บทนำ
ในวันที่คุณหมอออกเวรตอนเช้า แล้วเพิ่งจะคล้อยหลับไปไม่ทันได้หนึ่งชั่วโมง เสียง ปัก ปัก จากข้างห้องดังจนหัวเตียงเธอแทบจะคลอนตาม ด้วยความโมโห หมอปรางถึงขั้นเอากระดาษที่เขียนด้วยลายมือหมอ ไปแปะไว้ที่หน้าห้องข้างๆ
"ตำน้ำพริก กรุณารองครกด้วยค่ะ"
พร้อมคำสาบแช่งเล็กๆ น้อยๆ
"สาธุ ขอให้มันอักเสบ หรือไม่ก็ให้เตียงมันหักไปซะจะได้ไม่ต้องเสียงดัง"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"คุณไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล เชิญห้องตรวจหนึ่งค่ะ"
"ตุ่มคล้ายสิวหรือหนองขึ้นที่โคนอวัยวะเพศใช่ไหมคะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"ฉิบหายแล้วแกนังปราง มีเรื่องกับใครไม่มี นั่นน่ะหรือตาบ้าข้างห้องแกอ่ะ"
"อื้อ แกรู้จักหรือ"
"เรียกว่าทั้งมหาวิทยาลัยใครบ้างไม่รู้จักเขาดีกว่า"
"ตอนนั้นฉันอยู่ไม่เห็นรู้จัก"
"ก็แก มันสนใจอะไรรอบตัวบ้าง นั่นน่ะ อาจารย์วิทย์ รองศาสตราจารย์ไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล กำลังจะได้เป็นศาสตราจารย์อยู่รอมร่อ จนเขาว่ากันว่าจะเป็นศาตราจารย์ที่หนุ่มและหล่อที่สุด ที่สำคัญเขาเป็นอาจารย์อยู่คณะนิติศาสตร์ ฉิบหายไหมคราวนี้"
"ฉิบหายล่ะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
บท 1
ปึก ปึก ปึก !!
พญ.ปรางทิพย์ พัฒนะชาติ หรือ หมอปราง ฝืนโงหัวขึ้นมาจากหมอนใบใหญ่สีขาวสะอาดตา ด้วยความหงุดหงิด เพราะเสียงที่ดังอยู่ตรงหัวเตียงของเธอเป็นจังหวะถี่ๆ ความดังที่เป็นจังหวะแบบนั้นแทบจะไม่ต้องเดาเลยว่าข้างห้องของเธอลุกขึ้นมาเขย่าเตียงกันทำไมในช่วงเช้าตรู่ ของวันที่เธอเพิ่งจะกลับจากเวรดึกมา แล้วหัวอันหนักอึ้งของเธอเพิ่งจะถึงหมอนไปเมื่อไม่ถึงชั่วโมงนี้เอง
ตลอดระยะเวลาเกือบหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เธอเพิ่งจะย้ายเข้ามาที่คอนโดแห่งนี้ เพราะเห็นว่าทำเลใกล้กับโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่และค่าเช่าในราคาเป็นมิตร แถมห้องยังสะอาดสะอ้านเพราะเจ้าของดูแลเอาไว้อย่างดี ถึงแม้คอนโดนี้ภายนอกจะดูเก่าอยู่สักหน่อยเพราะถูกสร้างมานานมากแล้วก็ตาม
แต่ไอ้เสียงปึกๆ ที่ดังสนั่นจนเธอแทบจะคลอนหัวตามเสียงข้างห้อง ทำเอาเธอจะเป็นบ้าตาย ภายในหนึ่งอาทิตย์เธอจะต้องได้ยินเสียงนี้ไม่ต่ำกว่าสองครั้ง บางอาทิตย์โชคดีก็เงียบหายไป แต่อาทิตย์นี้เธอได้ยินเสียงนี้มาสามวันแล้ว ไม่ว่าเธอจะอยู่เวรเช้าหรือเวรดึก บางวันเสียงก็ดังอยู่เกือบครึ่งค่อนคืน จนเธอแทบจะเป็นหมีแพนด้าไปทำงาน
ปรางทิพย์เปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานหยิบกระดาษสีขาวขึ้นมาหนึ่งแผ่น พร้อมด้วยปากกาเคมีหัวใหญ่ ที่คิดว่าเขียนแล้วมันจะตัวใหญ่เห็นได้ชัดๆ
ตำน้ำพริก กรุณารองครกด้วยค่ะ
เธอพยายามบรรจงลายมือหมอให้อ่านได้ง่ายที่สุด หวังจะให้ข้างห้องอ่านออก และเรื่องราวตัวหนังสือบนแผ่นกระดาษนั้น แม้จะคนละเรื่อง แต่ก็หวังว่าคนที่อยู่คอนโดราคาเป็นล้าน หรือเช่าอยู่ก็ไม่ต่ำกว่าเจ็ดพันนั้น จะได้สำนึกและเข้าใจได้เอง ว่าควรจะต้องเกรงใจข้างห้องอย่างไรบ้าง
