 71 ตอนพิเศษ ตอนที่ 2 (อวสาน)
อัปเดตล่าสุด: 1/12/2026#70 บทที่ 70 ตอนพิเศษ ตอนที่ 1
อัปเดตล่าสุด: 1/12/2026#69 บทที่ 69 กลับมารักกันอีกครั้ง ตอนที่ 6
อัปเดตล่าสุด: 1/11/2026#68 บทที่ 68 กลับมารักกันอีกครั้ง ตอนที่ 5
อัปเดตล่าสุด: 1/11/2026#67 บทที่ 67 กลับมารักกันอีกครั้ง ตอนที่ 4
อัปเดตล่าสุด: 1/11/2026#66 บทที่ 66 กลับมารักกันอีกครั้ง ตอนที่ 3
อัปเดตล่าสุด: 1/12/2026#65 บทที่ 65 กลับมารักกันอีกครั้ง ตอนที่ 2
อัปเดตล่าสุด: 1/11/2026#64 บทที่ 64 กลับมารักกันอีกครั้ง ตอนที่ 1
อัปเดตล่าสุด: 1/11/2026#63 บทที่ 63 ทั้งหัวใจ ตอนที่ 6
อัปเดตล่าสุด: 1/11/2026#62 บทที่ 62 ทั้งหัวใจ ตอนที่ 5
อัปเดตล่าสุด: 1/11/2026
คุณอาจชอบ 😍
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
เมียเด็กของผู้พันสายดุ
การสูญเสียพ่อผู้เป็นดั่งโลกทั้งใบในภารกิจลับ ทำให้ชีวิตของ ‘ม่านมุก’ เด็กสาววัยยี่สิบปีต้องพลิกผัน เธอถูกโยนเข้ามาอยู่ในความดูแลของ ‘พันเอก รุจิภาส วงศ์เดชา’ ผู้บังคับการกองพันทหารราบสายดุ ผู้ชายที่พ่อเธอเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเขาไว้!
เขาคือเสือร้ายแห่งกองทัพ เย่อหยิ่ง บ้าอำนาจ และไร้ซึ่งความอ่อนโยน
เขาต้อนรับเธอด้วย 'กฎเหล็ก 5 ข้อ' ที่ขีดเส้นแบ่งสถานะระหว่าง 'ผู้ปกครอง' และ 'เด็กในความดูแล' อย่างชัดเจน
ทว่า... ภายใต้ใบหน้าที่ถมึงทึงและคำพูดที่เย็นชา กลับซ่อนความรู้สึกหวงแหนที่ลึกล้ำจนน่ากลัว
ยิ่งเธอพยศ เขาก็ยิ่งอยากปราบให้อยู่หมัด
ยิ่งเธอหนี เขาก็ยิ่งอยากกักขังเธอไว้ในกรงทองของเขาตลอดกาล!
แต่เมื่อความจริงในอดีตถูกเปิดเผย พร้อมกับความลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้รอยแผลเป็น
สมรภูมิแห่งความรักครั้งนี้... ผู้พันสายดุจะยอมคุกเข่าเพื่อสยบหัวใจเด็กพยศได้อย่างไร?
“จำไว้นะม่านมุก... ใครกล้าแตะต้องเธอ... มันต้องตาย!”