ปรางทิพย์แปะกระดาษแผ่นนั้นที่หน้าห้องข้างๆ เสร็จแล้ว ก็ได้แต่กลับมานอนเอาหมอนปิดหัวปิดหูเอาไว้ เพราะตั้งแต่เธอลุกขึ้นไปเขียนข้อความนั้น จนนำไปติดที่หน้าห้องแล้วกลับมาเพื่อนอนต่อ เสียงนั้นก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเสร็จสักที สิ่งที่เธอทำได้ในตอนนี้คงต้องหวังพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์และความเชื่ออันน้อยนิดของเธอ
"สาธุ ขอให้มันอักเสบ หรือไม่ก็ให้เตียงมันหักไปซะจะได้ไม่ต้องเสียงดัง"
เพราะความเหนื่อยมาตลอดทั้งคืน แม้จะได้งีบบ้างในบางช่วง แต่ร่างกายที่ถูกใช้งานผิดเวลาแบบนี้ก็ทำให้เธอยิ่งต้องการเวลาพักผ่อน โดยเฉพาะในช่วงวันหยุด แต่กลับถูกทำลายลงเสียได้
ปรางทิพย์ตื่นมาอีกครั้งในช่วงเย็นของวันเพราะความหิว โชคดีที่คืนนี้เธอไม่ได้อยู่เวร และก็หวังว่าจะไม่ได้ยินเสียงตำน้ำพริกในตอนกลางคืนอีก เธอหอบร่างไร้เรี่ยวแรงอาบน้ำให้พอสดชื่น คิดจะออกไปซื้อกับข้าวสำหรับมื้อเย็นที่ซูเปอร์มาร์เกตถัดจากคอนโดไป
ชุดลำลองขาสั้นที่เธอเลือกใส่ ผมยาวสลวยถูกรวบขึ้นมัดเป็นมวยหลวมๆ ไว้กลางศีรษะ ส่งให้ใบหน้าหวานไร้เครื่องสำอางดูสดใสขึ้นไม่น้อยแม้วัยจะใกล้สามสิบอีกไม่กี่ปีแล้วก็ตาม เธอกำลังจะเปิดประตูห้องออกมา แต่พลันได้ยินเสียงคล้ายคนคุยกันอยู่ที่หน้าห้องข้างๆ เธอจึงชะงักมือไว้ เพราะคิดถึงเรื่องกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาได้ รอยยิ้มเยาะเกิดขึ้นที่มุมปาก พยายามเงี่ยหูฟังเสียงคนจากห้องข้างๆ แต่เสียงก็เงียบหายไปแล้ว เธอจึงส่องตาแมวที่หน้าประตูห้อง แล้วก็ต้องตกใจจนเกือบเสียงดังให้คนที่กำลังเดินผ่านและหันหน้ามามองที่ประตูห้องเธอได้ยินเสียง ถ้าเธอไม่ตะปบปากตัวเองเอาไว้ได้ทัน ผู้ชายตัวสูงคนนั้นคงรู้แน่ว่าเธอแอบมองเขาอยู่ หรือว่าเขาจะรู้
ใบหน้าภายใต้หน้ากากอนามัยสีดำ กรอบแว่นตาใสนั้น แทบจะปกปิดความหล่อคมคายเอาไว้ไม่มิด แค่เห็นดวงตาเรียวอีกทั้งคิ้วเข้มได้รูปที่พาดผ่านส่งให้ใบหน้าขาวนั้นเด่นเรียกว่า หล่อทะลุแมสก์ก็ว่าได้ เธอรีบหลบสายตาคมราวกับว่าคนคนนั้นจ้องมองเธออยู่ มือที่ปิดปากย้ายมาจับที่หัวใจของตัวเองไว้เพราะมันออกจะตื่นเต้นที่เหมือนถูกจับได้ว่าแอบมองเขาอยู่
รอจนเสียงฝีเท้าหนักๆ เดินหายไปสักพัก เธอจึงออกมาจากห้อง ไม่ลืมที่จะหันสายตาไปมองกระดาษแผ่นนั้นที่หน้าห้องข้างๆ คงเหลือเพียงรอยสกอตช์เทปใสที่ติดอยู่กับเศษมุมกระดาษ คงเพราะคนดึงกระชากมันออกจนเหลือร่องรอยเอาไว้ เธอไหวไหล่เบาๆ ให้ตัวเอง นึกดีใจว่าต่อไปคงจะไม่ต้องได้ยินเสียงนั้นอีก
ปรางทิพย์ลงลิฟต์มาถึงชั้นล่าง เดินออกมาจนพ้นประตูหน้าอาคาร เพื่อจะออกไปที่ถนน พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นผู้ชายเชิ้ตดำที่เดินผ่านหน้าห้องเมื่อครู่ เขากำลังจะเปิดประตูรถบีเอ็มดับเบิลยูคันหรูของเขา และเหมือนสายตาเขามองมาที่เธอ ปรางทิพย์รีบหลบสายตานึกดีใจที่ช่วงเวลาในยุคโรคระบาดยังไม่จางหาย ทำให้ผู้คนยังคงใส่หน้ากากอนามัยกันอยู่บ้าง แม้จะมีหน้ากากอนามัยสวมอยู่ แต่เธอก็หน้าเห่อร้อนขึ้นเสียดื้อๆ เมื่อนึกถึงเสียงกระแทกถี่ อีกทั้งสายตาคมดุนั้น ถ้าเขารู้ว่าเธอเป็นคนเอากระดาษไปติดที่หน้าห้อง แทบจะเดาไม่ออกว่าเขาจะจัดการกับเธออย่างไร แล้วสายตานั่นก็ออกจะน่ากลัวอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
ปรางทิพย์ค่อยๆ เดินผ่านรถคันนั้นไปอย่างไร้พิรุธ เธอเลือกที่จะไปขึ้นรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างหน้าถนนเพราะเห็นจะสะดวกกว่าขับรถไปเองที่ต้องยูเทิร์นไกล เธอแอบหันมามองรถคันหรูนั้น เห็นกำลังเคลื่อนตัวออกจากหน้าคอนโดมาที่ถนน แล้วก็ขับผ่านรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างของเธอไป ปรางทิพย์ได้แต่ถอนหายใจแรงๆ ออกมา
บทล่าสุด
#104 บทที่ 104 ฝุ่นในใจคุณ : ตอนที่ 37 รักคุณ
อัปเดตล่าสุด: 8/19/2026#103 บทที่ 103 ฝุ่นในใจคุณ : ตอนที่ 36 จัดใหญ่
อัปเดตล่าสุด: 8/19/2026#102 บทที่ 102 ฝุ่นในใจคุณ : ตอนที่ 35 จะทำลูกเลย
อัปเดตล่าสุด: 8/19/2026#101 บทที่ 101 ฝุ่นในใจคุณ : ตอนที่ 34 ถือศีลแปด
อัปเดตล่าสุด: 8/19/2026#100 บทที่ 100 ฝุ่นในใจคุณ : ตอนที่ 33 คนมีบุญคุณ
อัปเดตล่าสุด: 8/19/2026#99 บทที่ 99 ฝุ่นในใจคุณ : ตอนที่ 32 ถอดชุดแม่ชี
อัปเดตล่าสุด: 8/19/2026#98 บทที่ 98 ฝุ่นในใจคุณ : ตอนที่ 31 ออฟฟิศใหม่
อัปเดตล่าสุด: 8/19/2026#97 บทที่ 97 ฝุ่นในใจคุณ : ตอนที่ 30 ทั้งร้าน
อัปเดตล่าสุด: 8/19/2026#96 บทที่ 96 ฝุ่นในใจคุณ : ตอนที่ 29 สินเชื่อ
อัปเดตล่าสุด: 8/19/2026#95 บทที่ 95 ฝุ่นในใจคุณ : ตอนที่ 28 เมียผม
อัปเดตล่าสุด: 8/19/2026
คุณอาจชอบ 😍
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
พี่สาวครับรับรักผมด้วย
รักระรินใจ
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
เมียเด็กของท่านประธานร้ายรัก
เธอเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานธรรมดา ส่วนเขาคือท่านประธานผู้สูงส่ง เย็นชา และอันตรายเกินกว่าที่หัวใจดวงเล็ก ๆ ของเธอจะรับมือไหว
น้ำขิงไม่เคยคิดเลยว่า การเข้ามาฝึกงานในบริษัทวัฒนากร กรุ๊ป จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลเพราะเพียงคืนเดียว...เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขา
ภูริช วัฒนากร คือผู้ชายที่ใคร ๆ ก็เกรงกลัว
เขาร้าย เขาเย็นชา เขาไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร แต่กับเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ เขากลับทั้งหวง ทั้งหึง ทั้งร้ายกาจ และไม่ยอมปล่อยมือ
“เธอเป็นของฉัน น้ำขิง จำไว้ให้ดี”คำพูดของเขาเหมือนโซ่ตรวนผูกเธอไว้กับความรักที่ทั้งหวาน ทั้งเจ็บ และหนีไม่พ้น
ทว่าเมื่อความลับและคำกล่าวหาร้ายแรงถาโถมเข้ามาผู้ชายที่เคยกอดเธอแน่น กลับเป็นคนเดียวกันที่ทำให้เธอเจ็บจนแทบขาดใจ เธอไม่ได้ต้องการเงินของเขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งเมีย ท่านประธาน เธอต้องการเพียงความเชื่อใจจากผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจแต่เมื่อเขาไม่ฟัง...เธอจึงเลือกจากไป
พร้อมหัวใจที่แตกสลาย และอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ที่เขายังไม่รู้ว่ามีอยู่จริง
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด