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
สูตรรักศาสตราจารย์
ในวันที่คุณหมอออกเวรตอนเช้า แล้วเพิ่งจะคล้อยหลับไปไม่ทันได้หนึ่งชั่วโมง เสียง ปัก ปัก จากข้างห้องดังจนหัวเตียงเธอแทบจะคลอนตาม ด้วยความโมโห หมอปรางถึงขั้นเอากระดาษที่เขียนด้วยลายมือหมอ ไปแปะไว้ที่หน้าห้องข้างๆ
"ตำน้ำพริก กรุณารองครกด้วยค่ะ"
พร้อมคำสาบแช่งเล็กๆ น้อยๆ
"สาธุ ขอให้มันอักเสบ หรือไม่ก็ให้เตียงมันหักไปซะจะได้ไม่ต้องเสียงดัง"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"คุณไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล เชิญห้องตรวจหนึ่งค่ะ"
"ตุ่มคล้ายสิวหรือหนองขึ้นที่โคนอวัยวะเพศใช่ไหมคะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"ฉิบหายแล้วแกนังปราง มีเรื่องกับใครไม่มี นั่นน่ะหรือตาบ้าข้างห้องแกอ่ะ"
"อื้อ แกรู้จักหรือ"
"เรียกว่าทั้งมหาวิทยาลัยใครบ้างไม่รู้จักเขาดีกว่า"
"ตอนนั้นฉันอยู่ไม่เห็นรู้จัก"
"ก็แก มันสนใจอะไรรอบตัวบ้าง นั่นน่ะ อาจารย์วิทย์ รองศาสตราจารย์ไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล กำลังจะได้เป็นศาสตราจารย์อยู่รอมร่อ จนเขาว่ากันว่าจะเป็นศาตราจารย์ที่หนุ่มและหล่อที่สุด ที่สำคัญเขาเป็นอาจารย์อยู่คณะนิติศาสตร์ ฉิบหายไหมคราวนี้"
"ฉิบหายล่ะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
เจ้าสาวนอกปรารถนา
จู่ ๆ วันหนึ่งเขาเดินเข้ามาบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า ‘ทำผู้หญิงคนอื่นท้อง’ พร้อมยื่นคำขาดว่า… หากรับไม่ได้ก็เซ็นใบหย่าแล้วไสหัวไป แต่ถ้าอยากรักษาตำแหน่งภรรยาแต่งเอาไว้ ก็จงยอมรับสภาพการใช้ชีวิตแบบ ‘สามคนผัวเมีย’ ในบ้านหลังนี้ซะ!
วันนี้หญิงสาวจึงต้องตัดสินใจ เธอจะยอมก้มหน้ารับความอดสู หรือจะลุกขึ้นสู้เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีและเดินออกจากกรงขังไร้รักแห่งนี้ด้วยตัวเอง
ทะลุมิติไปเป็นภรรยาตัวจริงของวายร้ายยุค80
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง กลับพบว่าตัวเองกลายเป็นเด็กสาววัยสิบแปดปีในชนบทจีนยุค 80 ที่ถูกครอบครัวใจอำมหิตขายให้พ่อหม้ายแก่เพื่อแลกเงินสามร้อยหยวน!
แต่คนพวกนั้นไม่รู้ว่า...เด็กสาวที่พวกมันคิดว่าอ่อนแอ ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป
เธอมาพร้อมมิติคลังสินค้าขนาดยักษ์ ยา เครื่องมือแพทย์ และทรัพยากรจากโลกอนาคตที่ไม่มีวันหมด
ใครตีเธอ...เธอเอาคืนสิบเท่า
ใครคิดขายเธอ...เธอจะทำให้มันหมดตัว
ใครแย่งชีวิตของเธอ...เธอจะกระชากทุกอย่างกลับคืน!
ทว่าแผนล้างแค้นกลับต้องสะดุด เมื่อลู่เซียว วายร้ายผู้ทั้งหมู่บ้านหวาดกลัว ยื่นข้อเสนอที่ไม่มีทางปฏิเสธ
"แต่งงานกับฉัน"
การแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ที่ควรเป็นเพียงข้อตกลง กลับกลายเป็นพันธนาการที่อันตรายที่สุด เพราะวายร้ายคนนี้ไม่ได้ต้องการแค่ทะเบียนสมรส...
แต่ต้องการตัวเธอ ทั้งหัวใจ
เมื่อเศรษฐินีจากโลกอนาคต ต้องใช้ความรู้สร้างอาณาจักรธุรกิจ พลิกชะตาชีวิต พร้อมลากทั้งตระกูลที่เคยเหยียบย่ำเธอลงนรก และรับมือกับสามีผู้คลั่งรักจนพร้อมทำลายทั้งโลกเพื่อปกป้องภรรยาเพียงคนเดียว!













